ลำโพง…กินระวังบ้า ประคบทาไม่ห้าม

 

ลำโพง กินระวังบ้า ประคบทาไม่ห้าม……………..โดย ‘พี่ต้อม’


ชื่อวิทยาศาสตร์   Datura metel Linn. (ลำโพงขาว)
Datura metel Linn. var. fastuosa Safford (ลำโพงกาสลัก)
ชื่อวงศ์   SOLANACEAE
ชื่ออื่นๆ   มะเขือบ้า หมากเขือบ้า ละอังกะ
ลักษณะทั่วไป   พืชล้มลุก ต้นสีเขียว ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกสีขาว หรือม่วง ปลายบานคล้ายปากแตร ผลกลมมีหนามเมื่อแก่แตกออก
การขยายพันธุ์   ใช้เมล็ด


มะเขือบ้า พืชพิษที่เคยช่วยชีวิตคน
ในยุคที่ยังไม่มียาชา ยาแก้ปวด ยาแก้หอบหืด ยาแก้บ้า ยานอนหลับ ยาปฏิชีวนะ ยารักษาฝีและแผลเรื้อรัง ยารักษาหมาบ้ากัด มีสมุนไพรตัวหนึ่งที่คนไทยและคนในแถบเอเชียรู้จักดีคือ ลำโพง ซึ่งสามารถใช้แทนยาเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ลำโพงมีชื่อเรียกในตำรายาโบราณของภาคเหนือ ภาคอีสานและในตำรายาของหมอยาไทยใหญ่ว่า หมากเขือบ้า เห็นชื่อก็คงเดาได้ว่าใครเผลอกินเข้าไปแล้วเป็นบ้าแน่นอน
พ่อหมอทุกคนต่างรู้ดีว่า หมากเขือบ้าเป็นพืชที่มีพิษอยู่ทุกส่วน กินเข้าไปแล้วคอจะเป็นหนาม(คอแห้งมาก) กินข้าวกินน้ำไม่ได้ ดังนั้นในตำรับยาที่เข้าลำโพง แม้แต่ยาพอก จะมีการกำกับขนาดการใช้อยู่ด้วยเสมอ และห้ามใช้กับแผลเปิดเป็นบริเวณกว้าง เพราะจะทำให้บ้าลำโพงได้ แต่ก็จะหายไปเอง
พิษของลำโพงมีอยู่ในเมล็ดมากที่สุด กินเข้าไปอาจทำให้ตายได้ ส่วนที่มีพิษรองลงมา คือ ดอก ต้น ลูกดิบ ใบแก่ และราก ตามลำดับ หมอยาจะไม่ค่อยบอกข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ลำโพงมากนัก เพราะถือว่าเป็นดาบสองคม
        ในอดีตมีการนำเมล็ดลำโพงไปใส่ในน้ำชาหรืออาหาร เพื่อกลั่นแกล้งหรือทำร้ายกันก็มี การแก้พิษในสมัยก่อนคือ ให้กินน้ำมะนาวหรือทำให้อาเจียนทันที แต่ถ้ากินในปริมาณมากและปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป ก็ไม่สามารถแก้ไขกลับคืนให้เป็นปกติ คือ เป็นบ้าไปเลย
ปัจจุบันนี้หากใครเผลอกินลำโพงเข้าไป ก็ให้รีบไปโรงพยาบาล เขาจะให้การรักษาแบบเดียวกับการได้รับพิษของอโทรปีน(atropine) แต่เนื่องจากการใช้ลำโพงมีความเสี่ยงมากโดยเฉพาะเมื่อทำเป็นยากิน จึงขอแนะนำว่าอย่าลองจะดีกว่า

ลำโพง คงคุณค่าเป็นยาประคบ
ในปัจจุบันลำโพงจัดอยู่ในประเภทพืชพิษ ทำให้คนมองพืชชนิดนี้อย่างหวาดกลัว แต่ลำโพงใช่ว่าจะไร้ค่า จริงๆ แล้วยารักษาแผลมีหนองหรือฝีที่ดีที่สุดในอดีตคือ ใบลำโพง ขมิ้นอ้อย เกลือและข้าวสุกเผาไฟจนเป็นถ่าน เอามาตำเข้าด้วยกัน แล้วเอามาพอกแผลหรือฝี ที่เป็นเช่นนี้เพราะในลำโพงมีสารย่อยหนองและเนื้อตายได้เหมือนยางมะละกอ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ปัจจุบันมียาปฏิชีวนะและการผ่าตัดที่ได้ผลดีกว่า ทำให้คุณค่าของลำโพงในแง่นี้พลอยหมดไป
แต่ในโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ครูหมอยายังนิยมใช้ลำโพงเข้ายาประคบอยู่ รวมไปถึงอาการช้ำบวมอื่นๆ ในกรณีเหล่านี้ ลำโพงยังสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย เพราะใช้กับบริเวณที่ไม่ได้มีแผลเปิด
ลำโพงมีดอกสวยน่าดู แต่เป็นสวยพิฆาตที่ต้องใช้ให้เป็น อย่าประมาท ยิ่งมีพิษยิ่งต้องรู้จักใช้ เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย

เรื่องน่ารู้
• อาการบ้าลำโพงจะเกิดกับคนที่สูบหรือกินลำโพง เช่น ในงานเลี้ยงสมัยก่อนบางครั้งจะมีการหั่นใบลำโพงผสมส้มโอหรือมะนาว กินแล้วจะเมา เห็นคันคูคลองแล้วอยากโดดข้าม อยากหัวเราะ มีความสุข มีอาการเคลิ้มฝัน หลงลืมตัว อยู่นิ่งไม่ได้ มีความกล้า บ้าบิ่น ปกติอาการเหล่านี้จะหายไปเอง จึงมีการนำไปใช้เป็นยาเสพติด แต่ถ้ากินเข้าไปในปริมาณมาก อาจเป็นบ้าไม่หาย บางคนก็ตายไปเลย
• พี่น้องใกล้ชิดของลำโพงคือ ลำโพงกาสลัก หรือหมากเขือบ้ากาจับหลัก หรือหมากเขือบ้าแหล่ นิยมใช้ทำยาเช่นกัน และใช้แทนกันได้
• ทุกส่วนของลำต้น ใบ ดอก ผลของลำโพง มีคุณสมบัติเป็นพิษทั้งสิ้น มีสารอัลคาลอยด์(alkaloid) หลายชนิด ได้แก่ hyoscyamine, atropine, belladonine และ scopolamine
• สารพิษในต้นลำโพงไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน
• อาการที่เกิดจากพิษของลำโพงจะเกิดขึ้นภายใน ๓๐ นาที ถึง ๖๐ นาที หลังจากกินเข้าไป และจะมีอาการต่อไปอีก ๒-๓ วัน เนื่องจากการออกฤทธิ์ในระบบทางเดินอาหารจะเป็นไปอย่างช้าๆ อาการเบื้องต้นที่พบบ่อย คือ ปากคอแห้ง กระหายน้ำ กลืนอาหารและน้ำด้วยความลำบาก ต่อมาสายตาพร่ามัว ระบบประสาทกลางถูกกระตุ้น มีอาการเคลิบเคลิ้ม เป็นสุข จากนั้นจะเกิดอาการเพ้อคลั่ง ประสาทหลอน ตื่นเต้น ตาแข็ง หายใจไม่สะดวก พูดไม่ออก หายใจช้าลง ตัวเขียว อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
• เมื่อแก้พิษแล้ว ผู้นั้นจะยังมีอาการวิกลจริตอยู่ รักษาไม่ค่อยหาย

ตำรับยา

ยาฝีลม(อาการปวดบวมที่ไม่มีหัวฝี)
ยาทาภายนอก ให้เอาหัวทองสมุดขาว ๑ ราก หมากเขือบ้าแหล่(ลำโพงกาสลัก) ๑ ฝนทาดี
ยาประคบแก้ข้อต่อบวมและปวดกระดูก
ใบหมากเขือบ้าย่างไฟนำมาประคบบริเวณที่เป็น
ยาก็อบ(พอก) เอ็น
เอาหนังเปลือกมาตำให้ละเอียด แล้วผสมกับข้าวเหนียวอีกที แล้วค่อยก๊อบเอ็นที่เคล็ดช้ำเขียว
ยาประคบแก้อัมพาต อัมพฤกษ์
ใบสมัดน้อย(หัสคุณไทย) เครือเอ็นอ่อน ใบลำโพงขาว เครือเขาคำ(สังวาลพระอินทร์) ใบกุ่มบก ขมิ้นอ้อย หัวไพล อย่างละเท่าๆ กัน ล้าง ผึ่งให้แห้ง สับ ตำนำไปทำยาลูกประคบ ตำรับนี้นำไปทำยาอบได้ แต่ไม่ให้ใส่ลำโพง เพราะจะทำให้ง่วง เมา อาเจียน หรืออาจเป็นลมป่วง(เพ้อคลั่ง หลับไม่ได้สติ) การรักษาใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน โดยทำทั้ง ๓ วิธี วิธีประคบ ให้ทำเช้า-เย็น ทุกวัน การอบยาให้อบวันละ ๑ ครั้ง ตอนเช้า และให้ฝึกเดิน ร่วมด้วย
ยาน้ำมัน
          ใบผีเสื้อ(คนทีสอ) ใบลำโพง ใบสลอด ใบพุทรา เปลือกเพกา ใบทับทิม ขมิ้น ใบมะนาวควาย ใบพลูแก่ เท่ากันตำ เอาน้ำมันงาทา ยานี้หุงใส่ฝีทั้งมวลดีแล
ยาแก้เอ็นปวดตึง
ยาให้เอารากหมากเขือบ้า รากโกทา ฝนทาดี
ยาทา ขับเข้าให้พิษข้างในออก
เห็ดกระด้างไม้สน ไส้เดือนตายพราย กาฝากไม้งิ้ว แก่นลมแล้ง(คูน) ดอกมะเขือบ้าดำ(ลำโพงกาสลัก) ดอกเจตมูลเพลิงแดง ใบมะค่าโมง ๓ กำมือ บดเป็นผง แล้วใส่น้ำมันงาทา ขับพิษไล่พิษข้างในออก
ยาเบื่อหอยเชอรี่ในนา
ผลหมากเขือบ้า และฝักคูน ตำใส่กันเอาไปใส่ข้าวในนา หอยเชอรี่จะตาย

ปิดการแสดงความเห็น