ตำรับยาชะลอวัย ไกลโรค

ตำรับยาชะลอวัย ไกลโรค

..การกินยาอายุยืน ยาบำรุง หรือยาอายุวัฒนะ เป็นวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่งของคนตะวันออก ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแต่การบำบัดรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การฟื้นฟูสุขภาพ ในการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านของภาคต่างๆ มีตำรับยาเหล่านี้มากมาย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น ๔ กลุ่มหลักๆ กลุ่มแรก ได้แก่ยาบำรุงธาตุ ซึ่งจะมีส่วนประกอบของสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยย่อยอาหาร เช่น สมุนไพรเครื่องเทศ สมุนไพรที่มีรสขม กลุ่มที่สอง คือ ยาบำรุงกำลังให้มีแรงทำไร่ไถนา สมุนไพรสำคัญๆ ในกลุ่มนี้มี กำลังทรพี ม้ากระทืบโรง เป็นต้น กลุ่มที่สาม เป็นยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศ จะใช้สมุนไพรหลายอย่าง เช่น กระชาย หมามุ่ย ตดหมูตดหมา กลุ่มที่สี่เป็นยาบำรุงเฉพาะกลุ่ม เช่น เด็กที่เป็นซางตานขโมย ผู้หญิงหลังคลอด เป็นต้น อย่างไรก็ตามยาหลายตำรับจะมีสรรพคุณผสมกันระหว่างสองกลุ่ม เช่น บางตำรับจัดเป็นทั้งยาบำรุงธาตุและยาบำรุงกำลัง บางตำรับเป็นยาบำรุงธาตุและยาบำรุงเฉพาะกลุ่มไปในตัว
..ตามคัมภีร์แพทย์แผนไทยนั้น ช่วงปัจฉิมวัยหรือวัยชราจะเริ่มตั้งแต่อายุ ๓๒ ปี ซึ่งก็หมายความว่าอวัยวะต่างๆ ในร่างกายจะเริ่มเสื่อมไปตามลำดับ ดังนั้นตั้งแต่วัยนี้เป็นต้นไป จึงควรจะใส่ใจดูแลสุขภาพ เพื่อชะลอความเสื่อมที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนเราไม่รู้ตัว หากปล่อยปละละเลยความเสื่อมที่สะสมก็อาจทำให้ความชราปรากฏให้เห็นเร็วขึ้น หรือทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็ไม่สามารถแก้ไขเยียวยาได้แล้ว
..ในทางการแพทย์แผนไทยอธิบายว่า ในปัจฉิมวัยจะมีวาตะเป็นเจ้าเรือน คุณสมบัติแห้งและเย็นของวาตะจะแสดงผลอย่างชัดเจนในปัจฉิมวัยตอนปลาย คือ น้ำหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ จะแห้ง ผิวจะแห้ง ธาตุไฟจะอ่อนแรง การย่อยอาหารไม่ดี ทำให้มีอาการท้องอืดท้องผูกง่าย ทั้งยังมีอาการนอนไม่หลับ ความคิดสับสน ดังนั้นยาบำรุงสำหรับผู้สูงอายุส่วนใหญ่ควรจะเป็นยาบำรุงธาตุ ซึ่งมักจะประกอบด้วยสมุนไพรที่รสเผ็ด อุ่น ฉุน หอม เพื่อช่วยย่อยอาหาร เช่น พริกไทย สมุนไพรที่มีรสขมเพื่อไปกล่อมตับทำให้ตับไม่ร้อนเกินไป สามารถทำงานในการสร้างไฟธาตุ (น้ำย่อย) ได้ปกติ เช่น ขมิ้น สมุนไพรเพื่อช่วยในการขับถ่าย เช่น สมอ สมุนไพรที่มีคุณสมบัติชุ่มชื้น เช่น มะตูม รากสามสิบ ยอ และมีสมุนไพรรสมันเพื่อไปชดเชยความแห้ง เช่น แห้วหมู ถ้าหากต้องการบำรุงสมรรถภาพทางเพศก็ควรเป็นยาบำรุงที่มีสมุนไพรอย่างกระชายรวมด้วย

ตำรับยาอายุวัฒนะ ชะลอวัยไกลโรค
ยาอายุวัฒนะ
.ตำรับที่ ๑ : มะตูมแห้ง ๑ ส่วน กล้วยน้ำว้าดิบตากแห้ง ๑ ส่วน พริกไทย ๒ ส่วน ผสมกันบดเป็นผง เวลาปั้นเม็ดใช้มะตูมแห้งต้มเคี่ยว เอาน้ำมาผสมกับยาผงในครกตำให้เข้ากันดีแล้วปั้นเป็นเม็ด เม็ดละ ๕๐๐ มิลลิกรัม หรือจะใช้น้ำผึ้งผสมผงยาก็ได้ รับประทานครั้งละ ๓ เม็ด ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ เช้า-เย็น บำรุงกำลัง ไม่อ่อนเพลีย ไม่เหนื่อยง่วง บำรุงประสาท กินประจำ จะไม่แก่เร็ว
.ตำรับที่ ๒ : รากสามสิบ ๑ ชั่ง รากโคกกระสุน ๑ ตำลึง บอระเพ็ด ๑๕ ตำลึง ตำผง เอาน้ำผึ้ง ๑ ตำลึง คลุกตั้งไฟให้สุกอย่าให้ไหม้ กินครั้งละหัวแม่มือทุกวัน กินแล้วมีกำลังดังหนุมาน งามดังพรามนะละเทพ มีปัญญาดังพระมโหสถ เสียงเพราะดังนกการเวก
.ตำรับที่ ๓ : หึ่งอากาศ (น้ำผึ้ง) พาดยอดไม้ (บอระเพ็ด) ไหง้ธรณี (แห้วหมู) หนีสงสาร (ผักเสี้ยนผี) ไปนิพพานไม่กลับ (ขมิ้น) อย่างละเท่าๆ กัน ทำเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทราไทย กินครั้งละ ๑-๒ เม็ด เช้า เย็น
.ตำรับที่ ๔ : เกสรบุนนาค ๓ บาท สมอพิเภก ๓ บาท มะขามป้อม ๓ บาท ลูกเร่ว ๓ บาท ลูกราชดัด ๓ บาท ว่านน้ำ ๓ บาท ดีปลี ๓ บาท ขิงแห้ง ๓บาท บดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน กินครั้งละ ๑-๒ เม็ด เช้า เย็น
.ตำรับที่ ๕ : บอระเพ็ด ๑๘ บาท กระเทียม ๙ บาท เหง้ากระชาย ๖ บาท พริกไทยล่อน ๓ บาท ดีปลี ๓ บาท ขิงแห้ง ๓ บาท แห้วหมู ๓ บาท ยาดำ ๓ บาท ย่านาง ๓ บาท ลูกยอแห้ง ๓๙ บาท ทำทั้งหมดมาบดผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทราไทย กินครั้งละ ๒ เม็ด เช้า เย็น กินแล้วไม่รู้จักเหนื่อย
.ตำรับที่ ๖ : บัวบก ๑ กระเทียม ๑ ลูกยอ ๑ พริกไทย ๑ คำเป็นผง ผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน ๒ เม็ด เช้า เย็น เอามะตูมนิ่มตากแดดแห้ง ๒๐ บาท กระชายตากแห้ง แห้วหมูตากแห้ง พริกไทยล่อน สิ่งละ ๑๐ บาท รวมตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนรับประทาน กินแล้วไม่แก่เฒ่า ไม่มีโรค
.ตำรับที่ ๗ : เกสรดอกบุนนาค หนัก ๒ บาท สมอพิเภก หนัก ๓ บาท สมอไทยหนัก ๓ บาท มะขามป้อม หนัก ๓ บาท ดีปลีแห้ง หนัก ๓ บาท ลูกเร่ว หนัก ๔ บาท ขิงแห้ง หนัก ๓ บาท ว่านน้ำ หนัก ๓ บาท ลูกราชดัด หนัก ๒ บาท เอาส่วนผสมทั้งหมดบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งรับประทานครั้งละเท่าลูกพุทรา รับประทานเป็นประจำ แก้โรคกษัย โรคลม โรคในตัวทั้งปวง และทำให้ผิวเหมือนเด็กรุ่น
.ตำรับที่ ๘ : ผักหนอก (บัวบก) ๔ บาท พริกไทย ๑ บาท ตำผงแล้วแช่น้ำผึ้ง หากกินได้หนึ่งเดือน ป้องกันโรคได้ทั้งหมด กิน ๒ เดือน เนื้อผิวหนังฮ่างหลี (รูปร่างดี สวยงาม) กินเวลาสามเดือน ปลอดจากโรคทั้งหมด กินสี่เดือน ร่างกายโตใหญ่ กินห้าเดือน มีพลังมาก หนุ่มก็หนุ่มขึ้น กินเก้าเดือน กั้ด หอก ดาบ กั๊ดก้อง คือ ยิงฟันไม่เข้า
.ตำรับที่ ๙ : ให้เอาลูกยอเท่ากับอายุตัวเอง พริกไทยหนักสองบาท แล้วเอาน้ำตาลทรายหนักหนึ่งกิโลกรัมเทลงไปในโหลเจ็ดวัน ให้กินวันละหนึ่งลูกจนกว่าจะหมด
.ตำรับที่ ๑๐ : ท่านให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ หนัก ๒ กก. หัวแห้วหมู หนั ๒ กก. พริกไทยล่อนหนักเท่ายาทั้งหลาย (คือหนัก ๔ กก.) นำมาตากแดดให้แห้ง ตำเป็นผง ใส่ภาชนะ ใส่น้ำผึ้งแท้ให้ท่วมยา ดอกไว้ ๓ วัน ปั้นเป็นลูกกลอน ใช้รับประทานเวลา เช้า เย็น เป็นประจำทุกวัน มีสรรพคุณทำให้มีสุขภาพอนามัยดี มีอายุยืนนานแล
.ตำรับที่ ๑๑ : บอระเพ็ด ๗ ถ้วย กานพลูเท่าอายุ มะขามเปียกสด ๕ ถ้วย ใบมะขามแขก ๑ ถ้วย เกลือ ๓ ถ้วย บดเป็นผงกินกับน้ำร้อน ครั้งละ ๑ ช้อนชา เช้า เย็น กินเป็นประจำร่างกายจะแข็งแรงปราศจากโรคภัยเบียดเบียน
.ตำรับที่ ๑๒ : ท่านให้เอาต้นเหงือกปลาหมอหนัก ๓ ตำลึง พริกไทยล่อน หนัก ๑ ตำลึง หัวแห้วหมู หนัก ๑ ตำลึง ตากให้แห้ง ตำผงละลาย ผสมน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหารเย็น ทำให้ตาแจ่มใส บำรุงเส้น รักษาน้ำเหลือง
.ตำรับที่ ๑๓ : ท่านให้เอาบอระเพ็ด หนัก ๖ บาท กระเทียมแกง ๓ บาท พริกไทยล่อน ๒ บาท ขิงแห้ง ๑ บาทลูกยอหนักเท่ายาทั้งหลาย ยาดำ หนัก ๓ บาท ยาทั้ง ๖ อย่างนี้ ตากแดดให้แห้ง ทำเป็นยาผง รับประทานวันละ ๑ ครั้ง หรือ ๒ ครั้งก็ได้ ละลายน้ำผึ้งรับประทานอยู่หนึ่งเดือน โรคภัยหายหมด มีผิวพรรณวรรณะผ่องใส กลับเป็นหนุ่มเป็นสาว
.ตำรับที่ ๑๔: ท่านให้เอาพริกไทยล่อน ๔ บาท หัวแห้วหมู ๔ บาท กระชาย ๔ บาท บอระเพ็ด ๑๒ บาท ทำเป็นยาผงรับประทานเป็นประจำ ท่านจะมีอายุยืนนาน ๑๐๐ ปี ละลายน้ำผึ้ง โรคต่างๆ จะไม่มี
.ตำรับที่ ๑๕ : ท่านให้เอา พริกไทยล่อน แห้วหมู กระชาย บอระเพ็ด สิ่งละ ๓ บาท ทำผง ละลายน้ำผึ้งกินดีนักแล
.ตำรับที่ ๑๖ : ท่านให้เอาหัวแห้วหมู รากแจง สมอเทศ สมอไทย สมอพิเภก สมอดีงู กระเทียม ดีปลี ขิงแห้ง หัวข่าเล็ก บอระเพ็ด มะขามป้อม ยาขนานนี้ดีมาก ท่านให้สิ่งละเท่าๆ กัน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งเป็นกระสาย รับประทานหลังอาหารเย็น ยาขนานนี้ คนอายุ ๓๐ ปีขึ้นไป ก็รับประทานได้ นอกจากนั้นคนที่ท้องผูกก็ดีมาก เพราะมันมีการระบายน้อยๆ
.ตำรับที่ ๑๗ : ท่านให้เอาโด่ไม่รู้ล้ม กระชาย พริกไทยล่อน โสมแดง เมล็ดลูกยอ เหงือกปลาหมอแดง ดีปลี ฟ้าทะลายโจร หัวแห้วหมู ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้ง ปั้นเม็ดเท่าเม็ดในพุทรา รับประทานทุกวัน วันละ ๒ เม็ด ท่านโปรดรับประทานดูเถิดจะแข็งแรงดี
.ตำรับที่ ๑๘ : แห้วหมู กระชาย พริกไทย หนักสิ่งละ ๕ ตำลึง ต้มตากแดดตากน้ำค้าง กินเช้า เย็น หรือจะปั้นเม็ดกินกับน้ำผึ้งก็ได้
.ตำรับที่ ๑๙ : ท่านให้เอาเถาบอระเพ็ดสด ล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนประมาณ ๒ องคุลี ดองกับน้ำผึ้งแท้ เก็บไว้ประมาณ ๑๕-๓๐ วัน รับประทานก่อนนอน ครั้งละ ๑-๒ ท่อน ทุกวัน มีสรรพคุณบำบัดโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เลือดลมเดินสะดวก ไม่ปวดเมื่อยร่างกาย มีอายุยืนแล ฯ
.ตำรับที่ ๒๐ : ท่านให้เอามะตูมอ่อน ๑ ผล คว้านเอาเนื้อในออกให้หมด แล้วบรรจุพริกไทยล่อนให้เต็มผลมะตูม แล้วหั่นผลมะตูมให้เป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง บดให้ละเอียด ผสมน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา เก็บใส่โหลไว้ ใช้รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด วันละ ๒ เวลา เช้า เย็น มีสรรพคุณทำให้มีสุขภาพอนามัยดียิ่งนักแล ฯ
.ตำรับที่ ๒๑ : รากสามสิบหนัก ๖๐๐กรัม บอระเพ็ดหนัก ๖๐๐ กรัม ใบหนาดหนัก ๖๐๐ กรัม ใบมะตูมหนัก ๖๐๐ กรัม ยาทั้งหมดตากแดดให้แห้งแล้วบดเป็นผง ผสมย้ำผึ้งเดือนห้ากินเป็นยาอายุวัฒนะแล ฯ
ยาอายุวัฒนะชื่อวายุเวก : เอาดอกจันทน์ กระวาน กานพลู สมุลแว้ง มหาหิงคุ์ ชะเอมเทศ ลูกจันทน์ พริกไทย หัศคุณเทศ สิ่งละเท่ากัน ตำประสมด้วยกันให้ละเอียดกินกับน้ำผึ้ง เม็ดโตเท่าเม็ดพุทธรักษาเป็นยาอายุวัฒนะ
ยากำลังราชสีห์ขนานที่ ๕ : ท่านให้เอาพริกไทยล่อน ๘ บาท หัวแห้วหมู ๘ บาท หัวกระชายแห้ง ๘ บาท บอระเพ็ด ๘ บาท เกลือสะตุ ๘ บาท ยาทั้ง ๕ อย่างนี้ ตำเข้าด้วยกัน นำใส่ภาชนะ ใส่สุราให้ท่วมยา ปิดฝาให้สนิทดี อย่าให้น้ำเข้าได้ แล้วนำไปฝังโคลนชายน้ำ ในวันแรม ๑๔ ค่ำ พอขึ้น ๑๕ ค่ำของเดือนใหม่ ให้นำยานี้มารับประทานก่อนมื้ออาหารมื้อเย็นวันละ ๑ ถ้วยตะไล จะปราศจากโรคภัยทั้งปวง มีกำลังวังชายิ่งกว่าหนุมาน ถ้าท่านรับประทานประจำ คำว่าแก่จะไม่มีกับท่าน ผิวพรรณวรรณะจะผ่องใส่ มีพลังดีกว่าหนุ่มๆ สาวๆ

ปิดการแสดงความเห็น