เถาวัลย์เปรียง…ปลอดภัยแน่ แก้ปวดเมื่อย

เถาวัลย์เปรียง   ปลอดภัยแน่ แก้ปวดเมื่อย…โดย ‘พี่ต้อม’

img_6566ชื่อวิทยาศาสตร์   Derris scandens (Roxb.) Benth.
ชื่อวงศ์   FABACEAE (LEGUMINOSAE–PAPILIONOIDEAE)
ชื่ออื่นๆ   เครือเขาหนัง เครือตาปลา เครือตับปลา เถาตาปลา พานไสน ย่านเหมาะ
ลักษณะทั่วไป   ไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยรูปดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนเล็ก
การขยายพันธุ์    ใช้เมล็ด
เถาวัลย์เปรียง เครือตาปลา ชาวนายิ้ม
          เถาวัลย์เปรียงเป็นสมุนไพรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากในอดีต ชาติพันธุ์ไทยลาวทั่วไปเรียกว่า เคีย(เครือ)ตาปา ชอบขึ้นตามจอมปลวกหัวไร่ปลายนา ชอบอยู่ตามป่าดิบแล้ง พันเลื้อยไปบนต้นไม้อื่น หน้าฝนดอกสีขาวเป็นช่อจะออกบานสะพรั่งสวยงาม ยอดอ่อน ยังกินเป็นผักได้อีกด้วย
ชาวบ้านสมัยก่อนหลังกลับจากทำไร่ไถนาก็จะมาต้มเครือตาปลากิน โดยจะตัดเถาเอามาฟันเป็นชิ้นๆ เพราะเถาของเครือตาปลาเหนียวมาก ต้องรีบย่อยให้ขาด ฟัน สับ เป็นชิ้นๆ ทันที มิเช่นนั้นคนฟันอาจนั่งร้องไห้ได้ จากนั้นนำมาตากแห้งไว้ แล้วคั่วไฟให้หอมหรือจะไม่คั่วก็ได้ เอามาต้มกินกันได้ทุกวัน แก้กษัยไตพิการ แก้ปวดเมื่อย ปวดหลัวปวดเอว เส้นเอ็นตึง หลังจากทำงานทำการมา สบายตัวดีแท้
นอกจากนี้บรรดาแม่ๆ ทั้งหลายเมื่อมีอายุมากขึ้น มักมีอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย หรือเมื่อมีตกขาวก็จะต้มเครือตาปลากิน ช่วยให้ปัสสาวะใสและคล่องขึ้น แถมสิวฝ้าหน้าตกกระก็พลอยหายไปด้วย img_6560

เถาวัลย์เปรียง ยาดีที่แม่ฝากไว้
เถาวัลย์เปรียง เป็นสมุนไพรที่แพทย์แผนไทยรู้จักใช้กันดี ปรากฏอยู่ในตำรายาแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ในหลายคัมภีร์ เป็นสมุนไพรที่มีความถี่ในการใช้และปรากฏในตำรายาสูงมากชนิดหนึ่ง โดยใช้เถาเป็นส่วนประกอบในตำรับยาแก้กษัยแก้เหน็บชา ถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายกษัย แก้เส้นเอ็นขอด แก้เมื่อยขบ ทำให้เส้นหย่อน แก้ปวด แก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้โรคบิด แก้โรคหวัด แก้ไอ ขับเสมหะ ถ่ายเสมหะลงสู่คูดทวาร ถ่ายอุจาระ บีบมดลูก สรรพคุณเหล่านี้คล้ายคลึงกับการใช้ของหมอยาพื้นบ้านทั่วไป
เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๕ คุณแม่ลีสี แซ่เอี้ยว ปัจจุบันท่านมีอายุ ๙๒ ปี เป็นคุณแม่ของน้องเภสัชกรหญิงพัชรี ศรานุรักษ์ (ปัจจุบันรับราชการที่โรพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ) ในปีนั้นท่านได้มาพบและออกปากฝากสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้ว่าอย่าให้สูญไป ยาตัวนี้ก็คือเถาวัลย์เปรียง ท่านได้ความรู้มาจากซินแส ที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้เป็นยาแก้ตกขาว ท่านบอกให้คนรักษาตัวเองหายมาแล้วหลายราย ไม่ใช่เฉพาะตกขาวอย่างเดียว ตกเหลืองตกเขียว ตกแดงช้ำๆ ก็กินหายมาแล้ว คำฝากฝังนั้นดูเหมือนจะเป็นพันธกิจของชีวิตที่ต้องทำ ยิ่งต่อมามีการศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเถาวัลย์เปรียงมากขึ้นก็พบว่า มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้นกันซึ่งอาจจะเป็นกลไกที่ช่วยให้อาการตกขาวดีขึ้น

Exif_JPEG_PICTURE

Exif_JPEG_PICTURE

เถาวัลย์เปรียง ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ผ่านการพิสูจน์
ต่อมาในปี ๒๕๓๖ เมื่อคุณยายอายุ ๗๐ ปี ที่รู้จักคุ้นเคยกัน ได้มาปรึกษาว่า ป่วยด้วยโรคปวดเข่า แต่กินยาแก้ข้ออักเสบไม่ได้ เพราะมีผลข้างเคียงจนเป็นโรคกระเพาะ จึงได้ทำยาเถาวัลย์เปรียงให้ลองกิน ปรากฏว่าช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าของคุณยายได้พอสมควร ช่วงนั้นพบว่า มีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการยาแก้ปวดเมื่อยปวดข้อที่ไม่มีผลข้างเคียงเช่นที่เกิดจากการใช้ยาแผนปัจจุบัน
เมื่อรู้ว่าเถาวัลย์เปรียงเป็นสมุนไพรที่คนโบราณใช้กันมานานเพื่อรักษาโรคกษัย แก้ปวดเมื่อย แก้เส้นเอ็นตึง และยังมีการต้มกินเป็นประจำเป็นยาอายุวัฒนะ และตรวจสอบข้อมูลการศึกษาวิจัยก็พบว่าเถาวัลย์เปรียงมีฤทธิ์ลดการอักเสบ ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการเป็นยาแก้ปวดเมื่อย แต่เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย จึงได้ส่งเถาวัลย์เปรียงให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจวิเคราะห์ เมื่อพบว่าไม่มีพิษเฉียบพลันและพิษเรื้อรัง จึงพัฒนาเถาวัลย์เปรียงในรูปแคปซูลแก้ปวดเมื่อยขึ้นใช้ในโรงพยาบาล
ต่อมามีงานวิชาการพบว่า เถาวัลย์เปรียงมีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันซึ่งอาจมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยมะเร็ง หวัด ภูมิแพ้ และยังผ่านการทดลองทางคลินิก(ทดลองในคน) ในการแก้ปวดจากเข่าเสื่อมโดยเปรียบเทียบกับนาโปรเซน(ยาต้านการอักเสบแผนปัจจุบัน) แล้วพบว่าได้ผลไม่แตกต่างกัน และในการแก้ปวดหลังระดับเอว(lower back pain) เปรียบเทียบกับยาแผนปัจจุบัน คือ ยาไดโคลฟีแนค ก็พบว่าได้ผลไม่ต่างกันอีกเช่นกัน มิหนำซ้ำเถาวัลย์เปรียงยังมีผลข้างเคียงน้อยกว่า ทำให้ปัจจุบันแคปซูลเถาวัลย์เปรียงได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๕๔
เถาวัลย์เปรียง หรือเครือตาปลา เป็นอีกหนึ่งคำตอบของยาแก้การปวดเมื่อยที่ปลอดภัย และยังใช้เป็นยารักษาโรคภัยอื่นๆได้อีก เป็นการยืนยันว่าภูมิปัญญาไทยใช้ได้จริง ถ้าคนไทยใส่ใจไม่ทอดทิ้ง

Exif_JPEG_PICTURE

Exif_JPEG_PICTURE

ตำรับยา
ยาหมุ่นหม่าน(ผื่นที่ขึ้นเป็นปื้น)
เครือตาปลา ต้มด้วยน้ำสามบวยเอาบวยหนึ่ง เย็นแล้วกรองเอาน้ำ เอาเหล้าใส่เท่ากันกินแก้หมุ่นหม่านแล
ยาแก้ไข้ตีนมือกระด้างขัด
แก่นจำปา๑ แก่นขี้เหล็ก๑ เครือตาปลา๑ เครือก้องแกลบ๑ สมอไทย๑ สมอพิเภก๑ หมากขามป้อม๑ ต้มกินหายแล
ยาโม่กินใน(ข้ออักเสบ)
ตับเต่าต้นฮ้อย๑ แก่นมันปลาฮ้อย๑ เครือตาปลาฮ้อย๑ ข่าลิ้นฮ้อย๑ ยาหัวสามบาท ตาไก้บาทหนึ่ง น้ำตาลหนักบาทหนึ่ง ต้มด้วยน้ำสามบวยเอาบวยหนึ่ง กินหายแล
ยาโม่ค้าง(เก๊าท์)
ค้อแลนหนึ่ง ดูกใสหนึ่ง เครือตาปลาหนึ่ง ยาหัวหนึ่ง เสมอภาคต้มด้วยน้ำสามบวยเอาหนึ่ง กินดี
ยาประคบแก้ปวดเมื่อย
ใบเถาวัลย์เปรียง ใบเถาเอ็นอ่อน บดรวมกัน นำไปทำลูกประคบแก้ปวดเมื่อย
ยาต้มแก้ปวดเมื่อย
เถาของเถาวัลย์เปรียงสับเป็นแว่นบางๆ หรือชิ้นเล็ก นำไปคั่วไฟอ่อนๆ แล้วนำไปต้มน้ำกินต่างน้ำ
ตำรับยาแก้ผู้ชายออกเหลือง
เถาวัลย์เปรียง ๕ บาท ใบหนาด ๕ บาท แก่นคูนบาทหนึ่ง แก่นขี้เหล็ก ๕ บาท แก่นหาด ๕ บาท ต้มกินดี

Exif_JPEG_PICTURE

Exif_JPEG_PICTURE

ตำรับยาแก้ตกขาว
เถาวัลย์เปรียง สับเป็นชิ้นๆ ต้มกินต่างน้ำหรือต้มกินวันละ ๓ เวลาก็ได้
คำรับยาสะดวงท้องฟด(โรคกระเพาะ)
เครือตาปลาหนึ่ง แก่นดูกใสหนึ่ง แก่นค้อแลนหนึ่ง เครือเขาฮอหนึ่ง ต้มด้วยน้ำสามบวยเอาบวยหนึ่ง เวลากินเอาเหล้าตัดสะหน่อย หายแล
ตำรับยาถ่ายไจ้ ถ่ายไข้พิษ ไข้ลมเพื่อเสมหะ เพื่อกำเดา ถ่ายเลือด ถ่ายลม ถ่ายน้ำเหลือง
สมอทั้งห้า สมุลแว้ง สะค้าน พลู เถาวัลย์เปรียง ขิง ไพล ยาดำ รงทอง ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท เอาการบูร ๒ บาท น้ำหางจระเข้เป็นกระสายบดปั้นแท่งเท่าเม็ดในพุทรา ถ่ายได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ปิดการแสดงความเห็น