ไพล…นวดประคบสไตล์ไทย

ไพล  นวดประคบสไตล์ไทย ….โดย ‘พี่ต้อม’


ชื่อวิทยาศาสตร์  Zingiber montanum (J.KÖnig) Link ex A.Dietr.
ชื่อวงศ์  ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่นๆ  ปูลอย ปูเลย ว่านไฟ มิ่นสะล่าง
ลักษณะทั่วไป ไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นเหง้าใต้ดิน เมื่อผ่ามีสีเหลือง ใบเดี่ยว เรียงสลับ ช่อดอกแทงจากเหง้า ดอกสีขาวนวล
การขยายพันธุ์  ใช้เมล็ด แยกกอ

ไพล ไล่ผีปอบ แก้วิงเวียน แก้ปวดหัว
ไพลเป็นสมุนไพรที่ทุกบ้านคนไทยในอดีตต้องปลูกไว้ ถือเป็นว่านศักดิ์สิทธิ์ ใช้กันไฟไหม้ ไล่ผีปอบ โดยเหลาให้แหลมแล้วจี้ไปตามตัว การใช้ไพลไล่ผีปอบนี้ไม่ได้มาจากคำบอกเล่าของพ่อหมอต่างๆ เท่านั้น แต่ยังบันทึกไว้ในตำรายาใบลานด้วย วัฒนธรรมความเชื่อเรื่องไม้ศักดิ์สิทธิ์หรือไม้มงคลนี้ อาจจะดูว่าเป็นเรื่องงมงายในสายตาของนักวิชาการสมัยใหม่ แต่ที่จริงแล้วความเชื่อเหล่านี้มีบทบาทหน้าที่ในการเตรียมครัวเรือนต่างๆ ให้มีความพร้อมในด้านหยูกยารักษาโรค
ไพลนั้นมีน้ำมันหอมระเหย แก้วิงเวียน ง่วงนอน ทำให้สดชื่น หมอยาสุรินทร์ใช้ไพลเป็นส่วนประกอบของยาอบสำหรับใช้กับคนวิกลจริต และมีไพลในยารักษาอาการวิงเวียนหน้ามืดตาลายอีกหลายตำรับ ถ้าเรามองว่าอาการผีเข้าคือ อาการทางจิตอย่างหนึ่ง ไพลอาจจะเป็นภูมิปัญญาในการรักษาอาการเหล่านั้นก็ได้ แต่อยู่ในมิติของการไล่ผีของคนสมัยก่อน


นวดประคบด้วยไพล คือไทยแท้
ไพลเป็นสมุนไพรที่เป็นยาสามัญประจำบ้านของคนรุ่นก่อนในทุกภาค คุณตาหา หมอยาเมืองเลยเล่าว่า ปู่ย่าตายายเล่าสืบกันมา ว่านไฟหรือไพล ขมิ้น ขมิ้นขึ้น ว่านหอม แหน่งหอม เนียมอ้มใบมน ใบเตยหอม เนียมสร้อย คือของคู่บ้านมาแต่โบราณ ในวิถีชีวิตคนไทยภาคกลาง มีการใช้ไพลรักษาอาการฟกช้ำดำเขียว จากการถูกโบยถูกเฆี่ยน พ่อเม่า หมอยาปราจีนเล่าว่า ถ้าถูกเฆี่ยน ให้ใช้ไพลฝนทา แต่ถ้ามีดบาดใช้ขมิ้นฝนทา
ในการใช้ไพลฝนทานั้นปรากฏในเสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน เช่น ตอนนางทองประศรีใช้ไม้เรียวตีพลายงาม เพราะคิดว่าเป็นเด็กลูกชาวบ้านมาขโมยมะยมที่ปลูกไว้ เมื่อรู้ความจริงว่าเป็นหลาน จึงให้บ่าวไพร่เอาไพลมาทาตามรอยที่ถูกตี ความว่า … “ช่วยฝนไพลให้เหลวเร็วๆ เข้า อีเปลวเอาขันล้างหน้าออกมานี่ แกตักน้ำร่ำรดหมดราคี ช่วยขัดสีโซมขมิ้นสิ้นเป็นชาม แล้วทาไพลให้หลานสงสารเหลือ มานั่งเสื่อลันไตรปราศรัยถาม”… ไพลจึงเป็นยาแก้ฟกช้ำดำเขียวของคนไทยนั่นเอง ซึ่งในการทำลูกประคบจะขาดเสียไม่ได้ ในตำรับยาอบ ยาอาบ ยาย่าง ยานอน จึงมีไพลเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ
นอกจากนี้ตำรายาไทยยังกล่าวว่า ใช้เหง้าไพลเป็นยาขับลม ขับประจำเดือน มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้บิด ถ้าใช้เป็นยาภายนอก เหง้าไพลสดฝนทาแก้เคล็ด ยอก ฟกบวม เส้นตึง เมื่อยขบ เหน็บชา และสมานแผลได้ เมื่อมาดูการทดลองสมัยใหม่ก็พบว่าไพลนั้นมีสรรพคุณทางยามากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอาการเคล็ดขัด ยอก ช้ำบวม ไพลมีฤทธิ์แก้อักเสบได้ดีพอๆ กับยาแก้อักเสบแผนปัจจุบันที่ใช้ระงับปวด

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไพล สมุนไพรคู่ใจแม่และเด็ก
ไพลยังเป็นสมุนไพรที่ใช้กับแม่หลังคลอดได้ดี ทั้งในรูปแบบของยาต้มกิน ยาอบ ยาอาบ ยาประคบ เพื่อแก้ปวดเมื่อย บำรุงน้ำนม ทำให้แม่แข็งแรงและใช้เป็นยาแก้ท้องอืดและท้องเสียในเด็กได้ดีอีกด้วย
ไพลเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน จนอาจกล่าวได้ว่า คนไทยจัดเจนในการใช้ไพลในวิถีชีวิตมากกว่าชนชาติใดๆ โดยเฉพาะกับโรคพื้นฐาน ใช้ในยาประคบ อบ อาบ นวด ย่าง นอน เมื่อไหร่ได้กลิ่นไพลลอยมา ถามหาคนไทยได้เลย รับรองไม่ผิดหวัง

ตำรับยา
ยาอบหลังคลอด
ใบส้มป่อย ข่า ใบตะไคร้ ใบมะขามเปียก ไพลเหลือง ไพลดำ(ใช้ได้ทั้งไพลเหลืองและไพลดำ) ลูกมะกรูด ใบมะดัน นำวัตถุดิบมาต้มรวมกัน แล้วนำมาอบ
ยาอยู่กรรมบ่ได้(อยู่ไฟไม่ได้)
หว่านไฟตำให้ละเอียดแล้ว เฮ็ด(ทำ) เหล้าหมากก่อให้ขึ้นน้ำ แล้วจึงเอาใส่ลงแล้วจึงกินดีแลฯ
เพิ่มน้ำนม แม่หลังคลอด
ต้มกินเวลาอยู่ไฟ
ทำให้เด็กหลังคลอดแข็งแรง
ฝนกับน้ำให้ละอ่อน(เด็ก) อาบ แข็งแรงไม่เจ็บไข้
เด็กท้องอืด
          ฝนไพลทาท้องเด็ก
แก้เด็กท้องเสีย
เอาหัวไพลเจาะรู เอาเกลือใส่ในรู นำไปหมกไฟ นำมาแช่น้ำให้เด็กกิน
ยาแก้ ลมขึ้นหยึ่ง(ท้องอืด)
ยาให้เอาข้าวหมิ่น(ขมิ้น) ร้อยหนึ่ง หว่านไฟร้อยหนึ่ง ผักกาดห้าบาท พริกห้าบาท มาตำให้แหลก แล้วจึงมาปั้นลูกกลอน กินดีแล
ท้องอืด
เคี้ยวหัวไพลกิน
ยาเจ็บจุกในท้อง
ให้เอาอือทือบ้าน(กะทือบ้าน) เจ็ดฝาน หว่านไฟเจ็ดฝาน ขิงเจ็ดฝาน กระเทียมเจ็ดกลีบ พริกน้อย(พริกไทย) เจ็ดหน่วย ซาลิปี(ดีหลี) เจ็ดหน่วย เอาเกลือลงใส่น้อยหนึ่ง เอาหมากนาวฝานใส่ ตำแหลกแล้ว เอาน้ำอ้อยน้อยหนึ่งคนกินดีแล
ยาเจ็บท้อง ขี้ ฮาก
ให้เอาแกลบข้าวจ้าว หว่านไฟต้มกินดี
ยารักษาไฟลวก
ฝนไพลหรือผสมกะทกรกด้วยก็ได้ใช้น้ำเกลือเป็นน้ำกระสายยาทา
ยาประดง( ปวดบวมเรื้อรัง)
ให้เอาข่าหนึ่ง ว่านไฟหนึ่ง ส่วนเท่ากันเคี่ยวด้วยน้ำสามบวยเหลือบวยหนึ่ง ใส่สุราขาวเท่ากัน ทาแก้ประดงหรือจะเคี่ยวด้วยน้ำมันงาก็ได้ เอามาทาแก้ประดงหายแล
ยาประคบแก้อัมพาต อัมพฤกษ์
ใบสมัดน้อย(หัสคุณไทย) เครือเอ็นอ่อน ใบลำโพงขาว เครือเขาดำ(สังวาลพระอินทร์) ใบกุ่มบก หัวไพล ตำแล้วนำมาทำยาประคบ
ยาประคบประดงเหน็บชา
หัวไพลต้นและใบพายสะเมา(อัคคีทวาร) ตำให้ละเอียด ห่อด้วยผ้าหม้อนิล
ยาประคบเส้น
เทียนดำ ๑ บาท เกลือ ๑ บาท อบเชย ๒ บาท ไพล ๔ บาท ใบพลับพลึง ๘ บาท ใบมะขาม ๑๒ บาท ตำห่อผ้า นึ่งให้ร้อน ประคบเส้นตึงให้หย่อนแล
ยาประคบเส้น
ต้นขัดลับมึน(ชุมเห็ดไทย) กระเช้าสีดา เครืออีลุมปุมเป้า ว่านไฟ กระเทียม ตำให้ละเอียด ทำเป็นยาประคบ
ยาเจ็บเส้นเจ็บเอ็น เจ็บหัวมัวตา
ให้เอาใบหนาด ๑ ใบผีเสื้อ ๑ ใบฮูรา ๑ เครือเขาฮอ ๑ หว่านไฟ ๑ หางนกยูง ๑ ตำดอม(ด้วย)กัน นึ่งประคบตามที่เจ็บที่ปวดดีแล
ล้มหนังถลอก
เอาหัวฝนทาแผลถลอกทุกๆ วัน แผลจะหายเร็วและไม่เป็นแผลเป็น
แก้เจ็บปวด เส้นเอนขอด
ตำไพลประคบ
ยาตั้ง(ประคบ) แก้ปวดหัว
ให้เอาข่าหนึ่ง ว่านน้ำหนึ่ง หัวเอี้ยง(เอื้องหมายนา) หนึ่ง หว่านไฟหนึ่ง ตำเข้าใส่กันให้มุ่น ห่อขอดด้วยแพรดำหม้อนิล ตั้งบนหวดให้ร้อนเอามาตั้งหัว
ยาแก้ไข้ปวดหัว
ยาให้เอาเปลือกคูนหนึ่ง หว่านไฟหนึ่ง กระเทียมหนึ่ง ขิงแคงหนึ่ง ฝนทาหัวดีแล
ยาสุมหัว
ให้เอาใบบัวหลวง ๑ หว่านไฟ ๑ หมากดูก ๑ เอามาผสมกันตำให้ละเอียด แล้วหาผ้าแพรดำมาห่อ ตั้งปากหม้อให้อุ่น จึงเอามาตั้งหัวดีแล
แก้วิงเวียน ง่วงนอน ทำให้สดชื่น
น้ำคั้นทารอบตา
ทำให้จาม
คนที่จะจามแล้วไม่จามจะปวดหัว ต้องเอาไพลแหย่จมูกทำให้จาม
แก้เวียนหัว
นำหัวไพลมาขยี้ดมจนหาย
ยาอบ แก้วิงเวียนหน้ามืดตาลาย
หัวและใบของไพล ใบมะกรูด ใบมะนาว ใช้เป็นยาอบ
ยาอบแก้วิงเวียน หน้ามืด ปวดศีรษะ
ใบปีกไก่ตัวผู้สด ต้นกะเพราสด ต้น-ใบตะไคร้สด หัวว่านไฟ
ยาแก้ลมออกหูวิงเวียนคัดอก(โรคกระเพาะ)
ให้เอาข้าวหมิ่นหนึ่ง หว่านไฟหนึ่ง เครือเขาฮอหนึ่ง หญ้าหอมแก่ว(กะเม็ง)หนึ่ง บดใส่น้ำกินดีแล
ยาอบสมุนไพร คลายเครียด
ใบเล็บครุฑ ลวกน้ำข้าว แล้วตากให้แห้ง เปราะหอม ผลมะกรูด – อ่อน แก่ ใบหนาด ใบเปล้า ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ว่านน้ำ ว่านหอมแดง ตะไคร้หอม เตยหอม นำยาทั้งหมด ตากให้แห้ง เอามาต้ม อบ
ยาแก้มือเท้าเย็น
ตำหัวไพล คั้นเอาน้ำผสมพริกไทยทา
ยาอบสำหรับคนวิกลจริต
กระถินเทศทั้ง ๕ เหมือดขน ใบหนาด ต้นไม้มีหนามทุกอย่างเท่าที่สามารถหาได้ ให้มากที่สุดประมาณหนึ่งกอบมือ ไพล นำมาต้มทำเป็นยาอบ
ยาแทงผีปอบ
ยาแทงผีปอบ ให้เอาเครือเขาฮอหนึ่ง หว่านไฟหนึ่ง ให้เอาอันละค่า(ขนาดเท่า)ข้อมือมาแหลม มัดให้เข้ากันเหมือนดังมัดสังข์ จึงเสกคาถา สัพพา คาย อ สํ ล ติ สามคาบ แล้วแทงออกแล
ลมคัดอก
ขมิ้น หว่านไฟ เขาฮอ(บอระเพ็ด) หญ้าหอมเกี่ยว(กะเม็ง) บดใส่น้ำฮ้อนกินหายแล
ยาคนขาหัก
ให้เอาใบขาม ๑ ใบหมากหล่ำ ๑ ข้าวหมิ่น ๑ ใบกระเดา ๑ หัวหว่านไฟ ๑ เปลือกไข่เน่า ๑ ตำให้แหลกแล้วเอาตั้ง ขาหักดีแล(ให้พรมด้วยน้ำข้าวจ้าวก่อนนำไปนึ่งเพื่อประคบ) หรือให้เอาหัวข่าแก่บาท ๑ หว่านไฟบาท ๑ ตาอ้อยดำบาท ๑ พลูเหลือง ๗ ใบ กระเทียม ๗ ขิง ๗ ตำให้แหลกละลายน้ำเหล้าทา
แก้ร้อนในคอ เจ็บคอ แก้ร้อนใน
เอาหัวมาตำเอาน้ำกินทำให้คอเย็นได้ หัวผสมน้ำซาวข้าว อมกิน
ยารักษาโรคผิวหนังผื่นคัน
ไพลบดทำเป็นผงผสมน้ำ หรือฝนน้ำทา
แก้ถอนพิษตัวบุ้ง
ไพลมาเผาไฟบด นำไปประคบบริเวณที่สัมผัส

น้ำมันไพล
ส่วนผสม
๑. เหง้าไพลสด หั่นเป็นชิ้นบางๆ จำนวน ๒ แก้ว
๒. น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันพืช ๑ แก้ว
๓. การบูร ๑ ช้อนชา
๔. ดอกกานพลู ๑ ช้อนชา
          การปรุงคล้ายๆ กับการทำอาหารคือ เทน้ำมันลงกระทะแล้วยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำมันร้อนจัดใส่ไพลที่หั่นไว้แล้วลงไปทอด(คล้ายทอดกล้วยแขก) ลดไฟให้ร้อนปานกลาง ทอดจนไพลกรอบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่ ระวังไหม้ จะได้น้ำมันสีเหลืองใส จากนั้นช้อนเอาชิ้นไพลออก ตำกานพลูให้ป่นใส่ลงไปทอดในน้ำมันต่อ แล้วลดไฟให้เหลือไฟอ่อนๆ ตั้งไฟต่อสัก ๑๐ นาที แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้พอน้ำมันอุ่นๆ หายร้อน จึงผสมการบูรลงในน้ำมัน ถึงตรงนี้ก็เทน้ำมันเก็บไว้ในขวดที่มีฝาปิดสนิท เพื่อป้องกันการระเหยของการบูร พอน้ำมันเย็นดีแล้วเขย่าให้ตัวยาเข้ากัน จะได้ยาน้ำมันนวดอย่างดีอยู่ในมือขวดหนึ่ง สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน
         ถ้าเป็นแผลช้ำ ให้ทาน้ำมันเพียงบางๆ วันละ ๒ ครั้ง เช้า – เย็น ควรทำความสะอาดแผลก่อนทายา ถ้าแก้เคล็ด-ช้ำบวม ควรทาน้ำมันให้ทั่วบริเวณที่มีอาการ แล้วใช้ฝ่ามือนวดเบาๆ ทายาวันละ ๓-๕ ครั้ง ถ้าอาการข้อบวมและเหน็บชา หลังทายาจนทั่วแล้ว ใช้ขวดใส่น้ำร้อน ห่อด้วยผ้า ประคบบริเวณที่เป็นด้วย ทำวันละ ๒ ครั้ง หรือเวลามีอาการปวดชา ในส่วนที่เมื่อยขบ ขัดยอก
โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยาอภัยภูเบศรใช้น้ำมันไพลที่ได้จากวิธีการข้างต้นนี้ เป็นน้ำมันพื้นฐานในการผลิตน้ำมันนวดไพลกลิ่นต่างๆ โดยเติมน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ ได้แก่ มะกรูด ขมิ้น ไพล ลงไป หรือนำไปผสมในเนื้อครีมเพื่อให้เป็นครีมไพล ดังนั้นทุกท่านสามารถทำน้ำมันไพลไว้ใช้เองในครัวเรือน โดยไม่ต้องซื้อหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้เลยก็ย่อมได้

เรื่องน่ารู้
• ไพลที่เราเห็นทั่วไปมักจะเรียกว่า ไพลเหลือง แต่ในอดีตนิยมใช้คู่กับไพลดำ ทั้งการใช้เป็นยาและแก้คุณไสย แต่ไพลดำนำมาใช้เป็นเครื่องเทศ เช่น ผัดเผ็ดปลาดุกได้อร่อยกว่า
• ดอกและหน่ออ่อนของทั้งไพลเหลืองและไพลดำกินเป็นผักได้
• ไพลมีพิษต่อตับไม่ควรรับประทานมากๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน
• ในบัญชียาหลักแห่งชาติปี ๒๕๕๔ มียาซึ่งมีไพลเป็นส่วนประกอบอยู่หลายตำรับ ในประเภทยาจากสมุนไพร ได้แก่ “ยาประสะกานพลู” มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย และ “ยาประสะไพล” ใช้ในสตรีที่ระดูมาไม่สม่ำเสมอ หรือมาน้อยกว่าปกติ และขับน้ำคาวปลาในสตรีหลังคลอดบุตร ในประเภทเภสัชตำรับของโรงพยาบาล ได้แก่ ยากษัยเส้น ยาผสมเถาวัลย์เปรียง ในประเภทยาภายนอก ได้แก่ น้ำมันไพล ครีมไพล ขี้ผึ้งไพล ใช้เป็นยาทาแก้ปวดเมื่อย ช้ำบวม

ปิดการแสดงความเห็น