ข่า…มาเดี่ยวๆ เยียวยาสารพัด

ข่า มาเดี่ยวๆ เยียวยาสารพัด …โดย ‘พี่ต้อม’
ชื่อวิทยาศาสตร์  Alpinia galanga (L.) Willd.
ชื่อวงศ์  ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่นๆ  กฏุกกโรหินี ข่าหยวก ข่าหลวง
ลักษณะทั่วไป  ไม้ล้มลุก ลำต้นเป็นเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด
การขยายพันธุ์  ใช้เหง้า หรือเมล็ด

IMG_2659

 


ข่า คู่วิถีไทย ไม่เคยตาย

ข่าเป็นสมุนไพรเก่าแก่ที่สุดตัวหนึ่งที่คนไทยทั้งกินทั้งใช้กันมานานนับร้อยนับพันปี คนตระกูลไตไม่ว่าจะตั้งหลักแหล่งอยู่ที่ใดต่างก็เรียกพืชชนิดนี้ว่า ข่า เหมือนกันหมด ส่วนชื่อสามัญที่ฝรั่งใช้เรียกข่า คือ siamese ginger หรือ siamese galanga บางครั้งก็เรียกตามเราว่า kha หรือ ka ด้วยซ้ำ แสดงว่า เป็นสมุนไพรที่เกี่ยวพันกับคนไทยอย่างแน่นแฟ้น จนฝรั่งต้องตั้งชื่อตามเลยทีเดียว
คนไทยกินและใช้ข่าในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่

 

เป็นทั้งเครื่องเทศดับกลิ่นคาว โดยใช้หัวข่าใส่ในต้มยำ ต้มข่า ต้มแซ่บ ใส่ในหม้อก๋วยเตี๋ยว เครื่องแกง น้ำพริกต่างๆ นานา เรายังกินหน่อข่า ดอกข่า เป็นผัก ข้าวยำของคนใต้ก็ใช้ใบข่าซอยใส่ลงไปด้วย เป็นต้น
นอกจากนี้คนไทยยังใช้ข่าเป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยในแทบทุกระบบของร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ใช้ข่าช่วยย่อย ช่วยขับลม ขับน้ำดี แก้สะอึก ระบบทางเดินหายใจใช้ข่าในการแก้ไอ แก้หอบหืด ระบบหัวใจและหลอดเลือด ข่าเป็นยาร้อนทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี มีกำลังวังชา สำหรับระบบประสาท ข่าช่วยลดอาการปวด บวม ระบบผิวหนัง ข่าแก้ลมพิษ แก้ผดผื่นคัน แก้กลากเกลื้อน เป็นต้น เราสามารถจะพูดอย่างภาคภูมิใจได้ว่า เรื่องการใช้ข่าแล้ว ไม่มีใครเก่งเท่าคนไทย
IMG_0143
ข่า ฆ่าการอักเสบ ฟกช้ำดำเขียว
ข่าเป็นสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของยากิน ยาประคบ อบ อาบ พอก เพื่อแก้อาการปวดและการอักเสบ ถึงแม้จะไม่มีสมุนไพรตัวอื่นๆ เลย แต่ขอให้มีข่าตัวเดียวก็ใช้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะแก้ปวดเมื่อยตามตัว ปวดข้อ ปวดฟัน รำมะนาด ปวดท้อง ปวดท้องประจำเดือน ดังจะเห็นได้จากตำรายาโบราณยาว่า หลายตำรับมีข่าเพียงตัวเดียวเป็นส่วนประกอบ ก็ยังสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้ได้
ปัจจุบันมีการวิจัยพบว่า ข่ามีสรรพคุณแก้ปวดแก้อักเสบที่ดีมาก และยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ต้านเนื้องอก ขยายหลอดลม น้ำมันหอมระเหยในข่ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา ซึ่งเป็นหลักฐานสนับสนุนสรรพคุณทางยาของข่าตามที่คนไทยใช้กันมาแต่โบราณ
ข่าเป็นของดีคู่บ้านคู่ครัวของคนไทยมาช้านาน และน่าจะพัฒนาต่อยอดไปได้อีกมากมาย คุณค่าของข่าสารสื่อถึงคนในปัจจุบันว่า ไม่ต้องเพ้อฝันหรือไขว่คว้าอะไรที่ไกลเกินเอื้อม สู้หันมาใส่ใจเพ่งพินิจพิจารณารอบๆ ตัว ก็จะตระหนักว่า โอกาสและฝันที่เป็นจริงนั้นอยู่ใกล้ตัวนิดเดียว อย่างข่าที่เราเข้าครัวก็เจออยู่ทุกวันนี้แหละ
IMG_0934

ตำรับยา
ยาเมื่อยลุกบ่ได้
ข่าหลวงเอามาตำ เอาน้ำมวกเป็นน้ำคั้นดีแล
ยากัดเสลด
ข่าหลวง ฝนใส่น้ำผึ้งกินดีแล
ยาเลือดขึ้น
ข่า ใช้ตั้ง(ตั้งหมายถึงประคบ) กระหม่อม ศีรษะดีแล
ยาแก้พิษแมงมุม
ข่าฝนกับเหล้าทาบริเวณที่ถูกกัด
ยาเก๊าท์
หัวข่านำมาตำ ราดด้วยเหล้า ทำเป็นห่อประคบหรือจะซอยพลูเพิ่มลงไปก็ได้ จะช่วยบรรเทาอาการปวดจากเก๊าท์
ยาประคบเส้นเอ็นตาย ไม่รู้สึก
ดอกกานพลู ๔๐ ดอก ผสม ข่าแก่ ๒ นิ้ว หั่น ตำหยาบห่อผ้าเป็นลูกประคบ ผสมเหล้าขาว ประคบตามแนวเส้น ไม่ให้เส้นตาย
ยารักษาเท้าแพลง ข้อเท้าบวม
โขลกข่าแก่ คั้นน้ำออกบ้าง แล้วพอกเอาผ้าพันทิ้งไว้ บริเวณผิวหนังก่อนพอกให้ทาน้ำมันงาหรือน้ำมันมะพร้าวเสียก่อน เพราะข่ามีฤทธิ์ร้อนอาจทำให้ผิวหนังพองได้
ดับกลิ่นตัว
ข่าทั้งห้าต้มอาบ

าข่า อินเดีย_2

ข้อควรระวัง
        • ข่ามีฤทธิ์ร้อนอย่าใช้มากหรือพอกไว้นานเกินไปอาจทำให้ผิวหนังพองได้
เรื่องน่ารู้
ข่ามีอยู่หลายชนิด ชนิดที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดคือ ข่าตาแดงและข่าใหญ่ หรือข่าหลวง ทั้งสองชนิดนี้มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ข่าตาแดงสังเกตได้จากหน่อที่มีสีแดงจัด นอกจากนี้ยังมีข่าอีกชนิดหนึ่งที่ไม่เผ็ดร้อนมาก คือ ข่าน้ำ(Alpinia mutica Roxb.) นิยมกินหน่อ เรียกว่าหน่อกะลา
ข่าลิง(Alpinia conchigera Griff.) เป็นข่าที่ใช้เป็นยา แต่ไม่มีขายอยู่ตามท้องตลาด ขึ้นตามธรรมชาติหรือมีอยู่บางบ้านที่ปลูกไว้ทำยามาแต่ดั้งเดิม นิยมใช้เป็นยารักษาโรคไม่แพ้ข่าใหญ่
• ข่ามีสรรพคุณในการดับกลิ่นดีมาก หมอนวดแผนไทยของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเคยต้องไปสาธิตการนวดเท้าที่สหรัฐอเมริกา จึงมีการพัฒนาสเปรย์ข่าดับกลิ่นเท้าขึ้นมาใช้ เพื่อให้หมอนวดของเราทำงานอย่างมีความสุข จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้รับความนิยมพอสมควร

ปิดการแสดงความเห็น