ปิดปิวแดง… ร้อนนัก แต่รักจะใช้

ปิดปิวแดง ร้อนนัก แต่รักจะใช้ …..โดย ‘พี่ต้อม’


ชื่อวิทยาศาสตร์   Plumbago indica L.
ชื่อวงศ์   PLUMBAGINACEAE
ชื่ออื่นๆ   ปีบปีแดง เจตมูลเพลิงแดง ลุกใต้ดินไฟใต้ดิน
ลักษณะทั่วไป   ไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกสีแดง ผลแห้งแตกได้
การขยายพันธุ์   ใช้เมล็ด กิ่งชำ รากชำ


ปิดปิวแดง คุณค่าแห่งยาร้อน
ปิดปิวแดงหรือเจตมูลเพลิงแดงมีฤทธิ์ร้อนมาก ถ้านำไปปลูกข้างๆ ต้นผักชี ผักชีจะเหี่ยวแห้งไปเลย ร้อนมากจนแค่นำกิ่งมาห้อยเอวคนท้องประมาณ ๑-๒ เดือน ก็ทำให้แท้งได้ ยิ่งรากยิ่งร้อนมาก ถ้าต้องเก็บเกี่ยวในปริมาณมากๆ ห้ามเอามือจับโดยตรงเพราะมือจะพอง ต้องสวมถุงมือ แม้ดอกสีแดงแสนสวยงาม อย่าเผลอเอามาเหน็บผมเชียว จะทำให้ผมร่วง เจตมูลเพลิงแดงเป็นสมุนไพรที่พ่อหมอเตือนให้ใช้อย่างระมัดระวังเพราะร้อนมาก ถ้ากินเกินขนาดจะทำให้มึนเมา ที่สำคัญคนท้องห้ามกินเด็ดขาด เพราะทำให้แท้งได้
             เจตมูลเพลิงแดงเป็นยาสำคัญตัวหนึ่งที่มีการใช้กันมานาน ในตำราแพทย์แผนไทยบรรยายว่า เจตมูลเพลิงแดงเป็นสมุนไพรประจำธาตุไฟ เมื่อธาตุเกิดการเสียสมดุล เช่น ธาตุน้ำกำเริบ ธาตุลมกำเริบ เป็นอาการที่ร่างกายมีความชื้น ความเย็นอยู่มาก ธาตุไฟอ่อนแรง อาหารไม่ย่อย เลือดลมเดินไม่สะดวก จึงต้องการมือปราบฝีมือฉมังไปจัดการ กรณีแบบนี้ต้องใช้เจตมูลเพลิงแดงจึงจะเอาอยู่ ในตำรับยาไทยเจตมูลเพลิงแดงจะอยู่ในตำรับยาหอม ยาสตรี ยาแก้โรคลมต่างๆ เป็นต้น
เจตมูลเพลิงแดง ยาแรงกระจายเลือด
เจตมูลเพลิงแดงเป็นสมุนไพรที่พ่อหมอยาใช้รักษาอาการช้ำในมากที่สุดชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะตกต้นไม้ ควายชน ฟกช้ำดำเขียว นิยมต้มกินคู่กับฝาง เพื่อช่วยกระจายเลือดที่เป็นลิ่มเป็นก้อน ใช้ร่วมกับการย่างด้วยสมุนไพร นอกจากนี้ยังใช้ต้มกิน ช่วยให้เลือดลมของคนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตไหลเวียนได้ดี มีการใช้เป็นยาตำรับแก้ปวดเมื่อย แก้ปวดหลังปวดเอวอีกด้วย
เจตมูลเพลิง ยาที่สตรีควรรู้จัก
                 เจตมูลเพลิงแดงยังเป็นสมุนไพรที่อยู่ในคัมภีร์มหาโชตรัต อันเป็นคัมภีร์ของแพทย์แผนไทยที่ว่าด้วยระบบสืบพันธุ์ของสตรี เช่น โลหิตระดูของสตรี การดูแลหลังคลอด เป็นต้น การที่เป็นยาร้อนจึงมีฤทธิ์ขับประจำเดือน เป็นยาลุเลือด ยาทำให้เลือดงาม ใช้แทนการอยู่ไฟ ใช้เข้ายาอบหลังคลอด พ่อเสริฐหมอยาเมืองลาวกล่าวว่า ถ้าเอารากปีบปีแดงดองเหล้า กินมื้อแลง มื้ออื่น(วันรุ่งขึ้น) เลือดก็มา แต่อย่ากินหลาย กินครั้งละ ๑ จอก ส่วนผู้ชายก็กินได้ ทำให้มีแฮงดี ให้กินเช้าหนึ่งจอกเย็นหนึ่งจอก กินหลายสิเมา
ปีบปีแดง ห้อยคอก็รักษาดีซ่าน
เจตมูลเพลิงแดงคงมีฤทธิ์แรงจริงๆ เพียงนำไปแขวนที่คอก็รักษาโรคได้ ในหมู่หมอยาชาวไทยพาเก ในรัฐอัสสัมของอินเดีย ที่เรียกเจตมูลเพลิงแดงว่าปีบปีแดง เช่นเดียวกับคนทางอีสานและภาคเหนือของไทย มีวิธีการรักษาโรคดีซ่าน ด้วยการเอารากของเจตมูลเพลิงแดงราวข้อนิ้วกลางนำมาพันด้วยผ้า(ถ้าไม่พันจะทำให้ผิวหนังไหม้) จากนั้นเจาะรูนำมาแขวนคอไว้ ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าใช้ได้ผลดี
เจตมูลเพลิงแดงเป็นสมุนไพรที่ทำให้เราระลึกอยู่เสมอว่า อย่าเล่นกับไฟ ถ้าจะใช้ก็ต้องรู้จักใช้อย่างระมัดระวัง เช่นเดียวกับยาทั้งหลาย ไม่ว่าสมุนไพรหรือยาแผนปัจจุบัน ก็ต้องใช้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ทำตามคำแนะนำอย่างเข้มงวด จึงจะได้ประโยชน์ไม่เกิดโทษ
ตำรับยา
ยาต้มกินแก้ฟกช้ำ

Exif_JPEG_PICTURE

รากปีบปีแดง ชิ้นละ ๑ คืบ ๓ ชิ้น ฝาง ๒ ข้อนิ้วชี้ ต้มกับน้ำ ๕ ลิตร เมื่อต้มเดือดดีแล้ว ตักออกมา ๑ แก้ว ใส่น้ำตาลลงไป ๒ ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันกินละลายเลือดแก้ช้ำใน ใช้ร่วมกับการย่างด้วยสมุนไพร แต่อย่ากินมากให้กินแต่น้อย
ยาแก้เป็นลมเมื่อยตีน-มือ
เป็นลมเมื่อยตีนเมื่อยมือเป็นตะคริว ให้เอาดีปลีหนึ่ง ขิงแคงหนึ่ง กระวานหนึ่ง ปีบปีแดงหนึ่ง ว่านน้ำหนึ่ง ผักเสี้ยนผีหนึ่ง บอระเพ็ดหนึ่ง พริกน้อยก้นชันหนึ่ง เทียนดำหนึ่ง เอายาฝูงนี้เท่ากัน บดเป็นผงใส่น้ำร้อนกิน หายแล
ยาแก้เจ็บหลัง
ผิว่า เจ็บหลัง ปวดเอว ให้เอาสะโนโคกหนึ่ง ปิบปีแดงหนึ่ง แซ่เหล้ากินดีแล
ยาต้มแก้เจ็บสันหลัง
ปิบปีแดง๑ ซ้าคาม๑ ซ้าพลู๑ ดีปลี๑ ขิง๑ ต้มกินสามหม้อหายแล
ยาผงแก้เจ็บสันหลัง
ปิบปีแดงห้าตำลึง๑ ใบตูมห้าตำลึง๑ ใบผีเสื้อ(คนทีสอ)ห้าตำลึง๑ ขมิ้นอ้อยห้าตำลึง๑ กะทือห้าตำลึง๑ ว่านน้ำห้าตำลึง๑ ใบหนาดห้าตำลึง๑ คิงไฟนกขุ่ม(โด่ไม่รู้ล้ม)ห้าตำลึง๑ บอระเพ็ดห้าตำลึง๑ พริกไทยห้าตำลึง๑ ตากแดดให้แห้งบดเป็นผง ละลายน้ำร้อนกินหายแล
ยาเมื่อยเหนื่อยนักย่างบ่ได้ เอ็นชักเป็นเปลี้ย
               รากง้วนหมู รากปีบปีแดง รากง้วนหมู ๒ เท่า รากปีบปีแดงเท่าตำผง ตากแดดแล้วใส่น้ำกิน
เรื่องน่ารู้
        • การเก็บเกี่ยวเพื่อเอารากเจตมูลเพลิงนั้น ต้นต้องมีอายุตั้งแต่ ๓ ปีขึ้นไป โดยจะเก็บเกี่ยวช่วงปลายฤดูแล้ง ราวกลางเดือนถึงปลายเดือนเมษายน
        • เจตมูลเพลิงมี ๓ ชนิด คือ เจตมูลเพลิงแดง เจตมูลเพลิงขาว เจตมูลเพลิงม่วง ซึ่งอย่างหลังเป็นเจตมูลเพลิงที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
        • ในการใช้ทำยานิยมใช้เจตมูลเพลิงแดง ส่วนในชนบทใช้ทั้งเจตมูลเพลิงแดงและเจตมูลเพลิงขาว แต่เจตมูลเพลิงขาวนั้นฤทธิ์จะอ่อนกว่าเจตมูลเพลิงแดง

ข้อควรระวัง
        • คนท้องห้ามกินยาที่มีส่วนผสมของเจตมูลเพลิงแดง
        • ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะสารที่ออกฤทธิ์ถ้ากินน้อยๆ จะกระตุ้นให้สดชื่น ถ้ากินเกินขนาดจะกดประสาททำให้เสียชีวิตได้

ปิดการแสดงความเห็น