เทศกาลกินเจ[๕]

[อ่านหนังสือ เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้ ของ(อาจารย์)ถาวร สิกขโกศล แล้วเข้าใจวิธีและวิถีของคนจีนขึ้นอีกมากจึงนำมาแบ่งปันกันอ่าน เพื่อบำรุงปัญญา และความรื่นรมย์กัน ]

hp
กินเจเดือนเก้ากับเทศกาลฉงหยาง
เทศกาลฉงหยาง ๙ ค่ำเดือนเก้าเป็นเทศกาลกลัวตาย ผู้คนกลัวโรคภัยที่มากับฤดูหนาวซึ่งกำลังจะตามมา จึงมีกิจกรรมเพื่อขจัดปัดเป่าและเชื่อว่าทำให้อายุยืนหลายอย่าง เช่นขึ้นที่สูง คล้องกิ่งจูอี๋ว์ กินสุราเบญจมาศ ต่อมาเมื่อความเชื่อเรื่องเทพเป๋ยโต่ว(ปั๊กเต้า-ดาวกระบวยเหนือ)เป็นเทพแห่งมรณะและอายุวัฒนะแพร่หลาย นักพรตเต๋าคงเริ่มบูชาท่านในเทศกาลนี้ก่อนเพื่อให้ปลอดทุกข์ภัย สุขภาพดี และอายุยืน คัมภีร์ของศาสนาเต๋ายังกล่าวว่าวัน ๑-๙ ค่ำเดือนเก้าเป็นวันที่เทพเป๋ยโต่วลงมาตรวจโลกมนุษย์ จึงกินเจทำความดีให้ท่านเห็นในช่วงนี้ กลายเป็นประเพณีนิยมแพร่หลายสู่ชาวบ้าน
อนึ่งดารกมาตาโต๋วหมู่ซึ่งศาสนาเต๋ากล่าวว่า มีประสูติกาลในวัน ๙ ค่ำเดือนเก้านั้นก็สอดคล้องกับเทศกาลฉงหยางซึ่งต้องการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง การกินเจ ๑-๙ ค่ำก็เพื่อสร้างสวัสดิมงคลและเจริญอายุอันเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของเทศกาลนี้
ถึงยุคราชวงศ์หมิงการบูชาดาวกระบวยเหนือ(เป๋ยโต่ว)แพร่หลายมาก ปรากฏเรื่องราวในบันทึกท้องถิ่น เช่น“เตียนเลวี่ย(บันทึกยูนนาน)” บันทึกว่า“ปีเจี่ยเฉินรัชกาลเจิ้งเต๋อราชวงศ์หมิง(พ.ศ. ๒๐๘๗) เมืองหย่งซางแผ่นดินไหว บ้านเรือนทลายมากมาย ผู้คนบาดเจ็บนับไม่ถ้วน แต่อารามเจินอู่(ของเต๋า)มั่นคงไม่สะเทือน ผู้บูชาดาวเป๋ยโต่วอยู่ด้านในไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว” จางจวินผู้เขียนหนังสือประเพณีลี้ลับในเทศกาลกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดในช่วงเทศกาลฉงหยาง
ในยุคราชวงศ์ชิงก็มีบันทึกท้องถิ่นที่กล่าวถึงการกินเจในเทศกาลฉงหยาง เช่นบันทึกของวัดหยวนเมี่ยวก้วน(เต๋า) เมืองฉวนโจวรัชกาลเสียนเฟิง พ.ศ. ๒๓๙๙ เดือนหก กล่าวถึงงานกินเจบูชาเทพจิ่วหวงในเทศกาลฉงหยาง มีงานฉลองผู้คนเข้าร่วมมาก หลี่เทียนซี่ผู้เขียนหนังสือศึกษาความเชื่อพื้นบ้านของคนจีนและจีนโพ้นทะเล กล่าวว่าในยุคราชวงศ์ชิงที่เมืองฉวนโจว มณฑลฮกเกี้ยน เทพจิ่วหวงเป็นที่เคารพแพร่หลายทัดเทียมกับเง็กเซียนฮ่องเต้และเจ้าแม่มาจู่(เจ้าแม่ทับทิม) หนังสือประวัติศาสตร์ไต้หวันของเหลียนเหิงเล่ม ๒๓ บรรพวัฒนธรรมประเพณีกล่าวว่า“เดือนเก้า ๙ ค่ำ เป็นเทศกาลฉงหยาง ใช้ธัญพืชถั่วงาบูชาบรรพชน เด็กๆ ปล่อยนกกระดาษคือว่าว ตั้งแต่วัน ๑ ค่ำ ผู้คนส่วนมากจะกินเจเรียกว่า เจจิ่วหวง พวกมาจากฉวนโจวนิยมมาก” ข้อความตอนนี้เป็นหลักฐานว่า การกินเจเดือนเก้าแพร่หลายในเมืองฉวนโจว มณฑลฮกเกี้ยนและไต้หวันมาก ประเพณีนี้ทำเนื่องในเทศกาลฉงหยาง
hch      หนังสือบันทึกเทศกาลในกรุงปักกิ่ง ของยุคราชวงศ์ชิงอธิบายว่า วัดเต๋าในปักกิ่งเป็นผู้นำในการรวมการบูชาดาวเข้ากับการกินเจวัน ๑-๙ ค่ำเดือนเก้า เรียกว่า“จิ่วหวงฮุ่ย(นวจักรพรรดิเทพสันนิบาต)” เริ่มกินเจตั้งแต่วันที่ ๓๐ ค่ำเดือนแปดจนถึงวันฉงหยาง(๙ ค่ำเดือนเก้า) เพื่อฉลองประสูติกาลของดารกมาตาโต๋วหมู่ มีงิ้วเล่นถวาย จุดประทีปโคมไฟเซ่นไหว้อย่างคึกคัก ข้อความตอนนี้บอกให้ทราบว่าการกินเจในงานบูชาดาว ๑-๙ ค่ำเดือนเก้าเกิดจากศาสนาเต๋าก่อน
ในยุคสาธารณรัฐซึ่งหลายเทศกาลได้รับผลกระทบจากการเมืองซบเซาลง แต่เทศกาลกินเจยังคงเหลืออยู่ หนังสือบันทึกวัฒนธรรมประเพณีทั่วประเทศจีน ของปลายยุคราชวงศ์ชิงต่อต้นยุคสาธารณรัฐกล่าวว่า ประเพณีกินเจเดือนเก้ามีพบในมณฑลยูนนาน กวางตุ้ง เหอเป่ย เจียงซู เจ้อเจียง เป็นต้น แต่ก็มิได้หมายความว่ามณฑลที่ไม่ได้กล่าวถึงไม่มีประเพณีนี้ เพราะที่มณฑลฮกเกี้ยนและเจียงซีก็มีเทศกาลนี้
ขอยกประเพณีกินเจเดือนเก้าของบางมณฑลจากหนังสือนี้มาแสดงดังนี้ “มณฑลกวางตุ้ง : เดือนเก้า ๙ ค่ำ มีงานจิ่วหวงฮุ่ย(ชุมนุมบูชาเทวดาจิ่วหวง) มณฑลยูนนาน : บูชาดาวเป๋ยโต่ว ๑-๙ ค่ำเดือนเก้า ด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม เป็นประเพณีของถิ่นนี้.. เมืองอู่จิ้น มณฑลเจียงซู เทศกาลฉงหยางตั้งแต่ ๑-๙ ค่ำ ตั้งมณฑลบูชาดาวเป๋ยโต่ว ๖-๗ แห่ง ชายหญิงผู้มีจิตศรัทธาจะซื้อธูปบูชาดาว คึกคักมาก ส่วนที่เมืองหางโจว มณฑ,เจ้อเจียง ช่วงเวลากินเจต่างไปเป็น ๑-๖ ค่ำเดือนหก ส่วนมากวัดจะจัดพิธีบูชาดาวดารกมาตาโต๋วหมู่ จุดเทียนสีเหลืองไหว้… ช่วง ๖ วันนี้จะกินเจไม่ฆ่าสัตว์ ทั้งนี้เพราะวัน ๖ ค่ำเดือนหกเป็นประสูติกาลของดาวกระบวยเหนือ
ในบทความวิจัยเรื่อง“จากเจจิ่วหวงของมณฑลเจียงซีถึงเทศกาลจิ่วหวงในภาคตะวันตกมณฑลเสฉวน” ของหลี่ฉวนจงศึกษาเรื่องเทศกาลกินเจ ๑-๙ ค่ำเดือนเก้าของถิ่นทั้งสองนี้ไว้ชัดเจนว่า จีนแคะใน ๓ หมู่บ้านของอำเภอตงซานภาคตะวันตกของเสฉวน มีประเพณีในเทศกาลจิ่วหวง ๑-๙ ค่ำเดือนเก้ามาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ชิงสืบเนื่องตลอดมาในยุคสาธารณรัฐ จัดเป็นงานใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ ถึงยุคสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงยกเลิกไป แต่พอถึงช่วงเทศกาลคนแก่ในหมู่บ้านมู่หลาน หลงถาน และไท่ซิงก็ยังกินเจกันอยู่
ในหนังสือเฉิงตูทงหล่าน(ทัศนาทั่วเฉิงตู) ยุคปลายราชวงศ์ชิงเล่าว่า พอถึงวัน ๒๙ ค่ำเดือนแปด ชาวบ้านและร้านอาหารจะเปลี่ยนเครื่องครัวชุดใหม่ ปักธงสีเหลือง ขายอาหารเจ ร้านของชาวมณฑลเจียงซีคึกคักที่สุด “ประชาชนทั่วไป ๘-๙ ใน ๑๐ คนจุดธูปและโคมบูชา(จิ่วหวง) ถือศีลกินเจ บ้างกิน ๙ วัน บ้างกิน ๑๕ วัน บ้างกิน ๒๐ วัน บางคนกินถึง ๑ เดือน” เมื่อสืบค้นแล้วประเพณีนี้แพร่หลายมาจากมณฑลเจียงซีซึ่งเป็นถิ่นจีนแคะถิ่นสำคัญของจีน
ta     ที่มณฑลเจียงซีเรียกประเพณีกินเจ ๑-๙ ค่ำเดือนเก้าว่า“จิ่วหวงไจ(เจนวจักพรรดิเทพ)” จิ่วหวงคือดาวเป๋ยโต่ว(ดาวกระบวยเหนือ-ดาวจระเข้) ๙ ดวง ซึ่งมองเห็น ๗ ดวง ไม่เห็น ๒ ดวง วัน ๑-๙ ค่ำเดือนเก้าเทพดาวเป๋ยโต่วทั้งเก้าดวงลงมาตรวจโลกมนุษย์จึงกินเจถวายท่าน พอถึงกำหนดเวลาทุกชุมชนตั้งมณฑลพิธีกินเจ เชิญนักพรตเต๋ามาอ่านคัมภีร์ดาวเป๋ยโต่วประจำดวงชะตาวัฒนาชีวิต บูชาดาววันละดวง ช่วงค่ำนักพรตไป“ดีดน้ำมนต์”เพื่อเป็นศิริมงคลให้ทุกบ้าน
ช่วงเทศกาลนี้มีพิธีบูชาดาวจิ่วหวง เง็กเซียนฮ่องเต้(เทวบดีของศาสนาเต๋า) และบรรพชนควบคู่กันไปเป็นเทศกาลใหญ่ จัดกันทุกตระกูลแซ่ถึงกับมี “นาจิ่วหวง”เป็นนากองกลางไว้เก็บผลประโยชน์จัดเทศกาลนี้ แสดงว่าเป็นเทศกาลสำคัญยิ่ง คึกคักมากในยุคราชวงศ์ชิง ในยุคสาธารณรัฐก็ยังดำรงอยู่ เพิ่งเสื่อมลงจนหมดไปในยุคสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นต้นมา
จึงเห็นได้ว่าในถิ่นจีนแคะเจียงซีเทศกาลกินเจเป็นเทศกาลใหญ่ แพร่ไปสู่ถิ่นอื่น เช่น เสฉวน เทศกาลกินเจในเมืองไทยก็มีประวัติไปเชิญ“กระถางธูป”มาจากมณฑลเจียงซีซึ่งจีนแต้จิ๋วเรียก“กังไซ-กังไส” ฮกเกี้ยนเรียก“ก้งไซ้”
จากที่กล่าวมาในหัวข้อทั้งหมดนี้พอสรุปได้ว่า เทศกาลกินเจ ๑-๙ ค่ำเดือนเก้ามีที่มาจากเทศกาลฉงหยางและการบูชาดาวเป๋ยโต่วตามความเชื่อดั้งเดิมของจีนรวมกันเป็นหลัก แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมอีกหลายประการ

เทศกาลกินเจในถิ่นจีนแต้จิ๋ว
ในถิ่นจีนแต้จิ๋วเมืองจีนเรียกเทพจิ่วหวงตามคตินิยมของพุทธว่า “กิ๋วฮ้วงผ่อสัก(นวจักรพรรดิโพธิสัตว์)” หรือ “กิ๋วฮ้วงหุกโจ้ว(นวจักพรรดิพุทธ)” ซึ่งก็คือดาวเป๋ยโต่ว(กระบวยเหนือ) ๙ ดวงนั่นเอง ในบทความเรื่อง“วิจัยเรื่องการบูชาพระโพธิสัตว์เป๋ยโต่วจิ่วหวงในถิ่นแต้จิ๋ว” ของเฉินจิ่งซีศึกษาเรื่องประเพณีกินเจ ๑-๙ ค่ำเดือนเก้าไว้ว่า
เทศกาลกินเจเดือนเก้าในถิ่นแต้จิ๋วมีชื่อว่า “กิ๋วฮ้วงเส่งหวย(นวจักรพรรดิมหาสันนิบาต)” เป็นประเพณีที่จัดตามเซี่ยงตึ๊ง(สมาคมสงเคราะห์เพื่อการกุศล) วัด บางหมู่บ้าน และคณะงิ้ว จากบันทึกความทรงจำหลวงจีนซื่อฮุ่ยหยวน(เกิด พ.ศ. ๒๔๖๐) เจ้าอาวาสวัดไคหยวนแต้จิ๋ว ตั้งแต่ท่านเป็นเด็กจนสิ้นยุคสาธารณรัฐ(พ.ศ. ๒๔๕๔-๒๔๙๒) เซี่ยงตึ๊งทุกแห่งจัดงานกินเจ ๑-๙ ค่ำเดือนเก้า มีคนเข้าร่วมกิจกรรมมาก
แต่วัดบางแห่งเท่านั้นที่จัดกิจกรรมนี้ เช่น สำนักสงฆ์ศาลอันติ้งเมี่ยว อำเภอเท่งไฮ้ หลวงจีนซื่อเหลี่ยวติ้งซึ่งบวชที่ไทย อัญเชิญรูป “กิ๋วฮ้วงหุกโจ้ว(นวจักรพรรดิพุทธ)”มาจากไทย และเริ่มงานกินเจครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ วัดหนันซิ่วอัน อำเภอเท่งไฮ้(สร้าง พ.ศ. ๒๒๒๖) จัดกินเจตามแบบพุทธมนตรยานมาแต่เดิม ส่วนตามหมู่บ้านนั้นมีที่หมู่บ้านเส่งอันแจ่(ขึ้นกับหมู่บ้านซินเหล่าชุน ตำบลเน้ยฮั้วติ่ง อำเภอเท่งไฮ้) หมู่บ้านนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๒๘๖ ลูกหลานไปอยู่เมืองไทยมาก จึงนำประเพณีกินเจเดือนเก้ากลับมายังภูมิลำเนาเดิมของตน กลายเป็นเทศกาลหนึ่งของหมู่บ้านนี้ พวกงิ้วนั้นมีประเพณีกินเจ ๑-๙ ค่ำเดือนเก้ามาช้านานจนถือได้ว่าเป็นเทศกาลสำคัญของงิ้ว
เฉินจิ่งซีวิเคราะห์ว่า การกินเจในแต้จิ๋วแพร่หลายมากที่สุดตามเซี่ยงตึ๊ง แสดงถึงที่มาเกี่ยวข้องกับอั้งยี่ ส่วนสายวัดและหมู่บ้านนั้นมีที่มาและได้รับอิทธิพลมาจากไทยมาก ตอนท้ายบทความเขากล่าวว่า ประเพณีกินเจเดือนเก้าของไทยรับจากจีนภาคใต้หลายสาย ได้รับอิทธิพลพุทธศาสนาผสมผสานเป็นแบบไทยแล้วส่งอิทธิพลกลับไปยังถิ่นแต้จิ๋วของจีน
ส่วนเรื่องการกินเจของงิ้วนั้นมีผู้ศึกษาวิจัยเรื่องนี้ไว้โดยเฉพาะ

M4034S-4211

M4034S-4211

 

______________เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้ ของ(อาจารย์)ถาวร สิกขโกศล (๔๗๒-๔๗๘)

ปิดการแสดงความเห็น