บันทึกของแผ่นดิน ๘ (กระพังโหม)

กระพังโหม กลิ่นเหมือนตด หมดโรคภัย…………..โดยพี่ต้อม


ชื่อวิทยาศาสตร์  Paederia linearis Hook. f.
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ชื่ออื่นๆ ตำยานตัวผู้ พังโหม ย่านพาโหม หญ้าตดหมา
ลักษณะทั่วไป ไม้ล้มลุก มีขนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม มีหูใบร่วมระหว่างคู่ใบ ดอกช่อสีชมพูอมม่วง ผลแห้ง รูปกลม
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด

ผักพื้นบ้าน กลิ่นชวนเมิน กินเพลินเป็นอาหาร
…กระพังโหม มีชื่อที่ชาวบ้านเรียกทั่วไปว่า ตดหมูตดหมา อันเป็นชื่อที่หมอยาคนไทกลุ่มต่างๆ ทั้งในประเทศไทย รัฐฉาน ยูนาน และอัสสัม ใช้เรียกพืชชนิดนี้เหมือนกันหมด บางแห่งในภาคใต้จะเรียกว่า ขี้หมาข้างรั้ว หรือขี้หมูข้างรั้ว เพราะเมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นเหม็นตุๆ เนื่องจากในใบมีสารเมทิลเมอร์แคบแตน (Methyl mercaptan) ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นนี้ จึงมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า เถาสกั๊งค์ (Skunk vine) เพราะกลิ่นทำให้นึกถึงตัวสกั๊งค์ ซึ่งเป็นสัตว์ที่สามารถปล่อยกลิ่นเหม็นฉุนตลบอบอวลออกมาไล่ศัตรู
…เครือตดหมูตดหมามีอยู่หลายสายพันธุ์ แต่ที่พบเห็นทั่วไปมี ๒ ชนิดใหญ่ๆ คือ ชนิดใบกว้าง มีเถาสีน้ำตาล ขนเยอะ กับชนิดใบแคบยาว เถาสีเขียว ไม่ค่อยมีขน ทั้งสองชนิดใช้ได้เหมือนกัน เครือตดหมูตดหมามีเถาที่เหนียวและแข็งแรงมาก ชาวบ้านสมัยก่อนจะนำมาทำเป็นเชือกมัดสิ่งของ แม้จะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างแรง แต่เครือตดหมูตดหมาก็ถูกนำมาใช้เป็นอาหารในแทบทุกภาค อาจกล่าวได้ว่าคนไทยเป็นชนชาติที่นำพืชชนิดนี้มาใช้เป็นอาหารมากที่สุด ตั้งแต่การกินเป็นผักสด เช่น คนอีสานใช้ยอดอ่อนกับใบอ่อนกินกับน้ำพริก ลาบก้อย ตำถั่ว ใบตำใช้แกงใส่ขมิ้น ใส่ในปลาไหลแอ๊บ เป็นต้น คนไทใหญ่ทางภาคเหนือนอกจากกินใบสดๆ กับน้ำพริกแล้ว ยังนำยอดหั่นผสมกับแป้งข้าวเหนียวทอดเป็นข่างปอง (อาหารชุบแป้งทอด) กิน ใบนำไปตำสับกับหมูทำหมกกิน คนภาคใต้เอาไปซอยให้ละเอียดใส่ในข้าวยำ บางแห่งจะมียอดกระพังโหมขายในหน้าฝน
…คนไทยยังนำกระพังโหมไปใช้ทำขนมหลายชนิด เช่น ขนมขี้หนู โดยนำใบมาผสมกับแป้งทำให้ได้ขนมเป็นสีเขียวและมีกลิ่นหอม หรือทำเป็นขนมคล้ายๆ ขนมสอดไส้ แต่มีไส้เป็นมะพร้าวอ่อนกับเกลือ หรือทำขนมสำปีซึ่งเป็นขนมโบราณของชุมชนไทย-ลาว ที่กวนเพื่อนำไปทำบุญวันออกพรรษา การทำขนมชนิดนี้ต้องใช้เวลากวนเป็นวันๆ โดยกวนแป้งผสมกับถั่วและงา และใส่ใบไม้หลายชนิดเพื่อแต่งกลิ่นให้หอม ในจำนวนนี้มีกระพังโหมรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีการนำรากปอกเปลือกแช่น้ำซาวข้าว นำไปตำกับข้าวเหนียวนึ่งเพื่อทำข้าวพอง ข้าวเกรียบว่าว ใส่ขนมนางเล็ด ทำให้เม็ดข้าวใหญ่ขึ้น มีกลิ่นหอม ในอินเดียใช้ใบใส่ในซุปโดยเฉพาะอาหารสำหรับคนชราและผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้ ในมาเลเซียกินยอดอ่อนใบอ่อนเป็นทั้งผักสดและผักต้ม

กระพังโหม เคล็ดลับอายุยืนทะลุร้อยของขุนพันธ์
…หมอยาพื้นบ้านใช้กระพังโหมเป็นทั้งยาบำรุงและยาอายุวัฒนะ โดยเชื่อว่า หากรับประทานเป็นประจำ จะสามารถเพิ่มกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้กระดูกที่หักติดกันง่าย ทำให้สีผิวเงางาม ช่วยกำจัดพิษ ช่วยย่อย ช่วยขับลม โดยให้กินเป็นประจำ จะกินเป็นผักหรือเอามาต้มกินเป็นยา (แต่จะมีรสขม) ก็ได้ กินดีทั้ง ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก คนหนุ่มสาว และคนชรา
…สำหรับสรรพคุณในการทำให้อายุยืนของกระพังโหมนั้น มีข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่า พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช หรือขุนพันธ์ นายตำรวจมือปราบในอดีต ที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายตัวฉกาจๆ ในภาคใต้มานักต่อนัก แต่มีอายุยืนยาวถึง ๑๐๓ ปี เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ท่านกินใบพาโหม (ภาษาใต้) หรือกระพังโหม (ภาษากลาง) วันละ ๗ ใบ จึงทำให้ท่านอายุยืน ท่านได้สูตรยาตัวนี้มาจากพระที่จังหวัดพัทลุง และก็ได้กินเรื่อยมา ซึ่งน่าจะสัมพันธ์กับการที่กระพังโหมมีโปรตีน วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ในปริมาณสูงมากนั่นเอง
…คนโบราณยังเชื่อว่า กระพังโหมมีสรรพคุณในการถอนพิษสุรา พิษยาสูบ ถอนพิษต่างๆ รวมทั้งแก้ท้องเสีย พิษจากอาหาร มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ย้อนหลังไปเมื่อห้าสิบปีก่อน วิธีใช้กระพังโหมที่คนทั่วไปรู้จักกันดีคือ นำสมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อมมาต้มด้วยกัน แล้วใส่ใบกระพังโหมลงไป เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใช้เป็นยาระบาย และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

สมุนไพรดีมีศักยภาพ รับมือโรคสมัยใหม่
…หมอยาไทใหญ่จะใช้ใบตดหมูตดหมารักษาเบาหวาน ซึ่งก็มีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า สารสกัดของใบตดหมูตดหมาสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยทำให้ระดับอินซูลิน (insulin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือดนั้นสูงขึ้น อีกทั้งผลการทดลองในหนูพบว่า มีผลทำให้ HbA1C ในกระแสเลือดลดลง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของตดหมูตดหมาในการลดระดับน้ำตาลในเลือด
…ตดหมูตดหมายังมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ด้วยการไปเพิ่มระดับของเอนไซม์ Superoxide dismutase, Catalase และ Glutathione ซึ่งสามารถกำจัดอนุมูลอิสระ (free redical) ออกจากร่างกายได้ มีฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด (Thrombolytic effect) และช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ โดยสามารถลดได้ทั้ง total cholesterol, triglyceride, low density lipoprotein cholesterol (LDL) และ very low density lipoprotein cholesterol (VLDL) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นอันตรายและก่อโรคในระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตได้ นอกจากนี้ยังพบว่าตดหมูตดหมามีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งและต้านเนื้องอกอีกด้วย

ยาแก้ปวดเมื่อย ปวดตามข้อ แก้ตัวจี๊ด
…กระพังโหมเป็นยาแก้ทางกองลม ในทางการแพทย์แผนไทย กองลม หมายถึง กลไกที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ การทำงานของระบบประสาท เช่น ปวดเมื่อย ปวดตามข้อ อาการปวดหัว รวมไปถึงอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
…สรรพคุณเด่นๆ ของกระพังโหม ได้แก่ แก้ปวดเมื่อย ยับลม ขับปัสสาวะ เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับน้ำนม และอาการปวดวิ่งๆ ซึ่งหมายถึงพยาธิตัวจี๊ด หมอยาพื้นบ้านจะใช้ตดหมูตดหมาเดี่ยวๆ หรือต้มรวมกับสมุนไพรตัวอื่นๆ ในการรักษาโรคและอาการเหล่านี้ การใช้กระพังโหมเป็นยาแก้ปวดเมื่อยปวดข้อของหมอยาพื้นบ้านนี้ ได้รับการยืนยันจากผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบว่าสมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์ในการแก้อักเสบและแก้ปวดด้วย
…สรรพคุณที่สำคัญอีกอย่างของกระพังโหมคือแก้ซางเด็ก ด้วยว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้ในตำรับยาแก้ซางมากที่สุดชนิดหนึ่ง เด็กที่เป็นซางจะมีอาการพุงโร ก้นปอด ผอม ซึ่งอาจเกิดจากพยาธิ อาหารไม่ย่อย หรือขาดสารอาหาร ก็ได้ ตำรับที่ ตาส่วน สีมะพริก หมอยาแห่งบ้านนนทรี จังหวัดปราจีนบุรี นิยมใช้คือ ใช้ตาลหม่อน ตาลเสี้ยน ตาลดำ ตาลขโมย (เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งนะจ๊ะ) ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ เอาไปย่างไฟ แล้วนำน้ำในกระบอกมาให้เด็กเป็นซางกิน วิธีการนี้คล้ายๆ กับการทำข้าวหลาม หมอยาจึงเรียกว่า หลามยา น่าจะเป็นเทคนิคของคนโบราณในสกัดเอาสารจากเถากระพังโหมโดยใช้ไอน้ำ

กระพังโหม เสริมฮอร์โมน บำรุงผู้ชายชาวทุ่ง
กระพังโหมยังช่วยให้ผู้ชายมีกำลังทางเพศ ไม่ได้มีกำลังทางกามะ แต่ช่วยให้มีกำลังที่จะมีลูกมีหลาน ทำให้ร่างกายแข็งแรง โดยให้กินเป็นผักเป็นประจำ ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่า กระพังโหมสามารถเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) ในสัตว์ทดลอง จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเพิ่มสมรรถภาพนักกีฬาและช่วยสร้างกล้ามเนื้อในผู้ที่ออกกำลังกาย
น่ารู้
• ตดหมูตดหมาที่กินได้ในบ้านเรามี ๕ สายพันธุ์ คือ
• ตามวิชาเภสัชกรรมแผนไทย แบ่งกระพังโหมเป็น ๓ ชนิดคือ กระพังโหมใหญ่ (ตูดหมู ตดหมู) กระพังโหมเล็ก (ตูดหมา ตดหมา) กระพังโหมน้อย (ขี้หมาข้างรั้ว)

ตำรับยา
     ยาฆ่าพยาธิตัวจี๊ด : นำใบกระพังโหมมาขยี้ให้ละเอียด ใส่น้ำเล็กน้อย ทาพอกไว้แล้วอาการบวมวิ่งๆ เหล่านั้นก็จะหาย
ยาใส่แผล แก้คัน : ล้างแผลให้สะอาด คั้นน้ำใบตดหมูตดหมาทาแผลที่ถูกหมากัด งูกัด เริม งูสวัด แผลทั่วไป รวมทั้งใช้ทาแก้คันก็ได้
ยาแก้ปวดเมื่อย : นำกระพังโหมทั้งห้า มาต้มกิน
ยาแก้ริดสีดวงตกเลือด : กระพังโหม จุกกระเทียม ใบกระเพรา ต้ม ๓ เอา ๑ กินหายแล
ยาแก้ร่างกายอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร แก้ไข้เพื่อลม : พาโหมทั้งห้า กรุงเขมา จันทน์ขาว ขิง ดีปลี รากมะเขือขื่น รากมะอึก รากแตงขม บอระเพ็ด ต้มกิน
ยาน้ำมันแก้ปวดตามข้อ แก้อักเสบช้ำบวม : ใบกระพังโหมบดละเอียด ๒ ส่วน กับน้ำมัน ๑ ส่วน เคี่ยวกับไฟอ่อนๆ จนใบกรอบ กรองเก็บน้ำมันไปเคี่ยวกับขิงสดบดอีก ๑ ส่วน กรองทำเป็นน้ำมันเก็บไว้ใช้แก้ปวดเมื่อย แก้อักเสบ
ยาแก้ท้องอืด ท้องผูก : นำรากมาต้มกิน หรือนำใบมาตำพอกที่ท้อง
ยาล้างสารพิษ : นำใบตดหมูตดหมา ใบหมอน้อย กรุงเขมา ใบย่านาง มาคั้นกับน้ำ แล้วกรองเอาแต่น้ำมาตากแดดจะเป็นวุ้นแล้วเอาไปกิน จะช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างภายในร่างกาย
ยาเป็นลมหน้ามืด : ยอดตดหมูตดหมา ๗ ยอด เปลือกแคเล็กน้อย มะนาว ๗ ฝาน ขิง ๗ ฝาน กระเทียม ๗ กลีบ พริกไทย ๗ เม็ด นำทั้งหมดตำให้ละเอียด ใช้อมแก้ไข้สันนิบาต (เป็นลมหน้ามืด)
ยาแก้เด็กเป็นซาง :
ตำรับที่ ๑ เอาใบตากแห้ง ตำใส่เกลือ ต้มกิน ต้มอาบเด็กเป็นซางพุง (เด็กไม่โต) โรคก้นปอด
ตำรับที่ ๒ กระพังโหม ๑ กำมือ กะเพราะแดง ๑ ต้น เปลือกต้นไข่เน่า ๑ บาท สะค้าน ๑ บาท สมอทั้งสาม สิ่งละ ๒ บาท บอระเพ็ด ๕ องคุลี มะตูมอ่อน ๑ แว่น มะขามป้อม ๓ บาท เจตมูลเพลิง ๑ บาท ขิงแห้ง ๑ บาท ชุมเห็ดเทศ ๑ ต้น ใบมะกา ๑ กำมือ ดีปลี ๕ ดอก ขมิ้นอ้อย ๕ แว่น นำมาต้มให้เด็กรับประทาน
ยาถ่ายพยาธิ : ยอดอ่อนหมกใส่ไข่หรือปลา ให้เด็กกิน
ยาแก้เบาหวาน แก้ปวดเมื่อย เป็นยาอายุวัฒนะ : นำใบมากินเป็นผักสดๆ หรือนำส่วนเหนือดินต้มกินต่างน้ำ
ยาขับเยี่ยว: ตดหมูตดหมาทั้งห้า ต้มเคี่ยว ๓ เอา ๑ กินครั้งละครึ่งแก้ว (ประมาณ ๑๐๐ มิลลิลิตร) ยานี้รสขมมาก กินวันละ ๓ เวลา หรือนำทั้งห้ามานึ่งบดพอกหัวเหน่า รักษาเยี่ยวคั่งเยี่ยวขัด

ตำรับขนม (พัฒนาโดยศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชนด้านการแพทย์แผนไทย อภัยภูเบศร)
   ขนมมรกต
น้ำคั้นใบตดหมูตดหมา…..๔..ถ้วย
แป้งท้าวยายม่อม………….๑..ถ้วย
น้ำต้มหญ้าหวานหรือน้ำเชื่อมตามใจชอบ
เทียนอบขนม
วิธีทำ
๑. ผสมน้ำกะทิกับน้ำหญ้าหวานหรือน้ำเชื่อมให้เข้ากัน
๒. อบควันเทียน ๔ ครั้ง แล้วพักไว้
๓. ผสมแป้งกับน้ำคั้นใบตดหมูตดหมา ตั้งไฟกวนจนแป้งสุก
๔. ตักแป้งเป็นชิ้นเล็กๆ หล่อในน้ำเย็น
๕. ตักแป้งใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ เติมน้ำแข็ง
วุ้นพาโหม
น้ำคั้นใบตดหมูตดหมา……๔…..ถ้วย
ผงวุ้น…………………………๒…..ช้อนโต๊ะ
น้ำต้มหญ้าหวาน………….๑/๔…ถ้วย
น้ำกะทิหรือน้ำมะพร้าว
วิธีทำ
๑. นำน้ำคั้นกระพังโหมและหญ้าหวาน ตั้งไฟ
๒. ค่อยๆ เติมผงวุ้น คนจนละลายเข้ากัน
๓. ตักใส่พิมพ์รอให้วุ้นแข็ง พักไว้ ได้วุ้นกระพังโหม
๔. เตรียมวุ้นกะทิ โดยทำเช่นเดียวกัน
๕. ตักวุ้นกะทิ ราดบนวุ้นกระพังโหม ชาเย็นจนวุ้นแข็งตัว

ปิดการแสดงความเห็น