หญ้าคา ผู้รักษาธาตุดิน

หญ้าคา ผู้รักษาธาตุดิน………..โดย พี่ต้อม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Imperata cylindrica (L.) Raeusch.
ชื่อวงศ์ : POACEAE (GRAMINEAE)
ชื่ออื่น : หญ้าหลวง Alang-alang, Blady grass, Cogongrass, Japanese bloodgrass, Kunai grass, Lalang, Thatch grass
ลักษณะทั่วไป : ไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า ลำต้นอยู่ใต้ดินเป็นเส้นกลมสีขาวทอดยาว ข้อชัดเจน ผิวเรียบ หรืออาจมีขนอยู่บ้างเล็กน้อย สามารถแตกกิ่งก้านสาขา แผ่และงอกเป็นกอใหม่ๆ ได้มากมายหลายกอ ใบแตกออกมาจากลำต้นที่อยู่ใต้ดิน ใบแบนเรียวยาว ออกดอกเป็นช่อรูปทรงกระบอก ดอกย่อยอยู่ติดกันแน่น เมื่อแก่เป็นขนฟูสีขาว ในหนึ่งต้นสามารถผลิตเมล็ดได้มากถึง ๓,๐๐๐ เมล็ด
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด แยกกอ

หญ้าคา ทหารกล้า ฟื้นผืนดิน
…..หญ้าคาเป็นวัชพืชที่กำจัดยากมากจนเป็นศัตรูตัวฉกาจของเกษตรกร แต่ในอีกด้านหนึ่งหญ้าคาเป็นทหารกล้าหน่วยแรกที่บุกเบิกเข้าไปในพื้นที่ที่ดินเสื่อมโทรมอย่างหนักจนพืชอื่นขึ้นไม่ได้ ในทางพฤกษศาสตร์นั้นเป็นที่รู้กันว่า หลังจากผืนดินถูกทำลายจากสาเหตุธรรมชาติ เช่น ไฟป่า น้ำท่วม หรือจากกิจกรรมมนุษย์ เช่น การไถพรวนและตัดถางป่า พืชที่ขึ้นมาใหม่ในตอนแรกๆ จะเป็นพืชที่ทนทานบางชนิดอย่างหญ้าคานี่แหละ หญ้าคามีรากลึกและแข็งแรงสามารถจะชอนไชไปในดินที่แน่นแข็ง ทำให้น้ำและอากาศแทรกซึมลงไปในดินได้จนดินโปร่งขึ้นและปลดปล่อยธาตุอาหารออกมา ในที่สุดต้นไม้อื่นๆ ก็ทยอยกันเข้ามาสมทบจนกลับมาเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์
หญ้าคา หญ้าอมตะในตำนาน
…..ความอึดของหญ้าคานี้มีตำนานเล่าต่อๆ กันมาว่า หญ้าคาเป็นต้นไม้ที่ไม่มีวันตาย อยู่หลายตำนานตำนานหนึ่งมีอยู่ว่า คราหนึ่งพญาครุฑจะเอาน้ำอมฤตที่ชิงมาได้ไปแลกกับอิสรภาพของมารดาตนซึ่งตกเป็นทาสของเหล่านาค พญาครุฑวางแผนให้พระอินทร์มาซุ่มอยู่ในดงหญ้าคาซึ่งเป็นสถานที่แลกเปลี่ยน พอพญาครุฑยื่นน้ำอมฤตให้นาคและได้ตัวมารดามา พระอินทร์ที่คอยท่าอยู่ก็โผล่ออกมาคว้าโถน้ำอมฤตเหาะหนีไป น้ำอมฤตส่วนหนึ่งกระฉอกตกลงมาโดนต้นหญ้าคา ด้วยความเสียดายนาคจึงรีบเข้ามาเลียหญ้าคา จึงถูกใบหญ้าบาดลิ้น ทำให้นาคซึ่งเป็นต้นตระกูลของงูมีลิ้นสองแฉกมาตั้งแต่บัดนั้น ส่วนหญ้าคาก็กลายเป็นพืชที่ไม่มีวันตายด้วยเหตุนี้
…..อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า พญาครุฑต้องการได้น้ำอมฤตไปแลกกับอิสรภาพของมารดา จึงนัดแนะกับพระอินทร์ให้ไปชิงเอาน้ำอมฤตที่เทวดากับยักษ์ช่วยกันกวน พอกวนเสร็จยักษ์จะขอกินบ้าง แต่ฝ่ายเทวดากลับไม่ยอม ทั้งๆ ที่เหนื่อยมาด้วยกัน ก็เลยยื้อแย่งกันจนน้ำอมฤตหกลงมาถูกต้นหญ้าคา เลยทำให้หญ้าคากลายเป็นต้นไม้อมตะ ใครจะถางยังไงก็ไม่ตาย
…..ประโยชน์ของหญ้าคามีมากมาย ตั้งแต่ใช้มุงหลังคา ที่ได้ชื่อหญ้าคาก็คงเป็นเพราะเหตุนี้ หรือใช้ทำแปลงโดยมัดต้นแผ่เป็นแผ่นแบน ๆ ทุบให้แตก ตัดใบทิ้ง ใช้เป็นแปรงฉาบน้ำปูนตามกำแพงหรือผนังตึกได้ ในทางพิธีกรรมหญ้าคาถือเป็นไม้มงคลที่นำมาใช้พรมน้ำมนต์ในพิธีต่างๆ

หญ้าคา บำรุงเสมหะ ปกป้องไต

Exif_JPEG_PICTURE

…..รากหญ้าคามีรสหวานชุ่ม ในทางการแพทย์แผนไทยบอกว่า พืชที่มีคุณสมบัตินี้จะมีฤทธิ์บำรุงเสมหะ (น้ำและดิน) ซึ่งเป็นธรรมชาติของไต หญ้าคาจึงเป็นสมุนไพรที่เข้ายาไตหลายตำรับ รากหญ้าคามีคุณสมบัติทางบำรุงเช่นเดียวกับอ้อยดำ จึงเป็นส่วนประกอบอยู่ในตำรับยากษัยไตพิการ
ในตำรายาจีนใช้หญ้าคาเข้ายาหลายตำรับ ส่วนที่ใช้คือ รากและเหง้าซึ่งมีรสชุ่ม เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอด กระเพาะอาหาร และกระเพาะปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ ขัดเบา กระเพาะปัสสาวะอักเสบ รักษานิ่วในทางเดินปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ ใช้เป็นยาห้ามเลือด แก้อาเจียนเป็นเลือด ห้ามเลือดกำเดา แก้ร้อนในทางปอด ไอหอบ แก้ดีซ่าน หนองใน ไตอักเสบบวมน้ำ สตรีที่ตกเลือด ขับระดูขาว ภายนอกใช้เป็นยาห้ามเลือด
…..ส่วนตำรายาไทยกล่าวไว้ว่า รากหญ้าคารสจืด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ เป็นยาขับปัสสาวะ บำรุงไต แก้ดีซ่าน ตาเหลือง ตัวเหลือง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หมอยาพื้นบ้านใช้รากหญ้าคาในตำรับยาริดสีดวง ยาโรคกระเพาะ ยาแก้ร้อนใน ปัสสาวะมีสีเหลือง นิ่ว หรือเวลาปัสสาวะแล้วปวดขัด แม่หมอมุสลิมทางภาคใต้ใช้รากหญ้าคาเป็นยาฟื้นฟูร่างกายสตรีหลังคลอด รากหญ้าคาเป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำจับเลี้ยงและยาขม เช่น ยาขมน้ำเต้าทอง เป็นต้น ชาวบ้านนิยมนำรากหญ้าคามาล้างให้สะอาดก่อนจะนำไปคั่วไฟอ่อนๆ ให้เหลือง ชงดื่มแทนน้ำเป็นยาช่วยลดความดัน บำรุงไต ช่วยขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้อ่อนเพลีย และกำจัดสารพิษ
…..การศึกษาวิจัยการใช้หญ้าคาในคนปกติพบว่า ไม่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ส่วนการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ไม่มีฤทธิ์ลดเบาหวาน แต่มีฤทธิ์หลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อไต เช่น ฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ต้านเลือดเหนียว ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ลดความดัน ปกป้องไตจากยาที่ทำลายไต ป้องกันการเกิดก้อนนิ่ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการป้องกันตับ ปกป้องสมอง ต้านเชื้อแบคทีเรีย อีกด้วย ในการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรังของหญ้าคาพบว่าไม่มีความเป็นพิษ
ตำรับยา
…..ยาแก้โรคกษัย อาการดังนี้ เช่นเบาเหลือง ตัวเหลือง ตาเหลือง ผอมแห้ง : ผักเสี้ยนผี เม็ดฝ้ายหีบ โคกกระสุน ผักเป็ดแดง แก่นประดู่ เถาวัลย์เปรียง รากหญ้าคาเท่ายาทั้งหลาย ส่วนยา ๖ อย่างนั้น ให้เอาสิ่งเท่าๆ กัน ต้มกิน
…..ยาขับเลือดคั่งให้ออกให้หมดสำหรับสตรีหลังคลอดใหม่ๆ แก้อาการปวดเมื่อย ขับปัสสาวะ ช่วยรักษาอาการปวดขณะปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะติดขัดกะปริบกะปรอย(แม่หมอแอเสาะ มางะ แม่หมอนิปะห์ นิเฮง แม่หมอซารีเปาะ แวกาจิ และแม่หมอมือลอ มะแซ) : นำราก (ได้ทั้งสดและแห้ง) ประมาณ ๑ กำมือต่อน้ำ ๑ ลิตร มาตัดหัวตัดท้าย นำมาต้มให้เดือด แล้วนำมาดื่มอุ่นๆ ครั้งละ ๑/๒ – ๑ แก้วชา วันละ ๓ เวลา เช้า เที่ยง และเย็น หลังอาหาร หรือทุกครั้งเมื่อมีอาการจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ
…..ยาแก้ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ (แม่หมอแอเสาะ มางะ แม่หมอนิปะห์ นิเฮง แม่หมอซารีเปาะ แวกาจิและ แม่หมอมือลอ มะแซ) : นำรากที่ได้ทำการตากจนแห้งแล้ว ประมาณ ๑ กำมือต่อน้ำ ๑ ลิตร มาต้มให้เดือด แล้วนำมาดื่มอุ่นๆ ครั้งละ ๑/๒ แก้วชา วันละ ๓ เวลา เช้า เที่ยง และเย็น หลังอาหาร
…..ยาโรคกระเพาะอาหาร : รากสาบเสือ รากหญ้าคา ไมยราบทั้ง ๕ ต้มกินต่างน้ำ
…..ยาปัสสาวะสีเหลือง นิ่ว หรือปัสสาวะปวดขัด : รากหญ้าคา หญ้าเจ้าชู้ทั้ง ๕ ไมยราบ ทั้ง ๕ หัวย่านลิเภา รากหญ้าคมปาว ต้มพอน้ำแดงๆ ก็กินได้ กินต่างน้ำ
…..ยาแก้พวน (ร้อนใน) : ฮากหญ้าขัดหนึ่ง รากหญ้าคาหนึ่ง หญ้าปากควายหนึ่ง ผักหวานบ้านหนึ่ง ผักก้านตง(คันทรง) หนึ่ง อ้อยดำหนึ่ง มาตำเอาน้ำปั้นให้กินแดทาแดดีแล
…..ยาแก้ปวดหัว : รากหญ้าปากควาย ๓ กำมือ รากน้ำแน่ (รางจืด) ๓ กำมือ รากแพงคำร้อย ๓ กำมือ ตาอ้อยดำ ๓ ตา ถั่วสะแดด (ถั่วลาย) ข้าวจ้าว รากหญ้าคา ตำเอาน้ำ แล้วต้มกินดี
…..ยาแก้ออกหัด กระหายน้ำ : ใช้รากแห้ง ๓๐ กรัม ต้มเอาน้ำดื่มบ่อย ๆ
…..ยาแก้พิษไข้ แก้ไข้หัด (แม่หมอซารีเปาะ แวกาจิ และแม่หมอมือลอ มะแซ) : นำทั้งต้นหรือเฉพาะส่วนใบ (สด) ขนาดพอประมาณ มาต้มกับน้ำให้เดือด รอให้อุ่น แล้วนำมาใช้เช็ดตัวหรืออาบร่างกายให้ทั่ว โดยที่ไม่ต้องล้างหรืออาบด้วยน้ำสะอาดตาม ควรทำบ่อยๆ จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ
…..ยาแก้ไข้อีสุกอีใส (แม่หมอซารีเปาะ แวกาจิ และแม่หมอมือลอ มะแซ) : นำใบหญ้าคา (สด) ขนาดพอประมาณ มาตำผสมกับข้าวสารที่ได้ทำการแช่น้ำจนพองตัวแล้วให้ละเอียด แล้วนำมาผสมกับน้ำเล็กน้อยให้เข้ากัน จากนั้นนำมาประหรือทาตามตัวให้ทั่วบริเวณที่มีอาการบ่อยๆ จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ
…..ยาแก้ฝี ริดสีดวงทวาร แก้แผลเน่าเปื่อย มีน้ำหนอง : นำรากสดมาตำผสมกับยอดตาขมิ้น และข้าวสารที่ได้ทำการแช่น้ำจนพองตัวแล้วให้ละเอียด แล้วนำมาพอกแผลบริเวณที่มีอาการบ่อยๆ จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ

ปิดการแสดงความเห็น