ก่ายกอม ความหวังฟื้นไต

ก่ายกอม ความหวังฟื้นไต ……….โดย ‘พี่ต้อ

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Ehretia acuminata R. Br.
ชื่อวงศ์ : BORAGINACEAE
ชื่ออื่น : พญาล้างไต ต้นหงสาวดี ต้นข่อยดำข่อยแดง ต้นไชโย Silky ash
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง ๑๐-๑๕ เมตร ใบเมื่อจับจะรู้สึกสากมือ เรียงเวียนรอบลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยถี่ ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ดอกสีขาว กลิ่นหอม
การขยายพันธุ์ : ปักชำ
ก่ายกอม พญาล้างไต ที่รองานวิจัยยืนยัน
ก่ายกอมเป็นสมุนไพรที่คนมักรู้จักในชื่ออื่นๆ มากกว่า บางคนเรียกต้นไชโย เพราะ อาจารย์ชัยโย ชัยชาญทิพยุทธ เป็นผู้นำมาเผยแพร่ ความที่ท่านเป็นอาจารย์ทางด้านพฤกษศาสตร์ (ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ) คนจึงเชื่อถือและเอาไปช่วยกันเผยแพร่จนมีการใช้อย่างกว้างขวาง สมุนไพรต้นนี้พบได้ทั่วไปในประเทศไทย แต่คนไม่ค่อยรู้จักว่าใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง พืชในสกุลเดียวกันบางชนิดที่พบในต่างประเทศเป็นต้นไม้ข้างทางมีขนาดใหญ่มาก แต่เท่าที่เห็นในเมืองไทยขนาดใหญ่ประมาณต้นมะยม ตามประสบการณ์ของอาจารย์ชัยโยที่ท่านใช้เองและแนะนำให้คนใกล้ชิดใช้ จะใช้ใบต้มดื่มเพื่อบำบัดโรคเกี่ยวกับเมตาบอลิสซึม (ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย) และโรคที่เกี่ยวเนื่องกับภูมิคุ้มกัน อาจารย์ชัยโยได้ขวนขวายนำสมุนไพรต้นนี้ไปค้นหาชื่อวิทยาศาสตร์ที่หอพรรณไม้ จึงได้รู้ว่ามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ehretia acuminata ชื่อสามัญคือ ก่ายกอม และมีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น พญาล้างไต ต้นหงสาวดี ต้นข่อยดำ ก่ายกอมเป็นสมุนไพรที่ยังไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีคนจำนวนมากนำมาใช้ โดยเชื่อว่าการนำใบก่ายกอมมาต้มกินจะช่วยให้ไตดีขึ้น ช่วยขับปัสสาวะ ขับนิ่ว และบำรุงร่างกาย

     จากการติดตามข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้สมุนไพรต้นนี้ก็ได้พบกรณีที่น่าสนใจดังนี้
คนแรกเป็นคุณลุงท่านหนึ่งอยู่ในซอยสุขสวัสดิ์ ๖๕ กรุงเทพฯ ได้ใบของต้นก่ายกอมมาจากชาวมุสลิม ใน จังหวัด ยะลา คุณลุงป่วยเป็นโรคไต ต้มใบก่ายกอมดื่ม วันละ ๕ ใบ ต่อน้ำประมาณ ๑ ลิตรครึ่ง ตั้งแต่อายุ ๕๒ ปี จนถึงปัจจุบันอายุ ๘๒ ปี ดื่มแทนน้ำเรื่อยมาอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันคุณลุงแข็งแรงดี
ท่านที่สองคือ คุณลุงลั้ง เพชรหึง อายุ ๗๕ ปี เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถในซอยคลังมนตรี ถนนประชาชื่น มีโรคประจำตัวคือ ความดัน หัวใจ ในอดีตมีโรคเบาหวานและไตเสื่อม เป็นเบาหวานมานานกว่า ๑๐ ปี แต่คุมน้ำตาลได้ไม่ดี ทำให้เบาหวานลงไต จนป่วยเป็นโรคไตระยะที่ ๕ ตอนอายุ ๗๓ ปี
ในปี ๒๕๕๙ คุณลุงลั้ง ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะน้ำท่วมปอด ๒ ครั้ง ตรวจพบว่าเป็นไตวายระยะสุดท้าย หมอจึงนัดเตรียมร่างกายผู้ป่วยเพื่อฟอกไต บังเอิญคุณลุงได้ใบก่ายกอม (ตอนนั้นเรียกต้นล้างไต) มาจากลูกค้าที่มาส่งอะไหล่ที่อู่ซ่อมรถซึ่งมาจากถิ่นคนไทยมุสลิมทางภาคใต้ จึงลองต้มใบก่ายกอมนี้ดื่ม ถ้าใบใหญ่ใช้ประมาณ ๕-๗ ใบ ใบเล็กใช้ประมาณ ๑๐ ใบ ต้มใส่กา น้ำประมาณ ๑.๕ ลิตร ต้นจนเดือดจะมีกลิ่นหอม ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ดื่มต่างน้ำทั้งวัน ต้มจนยาจืดก็เปลี่ยนใบใหม่ ประมาณทุกๆ ๒ วัน ดื่มเป็นระยะเวลา ๒ เดือน พอถึงเวลาที่หมอนัดตรวจทุกเดือน ปรากฏว่าค่าไตจากระยะ ๕ ลดลงมาเป็นระยะ ๒ อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องฟอกไต ระดับน้ำตาลก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์ที่นัดตรวจก่อนจะนัดเตรียมร่างกายผู้ป่วยเพื่อฟอกไต บอกว่าไม่ต้องฟอกไตแล้ว
หลังจากคุณลุงกินต้นล้างไต โรคเบาหวานก็หายไปด้วย ตอนนี้ยาที่ยังต้องรับประทานอยู่เหลือแค่ยาลดความดันและยาหัวใจ
ทุกวันนี้ยังดื่มใบก่ายกอมต้มต่างน้ำมาตลอด ๓ ปี ไม่เคยหยุด ล่าสุดได้ทำอัลตร้าซาวด์ที่ไต ปรากฏว่าไตสะอาดและไม่พบความผิดปกติใดๆ คุณวิไล ภรรยาของคุณลุงก็ดื่มด้วย ดื่มแล้วไม่ค่อยมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปัสสาวะได้คล่องปัสสาวะไม่ค่อยขัดเหมือนแต่ก่อน สบายตัว มีกำลังเรี่ยวแรงดี แต่ต้องมีการควบคุมอาหารร่วมด้วย คุณลุงกับคุณวิไลได้บอกต่อสูตรยานี้ให้คนไข้ที่เป็นโรคไตอื่นๆ ก็พบว่า มีผลค่าไตดีขึ้นมากกว่า ๑๐ คน มีอยู่ ๔-๕ รายที่ไม่ต้องฟอกไต (สัมภาษณ์ คุณวิไล เพชรหึง วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๑)
อีกท่านหนึ่งคือ คุณยายสุทิน สังข์ทอง อายุ ๗๔ ปี อยู่ที่อำเภอแสนสุข จังหวัดชลบุรี ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง และอาการแย่ลงตามลำดับ ในปี ๒๕๕๘ แพทย์ได้วินิจฉัยว่า อยู่ในระยะ ๕ ซึ่งต้องได้รับการฟอกไต ก่อนจะต้องฟอกไต คุณยายสุทินได้ทราบวิธีการใช้ต้นก่ายกอมในโรคไตมาจากเพื่อนของน้องสาวที่ป่วยและกำลังรักษาด้วยการฟอกไต จึงได้ลองต้มใบก่ายกอมดื่ม โดยใช้ใบสดจำนวน ๗ ใบ ต่อน้ำ ๑ ลิตร ต้มดื่มแทนน้ำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากดื่มน้ำต้มก่ายกอมแล้ว อาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ปัจจุบันอยู่ในระยะ ๓ ยังไม่ต้องฟอกไต สุขภาพแข็งแรงดี สามารถทำงานได้ตามปกติ

ประสบการณ์การใช้ จากสุดด้ามขวาน
จากข้อมูลที่ผู้ป่วยโรคไตได้แบ่งปันประสบการณ์การใช้ก่ายกอมกันอย่างกว้างขวางนี้ จึงได้ทำการสืบค้นการใช้สมุนไพรต้นนี้จากพ่อหมอแม่หมอในภาคต่างๆ ก็พบว่ามีการใช้กันค่อนข้างมากในสามจังหวัดภาคใต้ ซึ่งเรียกต้นนี้เป็นภาษายาวีว่า ไต (Tai ) และมีอีกชื่อหนึ่งว่า บูเวาะฮ์ปีงัน (Buah Pingan ) นิยมต้มใบดื่มเป็นชาสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกาย จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ทำให้ดื่มง่าย นอกจากนี้ยังนำน้ำต้มใบบูเวาะฮ์ปีงันนี้มาชงผสมกับกาแฟ ชา โกโก้ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ อีกด้วย
แม่หมอแมะยา อูมา ที่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี แม่หมอรอปีย๊ะ สุดจิต นางแมะหะโล๊ะ มะแซ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เล่าถึงสรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้ว่า ใช้รักษาโรคไต ขับปัสสาวะ ลดอาการร้อนในกระหายน้ำ รักษาอาการปวดเมื่อย คลายเส้น บรรเทาอาการปวดตามไขข้อ บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ทำให้รู้สึกแข็งแรง มีกำลังวังชา ไม่อ่อนเพลีย แม่หมอแมะยายังแนะนำเคล็ดลับในการเด็ดใบมาเป็นยาว่า ให้เด็ดโดยดึงใบขึ้น เพราะมีความเชื่อว่า เมื่อนำไปชงเป็นยาแล้ว จะทำให้คนไข้หรือคนที่รับประทานนั้นมีสุขภาพแข็งแรง อาการเจ็บป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น
ตำรับยา
ยาโรคไต (จากคุณลุงลั้ง เพชรหึง) : ใบใหญ่ประมาณ ๕-๗ ใบ ถ้าใบเล็กก็ใช้ประมาณ ๑๐ ใบ ต้มใส่กา น้ำประมาณ ๑.๕ ลิตร ต้นจนเดือดจะมีกลิ่นหอม ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ดื่มต่างน้ำทั้งวัน ต้มจนยาจืดก็เปลี่ยนใบใหม่ ประมาณทุกๆ ๒ วัน
ยารักษาอาการปวดเมื่อยคลายเส้น ปวดตามไขข้อ บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ทำให้รู้สึกแข็งแรง มีกำลังวังชาไม่อ่อนเพลีย ขับปัสสาวะ (แม่หมอแมะยา อูมา, แม่หมอรอปีย๊ะ สุดจิต) : นำใบสดจำนวน ๓ ใบ ต่อน้ำ ๑ ลิตร มาต้มให้เดือด แล้วนำมาดื่มอุ่นๆ เป็นชาต่างน้ำ หรือนำมาชงผสมกับชา กาแฟ โกโก้ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ก็ได้
ยารักษาโรคไต ล้างไต ขับปัสสาวะ (แม่หมอแมะยา อูมา, แม่หมอรอปีย๊ะ สุดจิต): นำใบสดหรือแห้ง (ตามความสะดวกและความชอบ) จำนวน ๕ ใบต่อน้ำ ๑ ลิตร มาต้มให้เดือด แล้วนำมาดื่มอุ่นๆ เป็นชาต่างน้ำ
ยารักษาโรคไต ขับปัสสาวะลดอาการร้อนในกระหายน้ำ (แม่หมอแมะหะโล๊ะ มะแซ) : นำใบที่ได้ทำการตากพอแห้งแล้ว จำนวน ๓-๕ ใบต่อน้ำ ๑ ลิตร มาต้มให้เดือด แล้วนำมาดื่มอุ่นๆ เป็นชาต่างน้ำ

ข้อควรระวัง
– สมุนไพรชนิดนี้ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยใดๆ เลย มีแต่ประสบการณ์ที่ชาวบ้านใช้เท่านั้น
– ผู้ป่วยเป็นโรคไตต้องระวังเรื่องการได้รับน้ำและเกลือแร่ที่อาจสร้างปัญหาให้ไต หากกินยาต้มก่ายกอม ต้องระวังการได้รับน้ำเกิน และต้องควบคุมปริมาณน้ำตามที่แพทย์แนะนำ
– ท่านที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ หากต้องการใช้ยาสมุนไพร ร่วมกับยาที่แพทย์สั่ง ต้องรับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่าให้ขาด ติดตามผลการรักษากับแพทย์ และคอยสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

น่ารู้
– ผลก่ายกอมกินได้ ผลอ่อนเอามาดองกิน ผลสุกคนกินได้ นกก็ชอบกิน

ปิดการแสดงความเห็น