น้ำ…ธาตุสำคัญ คอยหมั่นเติม

น้ำ…ธาตุสำคัญ คอยหมั่นเติม
   ..คนเราถ้าขาดอาหารยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ประมาณเดือนครึ่ง แต่ขาดน้ำได้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่เฉลี่ยร้อยละ ๖๐ ยิ่งมีอายุสูงขึ้นปริมาณน้ำจะลดลง คืออยู่ระหว่างร้อยละ ๕๕ – ๕๗ น้ำทำหน้าที่ช่วยให้ทุกกลไกของร่างกายสามารถทำงานได้ โดยนำเม็ดเลือด สารอาหาร ฮอร์โมนไปสู่เซลล์ต่างๆ นำของเสียออกไปทิ้ง ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย หล่อลื่นเยื่อบุต่างๆ
..คนเราจะสูญเสียน้ำผ่านทางปัสสาวะ เหงื่อ การหายใจ การถ่ายอุจจาระ ประมาณวันละ ๒.๕ – ๓ ลิตร หรือมากกว่านั้น ขึ้นกับกิจกรรมและสภาพแวดล้อม ในผู้สูงอายุจะสูญเสียน้ำไปประมาณ ๒ ลิตรใน ๑ วัน ซึ่งความรู้สึกกระหายน้ำเป็นกลไกที่เตือนให้เราดื่มน้ำเข้าไปชดเชยการสูญเสียดังกล่าว วันหนึ่งๆ จึงควรดื่มให้ได้ประมาณ ๘ แก้ว (๒ ลิตร) แต่ถ้าออกกำลังกาย มีไข้ ท้องเสีย หรืออาเจียน ก็ควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้น การดื่มน้ำในปริมาณที่มากกว่าปกติเมื่อตื่นนอนใหม่ๆ ก่อนที่จะแปรงฟัน หรือกินอาหาร จะช่วยขับของเสียและรักษาสุขภาพ และมีการแนะนำให้ดื่มน้ำ ๒ แก้ว (๕๐๐ มิลลิลิตร) ก่อนกินอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญขึ้นชั่วคราว และทำให้ลดปริมาณอาหารที่กินได้ ซึ่งวิธีนี้ยังเหมาะสำหรับผู้สูงอายุอีกด้วย
..ผู้สูงอายุมีโอกาสขาดน้ำได้มากกว่าคนวัยหนุ่มสาว เนื่องจากกลไกการกระหายน้ำมีประสิทธิภาพลดลง กว่าจะรู้สึกกระหายน้ำร่างกายก็อาจสูญเสียน้ำไปแล้วถึง ๒ – ๓ % ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ ไม่ต้องรอให้รู้สึกกระหายน้ำเสียก่อน โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน หลังกินยาขับปัสสาวะ หรือรับประทานอาหารที่มีน้ำน้อยกว่าปกติ หลังการออกกำลังกาย ท้องเสีย อาเจียน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้เกิดการขาดน้ำภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงได้
..ภาวะขาดน้ำจะมีอาการปากคอแห้ง น้ำลายเหนียว ปวดหัว ไม่มีสมาธิทำงาน การขาดน้ำมีผลเสียต่อการทำงานของร่างกายทุกระบบ แต่ที่ไวที่สุดคือ การทำงานของสมอง ทำให้ขาดสมาธิ มีผลต่ออารมณ์ และปวดหัว หากเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็จะทำให้เกิดผลเสียอื่นๆ เช่น ท้องผูก นิ่วในไต ไตวาย ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ง่ายโดยเฉพาะในผู้หญิง เป็นสิว ผิวพรรณเหี่ยวย่นไม่เปล่งปลั่ง ดวงตาแห้งผาก มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง มีของเสียสะสมในกระแสเลือด ทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพและแก่ก่อนวัย
ผิวพรรณไม่ดูแก่ก่อนวัย หากใส่ใจความชุ่มชื้น
..คนเราเมื่อสูงวัยขึ้น ผิวพรรณจะแห้ง เกิดจากการที่น้ำที่เก็บกักอยู่ตามชั้นของผิวหนังเริ่มลดน้อยลง ซึ่งตรงกับที่ทฤษฎีการแพทย์แผนไทยอธิบายว่า ปัจฉิมวัยมีวาตะเป็นเจ้าเรือน คือความเย็น แห้ง เป็นลักษณะเด่น ซึ่งจะสะท้อนออกมาทางผิวหนัง น้ำลาย น้ำตา น้ำหล่อลื่นต่างๆ ที่มีความชุ่มชื้นน้อยลง ดังนั้นยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งต้องใส่ใจในการดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังแห้ง ซึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อมของผิวพรรณ ทำให้ดูแก่ก่อนวัย เกิดผื่นแพ้ได้ง่าย เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ และเป็นช่องทางที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
..นอกจากการดื่มน้ำให้เพียงพอแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ผิวแห้งมากสามารถใช้ดูแลผิวพรรณให้ชุ่มชื้นได้ เช่น “ใช้สบู่ที่มีสารบำรุงผิว ทาโลชั่นหลังอาบน้ำ ทาครีมที่มีความเข้มข้นสูง ในจุดที่มีความแห้งกร้านเป็นพิเศษ” เช่น ข้อศอก ส้นเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นช่องทางที่เชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกาย “พอกหน้าด้วยสมุนไพร” อย่างเช่น แตงกวา แตงโม ว่านหางจระเข้ สัปดาห์ละ ๓ – ๔ ครั้ง เป็นต้น

ปิดการแสดงความเห็น