บันทึกของแผ่นดิน ๘ (แก้มอ้น)

แก้มอ้น ได้แก้มแดงๆ แรงดีๆ …………..โดยพี่ต้อม


ชื่อวิทยาศาสตร์ Ilex umbellate (Wall) Loes.
ชื่อวงศ์ AQUIFOLIACEAE
ชื่ออื่นๆ ไม้เน่าใน ไคร้มด ห้าขาว ตานขโมย เต่ช่ออีโพ้ บอระเพ็ด เน่าใน
ลักษณะทั่วไป ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ ๑๐ เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ แผ่นใบหนาเป็นมัน ผิวใบเกลี้ยงทั้ง ๒ ด้าน ดอกออกเป็นช่อ มีสีขาวแกมเขียว ผลกลมหรือรูปไข่ สีเขียวอ่อน ผลสุกสีแดงอมดำ
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด หรือปักชำ


แก้มอ้น ให้คนกินข้าวได้ ร่างกายแข็งแรง

…เมื่อสักสามสิปีก่อนน้อยคนจะไม่รู้จักแก้มอ้น เพราะเป็นยาสมุนไพรบำรุงกำลังตัวสำคัญที่ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่กินข้าวได้ สมุนไพรต้นนี้เอามาต้มกินแล้วจะอ้วนพี มีน้ำมีนวล แก้มแดงเปล่งปลั่งเหมือนตัวอ้นซึ่งเป็นสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง ชอบกินหน่อไม้ในไร่ ลักษณะคล้ายตัวตุ่นมาก ตัวตุ่นขนหน้าและแก้มจะไม่แดง แต่ตัวอ้นนั้นขนหน้าและแก้มจะออกแดง ชื่อของสมุนไพรตัวนี้จึงบอกถึงสรรพคุณในการเป็นยาบำรุงร่างกาย
…ในยุคที่ทุกคนต้องมีร่างกายแข็งแรงเพื่อทำไร่ไถนาซึ่งเป็นงานหนัก แก้มอ้นจึงเป็นสมุนไพรที่รู้จักกันดี เมื่อมีโอกาสไปตามหาความรู้กับหมอยาภาคเหนือก็พบว่า มีต้นยาต้นหนึ่งที่หมอยาทุกคนต้องรู้จัก เพราะเป็นหัวหน้าต้นยาทั้งหลายในการรักษาโรคเกี่ยวกับการอักเสบ เจ็บปวดข้างใน และเรียกสมุนไพร ไม้เน่าใน ซึ่งก็คือ แก้มอ้นนั่นเอง ในหมู่หมอยาไทใหญ่จะพูดกันว่า หากไม่รู้จักไม้เน่าใน ก็อย่าได้เรียกตัวเองว่าหมอยาอย่างเด็ดขาด
…พ่อหมอยาทั้งหลายในจังหวัดปราจีนบุรี ภาคอีสาน และภาคเหนือ ต่างก็ใช้แก้มอ้นในสรรพคุณเดียวกันคือ เป็นยาบำรุงสำหรับคนที่มีร่างกายไม่แข็งแรง จ่อยผอม เจ็บออดๆ แอดๆ ไม่มีน้ำมีนวล ไม่อยากอาหาร ไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน รวมไปถึงเด็กที่เป็นซางจ่อยผอม รวมทั้งคนที่ทำไร่ไถนาทำงานหนัก มีอาการปวดหลังปวดเอว แม่หลังคลอดที่ปวดเมื่อยไปทั้งตัว ก็สามารถใช้แก้มอ้นทั้งเปลือกและแก่นต้มกิน อาจใช้เดี่ยวๆ หรือผสมกับสมุนไพรตัวอื่นๆ
…ตำรายาบำรุงของหมอยาปราจีนบุรีอย่างพ่อเม่า บุญมี ได้ฤกษ์ กับ ตาส่วน สีมะพริก จะใช้ไม้ฮางหนาม สามควาย แก้มอ้น เป็นหลัก ส่วน ตาเพ็ง สุขบัว หมอยาเมืองเลยวัย ๙๔ ปี บอกว่าแก้มอ้นเป็นยาบำรุงเลือดเพิ่มเลือด แก้เลือดลมไม่ดี โดยให้เอาแก่นต้มกิน น้ำยาไม้แก้มอ้นจะออกสีแดง หรือบางทีก็ใช้ต้มรวมกับแก่นไม้คอมส้ม แก่นไม้สะคาง ลำไม้ตีนเป็ด ต้มกินประจำ เพื่อทำให้กินข้าวอร่อย นอนหลับดี เลือดลมดี คนทำไร่ทำนาก็ยังเอามากินแก้อาการเจ็บหลังเจ็บเอว เจ็บแข้ง เจ็บขา จากการทำงานหนัก


สมุนไพรฟื้นฟูกำลัง ช้าง ม้า วัว ควาย
…หมอยาเมืองเลยนั้นเชี่ยวชาญในการใช้แก้มอ้นเป็นพิเศษ ตาบุญ สุขบัว ตำบลหนองหิน เล่าว่า แก้มอ้นไม่ได้ใช้บำรุงคนให้อ้วนพีเท่านั้น แต่ยังใช้กับสัตว์เลี้ยงได้ด้วย สมัยก่อนคนที่เลี้ยงช้าง ม้า วัว ควาย ไว้ใช้งาน หากสัตว์เหล่านั้นเกิดอาการไม่มีแรง หรือผอมแห้งแรงน้อย ไม่ค่อยกินน้ำกินหญ้า เขาจะไปขูดเอาเปลือกไม้แก้มอ้น เปลือกไม้คูมกา ขุดเอาหัวผักหนาม กล้วยน้ำว้า นำมาให้ได้อย่างละเท่าๆ กัน ตำผสมให้เข้ากันแล้วปั้นเป็นก้อนให้กิน สัตว์เหล่านี้จะกลับมามีกำลัง กินหญ้า กินน้ำได้ อ้วนพีแข็งแรง ใช้งานได้ดีเช่นเดิม

แก้มอ้น พ้นโรคประดงลม ประดงไฟ
ตาวิน ตุ้มทอง บ้านหนองอีเก้ง ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวง ใช้แก้มอ้นเข้ายาปะดงลมและความดัน คนเป็นปะดงลมจะมีอาการลมดันในท้อง หาวบ่อย เรอ และมีอาการแน่นหน้าอกเนื่องจากเลือดลมไม่ดี เลือดลมไม่เดิน ให้นำแก่นต้นแก้มอ้นมาต้มกิน ส่วนเปลือกนั้นเป็นยาแก้ประดงไฟ ประดงไฟนั้นจะมีออกร้อน ปวดตามแขนขา จะไข่ (บวม) และพองขึ้น ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่าให้เอาเปลือกไม้แก้มอ้นฝนกับน้ำข้าวเจ้า โดยเอาน้ำธรรมดาใส่ขันแล้วเอาข้าวสารเจ้าสิบสองเมล็ดแช่ในขันน้ำ แล้วฝนเปลือกไม้แก้มอ้นใส่น้ำ จากนั้นนำมาทาตรงที่เป็น ให้ทาเรื่อยๆ หากรู้สึกแห้งก็ให้ทาเลย ส่วนรากของไม้แก้มอ้นนั้นฝนกับน้ำปูนใส ทารักษาฝีได้
ตาหา (สว่าง คำมะนิตย์) หมอยาบ้านกกบก ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง ใช้แก้มก้นเป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงกำลัง ถ้าธาตุดีก็จะ “อยู่ดีมีแฮง” หากธาตุใดธาตุหนึ่งมีปัญหาก็จะเกิดโรคภัย โดยเอาแก่นไม้แก้มอ้น มาต้มกิน เช้า-เย็น เหมือนน้ำชาเลยก็ได้ เปลือกแก้มอ้นยังมีสรรพคุณรักษาบาดแผล ตุ่มสุกคัน ตุ่มพุพองได้ โดยใช้ฝนกับน้ำข้าวเจ้าทา เปลือกที่เข้าเป็นยาประคบกับสมุนไพรตัวอื่นๆ ได้แก่ ใบหนาด เปลือกแดง ใบเปล้าใหญ่ เปลือกกุ่ม เปลือกก่าม เครือเอ็นอ่อน เปลือกไม้เอ็นหม่อน ขมิ้นขึ้น ว่านไพล ตะไคร้หอมทั้งใบทั้งหัว ตะไคร้แกงทั้งใบทั้งหัว หัวข่า หัวข่าโคม แหน่งหอม (ว่านสาวหลง) ทั้งรากทั้งต้นทั้งใบ ใบและเครือกะทกรก (หุ้มห่อ, หำห่อ) ใบและเครือตำลึง นำมาสับผสมกัน แล้วใช้ผ้าขาวหรือผ้าหม้อนิล ห่อทำเป็นลูกประคบ

แก้มอ้น ยาอยู่ไฟหญิงคลอดลูก
ยายหมื่น ดวงอุปะ หมอยาบ้านแสงภา ใช้แก้มอ้นแก้ปวดเมื่อย แก้อักเสบในแม่หลังคลอด โดยใช้ไม้แก้มอ้น รากไส้ตัน (โมกเครือ) ต้มกับยาสำหรับอยู่ไฟตัวอื่นๆ ให้ผู้หญิงออกลูกใหม่ๆ กินในขณะอยู่ไฟหรืออยู่กรรมคำเดือนจนกว่าจะออกกรรม ชาวบ้านแถวอีสานยังนำแก่นหรือรากแก้มอ้นมาให้แม่ลูกอ่อนกินบำรุงน้ำนมอีกด้วย
พ่อลายแสง หรือ พ่ออ่ายเซี้ยง ลุงซอ หมอยาไทใหญ่ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ใช้ไม้เน่าในเป็นสมุนไพรแก้อักเสบภายใน รักษาฝีในท้อง บำรุงกำลัง และรักษาริดสีดวงโดยใช้ทั้งต้นทั้งราก (ทั้งห้า) ต้มกิน ต้มอาบ และมีวิธีรักษาริดสีดวงทวารโดยใช้ใบไม้เน่าใน ใบไม้อ้อจ้าง ใบผักปิ้งปน สับหมกไฟเป็นยานั่ง ส่วนคนทั่วไปให้ต้มกินเป็นยาบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้


ยาซาง บำรุงเด็กน้อย ไม่จ่อยผม
…แก้มอ้นยังใช้รักษาโรคซางในเด็กซึ่งถือเป็นความเจ็บป่วยที่สำคัญในคัมภีร์แพทย์แผนไทย จนถึงกับมีคัมภีร์ปฐมจินดาที่ว่าด้วยเรื่องซางโดยเฉพาะ อาการทั่วไปของโรคซางคือ เบื่ออาหารไม่อยากกินอะไร หรือกินจุแต่ยังจ่อยผอม ไม่เจริญเติบโต ตัวลีบ ท้องโต เหงื่อออกที่ศีรษะ ก้นเย็นเวลากลางคืน ขี้ตามาก น้ำมูกมาก กลิ่นตัวคาว มีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆ เกิดจากขณะอยู่ในครรภ์มารดาบำรุงไม่ดี ตอนคลอดไม่ดี น้ำนมแม่ไม่ดี เลี้ยงดูไม่ดี ซึ่งสมัยก่อนคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ และแก้มอ้นก็เป็นสมุนไพรสำคัญต้นหนึ่งในการรักษาโรคนี้
…แม้ว่าหมอยาจะถือว่าแก้มอ้นเป็นสมุนไพรยาบำรุงที่สำคัญ แต่แทบไม่มีการศึกษาวิจัยสมัยใหม่เกี่ยวกับพืชชนิดนี้เลย อาจเป็นด้วยว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้ประโยชน์เฉพาะด้าน และภาวะโภชนาการของเด็กสมัยนี้ดีกว่าในอดีต จึงทำให้แก้มอ้นซึ่งเป็นภูมิปัญญาในการบำรุงเด็กตกหล่นไปจากงานวิจัยสมุนไพรพื้นบ้านอย่างน่าเสียดาย


ตำรับยา
ยาแก้โรคประดงลม : นำต้นแก้มอ้นมาต้มกิน
ยาบำรุง แก้เลือดลมไม่ดี : เอาแก่นไม้เน่าในต้มกินน้ำจะมีสีแดง
ยาแก้อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เจ็บปวดข้างใน : แก้มอ้นทั้งห้า ต้มกิน
ยารักษาคนร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์แข็งแรง น้ำหนักตัวน้อย : เปลือกต้นและเนื้อไม้ ต้มรวมกับเปล้าหลวง นำไปอาบ
ยาบำรุงให้คนผอมกินแล้วอ้วน : เอาแก่นมาต้มกิน
ยาแก้ผู้หญิงผิดเลือด : เอาเปลือกไม้เน่าในมาตากแห้งแล้วตำให้เป็นผง เอาผงที่ได้ใช้ชงเป็นชาดื่มกิน
ยาบำรุงน้ำนมหลังคลอด บำรุงเนื้อหนัง : รากแก้มอ้มต้มกิน
ยาแก้ฝี : นำรากแก้มอ้นมาฝนกับน้ำปูนใสทาฝี
ยาแก้ปวดเอว เจ็บเอว : รากต้มกิน
ยาซางเด็ก :
ตำรับที่ แก่นคันจ่อง แก่นต้นหลักดำ แก่นต้นแก้มอ้น แก่นต้นขี้หนู รากผักชีช้าง (รากสามสิบ) ทั้งหมดพอประมาณ แช่น้ำกิน
ตำรับที่ แก่นแก้มอ้น แก่นขี้หนู แก่นต้นคันจ่อง แก่นหลักดำ หัวว่านขี้ (อุตพิด) ทั้งหมดอย่างละเท่ากัน ใช้แช่น้ำกินและอาบ
ตำรับที่ แก้มอ้นต้มอาบแก้เด็กเป็นซาง ตอนเช้าใช้ใบกับลำต้น บ่ายใช้เปลือกต้น
ยามะโหกก้นปูด (ริดสีดวงทวาร) : เอายอดมานวดอังไฟแล้วรองนั่ง
ยารักษาบาดแผล สุกคัน (ตุ่มพุพอง) : ใช้แก่น ฝนใส่น้ำข้าวเจ้าทาจะรู้สึกเย็น
ยาประคบแก้ปวดเมื่อย : เปลือกแก้มอ้น ใบหนาด ใบแดง ใบเปล้าใหญ่ เปลือกและใบกุ่ม เปลือกและใบก่าม เถาเอ็นอ่อน ไม้เอ็นหม่อน ขมิ้นขึ้น ว่านไพล ตะไคร้หอม ตะไคร้ หัวข่าน้ำ หัวข่าคม ต้น ใบ และรากแหน่งหอม ตำลึงทอง (หำห่อ บักขมห่อ หญ้าหัมยุ่ง กะทกรก) ตำลึงธรรมดานำมานึ่ง ใช้ทีละ ๒ ลูก สลับกัน
ยาทำให้ช้าง ม้า วัว ควาย มีแรง : ขูดเปลือกผสม เปลือกตูมกา หัวผักหนาม กล้วยน้ำว้าเท่าๆ กัน ตำเป็นก้อนให้กิน

ปิดการแสดงความเห็น