บันทึกของแผ่นดิน ๘ (หัวเข่าคลอน)

หัวเข่าคลอน ลาก่อนเข่าเสื่อม …………..โดยพี่ต้อ


ชื่อวิทยาศาสตร์ Marsdenia tenacissima.[Roxb.] Moon.
ชื่อวงศ์ ASCLEPIDACEAE
ชื่ออื่นๆ ไทสงค์ขาว เถาวัลย์ไทสงขาว เถาวัลย์ขจร ประสงค์ขาว ยาแก้หมูป่อย
ชื่อพื้นบ้าน ยาแก้หมูป่อย เป็นชื่อเรียกทางภาคเหนือ ภาคอีสานเรียก หัวเข่าคลอน
ลักษณะทั่วไป ไม้เถาเลื้อยพัน มียางสีขาว มีขนนุ่มหนา ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปหัวใจ ดอกช่อแบบซี่ร่ม กลีบดอกมีกลิ่นหอมเมื่อบาน ดอกเป็นช่อสั้นๆ ห้อยเป็นกระจุกคล้ายพวงอุบะตามโคนก้านใบ ช่อผลเป็นฝักคู่ ผลย่อยแตกแนวเดียว รูปไข่แกมกระสวย เมล็ดมีพู่ขนที่ปลายด้านหนึ่ง
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
หัวเข่าคลอน ไม่ปวดขาปวดเข่า ข้ามเขาสบาย
.สมัยเริ่มรับราชการใหม่ๆ มีชาวบ้านเอาห่อยามาให้ห่อหนึ่ง บอกว่าช่วยเอาไปวิจัยที เพราะแกกินแล้วหายปวดเข่า พร้อมกับบอกว่ามีส่วนประกอบ ๓ อย่าง คือ หัวเข่าคลอน หัวค้อนกระแต และเถาเอ็นอ่อน ตอนนั้นเพิ่งจบใหม่ๆ ไม่รู้จักสมุนไพรเหล่านี้ดีนัก รู้แต่ว่าเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้และมีอยู่มากแถวอีสาน หมอยาอีสานทุกคนต้องรู้จัก เมื่อได้ไปเดินป่าก็ได้ทยอยรู้จักสมุนไพรเหล่านี้ไปทีละตัว จนมาถึงหัวเข่าคลอนเป็นตัวสุดท้าย เมื่อหมอยาเมืองเลยพาไปรู้จัก ยาสมุนไพรยอดนิยมที่ใช้รากและหัวเป็นยาอายุวัฒนะตัวนี้
.พ่อหมอแม่หมอท่านเล่าว่า หัวเข่าคลอน บางท่านเรียกว่า ดีงูหลวง บางท่านก็เรียก ฮ่อข้ามเขา ซึ่งแต่ละชื่อบอกสรรพคุณและลักษณะของสมุนไพรชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี ชื่อหัวเข่าคลอนนั้นได้จากที่แต่ก่อนเวลาคนข้อเข่าไม่ดี ข้อเข่าเสื่อม จะเรียกว่าหัวเข่าคลอน หัวเข่าหลวม เมื่อนำเหง้าของสมุนไพรตัวนี้มาต้มกิน ก็จะหายและเดินเหินได้ปกติ ส่วนที่ได้ชื่อว่า ดีงูหลวง ก็เพราะว่าสมุนไพรตัวนี้มีรสขม และช่วยบำรุงเหมือนดีงูหลวงหรืองูเหลือมนั่นเอง ซึ่งคนนิยมนำมาดองเหล้ากินเป็นยาบำรุงกำลัง ส่วนที่ชื่อว่า ฮ่อข้ามเขา เพราะนำสมุนไพรตัวนี้มาต้มกินแล้ว สามารถเดินข้ามเขาได้สบายไม่ปวดแข้งขาเลย
.ตาวิน ตุ้มทอง หมอยาวัย ๙๓ ปี แห่งบ้านหนองอีเก้ง ผู้มากประสบการณ์เล่าว่า หัวเข่าคลอนเก่งนักในการรักษาประดงเข้าข้อ ซึ่งจะมีอาการหัวเข่าไข่ (บวม) เจ็บ ขัด ปวด เป็นได้ทั้งตามข้อนิ้ว ข้อมือ ส่วน ตาเพ็ง และตาบุญ สุขบัว หมอยาบ้านปวนพุ ก็ใช้หัวเข่าคลอนแบบเดียวกันคือ ใช้ในคนที่ปวดแข้งขา เป็นฟกบวม หรือฟกดอ คือมีอาการอยู่ดีๆ ก็ไข่ (บวม) ขึ้นตามข้อ ตามขา ให้เอาหัวหรือเหง้ามาต้มกิน รสชาติจะออกขมหวาน ให้กินน้ำยาด้วยกินหัวยาด้วย ในรายที่มีอาการเจ็บหลังเจ็บเอว ประดงเข้าข้อ ให้เพิ่มรากดูกอึ่งแดง แก่นไม้กั้นเหลือง รากตำยานตัวเมีย รากเฒ่าค้ำเอวมาต้มกิน
.พ่อหมอยังบอกว่า หัวเข่าคลอนเป็นยาบำรุงผู้เฒ่าผู้แก่ ทำให้กินข้าวอร่อย ไม่ปวดแข้งปวดขา นอกจากเป็นยาต้มแล้ว จะทำเป็นยาลูกกลอนกินก็ได้ เช่นเดียวกับ ตาหา สว่าง คำมะนิตย์ หมอยาบ้านกกบก ที่ยืนยันว่า สมุนไพรตัวนี้เป็นยาบำรุง เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ปวด บำรุงกระดูกและเส้นเอ็นให้แข็งแรง แก้เส้นเอ็นตึง แก้ปวดเมื่อย แก้สารพิษตกค้างในร่างกาย โดยใช้เหง้าหัวเข่าคลอนต้มกิน หรือต้มรวมกับสมุนไพรตัวอื่นๆ ยายหมื่น ดวงอุปะ แห่งบ้านแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ใช้หัวเข่าคลอนรักษาโรคเก๊าท์ โดยใช้ต้มรวมกับสมุนไพรตัวอื่นๆ หมอยาทุกท่านยืนยันว่า เป็นสมุนไพรที่ปลอดภัย สามารถต้มกินเป็นประจำทุกวัน กินแทนน้ำได้เลย เวลากระหายน้ำก็สามารถนำรากหัวเข่าคลอนมาเคี้ยวกินได้เลย
.มีการนำหัวเข่าคลอนไปศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางยาก็พบว่า มีฤทธิ์แก้ปวด แก้อักเสบ ต้านการอักเสบของข้อเข่า โดยนำสารสกัดของหัวเข่าคลอนไปทดสอบในหนูทดลองพบว่า มีฤทธิ์แก้ปวดและฤทธิ์แก้อักเสบที่ดี เมื่อเทียบกับยาแก้อักเสบแผนปัจจุบันคือ Diclofenac sodium ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันสรรพคุณในการใช้หัวเข่าคลอนของพ่อหมอแม่หมอทั้งหลายได้เป็นอย่างดี
จากล้านนาสู่ปราจีน การเดินทางของยาแก้หมูป่อย
.ในภาคเหนือมีสมุนไพรสำคัญตัวหนึ่งเรียกว่า ยาแก้หมูป่อย ปรากฏอยู่ในตำรายาในปั๊บสาของล้านนาหลายตำรับ จนทำให้อยากรู้จักสมุนไพรต้นนี้เป็นอย่างยิ่ง พอได้เห็นยาแก้หมูป่อยครั้งแรกที่บ้าน พ่อลายแสง หมอยาไทใหญ่ที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เมื่อปี ๒๕๕๔ ถึงได้รู้ว่าคือ หัวเข่าคลอน ของหมอยาอีสานนั่นเอง ยาแก้หมูป่อยของพ่อลายแสงกำลังออกดอกสวยงามน่าหลงใหล พ่อหมอภูมิใจมากที่สามารถหายาตัวนี้มาปลูกได้ ท่านบอกว่า เป็นสมุนไพรที่หายากมาก ใช้เข้ายามะเร็ง ยากระเพาะ คออักเสบ เจ็บคอ
.หลังจากนั้นพ่อลายแสงก็พยายามเพาะต้นยาแก้หมูป่อยจากเมล็ดแต่ไม่ขึ้น ได้ขอร้องให้พ่อลองเพาะอีกครั้งในปีต่อมาก็ไม่สำเร็จอีก พวกเราจึงเฝ้ารอให้ยาแก้หมูป่อยออกดอกเพื่อจะได้เก็บเมล็ดในปีต่อมา โชคดีที่เมล็ดที่เรานำมาเพาะงอกได้ พร้อมๆ กันนั้นก็สามารถตรวจสอบยืนยันชื่อวิทยาศาสตร์ได้อย่างมั่นใจ จึงตั้งใจว่าจะขยายพันธุ์เพื่อนำมาแจกในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติปี ๒๕๕๘ นี้
  .แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ยาแก้หมูป่อยที่สวนอนุรักษ์พันธุ์สมุนไพรของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรซึ่งกำลังออกดอก รอจะเก็บเมล็ดมาเพาะเพื่อแจกตามที่วางแผนไว้ ถูกโคลนสังเคราะห์หรือสาร Bentonite ที่ทะลักขึ้นมาท่วมจากการขุดเจาะท่อก๊าซของ บจม.ปตท. ในวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๘ ยาแก้หมูป่อยอาการแย่กว่าสมุนไพรต้นอื่นๆ ใบเป็นสีเหลืองอย่างรวดเร็ว ทำท่าว่าจะไม่รอด ทำให้เราต้องช่วยเหลือเป็นอันดับแรก โดยขุดล้อมขึ้นมาจากดินทั้งต้น เด็ดใบทิ้ง ตัดเถาออกบางส่วน แล้วนำไปใส่ลงถุงและกระถาง นำไปอนุบาลไว้ในเรือนเพาะชำ รอดูอาการเหมือนเฝ้าคนไข้ในห้องไอซียู จนในที่สุดยาแก้หมูป่อยก็ฟื้นจากโคม่า ค่อยๆ ผลิใบออกมาทีละใบ ทำให้พวกเราซึ่งคอยลุ้นอย่างใจจดใจจ่อดีใจเป็นล้นพ้น ที่เห็นสมุนไพรแสนรักของพ่อลายแสงคืนชีวิตมาในที่สุด และทันที่จะเก็บเมล็ดไปเพาะเพื่อแจกในงานมหกรรมสมุนไพร
ทั้งอีสาน-ล้านนา เป็นยาวิเศษเหมือนกัน
.ยาแก้หมูป่อยเป็นยาสำคัญมากของทางล้านนา โดยใช้รากเข้ายาแก้ (ยารักษาอาการเฉียบพลัน) เช่น การแพ้ทั้งหลาย แม่หลังคลอดที่มีอาการลมผิดเดือน แก้เจ็บคอ คออักเสบ ไข้ลงปอด (ไข้แล้วหอบ) ลมแน่นในอก ปวดท้อง หมอยาไทใหญ่ใช้รากยาแก้หมูป่อยเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ บำรุงเสียง ช่วยทำให้เสียงหวานเสียงใส เพิ่มปัญญา ขับลม แก้ปวดท้อง ขับเสมหะ รักษาโรคกามโรค โรคตัวเหลือง โรคปอด คออักเสบ แก้ไอ แก้อาหารไม่ย่อย แก้ท้องอืด แก้พิษ แก้ไข้ สรรพคุณเหล่านี้ไม่ต่างจากการใช้หัวเข่าคลอนของหมอยาอีสานเลย
ยานานาชาติ สู้เบาหวาน ต้านมะเร็ง ปอดอักเสบ
.ยาแก้หมูป่อยเป็นสมุนไพรที่ถือว่าแทบไม่มีพิษและผลข้างเคียง ในการแพทย์ดั้งเดิมของหลายประเทศ มีการใช้พืชชนิดนี้รักษาโรคที่หลากหลาย การแพทย์อายุรเวทของอินเดียใช้ยาแก้หมูป่อยในตำรับยาที่ช่วยลดไข้ แก้ปวดท้อง นิ่วในท่อไต เบาหวาน ลมชัก แขนขาแข็งเกร็ง มีการศึกษาพบฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือด ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ในพม่ามีการใช้รากช่วยขับลม ขับเสมหะ แก้ตัวเหลือง ปอดอักเสบ ท้องอืด แก้พิษ แก้ไข้ แก้โรคผอมแห้ง แก้ไอ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ รับประทานเพื่อชุ่มคอ แก้คอแห้ง จีนใช้ในการรักษามะเร็ง หอบหืด ปอดบวม ต่อมทอนซิลอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ซึ่งการศึกษาสมัยใหม่พบฤทธิ์ที่อาจช่วยในการรักษามะเร็ง คือไปยับยั้งการกำจัดยามะเร็ง Gefitinib ทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น มีฤทธิ์ต้านการสร้างหลอดเลือดใหม่ให้กับเซลล์มะเร็ง ช่วยยับยั้งการส่งสัญญาณของเซลล์มะเร็ง เป็นต้น
น่ารู้
• เปลือกของเถาหัวเข่าคลอนนำมาทำสายคันเบ็ด สายหน้าไม้ล่าสัตว์ สายแร้วดักสัตว์ได้ เพราะมีความเหนียวทน โดยลอกเอาเปลือกออกมาตากแดดให้แห้ง จากนั้นก็ฟั่นให้เป็นเส้นใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ก็สามารถนำไปใช้เป็นเชือกได้เช่นกัน
ตำรับยา
ยาแก้หัวเข่าคลอน แก้ปวดแข้งขา อยู่ดีๆ ก็บวมขึ้น : รากใหญ่ หัวใหญ่ เอารากต้มกิน หัวมีทั้งหวานและขมอยู่ด้วยกัน กินหัวด้วย
ยาแก้ปวดเข่า แก้กินของผิด รักษาเชื้อรา ขาเปื่อย : ต้มหัวกินประจำ
ยาบรรเทาอาการของโรคเก๊าท์ : เอาเครือมาฝนน้ำท่า (น้ำตามแม่น้ำลำธาร) กิน หรือแก่นไม้ช้างน้าว หัวเข่าคลอน ต้มกิน
ยาแก้เจ็บหลังเจ็บเอว ประดงเข่าข้อ : ใช้รากดูกอึ่งแดง รากหัวเข่าคลอน มาต้มกิน ทำให้กินข้าวอร่อย ไม่ปวดแข้งขา
ยาบำรุง : ใช้ลำต้นและรากหัวเข่าคลอน ฮากผักอีเลิด ฮากผักอีฮุม ฮากผักอีเลียน ช้างน้าว อ้อยดำ ๓ ปล้อง ยาหัว มาต้มกิน
ยาบำรุงผู้เฒ่าผู้แก่ แก้ปวดแข้ง ปวดขา ปวดข้อ ปวดตามตัว : รากหัวเข่าคลอน รากตำยานตัวเมีย รากดูกอึ่งแดง แก่นไม้กั้นเหลือง ต้มกินประจำ หรือ ไม้นมวัว ไม้ช้างน้าว ปลาไหลเผือก หัวเข่าคลอน ต้มกิน
ยาบำรุงธาตุผู้เฒ่าสมัยก่อนนิยมนำผงยาแก้หมูป่อยผสมกับเกลือคั่วไฟ หรือผงขมิ้นชัน กินหลังอาหาร เพราะช่วยให้ไม่เป็น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ทำให้ร่างกายแข็งแรง
ยาอายุวัฒนะ : หัวเข่าคลอนกับบอระเพ็ด ปั้นลูกกลอน
ยาแก้เบาหวาน เป็นเหลือง เป็นฮาน เป็นกระเพาะ : เข้าเนียมพันชั่ง รากเล็บแมว ผักก้านตุง รากหญ้าคา ต้มกิน เช้า กลางวัน เย็น สามเวลา
ยาความดัน เบาหวาน : ยาแก้หมูป่อยตากแห้งตำผงกิน ครั้งละ ๑ ช้อนชา แก้ความดันสูง แต่ถ้าโรคเบาหวาน กระเพาะอาหาร ให้ผสมเกลือนิดหนึ่ง
ยาแก้เบื่อ(กินของผิด) :รากดีงูหลวงฝนกับน้ำหม้อนึ่งกิน
 ยาคนจ่อยผอม หัวเข่าคลอน ขึ้นภูไม่ได้ กินแล้วอ้วน กินแล้วกินข้าวอร่อย ไม่มีพิษ : น้ำ ๑ ขวด ใส่ราก ๒ ชิ้น ต้มกินต่างน้ำ สามารถกินได้ทั้งวัน
ยารักษาโรคกระเพาะ : เอารากตากแห้ง แช่น้ำกินวันละ ๑/๒ ช้อนกาแฟ ผสมเกลือ ใช้ขับลม กินตลอด
ยารักษาโรคกระเพาะ แก้ท้องเจ็บ ท้องอืด แก้ท้องร่วง คนผอมอ่อนแอ : ราก ต้มกิน หรือถ้าเจ็บท้องกะทันหันใช้เครือเคี้ยวกิน
ยารักษามะเร็งที่ไหนก็ได้ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง : ใช้รากครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ กิน ๓ ครั้ง แช่น้ำกิน ป้องกันมะเร็ง
ยาแก้มะเร็งลำไส้ อักเสบภายใน : ยาแก้หมูป่อย ๑๐ ส่วน ไม้ตีนเป็ด ๑๐ ส่วน เขาควายแม่ง้อง ๕ ส่วน โหมวตั๋น ๓ ส่วน รวมกันตากแห้งตำผงกินครั้งละ ๑ ช้อนชา
ยาไรฟันผุ อาการมีเลือดออกตามไรฟัน : นำรากแห้งของยาผสมกับใบพลูใช้อม

ปิดการแสดงความเห็น