บันทึกของแผ่นดิน ๘ (ขมิ้นขม)

ขมิ้นขม ข่มเบาหวาน ต้านความดัน …………..โดย ‘พี่ต้อ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Curcuma amarissima Roscoe
ชื่อวงศ์  ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่นๆ  มิ่นขม เข้ามิ่นขม  ดอกอ้ากี้บ
ลักษณะทั่วไป  เหง้าข้างในมีสีเหลือง มีรสขม แผ่นใบสีเขียว ไม่มีขน ดอกช่อแทงออกจากเหง้า ช่อดอกมีใบประดับสีขาว บริเวณปลายสีแดงหรือชมพู กลีบดอกสีแดง กลีบปากสีเหลือง
การขยายพันธุ์  ใช้หัว เหง้า

ขมิ้นขม สมบัติฤๅษี ของดีที่เลตองคุ
..ขมิ้นขมเป็นสมุนไพรตระกูลขมิ้นที่หมอยาพื้นบ้านสมัยก่อนถือว่าเป็นยาวิเศษต้นหนึ่ง ใช้ในอาการเลือดสูงลมสูง เยี่ยวหวาน แก้ปวดแก้เมื่อย ครั้งแรกที่เห็นต้นก็ดูคล้ายๆ กับขมิ้นทั่วไป จำได้ว่าหั่นหัวมาชิมแล้วขมปี๋ ครั้งนั้นไปสำรวจสมุนไพรที่ไหนก็ต้องไปกับ พ่อเม่า หมอยาปราจีน ใช้รถเก่าๆ ของพ่อเม่านั่นเอง หลังจากพ่อเม่าเสียชีวิตในปี ๒๕๔๒ ก็ต้องร้างราจากการเดินป่าไปช่วงหนึ่ง
เมื่อกลับมาเดินป่าหาความรู้อีกครั้งก็มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญซึ่งมักจะอยู่ตามตะเข็บชายแดน มีอยู่ครั้งหนึ่งในปี ๒๕๔๙ ที่เดินเท้าจากหม่องกั๊วะ ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เข้าไปที่เลตองคุซึ่งว่ากันว่าเป็นดินแดนลี้ลับที่มีน้อยคนที่ได้เดินทางเข้าไป เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงฤๅษี แห่งเดียวในประเทศไทย แต่ไม่มีถนนเข้าจากฝั่งไทย ต้องเดินเท้าเท่านั้น (ปัจจุบันมีการทำถนนเลาะภูเขาเข้าไป แต่ก็เข้าได้เฉพาะหน้าแล้ง)
..มีตำนานว่า เลตองคุนั้นสร้างขึ้นพร้อมๆ กรุงเทพฯ เพื่อให้เป็นเมืองของฤๅษี ถือศีล คุ้มครองดวงเมืองกรุงเทพฯ อีกทีหนึ่ง การเดินเท้าจากหม่องกั๊วะไปเลตองคุ ใช้เวลา ๙ ชั่วโมง ข้ามเขาไป ๗ ลูก บางช่วงมีทากมาทักทายเป็นระยะ กว่าจะถึงที่หมายแรงสุดท้ายที่จะก้าวขาก็แทบไม่มี รุ่งขึ้นได้เดินป่ากับหมอยาในหมู่บ้านที่ใจดีเป็นหนักหนา อาการปวดเมื่อยก็บรรเทา เพราะกินทั้งขมิ้น ขิง และบัวบกในปริมาณสูงเพื่อฟื้นฟูร่างกายแบบด่วน ความรู้ที่ได้ก็น่าสนใจแต่ที่คุ้มที่สุดในเที่ยวนี้คือ ได้เจอขมิ้นขมซึ่งไม่ได้พบกันเสียนาน พ่อหมอที่สืบความรู้ของหมอยากะเหรี่ยงพุทธมาหลายชั่วคนยืนยันว่า ถ้าเป็นโรคกระเพาะใช้ขมิ้นขมรักษาดีที่สุด สอดคล้องกับหมอยาไทใหญ่ที่บอกว่า ขมิ้นขมรักษาท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในกระเพาะอาหาร จุกเสียดแน่นท้อง อาการอิ่มปวด หิวปวด โรคกระเพาะอาหาร

ขมิ้นขม VS ขมิ้นชัน กินกันไม่ลง
..คนไทยสมัยนี้รู้จักสมุนไพรในตระกูลขมิ้น แค่ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ขมิ้นจะล่าง (ไพล) แต่ในอดีตมีการใช้ประโยชน์จากขมิ้นอื่นๆ อีกหลายชนิด ขมิ้นขมก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสังคมปัจจุบันมีทางเลือกที่สะดวกคือ การใช้ยาแผนปัจจุบัน แต่ชุมชนชายขอบต่างๆ ซึ่งความเจริญเพิ่งจะเข้าไปถึงเมื่อไม่นานมานี้ ยังมีหมอยาหลายคนที่รู้จักขมิ้นขมอยู่ โดยเฉพาะหมอยาไทใหญ่ในภาคเหนือและในรัฐฉานของเมียนมาร์ ท่านเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับสมุนไพรตัวนี้มาก
..ขมิ้นขมกับขมิ้นชันมีสรรพคุณมากมายและดีพอๆ กัน แต่ถ้าเป็นเบาหวานกับความดันแล้ว พ่อหมอไทใหญ่ บอกว่าขมิ้นขมจะดีกว่า โรคความดันโลหิตสูงนั้นพ่อหมอบอกว่า มักจะตามมาด้วยโรคเบาหวาน แล้วมีอาการผิวเนื้อเย็นชา ร่างกายหนักไม่อยากขยับตัว ทางเดินปัสสาวะแคบลงแล้วปัสสาวะไม่ออก แต่ยังพอรักษาได้ โดยนำหัวขมิ้นอย่างเดียวตำผง คลุกับน้ำผึ้งป่าแท้กินวันละ ๓ ครั้ง
..พ่อหมอบอกว่า การใช้ขมิ้นขมรักษาโรคเบาหวาน เลือดหวาน โรคอัมพฤกษ์นั้นควรรู้ด้วยว่า การรักษาโรคเบาหวานหายได้นั้น ไม่ใช่ว่ากินขมิ้นขมแล้วจะทำให้ปัสสาวะไม่หวานได้ทันที แต่ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีถึงจะเห็นผล และต้องใช้ต่อเนื่องไป พร้อมๆ กับการคุมอาหารการกินให้เหมาะสมด้วย
..การใช้ขมิ้นขมในการคุมน้ำตาลของพ่อหมอทั้งหลายนั้น ได้รับการยืนยันจากการศึกษาวิจัยที่พบว่าสารสกัดขมิ้นขมมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส ซึ่งมีความสำคัญต่อการย่อยแป้งและคาร์โบไฮเดรตให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว การยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าวจะมีผลลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
..ขมิ้นขมยังมีรายงานว่ามีฤทธิ์ต้านเซลมะเร็ง (Cytotoxic agent) จากการทดสอบพบฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งเต้านม ตลอดจนยับยั้งการแพร่กระจาย และช่วยรักษามะเร็งได้หลายชนิด ขมิ้นขมจึงเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่เป็นความหวังของนักวิทยาศาสตร์ในการค้นหายาใหม่ๆ ในการบำบัดโรคร้ายดังกล่าว

ขมิ้นขม อุดมสรรพคุณ ชะลอความเสื่อม
..ขมิ้นขมยังเป็นยาอายุวัฒนะใช้รักษาอาการเส้นเอ็นอ่อนแรง อาการมึนไม่สดชื่น มือเท้าเย็น อาการปวดเส้นเอ็น ปวดตามข้อต่อ อาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย การใช้เป็นยาอายุวัฒนะนั้นควรเริ่มกินตั้งแต่สุขภาพยังแข็งแรง อายุประมาณ ๔๐ ปี ก็ควรเริ่มกินผงขมิ้นขมคลุกกับน้ำผึ้งแท้ทุกวัน จะกินเดี่ยวๆ หรือนำผงขมิ้นขมไปผสมกับ พริกไทย ดีปลี และขิงแห้ง กินเป็นประจำหลังอาหารก็ได้ จะช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ผมไม่หงอกก่อนวัย ฟันไม่หักง่าย ผิวหนังไม่เหี่ยว เสียงไม่แหบ ไม่มีเสมหะง่าย ไม่เหนื่อยง่าย ช่วยอาการที่ไม่ทนทั้งอากาศร้อนและอากาศเย็น อาการท้องร่วงบ่อยๆ อาการที่ควบคุมการปัสสาวะไม่ได้ในผู้แก่เฒ่า สำหรับผู้หญิงหากกินขมิ้นขมเป็นประจำทุกวัน จะป้องกันไม่ให้เกิดอาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นช่วงหมดประจำเดือน
..สรรพคุรณเด่นอีกอย่างหนึ่งของขมิ้นขมคือ ใช้รักษาโรคและอาการเกี่ยวกับท้องไส้ได้เหมือนกับขมิ้นชัน เช่น แน่นท้อง เจ็บท้อง โรคกระเพาะ รักษาอาการจุกเสียด กรดไหลย้อน อาหารไม่ย่อย อาการอาเจียน รวมทั้งช่วยรักษาอาการท้องผูก

ตำรับยา
  .ยาความดันโลหิตสูง : นำหัวขมิ้นขมตำผงกินวันละ ๓ ครั้ง ครั้งละ ๑ ช้อนชา หรือนำหัวขมิ้นขมสดหรือแห้งเคี้ยวกินวันละ ๓ครั้ง
 .ยารักษาอาการเส้นเอ็นอ่อนแรง มึนงง ไม่สดชื่น มือเท้าเย็น ปวดตามข้อต่อ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย : นำผงขมิ้นขมผสมน้ำผึ้งทำเป็นลูกกลอนกิน ครั้งละ ๕-๗ เม็ด เช้า-เย็น
.ยาโรคเบาหวาน : นำหัวขมิ้นขมอย่างเดียวตำผง คลุกกับน้ำผึ้งป่าแท้กินครั้งละ ๓ เม็ด วันละ ๓ ครั้ง กินเป็นประจำต่อเนื่อง วัดน้ำตาลในเลือด กินยาหมอแผนปัจจุบันตามปกติ คุมการกินอาหาร
 .ยารักษาอาการจุกเสียด กรดไหลย้อน อาหารไม่ย่อย อาการอาเจียน : นำขมิ้นขมทำผงผสมน้ำผึ้งทำลูกกลอนกิน ๕ เม็ด กินเช้า-เย็น
 .ยารักษาโรคกระเพาะอาหาร : นำขมิ้นขมทำผงผสมน้ำผึ้งทำเป็นลูกกลอนกินพร้อมนมวัว กินหลังอาหารครั้งละ ๓ เม็ด วันละ ๓ เวลา ควรกินอาหารให้เป็นเวลา หรือขมิ้นขมตำผง ๑ ช้อนชา ผสมกับน้ำมะนาวกินวันละ ๓ เวลา
 .ยาแก้ท้องผูก : ให้นำผงขมิ้นขม ๑-๒ ช้อนชา ผสมกับเกลือ กินช่วงเวลาเย็น
 .ยาอายุวัฒนะ : นำผงขมิ้นขมคลุกกับน้ำผึ้งแท้กินทุกเช้าวันละ ๕ เม็ด หรือนำผงขมิ้นขม ผสมกับพริกไทย ดีปลี และขิงแห้งอย่างละเท่ากัน ทำผงผสมน้ำผึ้งทำเป็นลูกกลอนครั้งละ ๓ เม็ด กินเป็นประจำหลังอาหาร
ข้อแนะนำ : ควรดื่มน้ำมากๆ หลังกินยาขมิ้นขมทุกครั้ง จะขับพิษทางปัสสาวะ ทำให้เลือดลมเป็นปกติ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.