เทศกาลกินเจ[๔]

[อ่านหนังสือ เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้ ของ(อาจารย์)ถาวร สิกขโกศล แล้วเข้าใจวิธีและวิถีของคนจีนขึ้นอีกมากจึงนำมาแบ่งปันกันอ่าน เพื่อบำรุงปัญญา และความรื่นรมย์กัน ]

pc

พิธีบูชาดาวของพุทธศาสนามนตรยาน
พุทธศาสนาฝ่ายมนตรยานมีพิธีบูชาดาวเช่นเดียวกับจีน อาจารย์เศรษฐพงษ์ จงสงวนเขียนเรื่องนี้ไว้ชัดเจนดีแล้ว จึงขออนุญาตท่านนำมาเสนอท่านผู้อ่าน ชื่อจีนท่านใช้ภาษาแต้จิ๋วทั้งหมดดังนี้
“พระพุทธศาสนาฝ่ายมนตรยาน มีพิธีบูชาดาวพระเคราะห์และดาวฤกษ์ที่ให้คุณให้โทษเช่นเดียวกัน โดยมีที่มาจากพระสูตรฝ่ายมหายานชื่อพระคัมภีร์สัปตรรษัยวัฒนายุสสูตรและสัปตรรษัยนิรภัยวัฒนายุสสูตร กล่าวไว้ว่าดาวสัปตรรษิหรือปั๊กเต้าที่จรัสแสงทั้ง ๗ ดวงมีกำเนิดจากอดีตพระพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระองค์ และดวงบริวารที่อับแสงสองดวงมีกำเนิดจากพระโพธิสัตว์สองพระองค์ ดังนี้
๑. พระปริวรรตมติประติเวธาธิคมะตถาคต แห่งวิชัยะโลกธาตุทิศตะวันออก
๒. พระประภาโฆเษศวระตถาคต แห่งสุรัตนะโลกธาตุทิศตะวันออก
๓. พระสุวรรณสิทธิตถาคต แห่งปูรณมณีโลกธาตุทิศตะวันออก
๔. พระวิชัยศรีตถาคต แห่งอโศกะโลกธาตุทิศตะวันออก
๕. พระไวปุลยชญานวิภาคะตถาคต แห่งธรรมมติโลกธาตุทิศตะวันออก
๖. พระธรรมสาครวิกรานตะตถาคต แห่งธรรมมติโลกธาตุทิศตะวันออก
๗. พระไภษัชยไวฑูรย์ประภาราชาตถาคต แห่งปูรณจันทระโลกธาตุทิศตะวันออก
๘. พระปัทมครรภวยูหะโพธิสัตว์ แห่งสุนันทะโลกธาตุทิศตะวันตก
๙. พระสุเขศวระโพธิสัตว์ แห่งสุปูรณะโลกธาตุทิศตะวันตก
ถือกันว่าพระไภษัชยไวฑูรย์ประภาราชาตถาคต เป็นประธาน บ้างนับถือว่าคือพระสัปต-ไภษัชยคุรุตถาคต ในอดีตทั้งเจ็ดพระองค์ ตามคัมภีร์อารยสัปต-ตถาคต-ปูรว-ประณิธาน-วิเศษ-วิสตร-นาม-มหายาน-สูตร การบูชาในพระพุทธศาสนาฝ่ายมนตรยานจะบูชาดาวสัปตรรษิหรือปั๊กเต้า ร่วมกับการบูชาดาวนพเคราะห์ทั้งเก้าคือ พระอาทิตย์(ไท่เอี้ยง), พระจันทร์(ไท่อิม), พระอังคาร(ฮ่วยแช), พระพุธ(จุ้ยแช), พระพฤหัสบดี(บั๊กแช), พระศุกร์(กิมแช), พระเสาร์(โท่วแช), พระราหู(หล่อโฮ้ว), พระเกตุ(โก่ยโตว) และดาวฤกษ์ทั้งยี่สิบแปกกลุ่ม(ยี่จั๊บโป๊ยสิ่วแช) ถือกันว่ามีพระโพธิสัตว์พระนามว่า พระสุทรรศนะโพธิสัตว์หรือเมี่ยวเกี่ยงผ่อสักเป็นนักษัตรราช คือประธานแห่งหมู่ดาวทั้งหลาย
hm     นอกจากนี้ยังนิยมนับถือกันว่า ดาวฤกษ์ทั้งเก้าดวงมีกำเนิดจากมรีจิเทวีโพธิสัตว์ คือมารดาแห่งแสงสว่างและหมู่ดาวฤกษ์ ซึ่งในจีนเรียกว่าเต๋าบ้อ รูปเคารพที่สร้างเพื่อบูชาดาวปั๊กเต้านั้น แต่เดิมนิยมสร้างเป็นเทพสององค์ องค์หนึ่งเคราดำหมายถึงดาวหน่ำซิ้งสวมเสื้อแดง องค์หนึ่งเคราขาวสวมเสื้อดำหมายถึงดาวปั๊กเต้า เนื่องจากการบูชาดาวเป็นพิธีสำคัญในศาสนาเต๋า ต่อมาจึงนิยมสร้างรูปให้สวมเครื่องทรงแบบนักพรตเต๋าไปด้วย ในสมัยต่อมาเกิดความนิยมสร้างรูปดาวปั๊กเต้าเป็นรูปเทพเก้าองค์ มีลักษณะและสิ่งของในมือต่างๆ กันไป นิยมสร้างรูปบูชาประดิษฐานเป็นกลุ่ม มีเทพมารดรหรือเต๋าบ้อเป็นประธานเสมอ
ชาวจีนจึงมีพิธีบูชาดาวฤกษ์สองกลุ่มมาแต่โบราณ โดยบูชาดาวกระบวยเหนือ(ปั๊กเต้า)ในวัน ๙ ค่ำเดือนเก้า และบูชาดาวกระบวยใต้(หน่ำเต้าหรือหน่ำซิ้ง)ในวัน ๒๓ ค่ำเดือนสิบเอ็ด เฉพาะพิธีในเดือนเก้านั้น ต่อมานิยมจัดพิธีบูชาตั้งแต่วัน ๑ ค่ำเป็นต้นไป การจัดพิธีแพร่หลายในอารามพระพุทธศาสนาและอารามศาสนาเต๋า ทั่วไปตามท้องถิ่นต่างๆ ของจีน ธรรมเนียมนิยมในโอกาสที่ครบรอบวันเกิดหรือในคราวที่ดวงชะตาโคจรตกอยู่ในอำนาจดวงดาวที่ให้โทษ ชาวจีนจึงมักกะทำพิธีบูชาดาว เรียกว่าจั้งแช ด้วยเชื่อกันว่าการบูชาดาวสัปตรรษิหรือดาวปั๊กเต้า(ดาวกระบวยทั้งเก้าดาว) จะให้คุณแก่ดวงชะตาชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ดูแลกำหนดวันตายของคนทั่วไป และเป็นการสะเดาะเคราะห์ของตนให้กลับร้ายกลายเป็นดี ประสบความสุข ปราศจากอุปสรรคในชีวิต

มรีจิเทวีโพธิสัตว์ หรือเต๋าบ้อ
ชาวจีนที่บูชาดาวฤกษ์ปั๊กเต้า แต่เดิมนับถือกันว่ามีเทพมารดาผู้ให้กำเนิดหมู่ดาวเรียกชื่อว่าเต๋าบ้อ ในศาสนาเต๋าบางตำรากล่าวว่าคือชายาของเทพดาวเหนือหรือจี่มุ่ย เรียกชื่อว่าจี่กวงฮูยิ้ง นิยมสร้างรูปบูชาเป็นเทพมารดรแบบจีนเครื่องทรงแบบจักรพรรดินี บูชาคู่กับเทพแห่งดาวปั๊กเต้าทั้งเก้าดวง ในพิธีบูชาดาวปั๊กเต้า ก็มักบูชาเต๋าบ้อหรือเทพมารดาแห่งดวงดาวด้วยเสมอ เชื่อกันว่าจะให้คุณแก่ดวงชะตาชีวิต
มรีจิเทวีโพธิสัตว์คือพระโพธิสัตว์ในพระพุทธศาสนาฝ่ายนิกายมนตรยาน คือมารดาแห่งแสงสว่างและหมู่ดาวฤกษ์ คือผู้ให้กำเนิดดาวกระบวยทิศเหนือทั้งเก้าดวง(กิ๋วฮ้วง)หรือดาวปั๊กเต้าจองจีน(อินเดียเรียกว่าดาวจระเข้ ตะวันตกเรียกว่าดาวหมีใหญ่) เป็นเทวีพระโพธิสัตว์องคืสำคัญปรากฏในพระคัมภีร์มรีจิพระโพธิสัตว์ธารณีสูตร ทางพระพุทธศาสนาฝ่ายมนตรยานถือว่าถ้าบูชาพระองค์เสมอจะคุ้มครองรักษาจากภัยอันตรายทั้งปวง ในทิเบตนับถือกันว่าจะต้องบูชาทุกเช้าเมื่อเห็นแสงสว่าง ในประเทศจีนและทิเบตเล่ากันว่ามรีจิโพธิสัตว์ได้ปรากฏกายเป็นสุกรราช มาปราบพวกมิจฉาทิฏฐิทำลายพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ
เมื่อพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศจีนรูปของเต๋าบ้อแบบเดิมจึงเปลี่ยนแปลงไป เกิดความนิยมสร้างรูปเคารพในรูปมรีจิโพธิสัตว์บูชาแทน เช่นรูปปฏิมาที่ประดิษฐานอยู่ในอารามไป๋หยุนก้วน พระอารามหลวงของศาสนาเต๋าในกรุงปักกิ่ง ก็สร้างเป็นรูปมรีจิโพธิสัตว์มีลักษณะเป็นเทพธิดามีสามพักตร์ พระพักตร์กลางแสดงความกรุณา พระพักตร์ด้านขวาเป็นปางพิโรธ พระพักตร์ด้านซ้ายเป็นสุกรราช เจ้าแห่งสุกร ซึ่งเป็นปางอวตารครั้งปราบพวกมิจฉาทิฏฐิทำลายพระพุทธศาสนา พระกรทั้งแปดทรงธรรมาวุธครบทุกพระหัตถ์ โดยปกติจะประทับบนรถศึกเทียมด้วยฝูงสุกรป่า ๙ ตัว”
ta      พิธีบูชาดาวของพุทธศาสนามนตรยานกับของศาสนาเต๋าคล้ายกันมาก แม้กระทั่งชื่อคัมภีร์ เช่นสัปตรรษัยวัฒนายุสสูตร(ดาวกระบวยเหนือช่วยให้เจริญอายุ) กับคัมภีร์ดาวเป๋ยโต่ว(กระบวยเหนือ)ประจำดวงชะตาวัฒนาชีวิต ซึ่งพอจะผูกเป็นภาษาสันสกฤตได้ว่า“สัปตรรษัยอัตชีวิตาวัฒนายุสูตร” ซึ่งเห็นว่าชื่อคล้ายกันมาก เต๋าบ้อกับมรีจิเทวีก็มีลักษณะคล้ายกัน จุดมุ่งหมายของพิธีเพื่อเจริญอายุ ขจัดทุกข์ภัย เหมือนกัน แสดงว่าน่าจะมีส่วนที่เลียนแบบหรือรับอิทธิพลของกันและกัน
แต่เราไม่อาจบอกได้แน่นอนว่าเรื่องไหนใครเลียนแบบใคร เพราะศาสนาพราหมณ์ก็มีพิธีบูชาดาวมาแต่โบราณ คงเป็นต้นเค้าให้พุทธศาสนามนตรยานในอินเดียเลียนแบบ เพราะชื่อดาวกระบวยเหนือก็เรียกแบบอินเดียว่า“สัปตรรษิ” แปลว่าฤษีทั้งเจ็ด แต่แปลเป็นจีนว่าดาวกระบวยเหนือเพราะเป็นหมู่ดาวเดียวกัน
ศาสนาพุทธและเต๋าต่างรับอิทธิพลเลียนแบบซึ่งกันและกันตลอดมา เมื่อพุทธศาสนามนตรยานแพร่มาถึงจีนย่อมต้องรับเรื่องที่เกี่ยวกับการบูชาดาวของจีนบ้าง ขณะเดียวกันก็ส่งอิทธิพลบางประการต่อการกินเจบูชาดาวของจีน
ที่พอจะเห็นได้ง่ายคือเต๋าบ้อของจีนน่าจะสร้างเลียนแบบมรีจิเทวี เดิมทีจีนไม่ค่อยมีเรื่องเหนือจริง เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ เช่น ๔ พักตร์ ๘ กรของจีนได้แบบอย่างมาจากอินเดียผ่านพุทธศาสนา เมื่อสร้างเต๋าบ้อให้เป็นเทพเจ้าของเต๋าก็แต่งให้ถือของตามแบบศาสนาเต๋า แต่ก็มี ๓ พักตร์ตามแบบมนตรยานของอินเดีย
ส่วนกำหนดวันกินเจบูชาดาว ๑-๙ ค่ำเดือนเก้านั้นพุทธศาสนาคงรับจากจีน เพื่อให้สอดคล้องกับความนิยมของสังคมจีน

จากวันบูชาดาวเข้าสู่วันเทศกาล
กำหนดวันดังกล่าวนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกในคัมภีร์ไท่ซางเป๋ยโต่วเอ้อร์สือปาจาง(ดาวกระบวยเหนืออันสูงส่ง ๒๘ บท)ของราชวงศ์ซ่งเหนือ มีข้อความกล่าวว่า“๑-๙ ค่ำ ยามจื่อ(๒๓ :๐๐-๑ : ๐๐ น.)กลางดึก ไหว้ดาวทั้งเก้าคืนละดวง แล้วโชควาสนาจะมาสู่” เป็นหลักฐานชัดว่ากำหนดวันบูชาดาวกระบวยเหนือ(ปั๊กเต้า-เป๋ยโต่ว) ในยุคนั้นตรงกับวันกินเจ“กิ๋วห่วงเจ(จิ่วห่วงไจ)เจนวจักรพรรดิเทพ” ในปัจจุบันแสดงว่ามีความเกี่ยวข้องสืบเนื่องกันมาอย่างแน่นอน
วันเทศกาลกินเจ ๑-๙ ค่ำเดือนเก้านี้ ปัจจุบันมีชื่อเป็นทางการว่า“กิ๋วห่วงหวย(จิ่วห่วงฮุ่ย) นวจักรพรรดิเทพสันนิบาต” หรือ“กิ๋วฮ้วงเส่งหวย(จิ่วหวงเซิ่งฮุ่ย)นวจักรพรรดิเทพมหาสันนิบาต” หมายถึงงานชุมนุม(ใหญ่)บูชาเทพ ๙ จักรพรรดิ
การบูชาดาว ๑-๙ ค่ำเดือนเก้าในยุคราชวงศ์ซ่งในคัมภีร์ไท่ซางเป๋ยโต่วเอ้อร์สือปาจางข้างต้นน่าจะมีการกินเจร่วมด้วย เพราะเป็นพิธีกรรมสำคัญเพื่อความสุขสวัสดีและเจริญอายุ แต่อย่างน้อยก็เป็นต้นเค้าของเทศกาลกินเจเดือนเก้าในปัจจุบัน

tw

_____________เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้ ของ(อาจารย์)ถาวร สิกขโกศล (๔๖๘-๔๗๒)

ปิดการแสดงความเห็น