ผักขมหิน ยาไตอายุรเวท

ผักขมหิน ยาไตอายุรเวท………..โดย‘พี่ต้อม’

ชื่อวิทยาศาสตร์ Boerhavia diffusa L.
ชื่อวงศ์ : NYCTAGINACEAE
ชื่ออื่น : ผักเบี้ยหิน ผักปั๋งดิน ผักเมียก ผักขมฟ้า ผักโหมฟ้า ปังแป ผักปังแป นังกู่แซ
ลักษณะทั่วไป : ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง ๑ เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านมาก ตั้งตรงหรือทอดเลื้อยขนานไปตามพื้น ลำต้นกลมสีเขียวปนแดง ยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ขนาดไม่เท่ากัน รูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปใบหอก แผ่นใบค่อนข้างหนา สีเขียว ท้องใบสีนวล ดอกช่อแยกแขนง ลักษณะเป็นช่อกระจุกคล้ายซี่ร่มแยกแขนง ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ผลเป็นผลแห้ง รูปคล้ายกระบอง เป็นสัน ๕ สันตื้นๆ ผิวมีขนจับดูจะเหนียวมือ
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
ผักขมหิน ไทยกินเป็นยา และอาหาร
…..ผักขมหินเป็นพืชที่ขึ้นได้ทั่วไป คนไม่รู้จักก็คิดว่าเป็นวัชพืช แต่เป็นผักของทางภาคใต้และภาคอีสาน แม่หมอซารีเปาะ แวกาจิ แม่มือลอ มะแซ อำเภอรามัน แม่ตีเมาะ รงโซะ คุณบันนังบารู เปาะเส้ง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา คุณนิปะห์ นิเฮง คุณอีนอ ลาโละ จังหวัดนราธิวาส เล่าว่า ใบอ่อนและต้นอ่อนของผักขมหิน สามารถนำมาลวก ต้มห่อใบตองแล้วปิ้งไฟ หรือวางบนฝาหม้อร้อนๆ นำมากินเป็นผักจิ้มน้ำบูดูหรือน้ำพริก และนิยมนำมาใส่ในแกงเลียง แกงจืด แกงหน่อไม้ แกงกะทิ และอื่นๆ ส่วนภาคอีสานนิยมนำไปแกงส้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก คนไทใหญ่นำผักขมหินมาทำเป็นผง ผสมแป้ง ทำขนม นึ่งกิน หรือทอดกิน ผสมแป้งสาลีทำอิ่วจาก้วยหรือปาท่องโก๋กิน เชื่อว่าจะทำให้มีเรี่ยวแรง
…..การใช้ผักขมหินในบ้านเราได้เลือนหายไปเหมือนการใช้สมุนไพรจำนวนมาก แต่โชคดีที่แม่หมอยาเมาะซูพะห์ หรือ นางนิปะห์ นิเฮง อายุ ๖๘ ปี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ยังคงใช้สมุนไพรต้นนี้อยู่ ท่านเล่าว่า ความรู้เกี่ยวกับต้นผักขมหินนั้นท่านได้เรียนรู้และสังเกตมาจากยายซึ่งเป็นหมอตำแยในสมัยนั้น (เสียชีวิตแล้วกว่า ๔๐ ปี ) และได้นำผักขมหินมาใช้เป็นทั้งอาหารและยารักษาโรค ยายของท่านเป็นแม่ค้า ชอบเก็บพืชผักต่างๆ รวมทั้งผักขมหิน เอามามัดเป็นกำๆ ไปวางขายในตลาด มีลูกค้าประจำเป็นคนจีนชอบมาสั่งซื้อผักขมหิน บางครั้งก็สั่งเยอะเป็นพิเศษ จากการได้พูดคุยด้วยจึงได้รู้ว่า สามารถนำมาใช้รักษาโรคไตได้ด้วย
…..การใช้ผักขมหินของหมอยาพื้นบ้านไทย ภาคเหนือใช้ทั้งต้น ต้มอาบแก้คันผิวหนัง ใช้ต้มอาบก่อนคลอดลูก ๑๐ วัน ให้ต้มอาบ ๓ มัด จะทำให้คลอดลูกง่าย ใช้ต้มดื่มแก้ตัวบวมที่เกิดจากโรคไต ใบเข้ายาต้มอาบอยู่เดือน (อยู่ไฟ) และบำรุงเลือด ยาพื้นบ้านอีสานใช้ ใบตำพอกฝี ส่วนทางสามจังหวัดภาคใต้ใช้แก้ไข้หัด แก้ไข้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาโรคไต ช่วยบรรเทาอาการปวดของโรคนิ่วในไต ขับปัสสาวะหมอยาไทใหญ่นิยมใช้สมุนไพรต้นนี้ยาบำรุงกำหนัดบำรุงกำลังค่อนข้างแพร่หลาย
ผักขมหิน อินเดียชำนาญใช้ สมุนไพรเก่าแก่
…..คนอินเดียเป็นชาติที่เชี่ยวชาญในการใช้ผักโขมหินมากที่สุด เป็นสมุนไพรเก่าแก่ของอินเดีย ซึ่งเรียกพืชชนิดนี้ว่า พูนาร์นาวา (Punarnava) หมายถึง การเกิดใหม่ ในทางอายุรเวทจัดเป็นสมุนไพรในกลุ่มที่เรียกว่า รสายนะ (Rasayana) คือเป็นสมุนไพรที่ทำให้มีชีวิตยืนยาวและอ่อนเยาว์ เพราะมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูเซลล์ที่กำลังจะตาย รวมถึงฟื้นฟูอวัยวะในร่างกาย เป็นยาเสริมกำลัง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง บำรุงสมอง บางทีเรียกว่า Pigweed เพราะมักจะนำผักขมหินไปให้หมูกินเพื่อขับพยาธิตัวตืด
…..ผักขมหินมีรสขมฝาดเย็น มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน โดยชนพื้นเมืองและชนเผ่าในอินเดียใช้ใบเป็นอาหาร ผักขมหินนิยมใช้เป็นยาในอินเดียอย่างมาก โดยเฉพาะในศาสตร์การแพทย์อายุรเวท โดยใช้ทุกส่วนของต้น และราก ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะสรรพคุณของผักขมหินนั้นเรียกได้ว่าครอบจักรวาลทีเดียว เช่น ใช้รักษาภาวะเหงื่อออกมาก ขับปัสสาวะ รักษาอาการปวดขัดเบา ตกขาว แก้ไอ ขับเสมหะ (ใบผักขมหิน ต้มรวมกับน้ำขิงและพริกไทยดำ เป็นยาขับเสมหะที่ดีมาก) เป็นยาระบาย แก้ท้องเสีย รักษากระเพาะอาหาร แก้ปวดท้อง รักษาหอบหืด เลือดจาง อวัยวะภายในอักเสบ บวมน้ำ ทำให้อาเจียน ต้านพิษงู ใช้รักษาท้องมานจากภาวะตับแข็งระยะแรก และจากภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ กระตุ้นกำหนัด รักษาโรคผิวหนัง เช่น คัน ผิวหนังอักเสบ ปวดหลัง หลังแข็ง ปวดเมื่อย โรคหัวใจ เลือดจาง โรคกระเพาะ ท้องผูก หลอดลมอักเสบ อ่อนเพลีย ต้านพิษงู
…..ใบใช้ตำพอกลดการบวมของตับ ใช้ต้มกินรักษาดีซ่าน โรคตับ รากใช้ลดไข้ รักษาโรคหนองใน ท้องมาน หอบหืด ตาบอดกลางคืน ข้ออักเสบ รักษาอาการท้องเสีย โรคบิด โรคเกี่ยวกับความผิดปกติของไต หัวใจ และมีรายงานการใช้เพื่อลดการอักเสบภายในได้ทุกชนิด เช่น โรคกระเพาะ บวม ดีซ่าน ไอ ริดสีดวงทวารหนัก ปอดอักเสบติดเชื้อ เป็นโพรง เลือดจาง ม้ามโต ปวดท้อง เนื้องอกในท้อง มะเร็ง รักษาวัณโรคปอด รากต้มใช้ทาแผล ฝี หนอง
…..ส่วนรากนิยมใช้เป็นยารักษาโรคตา ผงจากรากของผักขมหินบดกับน้ำผึ้งและน้ำ ใช้ทาลดอาการบวมของหนังตา รากฝนกับหินใช้ทาตารักษาโรคตาทุกชนิด น้ำคั้นจากใบผักขมหินผสมกับน้ำผึ้ง ใช้หยอดตาลดการอักเสบ น้ำจากรากผักขมหินคั้นสด ใช้หยอดตารักษาโรคตาหลายอย่าง เช่น ตาบอดกลางคืน เยื่อบุช่องตาอักเสบ เป็นต้น
ยาโรคไต โรคทางเดินปัสสาวะ ของอายุรเวท
…..ในทางอายุรเวท ผักขมหินช่วยลดการกำเริบของกผะ (Kapha) หรือธาตุดิน + ธาตุน้ำ ใช้บำรุงหัวใจ ตับ และไต มีฤทธิ์โดดเด่นในการขับปัสสาวะและลดการอักเสบ จึงนิยมใช้รักษาโรคไตและโรคในทางเดินปัสสาวะ ใช้ลดบวมที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของไต หัวใจ ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ ใช้เพื่อขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยมีประโยชน์ในการใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจล้มเหลว ต้อหิน โรคตับแข็ง อาการบวม โรคไตรั่ว หรือโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการโรคไตที่ทำให้ร่างกายขับโปรตีนออกทางปัสสาวะมาก ผู้ป่วยจะมีอาการบวมน้ำ
…..นอกจากฤทธิ์ขับปัสสาวะแล้ว ผักขมหินยังมีสรรพคุณในการบำรุงหัวใจ ช่วยระบาย ลดไข้ ช่วยฟื้นฟูร่างกาย (Rejuvenative) และบรรเทาอาการอ่อนเพลียทั่วๆ ไป ผักขมหินถูกบรรจุอยู่ในตำรายาของอินเดีย (Indian Pharmacopoeia) ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ โดยใช้เป็นยาขับปัสสาวะและปกป้องตับ โดยใช้เป็นยารักษาภาวะท้องมานจากโรคตับแข็งในระยะแรก หรือภาวะท้องมานจากเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ไม่เป็นพิษ แต่ยังขาดข้อมูลการศึกษาวิจัยถึงการใช้ในระยะยาว
…..ในทางวิทยาศาสตร์มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของผักขมหินมากมายในห้องทดลองและสัตว์ทดลอง ฤทธิ์ที่พบ ได้แก่ ลดอักเสบ ลดบวม ลดปวด ขับปัสสาวะ ต้านท่อปัสสาวะอักเสบ ปกป้องการตายของเซลล์ไต ต้านความดันโลหิตสูง ระบาย ต้านความเครียด ปกป้องระบบประสาท มีฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกันฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องตับ ฤทธิ์ต้านมะเร็งต้านการชัก ต้านการสลายลิ่มเลือด ต้านไวรัส ต้านแบคทีเรีย โดยเฉพาะแบคทีเรียแกรมลบ ช่วยปรับสมดุลการทำงานของต่อมหมวกไต ทำให้คงระดับการหลั่งของฮอร์โมนคอร์ติซอลอย่างสมดุลแม้ในภาวะเครียด รักษาอาการตกขาว ต้านการเกิดแผล เป็นต้น
…..ผักขมหินยังมีฤทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อไตหลายอย่าง เช่น ลดไขมันในเลือด ทั้งโคเลสเตอรอล ไตรีกลีเซอไรด์ ฟอสโฟลิปิด กรดไขมันอิสระ และมีประสิทธิภาพในการลดน้ำตาลได้ดีกว่ายาไกลเบนคลาไมด์ ในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวาน มีสารสำคัญหลายชนิด ได้แก่ Quercetin, Kaempferol, Boeravinone และ Caffeic acid ซึ่งมีผลต้านภาวะเครียดออกซิเดชัน ส่งผลยับยั้งการเกิดหัวใจโตและพังผืด
ผักขมหิน ลดบวม ลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
…..ผักขมหินยังไม่มีการศึกษาวิจัยในคนอย่างเป็นระบบ แต่มีรายงานการศึกษาการใช้ในผู้ป่วยโรคไตพอสมควร เช่น พบว่าในผู้ป่วยโรคไตอักเสบ และผู้ป่วยท้องมานร่วมกับดีซ่าน ผักโขมหินช่วยเพิ่มการขับปัสสาวะ ลดค่าความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ (ถ้าค่าความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะสูงขึ้น หมายความว่า ปัสสาวะเข้มข้นขึ้นจากมีสารต่างๆ ในปัสสาวะสูงขึ้น สาเหตุที่พบบ่อยคือ ภาวะมีน้ำตาลในปัสสาวะ [โรคเบาหวาน] ภาวะขาดน้ำ ท้องเสียรุนแรง อาเจียนจุนแรง ภาวะตับวาย โรคหลอดเลือดไตตีบ และโรคหัวใจ) ในการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยที่มีภาวะบวมและท้องมาน ๓๔ ราย โดยใช้สารสกัดของเหลวที่ได้จากชิ้นแห้งและสดของผักขมหิน พบว่ามีประสิทธิภาพดีในการลดบวม
…..ส่วนการศึกษาในผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (Nephrotic Syndrome) โดยใช้ผงจากผักขมหินชงดื่ม เปรียบเทียบกับการใช้ยาขับปัสสาวะแผนปัจจุบันและยาสเตียรอยด์ พบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับผักขมหิน อาการบรรเทาลง ๔ ราย ดีขึ้น ๗ ราย แย่ลง ๑ ราย ในขณะที่ส่วนกลุ่มที่ได้รับยาแผนปัจจุบัน อาการบรรเทาลง ๒ ราย ดีขึ้น ๑ ราย และพบว่า ผักขมหินจะออกฤทธิ์ขับปัสสาวะช้าแต่นาน ผู้ป่วยมีอาการบวมลดลง ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะดีขึ้น ค่าโปรตีนในเลือดเพิ่มขึ้น ในการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่ทำกับผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ๔๐ ราย ซึ่งมีอาการบวม ปัสสาวะแสบขัด และมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ โดยให้รับประทานผงสดจากผักขมหิน ๕๐๐ มิลลิกรัมต่อแคปซูล ครั้งละ ๓ แคปซูล วันละ ๓ ครั้ง เป็นเวลา ๑ เดือน พบว่าค่าโปรตีนในเลือดเพิ่มขึ้น ลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ค่าของเสียยูเรียลดลง ค่า Serum creatinin ลดลง แสดงถึงการทำงานของไตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วย ๖ คน ใน ๒๗ คนที่มีภาวะเลือดจางรุนแรง มีค่าเลือดกลับมาเป็นปกติหลังได้ผักขมหิน
…..นอกจากนี้ยังมีกรณีศึกษาผลของการใช้ผักขมหินในการรักษาโรคไตเรื้อรังทางอายุรเวทอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๖ เดือน ในผู้ป่วยชาวอินเดีย ๑ ราย อายุ ๔๗ ปี ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรังโดยเริ่มมีอาการปัสสาวะได้น้อยลง บวม ตั้งแต่ ๓ ปีที่แล้ว ต่อมาเริ่มมีอ่อนแรง บวม หายใจหอบเหนื่อย เบื่ออาหารร่วมด้วย ผู้ป่วยมีประวัติดื่มแอลกอฮอล์มามากกว่า ๑๐ ปี แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยฟอกไต แต่ผู้ป่วยปฏิเสธ และลองมารักษาด้วยศาสตร์อายุรเวท ยาทางอายุรเวทที่ได้รับ คือ ดื่มน้ำคั้นผักขมหิน ครั้งละ ๑๐ มิลลิลิตร วันละ ๒ ครั้ง กับน้ำสะอาด ไม่ระบุปริมาณน้ำสะอาด เป็นระยะเวลา ๖ เดือน
…..หลัง 6 เดือน พบว่าผู้ป่วยปัสสาวะออกได้เพิ่มขึ้น จากเดิม ๔๐๐ มิลลิลิตรต่อวัน เพิ่มเป็น ๙๐๐ มิลลิลิตรต่อวัน อาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ลดลง อาการบวมและอาการหอบเหนื่อยที่เคยมีหายไป ความดันโลหิตเฉลี่ยลดลงจาก ๑๖๐/๑๐๐ มิลลิเมตรปรอท เหลือ ๑๔๒/๙๐ มิลลิเมตรปรอท
ผลเลือดหลังดื่มน้ำผักขมหินเป็นเวลา ๖ เดือน พบว่าค่าการทำงานของไตดีขึ้น ค่า Serum creatinine ลดจาก ๔.๘๑ มิลลิกรัม/เดซิลิตร เหลือ ๑.๒ มิลลิกรัม/เดซิลิตร ค่าของเสียยูเรีย หรือ BUN ลดจาก ๘๔.๐๖ มิลลิกรัม/เดซิลิตร เหลือ ๓๘ มิลลิกรัม/เดซิลิตร โปรตีนรั่วในปัสสาวะลดลง เม็ดเลือดแดงในปัสสาวะลดลง ค่าฮีโมโกบินก็ดีขึ้นกลับมาปกติ จากเดิมมีภาวะเลือดจาง แต่พบว่ามีค่าเกลือแร่ต่ำลงกว่าเกณฑ์ คือ โซเดียม คลอไรด์ และโพแทสเซียม ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากฤทธิ์ขับปัสสาวะ นอกจากนี้ยังมีผลอัลตราซาวน์ยืนยัน ขนาดและลักษณะไตที่ดีขึ้น หลังใช้ผักขมหินไปประมาณ ๔ เดือน
…..ในทางอายุรเวทอธิบายว่าผักขมหินสามารถทำให้การทำงานของไตดีขึ้น โดยมีผลฟื้นฟูรักษาเนื้อเยื่อไตที่ถูกทำลาย ช่วยปรับธาตุลมให้สมดุล ซึ่งเชื่อว่าทำให้โครงสร้างไตเปลี่ยนสภาพ ช่วยลดการทำงานของธาตุไฟที่ทำให้ไตเกิดการอักเสบ และลดการทำงานของกผะ (ธาตุดิน+ธาตุน้ำ) ที่มากเกิน ทำให้อาการบวมลดลง โปรตีนรั่วในปัสสาวะลดลง เม็ดเลือดแดงในปัสสาวะลดลง ค่าฮีโมโกลบินก็ดีขึ้น ภาวะเลือดจางดีขึ้น
ผักขมหิน ทางเลือกสำหรับสุนัขไตวายเรื้อรัง
…..การศึกษาที่น่าสนใจอีกกลุ่มคือ การใช้ผักขมหินในการรักษาโรคไตวายเรื้อรังในสุนัขร่วมกับการใช้ยาแผนปัจจุบัน การศึกษาชิ้นหนึ่งทำในสุนัข ๒๐ ตัว ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกได้รับยาแผนปัจจุบันเป็นยาลดความดัน ลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และมีผลชะลอการเสื่อมของไต Enalapril ๐.๕ มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม วันละ ๑ ครั้ง กลุ่มที่สองได้รับยาแผนปัจจุบันเหมือนกลุ่มแรก แต่มีการให้สารสกัดจากรากผักขมหินด้วย โดยถ้าสุนัขน้ำหนักตัวมากกว่า ๒๐ กิโลกรัม จะให้ ๑ เม็ด วันละ ๒ ครั้ง ถ้าสุนัขน้ำหนักตัวน้อยกว่า ๒๐ กิโลกรัม จะให้ ๑ เม็ด วันละ ๑ ครั้ง ให้ยาเป็นเวลา ๔๕ วัน ระหว่างนี้ทุกกลุ่มจะได้รับยาแผนปัจจุบันอื่นๆ ร่วมด้วยเหมือนกัน
…..ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับยาแผนปัจจุบัน Enalapril ซึ่งมีผลลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ร่วมกับผักขมหิน มีผลลดค่าโปรตีนรั่วในปัสสาวะได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียวเล็กน้อย ซึ่งพอจะกล่าวได้ว่า การใช้ผักขมหินร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบันน่าจะเป็นทางเลือกในการรักษาที่ดีสำหรับสุนัขที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง โดยมีผลทำให้ค่าการทำงานของไตดีขึ้น ค่าของเสียในเลือดลดลง ค่าฟอสฟอรัส โซเดียม และโพแทสเซียมลดลง มีผลลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
…..การศึกษาในสุนัขที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังอีกชิ้นหนึ่งซึ่งคล้ายกับชิ้นแรก แต่ระยะเวลาในการให้สารสกัดจากรากผักขมหินนานกว่า คือ ๙๐ วัน ก็ได้ผลทำให้ค่าการทำงานของไตต่างๆ ดีขึ้นเช่นเดียวกัน และยังลดความดันโลหิต ทำให้ภาวะเลือดจางดีขึ้น และได้สรุปเช่นเดียวกันว่า รากผักขมหินน่าจะเป็นทางเลือกการรักษาโรคไตวายเรื้อรังในสุนัขร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบันได้
…..ที่สำคัญคือ การใช้ผักขมหินร่วมด้วยสามารถลดการเสียชีวิตของสุนัขได้ โดยในการศึกษาชิ้นแรกเมื่อครบ ๔๕ วัน กลุ่มที่ได้รับยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว มีสุนัขรอดชีวิต ๓ ตัว ตาย ๗ ตัว ในขณะที่กลุ่มที่ให้ผักขมหินร่วมด้วยมีสุนัขรอดชีวิต ๖ ตัว ตาย ๔ ตัว ส่วนอีกชิ้นหนึ่ง ในระหว่างเดือนที่ ๒-๓ มีสุนัขในกลุ่มที่ได้ยาแผนปัจจุบันเสียชีวิต ๕ ตัว ในกลุ่มที่ได้ผักขมหินด้วยเสียชีวิต ๒ ตัว
…..ผักขมหินจัดเป็นสมุนไพรที่ค่อนข้างปลอดภัย ดังจะเห็นได้จากการเป็นผักพื้นบ้านที่ทั้งคนไทยคนแขกใช้กินเป็นอาหารมาเป็นเวลายาวนาน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของยาต้มและทำให้แห้ง และน้ำคั้นจากใบสด ให้หนูรับประทาน ๕ กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ไม่พบความเป็นพิษ สารสกัดแอลกอฮอล์จากทุกส่วนของพืช ให้หนูรับประทาน ๒ กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ไม่พบความเป็นพิษ และไม่มีพิษต่อตัวอ่อนในครรภ์ของสัตว์ทดลอง แต่ยังขาดข้อมูลชัดเจนในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และมีข้อมูลพื้นบ้านใช้ทำแท้ง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
…..แม้ว่าการใช้ผักขมหินยังไม่มีการศึกษาวิจัยในคนอย่างเป็นระบบ แต่ก็มีการศึกษาการใช้ในผู้ป่วยไตเรื้อรังอย่างที่กล่าวมาแล้ว ตลอดจนมีการศึกษาวิจัยเป็นจำนวนมากที่สนับการใช้ในการดูแลไตและเป็นผักพื้นบ้านที่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งมี ความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ผักขมหินจึงเป็นสมุนไพรที่คนไทยควรนำมาใช้ประโยชน์และศึกษาวิจัยต่อไป เพราะมีอยู่ทั่วไปและมีการใช้อยู่แล้วในบ้านเรา แต่ที่อินเดียนั้นมีผลิตภัณฑ์ของผักขมหินออกมาจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ โดยเฉพาะการขายผ่านทางออนไลน์ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของผงจากรากผักขมหิน และระบุสรรพคุณที่หลากหลาย แต่ที่เหมือนๆ กัน คือ ขับปัสสาวะ บำรุง หัวใจ ตับ ไต
ตำรับยา
…..ยาบำรุงกำนัด บำรุงกำลัง : ทั้งต้นตากแห้ง ในร่ม ตำผง คลุกกับน้ำผึ้ง ทำเป็นเม็ดประมาณเม็ดขี้หนู ตากแห้งกินวันละ ๓ ครั้ง ครั้งละ ๓ เม็ด หรือ ใช้สดผักขมหิน ๔๐๐ กรัม ดอกมะรุม ๘๐ กรัม เนื้อมะพร้าวแก่ ๑๖๐ กรัม ตำผสมกัน ใส่น้ำผึ้งลงไปนิดหนึ่ง กินครั้งละ ๑ ช้อนชา กินเช้าเย็น
…..ยาขับปัสสาวะ : รากผักขมหิน รากต้นอ้อเท่าๆ กันต้มน้ำดื่มวันละ ๓ ครั้งเช้า กลางวัน เย็น
…..ยารักษาอาการผื่นแดงตามตัวในเด็ก แก้ไข้หัด แก้ไข้ตัวร้อน บรรเทาอาการร้อนใน (แม่หมอนิปะห์ นิเฮง แม่หมอมือลอ มะแซ) : นำรากมาฝนผสมตำยาน แล้วนำน้ำที่ได้มาทาบริเวณที่มีอาการและใช้ดื่มแก้ไข้ในเด็กที่มีผื่นแดงๆ ขึ้นตามตัว
…..ยาแก้ไข้หัด แก้ไข้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ (พ่อหมอนิอุมา นิเงาะ) : นำทั้งต้น (สด) ขนาดพอประมาณ มาต้มกับน้ำให้เดือด รอให้น้ำเย็น แล้วนำมาชโลมศีรษะหรือนำมาใช้อาบน้ำให้แก่คนไข้ สำหรับคนไข้โรคหัด ควรให้อาการไข้ลดลง แล้วค่อยนำมาใช้อาบบ่อยๆ จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ
…..ยารักษาฝี แผลฟกช้ำดำเขียว (แม่หมอมือลอ มะแซ แม่หมอตีเมาะ รงโซะ) : นำใบมาขยี้กับน้ำหรือน้ำปูนใสให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกฝีบริเวณที่มีอาการบ่อยๆ จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ
…..ยารักษาโรคไต ช่วยบรรเทาอาการปวดของโรคนิ่วในไต ขับปัสสาวะ (แม่หมอนิปะห์ นิเฮง) : นำทั้งต้นตากแดดจนแห้งแล้วประมาณ ๑ กำมือต่อน้ำ ๑ ลิตร มาต้มให้เดือด แล้วนำมาดื่มอุ่นๆ ครั้งละ ๑ แก้วชา วันละ ๓ เวลา เช้า เที่ยง และเย็น ก่อนอาหาร
ข้อควรระวัง
…..การใช้ผักขมหินในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรยังขาดข้อมูลที่ชัดเจน และมีข้อมูลการใช้พื้นบ้านที่ใช้ทำแท้ง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
ผลข้างเคียง
• การกินขนาดสูงอาจทำให้ระบาย และอาเจียน
• สารสกัดน้ำจากใบผักขมหินมีผลลดขนาดของต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ อัณฑะ และหลอดเก็บตัวอสุจิ ลดการเคลื่อนที่และจำนวนสเปิร์มในหนูทดลอง
อันตรกิริยา
• อาจมีผลเสริมฤทธิ์กับยา Diazepam ยากลุ่ม Angiotensin-converting-enzyme Inhibitor (ACE inhibitor) ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด และยาลดความดันโลหิต
• อาจต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจน ยากดภูมิคุ้มกัน

ปิดการแสดงความเห็น