กล้วยป่า ยาไตจากใบตอง

กล้วยป่า ยาไตจากใบตอง……….โดย ‘พี่ต้อม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa itinerans Cheesman
ชื่องศ์ : MUSACEAE
ชื่อื่น : กล้วยหก กล้วยแดง กล้วยอ่างขาง กล้วยป่าอ่างขาง
ลักษณะทั่วไป : ต้น แตกหน่อห่างๆ ไม่ขึ้นเป็นกอ ลำต้นสูงประมาณ ๒.๕ – ๖ เมตร กาบลำต้นด้านในสีเหลืองอ่อน ด้านนอกสีเขียวอมเหลืองมีประดำเล็กน้อย จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ใบ สีเขียวอมเหลือง มีจุดดำเล็กน้อย ดอก ปลีรูปไข่ ปลายมน ด้านบนสีเหลืองอมม่วงเข้ม ด้านล่างสีครีม ผล เครือหนึ่งมี ๕ – ๗ หวี หวีหนึ่งมี ๙ – ๑๓ ผล รูปร่างป้อมปลายทู่ โคนเรียว เนื้อสีเหลือง มีเมล็ดมาก
การขยายพันธุ์ : แยกหน่อ เพาะเมล็ด
กล้วยป่า ความชุ่มชื้นที่ช่วยบำรุงไต
…..ไตมีธรรมชาติคือ ความชุ่มชื้น ในส่วนประกอบของยาบำรุงไตจึงมักต้องมีสมุนไพรที่มีความชุ่มชื้น มีความเย็น เช่น แห้วหมู อ้อย รากสามสิบ เป็นต้น แต่ไม่เคยนึกว่ากล้วยจะเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยเรื่องไต ทั้งที่ในตำราอินเดียก็บอกว่า คนเป็นโรคความดันโลหิตสูง คนที่เป็นไตอักเสบ ควรกินกล้วยเป็นประจำ ตำรายาพื้นบ้านไทยก็มีที่ใช้รากกล้วย หัวปลี กินเป็นยาบำรุงเลือด
แต่จากการไปเดินป่าที่ดอยตุง เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ได้พบเรื่องราวที่ทำให้ต้องหันกลับมาดูกล้วยป่าในฐานะสมุนไพรบำรุงไต จึงได้กลับมาค้นข้อมูลภาคสนามที่บันทึกไว้ในการไปเก็บความรู้ตามภาคต่างๆ ก็พบว่า มีตำรับที่หมอยากะเหรี่ยงใช้ใบกล้วยป่ามาทำยาลดอาการบวมตามร่างกาย ทำให้ยิ่งมั่นใจว่ากล้วยป่าต้องมีสรรพคุณเกี่ยวข้องกับไตอย่างแน่นอน
ใบตองกล้วยป่า ช่วยแม่เฒ่าลัวะไม่ต้องล้างไต
…..เจ้าของเรื่องราวดังกล่าว คือ ยายสร้อย ตาละปุง แม่เฒ่าชาวลัวะ ปัจจุบันอายุ ๗๙ ปี ย้อนหลังไปในปี ๒๕๕๔ ตอนนั้นแม่เฒ่าซึ่งอยู่ในวัย ๗๒ ปี ต้องเดินทางจากดอยตุงมาล้างไตที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อาทิตย์ละ ๓ ครั้ง สร้างความทุกข์ให้แก่ตัวแม่เฒ่าเองและญาติๆ ที่ต้องคอยมารับส่งเป็นอย่างยิ่ง หลังจากผ่านไป ๒ เดือน แม่เฒ่าสร้อยก็ตัดสินใจว่าจะต้องหาทางเลือกในการรักษา จะได้ไม่ต้องขนกันมาล้างไตไกลๆ เป็นระยะทาง ไป – กลับกว่า 40 กิโลเมตร แม่เฒ่าได้นำใบตองกล้วยป่าแถวๆ บ้านมาต้มกิน พอไปตรวจอีกที หมอบอกว่าไม่ต้องล้างไตแล้ว แม่เฒ่าจึงไม่ต้องไปฟอกไตอีก แต่ยังคงมีการรักษาด้วยยา และมีการตรวจค่าการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันใช้ชีวิตได้แบบปกติ แต่มีการคุมการกินอาหารไม่ให้รสจัด
…..ความรู้สึกแรกที่ได้ยินคือไม่เชื่อว่าคนเป็นไตวายแล้วจะหยุดล้างไตได้ ยกเว้นกรณีเป็นไตวายจากการติดเชื้อ ถ้าหายแล้วก็ไม่ต้องล้างไตอีก จึงขอร้องญาติของยายสร้อยให้ไปขอประวัติการรักษาโรคไตของแม่เฒ่าจากโรงพยาบาล หลังจากกลับมาได้นำเรื่องนี้มาเล่าออกรายการวิทยุ ที่กล้านำมาเผยแพร่ก็เพราะเห็นว่ากล้วยเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัย คนไทยกินแกงหยวกกล้วย กินอาหารที่ห่อด้วยใบตองทั้งสดและนำไปนึ่ง พูดออกวิทยุได้ไม่นานก็ได้รับจดหมายจากท่านผู้ฟังว่า ใบตองกล้วยป่าใช้ต้มกินช่วยเรื่องไตได้
…..การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกล้วยป่ายังมีไม่มาก แต่มีการพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการศึกษาในห้องทดลองซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่เป็นโรคไต ได้แก่ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เพราะมีสารประกอบในกลุ่ม Carotenoids เช่น Alfa-carotene, Beta-carotene, Beta-cryptoxanthin เป็นต้น ช่วยลด Cell oxidative stress ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ต้านการเกิดแผล มีฤทธิ์ในการควบคุมสมดุลของระบบฮอร์โมนและสารไกลโคเจนของร่างกายซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการควบคุมน้ำตาลในร่างกายคนเรา เป็นต้น
ยาต้มใบตองกล้วยป่ารักษาโรคไต
…..ยายสร้อย ตาละปุง อายุ ๗๙ ปี อยู่ที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย  ยายสร้อย เป็นผู้ป่วยโรคไตที่เมื่อ ๖-๗ ปีก่อนเคยอยู่ในระดับไตวาย ต้องทำการฟอกไตต่อเนื่อง ๓ ครั้งต่อสัปดาห์ที่โรงพยาบาลเชียงราย ประชานุเคราะห์ และมีโรคประจำตัวอื่นๆ ร่วมด้วย คือ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ในระหว่างที่รักษาตัวโดยการฟอกไตอยู่นั้น ยายสร้อยสุขภาพแย่มาก เลือดเหนียวข้นเมื่อเจาะเลือดออกมาจะมีสีดำค่อนข้างหนืดไหลช้า หน้าตาซีดเซียวไม่มีแรง แต่เมื่อได้ฟอกไตอาการก็ดีขึ้น หน้าตาดูสดชื่นขึ้น แต่ยังมีอาการเพลีย วิงเวียนอยู่บ้าง
…..ต่อมายายสร้อยได้ทราบสูตรสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคไตมา คือ การกินน้ำต้มใบตองกล้วยป่า ซึ่งในตอนนั้นยายได้ฟอกไตต่อเนื่องมาแล้วกว่า ๔ เดือน (ได้ประวัติจากโรงพยาบาลมาเพียง ๒ เดือนที่ล้างไต) จึงได้ลองต้มยาสูตรนี้กินดูอย่างต่อเนื่อง และควบคุมอาหารอย่างจริงจัง โดยลูกสาว (นิวาริน ตาละปุง หรือมุ)จะเป็นคนคอยปรุงอาหารให้ทุกมื้อ
…..เมื่อไปพบหมอเพื่อจะรับการฟอกไตในสัปดาห์ถัดมาตามนัด หมอพบว่าผลค่าไตดีขึ้น หมอจึงบอกว่าจะฟอกไตไปก่อน แล้วรอดูผลค่าไตใหม่ในสัปดาห์หน้า ถ้าค่าไตเริ่มดีขึ้นแล้วก็อาจจะไม่ต้องฟอกไตอีก ทำให้ทั้งยายสร้อยและครอบครัวมีกำลังใจมาก หมอถามว่ายายไปทำอะไรหรือกินอะไรมา ยายสร้อยก็บอกหมอไปตามตรงว่ากินน้ำต้มใบตองกล้วยป่า จากนั้นยายก็กินน้ำใบตองกล้วยป่านี้แทนน้ำเลย ในสัปดาห์ถัดมาหลังจากตรวจค่าไตใหม่ หมอก็บอกยายสร้อยว่าไม่ต้องฟอกไตแล้ว ค่าไตอยู่ในระดับคงที่แล้ว และถอดสายทุกอย่างให้ยาย
…..การกินน้ำต้มใบตองกล้วยป่านี้นอกจากจะทำให้ยายสร้อยไม่ต้องมาฟอกไตอีก ยังทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วย จากเดิมเจาะเลือดแล้วพบว่าเลือดข้นสีดำไหลช้า ก็กลับมามีเลือดเป็นสีแดงไหลเป็นปกติมากขึ้น หน้าตามีเลือดฝาดไม่ซีดเซียว มีกำลังวังชา ไม่อ่อนเพลียเหมือนแต่ก่อน เดินเหินได้ปกติ
…..ทุกวันนี้ยายสร้อยยังคงกินยาใบตองกล้วยป่าอยู่ แต่จะกินเฉพาะช่วงที่รู้สึกปวดหลังปวดเอว ปัสสาวะหน่วงขัดมีปัญหา และถ้าตรวจค่าไตแล้วหมอบอกว่าค่าไตเริ่มไม่ดี ยายสร้อยก็จะมาต้มน้ำใบตองกล้วยป่านี้กิน
สรุปประวัติผู้ป่วย
……ประวัติการรักษาของยายสร้อย ตาละปุง นี้ ภญ. อัญชัน สุขสวัสดิ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เภสัชกรชำนาญการ ด้านเภสัชกรรมคลินิก ได้รายละเอียดจากญาติที่ไปขอประวัติผู้ป่วยมาจากโรงพยาบาล ๒ แห่งที่แม่เฒ่าไปรับการรักษาและสอบถามเพิ่มเติมจนสรุปได้ดังนี้
                              ประวัติการเจ็บป่วย
โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ (สิงหาคม 2554 – มกราคม 2556)
สิงหาคม – กันยายน 2554 Dx: HTN, DM type2, ESRD (26/7/54 Scr=8.5 mg/dL)
รักษาด้วยยาและการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม แต่ภายหลังแพทย์วินิจฉัยว่าสาเหตุที่ต้องฟอกเลือดเกิดจากภาวะไตวายเฉียบพลัน จึงต้องรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นระยะเวลาสั้นๆ (สองเดือน)
ตุลาคม 2554 Dx: HTN, DM type 2, CKD stage 4 (5/10/58 Scr=3.0 mg/dL)
แพทย์ให้หยุดการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เนื่องจากภาวการณ์ทำงานของไตดีขึ้น จึงเหลือเพียงการรักษาด้วยยา
พฤศจิกายน 2554 – มกราคม 2556 Dx: HTN, DM type2, CKD stage4 (Scr อยู่ในช่วง 1.6 – 2.2 mg/dL)
ภาวการณ์ทำงานของไตคงที่ ไม่ต่างจากเมื่อ ตุลาคม 2554 แพทย์จึงเหลือการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว

โรงพยาบาลชุมชนแม่จัน (เมษายน 2559 – พฤศจิกายน 2561)
เมษายน 2559 Dx: HTN, DM type2, CKD stage3 (Scr= 1.67 mg/dL, GFR= 35 ml/min)
รักษาด้วยยา ภาวการณ์ทำงานของไต ดูเหมือนดีขึ้นเล็กน้อย ปรับ Stage 4 ขึ้นมาเป็น Stage 3 แต่ก็เพียงระยะเวลาสั้นๆ
กรกฎาคม 2559 – กันยายน 2561 Dx: HTN, DM type2, CKD stage4 (Scr อยู่ในช่วง 1.64-2.1 mg/dL, GFR อยู่ในช่วง 21.90 – 30.0ml/min)
รักษาด้วยยา ภาวการณ์ทำงานของไตค่อนข้างคงที่ ใกล้เคียงกับปี 2559
พฤศจิกายน 2561 Dx: HTN, DM type2, CKD stage4 (Scr= 2.4 mg/dL, GFR= 18.64 ml/min)
รักษาด้วยยา ปัจจุบันนี้ภาวะไตของคนไข้แย่ลงพอสมควรเมื่อเทียบกับปี 2556 เมื่อดูค่า GFR พบว่าคนไข้ใกล้เข้าสู่โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย คือมีค่า GFR น้อยกว่า 15 ml/dl
                                          สูตรยารักษาโรคไต
(สัมภาษณ์วันที่ 30 กันยายน 2561 คุณประทีป ตาละปุง หลานยายสร้อยเป็นคนเล่าและแปล)
๑.ใช้ใบกล้วยป่า (ต้นสูง ลำต้นเล็ก ใบใหญ่ หัวปลีใช้เป็นอาหารกินอร่อย ผลสีแดง ไม่นิยมกินผลเพราะมีเมล็ดเยอะ) เลือกใช้ใบกล้วยที่มีสภาพสมบูรณ์ ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ตัดเอาเฉพาะใบทั้งสองข้างยกเว้นส่วนปลายๆ ของใบ (ยายสร้อยมีความเชื่อว่าส่วนยอดไม่ควรกิน รวมทั้งยอดผักอื่นๆ ด้วย) แล้วนำใบกล้วยมาพับม้วนเป็นห่อ
๒. แต่งกลิ่นรสของยาต้มด้วยการใส่ใบเตยสดหรือแห้งลงไปด้วยประมาณ ๑ กำมือ หรือ ๒-๓ ยอด เพื่อช่วยดับกลิ่นเหม็นเขียวของใบกล้วย ทำให้สามารถรับประทานยาได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำห่อใบกล้วยและใบเตยใส่กาน้ำ เติมน้ำให้ท่วมตัวยา หรือประมาณใบกล้วยสด ๑ ใบเต็ม ต่อน้ำ ๕ ลิตร
๓.นำกาขึ้นตั้งไฟ ต้มไฟปานกลางไปเรื่อยๆ จนน้ำยาต้มออกสีเหลือง กรองเอาน้ำดื่ม ดื่มต่างน้ำ น้ำที่เหลือกรอกใส่ขวดแช่ตู้เย็นเก็บไว้กินภายหลังได้
น่ารู้
– กล้วยป่า หรือเรียกกันทั่วไปว่า “กล้วยหก” มีลำต้นสูง ๓-๔ เมตรหรืออาจจะสูงกว่านี้ได้ พบมากทางป่าภาคเหนือของไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์ มักขึ้นในป่าที่มีลำธาร ใบนำมาใช้ห่อข้าว เปลือกผลสีชมพูอมม่วง ผลมีเมล็ดมากจึงไม่นิยมรับประทาน ปลีอ่อนใช้ประกอบอาหาร การรับประทานปลีอ่อนเป็นที่แพร่หลายในหมู่ชาวเขา รสชาติอร่อยจนติดใจ โดยนำปลีอ่อนมาต้มจนเปื่อย แล้วสับรวมกับหมูสับที่ลวกสุก ใส่พริก เกลือ ผักชีฝรั่ง ผงชูรสนิดหน่อย ห่อด้วยใบตองกล้วยหก แล้วนำไปนึ่งหรือย่างก็ได้ (ย่างจะอร่อยกว่า)
ข้อควรระวัง
– การใช้กล้วยป่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
– ท่านที่จะเลือกใช้ต้องสอบถามแพทย์ที่ดูแลเรื่องปริมาณน้ำที่จะได้รับ เนื่องจากเป็นยาต้ม
– ท่านต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำเรื่องอาหารทั้งชนิด ปริมาณ น้ำ และเกลือแร่ อย่างเหมาะสม

ปิดการแสดงความเห็น