กุ่มบก พี่น้องยากุ่มน้ำ

กุ่มบก พี่น้องยากุ่มน้ำ………..โดย ‘พี่ต้อม’

ชื่อวิยาศสตร์ : Crateva adansonii DC. Subsp. Trifoliate (Roxb.) Jacob
ชื่อวงศ์ : CAPPARACEAE
ชื่ออื่ : ก่าม ผักกุ่ม ทะงัน
ลักษณะทั่วไป : ไม้พุ่มยืนต้น สูง ๓-๕ เมตร มีใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อยรูปไข่ ๓ ใบ ดอกเป็นช่อกระจุก กลีบดอกสีขาว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผลมีลักษณะกลม เมื่อสุกจะเป็นสีน้ำตาลแดง
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
กุ่มบก กุ่มน้ำ คล้ายๆ แต่ไม่เหมือน
กุ่มบก กับ กุ่มน้ำ ถือเป็นพี่น้องกันก็ว่าได้ เพราะต่างก็นำไปปรุงอาหารในลักษณะเดียวกัน คือ นำไปดองเพื่อใช้เป็นอาหาร นอกจากนี้ยังนำมาใช้เป็นยาในสรรพคุณที่คล้ายคลึงกัน เช่น เป็นยาบำรุงธาตุ ยาลม ขับนิ่ว แต่หมอยาพื้นบ้านไทยนิยมใช้กุ่มน้ำเป็นยาเดี่ยวมากกว่า ในขณะที่พ่อหมอตุ๊ หมอยาไทยใหญ่บอกว่า “ผักกุ่มดอย (กุ่มบก) มีสรรพคุณดีกว่าผักกุ่มน้ำ หากต้องกินผักกุ่มน้ำ ๓ แก้ว ผักกุ่มดอยกินแค่แก้วเดียว” พูดง่ายๆ ก็คือ กุ่มบกมีฤทธิ์แรงกว่า แต่อีกนัยหนึ่งถ้ากินในปริมาณมากก็อาจเป็นพิษได้ ซึ่งก็มีข้อมูลว่าการกินผักกุ่มบกต้มเข้มข้นอาจมีอันตรายได้ ดังนั้นส่วนใหญ่กุ่มบกจึงใช้เข้ายาประคบหรือเข้ายาตำรับมากกว่า
นอกจากนี้ยังไม่ใช้เป็นยาขับปัสสาวะเหมือนกุ่มน้ำ ตรงกับที่มีรายงานว่า กุ่มบกไม่ได้ช่วยในการขับปัสสาวะ การใช้กุ่มบกกับกุ่มน้ำจึงควรต้องรู้ถึงความแตกต่างในด้านสรรพคุณเพื่อจะเลือกใช้ได้ถูกต้น
ในตำรากัมพูชา เรียกกุ่มบกว่า ทะงัน ใบ รสร้อน ไล่ลม ขับพยาธิ บำรุงหัวใจ เนื้อไม้ รักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้ผิวเหลือง ช่วยให้ขี้หูแห้งแล้วตกออกมา ทำให้เจริญอาหาร เป็นยาอายุวัฒนะ แก่น รสร้อน รักษาริดสีดวงทวาร ผอมแห้งแรงน้อย ตัวเหลือง ราก บำรุงกำลัง เปลือกกับต้น รสร้อน ไล่ลม แก้ปวดท้อง เป็นยาระบาย บำรุงหัวใจ แม่ลูกอ่อนผิดสำแดง ใช้ทำยาทารักษาโรคผิวหนัง บำรุงเส้นประสาทดี ส่วนตำรายาไทยกล่าวว่า กุ่มบก “ใบรู้แก้ลมแลฆ่าแม่พยาธิ คือตะมอย แก้เกลื้อนอันเกิดที่หน้า เปลือกรู้แก้ริดสีดวงผอมเหลือง รากรู้แก้มารกระสายอันเกิดแต่กองลม ฯ”
การใช้กุ่มบกในประเทศอื่นๆ มีการนำเปลือกลำต้นมาใช้เป็นยาบำรุงร่างกายและรักษาอาการผิดปกติของทางเดินอาหารกันอย่างแพร่หลาย ในอินเดียใช้เปลือกลำต้นรักษาอาการผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ แก้ไข้ และรักษาโรคผิวหนัง
การศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดกุ่มบกในหนูทดลองที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เกิดนิ่วพบว่า กุ่มบกมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดนิ่วในไต และเสริมการทำงานของไต นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดกุ่มบกดังกล่าวกลับมีฤทธิ์ต้านการขับปัสสาวะ แต่ช่วยลดความดันด้วยการไปรักษาสมดุลของแร่ธาตุภายในปัสสาวะ ซึ่งสอดคล้องกับที่หมอพื้นบ้านไทยไม่ใช้กุ่มบกในการขับนิ่ว ขับปัสสาวะ สำหรับความเป็นพิษของกุ่มบกนั้นมีการศึกษาพบว่ามีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรกินยาต้มกุ่มบกเข้มข้นหรือกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ตำรับยา
ยาแก้นิ่วในไต : ต้มกินน้ำ ใช้ลำต้นไคร้นุ่น หญ้าถอดปล้อง ฝ้ายป่า ไม้กุ่ม ไม้ก่าม (กุ่มบก) ไม้ถั่วแฮ หญ้าหนวดแมว ไมยราบ ต้มกิน
 ยาประคบ แก้เอ็น แก้เส้น : ใบหนาด ใบ เปลือกแดง ใบเปล้าใหญ่ เปลือก ใบ กุ่ม เปลือก ใบ ก่าม เอ็นอ่อน ไม้เอ็นหม่อน ขมิ้นขึ้น ว่านไพล ตะไคร้หอม ตะไคร้ หัวข่าน้ำ หัวข่าคม ต้น ใบ ราก แหน่งหอม ตำลึงทอง (กะทกรก) ใบหนาด แก้มอ้น ตำลึงธรรมดา นำมานึ่งใช้ทีละ ๒ ลูกสลับกัน

กุ่มบก VS กุ่มน้ำ
กุ่มน้ำและกุ่มบกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การแยกความแตกต่างระหว่างต้นไม้สองชนิดนี้อาจสังเกตได้จากบริเวณที่พบและลักษณะสัณฐานของพืช ดังนี้
     ๑. กุ่มน้ำพบได้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง รวมถึงที่ราบลุ่ม ในขณะที่กุ่มบกพบได้ในบริเวณที่ดอน และป่าผลัดใบต่างๆ
     ๒. กุ่มน้ำมีลำต้นขนาดกลาง สูง ๕ – ๑๐ เมตร และใบย่อยยาว ๑๕ – ๒๐ เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ซึ่งแตกต่างจากกุ่มบกที่มีลำต้นขนาดกลาง สูง ๓ – ๕ เมตร และใบย่อยยาว ๕ – ๘ เซนติเมตร ปลายใบไม่เรียวแหลม อย่างไรก็ตาม ทั้งสองมีลักษณะดอกและผลที่คล้ายคลึงกัน แต่ผลของกุ่มบกมีลักษณะกลมมนกว่า

ปิดการแสดงความเห็น