พลับพลึง ว่านชน คนชนะโรค

พลับพลึง ว่านชน คนชนะโรค……โดย ‘พี่ต้อม’

ชื่อวิทยาศาสตร์  Crinum asiaticum L.

ชื่อวงศ์   AMARYLLIDACEAE

ชื่ออื่นๆ   ว่านชน หมอกคัดตา เก้าคำหล่อ ลิลัว

ลักษณะทั่วไป   ไม้ล้มลุก ใบเดี่ยว อวบน้ำ เรียงเวียนรอบลำต้น ดอกช่อ กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ปลายเกสรสีแดง

การขยายพันธุ์   ใช้หัวใต้ดิน

พลับพลึง เชื่อมฟ้าฝน พาพ้นอัปมงคล

พลับพลึงเป็นไม้ประดับธรรมดาในสายตาคนไทยทั่วๆ ไป แต่ในความคิดความเชื่อของแม่เฒ่ากี้ชาวปะโอ หรือคนไทยใหญ่แถบภูเขา พลับพลึงคือพืชที่เชื่อมฟ้าดินเข้าด้วยกัน เมื่อใดที่พลับพลึงออกดอก เมื่อนั้นฝนจะตก ยิ่งดอกมากฝนก็ยิ่งมาก ถ้าไม่ออกดอก ฝนจะแล้ง ดังนั้นจึงต้องคอยดูแลรดน้ำพลับพลึงให้ดีๆ ฝนจะได้ตกต้องตามฤดูกาล ด้วยความเชื่อนี้คนปะโอจึงเรียกพลับพลึงว่า เก้าคำหล่อ แปลว่า ดอกฝนตก

             ส่วนพ่อหมอเมืองเลยท่านเรียกพลับพลึงว่า ว่านชน ซึ่งน่าจะหมายถึงว่านแห่งชัยชนะ ใช้ไล่ผีที่มีฤทธิ์เดชแรงๆ หรือแม้แต่ผีฟ้า ดังนั้นถ้าจะหักล้างถางพงบริเวณไหน ก็จะนำว่านชนไปปลูกเพื่อไล่ผีป่า ผีฟ้า ผีประจำต้นไม้ ไล่ความอัปมงคลที่อยู่บริเวณนั้น  เวลาใช้ไล่ผีและสะสางสิ่งอัปมงคล พ่อหมอเมืองเลยจะนำใบว่านชนสดๆ มาซอยใส่ในขันน้ำมนต์สระเกล้าหัว (รดน้ำมนต์) ในขันน้ำมนต์นอกจากใบว่านชนแล้ว ก็จะมีใบส้มป่อย ใบน้อยโหน่งอยู่ด้วย

 พลับพลึง ยารักษากุมาร

พลับพลึงเป็นสมุนไพรที่ไม่ได้ใช้กันบ่อยนัก แต่ปรากฏในคัมภีร์แพทย์แผนไทยที่ชื่อ ปฐมจินดา โดยมีการใช้ในโรคซาง หละ เขม่า มีปัญหาปากลิ้น ขนานนี้ท่านให้เอา ใบพลับพลึง ไพล เมล็ดผักกาด น้ำมันงูเหลือม ว่านน้ำ ยา ๕ สิ่งนี้ เอาเสมอกัน ตำคุลีการเข้ากัน อุ่นไฟให้ร้อน ห่อผ้าประทับชายโครง ให้เสมหะในโครงนั้นเลื่อนลงไปอยู่ท้อง เป็นยาแก้พิษตานซางหายดีนักแล ในคัมภีร์เดียวกันนี้ยังใช้พลับพลึงไล่ผีที่มากวนเด็กดังนี้ อันว่าเทพีปักษีกระทำโทษแก่กุมารนั้น ให้ง่ามือ ง่าเท้า เมื่อออกจากเรือนไฟแล้วได้ ๓ เดือน ๔ เดือนก็ดี ย่อมให้เหลือกตาซ้ายขวาแลช้อนตา กระหม่อมพร่อง ถ้าจะแก้ท่านให้เอาใบพลับพลึง สุพรรณถัน ประสมกันเข้าเผา เทพีปักษากลัว

พลับพลึง ยาแก้ช้ำบวม สมุนไพรคนอาเซียน

พลับพลึงเป็นสมุนไพรที่คนไทยและคนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้จักกันดี ทั้งไทย เขมร เวียดนาม พม่า ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ต่างมีพลับพลึงเป็นพืชประจำถิ่น  และใช้ในสรรพคุณเดียวกันคือ แก้ปวด แก้อักเสบ ช้ำบวม แก้ปวดหัว แก้ไข้

            คนไทยโบราณนิยมนำใบพลับพลึงมารักษาอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออักเสบ คลายเส้น แก้อาการฟกช้ำปวดบวม และใช้ใบประคบหน้าท้องคุณแม่หลังคลอดหรืออยู่ไฟ เพื่อทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว

การใช้พลับพลึงจะใช้เป็นยาภายนอก มีทั้งการนำใบพลับพลึงมาลนไฟให้ตายนึ่ง แล้วพันตามอวัยวะที่เคล็ดยอก บวม หรือหักแพลง ใช้ทำเป็นยาประคบ ยาอบ ยาย่าง ยานอน แต่ไม่ใช้เป็นยากินเนื่องจากมีพิษ

ตำรับยา

ยาแก้เป็นสะคิว(ตะคริว)
ให้เอาหมากเขียบ(น้อยหน่า)๑ ใบดอกฮัก(ดอกรัก)๑ ใบหว่านชน๑ เอาเท่ากันฟักให้มุ่น(สับให้ละเอียด) แล้วต้มฮม(รม) ดีแล

ยาพันแก้ปวดหัว
นำใบมาลนไฟ พันรอบศีรษะ แก้ปวดหัว

ยาก๊อบกระดูก
พลับพลึง กล้วยไม้ หญ้าเอ็นยืด ผักกาดน้ำ โม่ยตั๋น(หอมไก๋) ขาไก่ดำ ตะไคร้ จุงจริง(บอระเพ็ด) ผักบุ้งส้ม ส้มกบ ตำให้ละเอียดนำไปพอกกระดูก

ยาประคบ  แก้ปวดเมื่อย บำรุงผิว แก้วิงเวียน แก้เคล็ดขัดยอก
ว่านชน ไพล ขมิ้นชัน ผิวมะกรูด ใบมะขาม ใบส้มป่อย เกลือแกง การบูร ใบเปล้า ใบหนาด ตำแล้วนำไปทำเป็นยาประคบ

ยาย่างรักษาอาการ ตกต้นไม้ ควายชน เลือดตกใน
             ว่านชน ใบหนาด ใบเปล้าใหญ่ ใบชมชื่น(เขยตาย) ใบส้มป่อย ให้หั่น ตำแล้วนำไปทำยาย่าง

ยาประคบเส้น

เทียนดำ ๑ บาท  เกลือ ๑ บาท  อบเชย ๒ บาท ไพล ๔ บาท ใบพลับพลึง ๘ บาท ใบมะขาม ๑๒ บาท ตำห่อผ้า นึ่งให้ร้อน ประคบเส้นตึงให้หย่อนแล

ยานอนคนไม่มีเหงื่อ ตับไม่ดี ประจำเดือนไม่ปกติ  ปวดหัวบ่อย เจ็บหน้าอก

ใบไม้ลางจ้อ(อบเชย) ใบกุ๊กหอม ว่านสาวหลง ใบข่า ใบพลับพลึง นำไปใช้เป็นยานอน

ปิดการแสดงความเห็น