เจ็ดกำลังช้างสาร แก้กษัย ไม่ปวดเมื่อย

เจ็ดกำลังช้างสาร แก้กษัย ไม่ปวดเมื่อย …………โดย ‘พี่ต้อม’


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Peristrophe bivalvis (L.) Merr.
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE
ชื่ออื่ : เก้ากำลังช้างสาร กำลังช้างสารต้น
ลักษณะทั่วไป : ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงได้ถึง ๑ เมตร ลำต้นเป็นแบบห้าหรือหกมุม แตกกิ่งก้านมาก เป็นร่องตามยาว ใบเรียงตรงข้าม รูปไข่ถึงรูปไข่แกมรูปหอก ดอกแบบช่อกระจุก ออกที่ปลายยอดหรือซอกใบ กลีบดอกสีชมพู ผลเป็นแบบผลแห้งแตก มีขนสั้นนุ่ม เมล็ดขนาดเล็ก
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด

เจ็ดกำลังช้างสาร สมุนไพรสีสวย ช่วยเรื่องไต
…..เจ็ดกำลังช้างสารเป็นสมุนไพรที่รู้จักเป็นครั้งแรกเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว จากการที่ได้ออกไปจัดประกวดสมุนไพรในหมู่บ้านร่วมกับงานเวชกรรมสังคมเมื่อปี ๒๕๓๒ ตอนนั้นมีสมุนไพรมากมายที่ไม่รู้จัก แต่ที่จำได้แม่นๆ ตัวหนึ่งก็คือ เจ็ดกำลังช้างสาร ซึ่งหมอยาพื้นบ้านปราจีนนำมาปลูกไว้นานแล้ว ท่านเรียกว่ากำลังช้างสารต้น (และบอกด้วยว่ามีอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า กำลังช้างสารเครือ) พร้อมกับให้ต้นนี้มาปลูกไว้ที่สวนสมุนไพรหลังตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
…..หมอยาบอกว่า กำลังช้างสารต้นมีสรรพคุณแก้กษัยไตพิการ แก้ปวดเมื่อย แก้ปวดข้อ ปวดเข่า ให้เอากิ่งก้านใบมาทำเป็นชาชงหรือต้มกิน กินเป็นประจำได้ หรือเอามาดองเหล้ากินก็ได้ เป็นต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม สีออกม่วงแดงอ่อนๆ นอกจากนี้สามารถนำใบมาทำลูกประคบหรือทำเป็นยาพอกแก้ปวดเมื่อยได้ แต่ปลูกไว้ไม่นาน สมุนไพรต้นนี้ก็หายไปจากสวน เข้าใจว่ามีคนช่วยเอาไปใช้ หลังจากนั้นก็ได้เห็นสมุนไพรชนิดนี้เป็นบางคราวตามงานประชุมสมุนไพรต่างๆ
…..ในปี ๒๕๕๔ มีโอกาสได้ไปเยี่ยม หมออุดม ลดหวั่น แพทย์แผนไทยผู้ใจดี กับภรรยาของท่าน คือ คุณศิริรัตน์ ลดหวั่น เพื่อสัมภาษณ์เรื่องเท้ายายม่อม ก็พบเจ็ดกำลังช้างสารมากมาย ได้ทราบว่าท่านปลูกเอาไว้ทำยา คุณอุดมรู้จักต้นเจ็ดกำลังช้างสารจากชาวจีน (ที่อยู่ในเมืองไทย) เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน คนจีนได้เอามาให้ลองต้มกินดู ปรากฏว่ามีกำลังดี ไม่ปวดไม่เมื่อย จึงอยากได้ต้นพันธุ์ แต่เขาหวงไม่ให้ ต่อมาคุณอุดมได้ไปเรียนแพทย์แผนไทยเพิ่มเติม มีเพื่อนที่รู้จักต้นเจ็ดกำลังช้างสารได้นำเอาต้นพันธุ์มาให้ จึงได้ขยายพันธุ์ไว้เยอะแยะ และใช้ความรู้แพทย์แผนไทยมาปรับสูตรตำรับยา ปัจจุบันใช้เข้าตำรับยาชื่อว่า กระทุ้งฟ้า ผสมกับสมุนไพรอีกหลายชนิด ทำในรูปแบบแคปซูล สรรพคุณบำรุงกำลัง ฟื้นฟู ส่วนที่ใช้เป็นส่วนเหนือดิน เมื่อนำมาต้มหรือดองกับเหล้าจะได้สีแดงสวยงาม
เจ็ดกำลังช้างสาร ยาไตของหมอยาระนอง
…..ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ก็ได้พบต้นเจ็ดกำลังช้างสารอีกครั้งที่บ้านของหมอยาพ่อไสว เพนินศรี ที่จังหวัดระนอง ท่านพาไปชมสวนสมุนไพรพร้อมกับชี้ให้ดูว่าต้นนี้คือยาไต พอเห็นจึงได้รู้ว่าเจ็ดกำลังช้างสารนั่นเอง ท่านให้ใช้ทั้งต้นมาต้มกินต่างน้ำ ยาไตของพ่อไสวก็เหมือนกับที่หมอยาปราจีนบุรีที่เคยบอกไว้ว่าสมุนไพรต้นนี้แก้กษัยไตพิการ
…..การศึกษาวิจัยในห้องทดลองพบว่า เจ็ดกำลังช้างสารมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระสูง ที่น่าสนใจคือ ชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มทางภาคเหนือของประเทศเวียดนามมีการใช้สมุนไพรต้นนี้ในโรคไตเรื้อรังและใช้เป็นสีผสมอาหาร และนักวิทยาศาสตร์เวียดนามมีความพยายามที่จะสกัดสารที่ให้สีจากต้นนี้มาแต่งสีในอาหารและเครื่องดื่ม
…..เจ็ดกำลังช้างสารเป็นพืชในวงศ์ ACANTHACEAE เช่นเดียวกับสมุนไพรอีกหลายชนิดที่เรารู้จักกันดี เช่น เสลดพังพอน กระดูกไก่ดำ ทองพันชั่ง ฟ้าทะชายโจร เป็นต้น สมุนไพรในวงศ์นี้มีฤทธิ์เด่นคือ ต้านการอักเสบ แม้การศึกษาวิจัยจะยังไม่กว้างขวางนัก แต่เจ็ดกำลังช้างสารก็เป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคกษัยไตพิการ แก้ปวดเมื่อย แก้ปวดข้อ มานานต้นหนึ่ง จึงเป็นเครื่องรับประกันสรรพคุณได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกินเข้มข้นจนเกินไป
ตำรับยา
…..ยาแก้กษัย แก้ปวดเมื่อย : เจ็ดกำลังช้างสาร ๑ กำมือสด ต้มน้ำประมาณ ๑ กา ขนาดประมาณ ๑.๕ลิตร ต้มเดือดประมาณ ๑๕ นาที น้ำจะมีสีแดงสวยงาม กินครั้งละ ๑ แก้ว ๓ เวลา หรือ เด็ดใบสดๆ ๓-๔ ใบมาใส่น้ำร้อน จะได้น้ำชาสีแดง ดื่มเป็นชาบำรุงสุขภาพ
…..ตำรับบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด แก้ปวดเมื่อย คลายเส้น บำรุงเลือดลมให้ไหลเวียนดี ขับปัสสาวะ (พ่อหมออับดลหรอหมาน ดาราโชติ: นำใบมาหั่นแล้วตากแห้ง แล้วนำมาชงใส่ในน้ำร้อนจัด สัดส่วนสมุนไพร ๑ หยิบมือต่อน้ำร้อนจัด ๑ แก้วชา รอให้อุ่น แล้วนำมาดื่มวันละ ๒ ครั้ง เช้าและเย็น หลังอาหาร หรือ นำทั้งต้นที่ได้ทำการตากจนแห้งแล้วประมาณ ๑ กำมือต่อน้ำ ๑ ลิตร มาต้มให้เดือด แล้วนำมาดื่มอุ่นๆ ครั้งละ ๑ แก้วชา วันละ ๒ เวลา เช้า และเย็น หลังอาหาร

…..ตำรับช่วยลดอาการบวมและอักเสบของแผล (พ่อหมออับดลหรอหมาน ดาราโชติ) : นำใบมาตำให้ละเอียด แล้วนำมาพอกแผลบริเวณที่มีอาการบ่อยๆ จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ

น่ารู้
– นำใบสดนำมารับประทานสดเป็นผักกับข้าว ทำน้ำซุบ กินได้แบบผักทั่วไป

ปิดการแสดงความเห็น