ขัดเค้า…ขัดมอน

ขัดเค้า คัดเค้า เข่าไม่ขัด….. โดย’พี่ต้อม’
ชื่อวิทยาศาสตร์  Oxyceros horridus Lour.
ชื่อวงศ์  RUBIACEAE
ชื่ออื่นๆ  คัดเค้า เขี้ยวกระจับ คัดเค้าหนาม เค็ดเค้า จีเค๊า พญาเท้าเอว หนามลิด-เค้า
ลักษณะทั่วไป  ไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามกิ่ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ดอกช่อ กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอมแรง
การขยายพันธุ์ ใช้เมล็ด

kk101ขัดเค้าแก้ขัดเข่า
ใครจะรู้บ้างว่าไม้ดอกหอมสัญชาติไทยที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Siamese Randia และคนไทยเรียกว่า คัดเค้า นั้น น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า ขัดเข่า พอได้คลุกคลีกับหมอยาพื้นบ้าน และตามท่านเหล่านั้นไปเก็บยาสมุนไพร จึงรู้ว่าชื่อของพืชพรรณต่างๆ นั้น ถ้าสืบค้นกันดีๆ แล้ว จะพบว่ามีที่มาที่ไปทั้งนั้น โดยเฉพาะการเรียกขานชื่อพืชนั้นๆ ตามสรรพคุณทางยานั่นเอง เช่น สมุนไพรที่มีชื่อขึ้นต้นว่า ขัด บ่งชี้ว่ามีสรรพคุณในการรักษาอาการขัดต่างๆ เช่น แก้ขัดข้อขัดเข่า เยี่ยวขัด ปวดขัดตามตัว พืชเหล่านี้ เช่น ขัดเค้า(ขัดเข่า) ขัดหลวง ขัดน้อย ขัดลับมึน(ชุมเห็ดไทย) เป็นต้น
สรรพคุณของขัดเค้าในตำรายาโบราณ จะใช้รากต้มกินแก้เยี่ยวขัด ใช้เถาต้มรวมกับสมุนไพรอื่นๆ ในการแก้ขัดเข่า แก้ปวดทุกอย่าง ปวดข้อ ปวดหลัว ปวดเอว ขี้โม่เข้าข้อ(น่าจะเป็นโรคเก๊าท์-ผู้เขียน) คนโบราณในแถบจังหวัดปราจีนบุรี ก็มักจะขุดรากคัดเค้ามาเก็บไว้ทำยาต้มกิน แก้ขัดข้อ ขัดเข่า ส่วนลูกคัดเค้ามีรสร้อนใช้บำรุงโลหิต และด้วยเหตุที่เป็นไม้ที่มีหนาม จึงนิยมใส่คัดเค้าในยาอบเพื่อรักษาโรคไข้ภัยเจ็บที่เกิดจาก“ผีทำ” อีกด้วย
หอมดอกจิกมาวังๆ หอมดอกฮังมาวอนๆ หอมดอกขัดเค้าก็สิเฒ่าบ่เป็น หอมชื่นใจ ถ้อยคำในบทเพลงที่พ่อหมอขับขานท่อนหนึ่ง เหมือนชักชวนให้เราปลูกคัดเค้าไว้ใกล้ๆ บ้าน นอกจากให้กลิ่นหอม แล้วก็ยังใช้ต้มกินทำให้แก่เฒ่าไม่เป็นอีกด้วย

ตำรับยา

ยาเยี่ยวบ่ออก ฮาก(ราก)
           ขัดเค้าต้มกินดีแล
ยาขัดข้อ ขัดเข่า ขัดขา ยาแก้เจ็บ แก้ขัด เยี่ยวขัดกระปริบกระปรอย เยี่ยวหยด
            เอาเครือขัดเค้าผ่าต้มกิน
ยาขี้โม่เข้าข้อ ไข่มะล๊อกป๊อกแป๊ก(บวมตามข้อต่างๆ)
            ขัดเค้าน้อย ขัดเค้าใหญ่ ยาหัว อ้อยดำ ตั้งตุ่นเครือ ต้มกิน

DSCF7231ขัดมอน แก้ขัด ชะงัดนัก

ชื่อวิทยาศาสตร์  Sida rhombifolia L.
ชื่อวงศ์  MALVACEAE
ชื่ออื่นๆ  หญ้าขัด ขัดมอน คัดมอน ยุงปัด แม่ม่าย
ลักษณะทั่วไป  ไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เรียงเวียน ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเดี่ยว กลีบดอกสีเหลืองสด ออกที่ง่ามใบ ผลแห้งแตก
การขยายพันธุ์  ใช้เมล็ด

หญ้าขัด กำจัดโรคข้อ
ขัดมอนเป็นสมุนไพรตระกูลขัดอีกชนิดหนึ่ง ปู่ย่าตายายของเราตั้งชื่อพืชในกลุ่มนี้เพื่อให้เรารู้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการแก้ขัดต่างๆ เช่น อาการปวดขัดตามข้อ ปัสสาวะขัด เป็นต้น หนึ่งในนั้นก็คือ ขัดมอน ที่พ่อหมอยาทั่วไป ทั้งไทยใหญ่ ไทยน้อย ลาว ไทยมาลายู นิยมเรียกว่า หญ้าขัด แสดงให้เห็นว่า เป็นสมุนไพรที่ใช้กันทั่วไปในกลุ่มคนตระกูลไทย มานานนับพันปี
หญ้าขัดใช้เป็นยากิน ยาอาบ ยาพอก ยาอบ ยาน้ำมัน เพื่อรักษาอาการแก้ปวดข้อ ปวดเมื่อย บำรุงเอ็น กล้ามเนื้อและกระดูก ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่า ขัดมอนมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการต้านการอักเสบ เช่น การอักเสบของข้อ ต้านการกำเริบของโรคเก๊าท์จากที่เกิดจาก Xanthine Oxidase Inhibitor

DSCF7232ขัดมอน ลดความดัน กันเบาหวาน
ขัดมอนมีกิ่งก้านที่เหนียว นิยมเอามาทำไม้กวาด นอกจากใช้กวาดพื้นดีแล้ว ขัดมอนยังมีสรรพคุณปัดกวาดโรคภัยไข้เจ็บได้หลายอย่าง เป็นต้นว่า รากต้มกินแก้ปวดข้อ ใช้รากฝนทาฝี ทาตุ่มพุพอง ใช้ใบขยี้ใส่แผลสดเพื่อห้ามเลือด และทำให้แผลสมานได้เร็วขึ้น ใช้ใบต้มชำระล้างแผล ซึ่งปัจจุบันพบว่าขัดมอนมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและราได้หลายชนิด
ในสมัยก่อนยังไม่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ารักษาฟรีอย่างในปัจจุบัน เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วยก็ต้องใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาดูแลรักษา แม้แต่โรคเรื้อรังอย่างความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ก็มีการใช้สมุนไพรรักษากันมาแต่โบราณ
ขัดมอนเป็นสมุนไพรตัวหนึ่งที่นิยมนำมาต้มกินต่างน้ำเพื่อช่วยลดความดันและคุมเบาหวานไปพร้อมๆ กัน จะใช้ขัดมอนเพียงตัวเดียว หรือต้มรวมกับสมุนไพรอื่นๆ ก็ได้ แต่ที่นิยมใช้คู่กับขัดมอนมากที่สุดคือ หญ้าคา ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า ขัดมอนมีฤทธิ์ลดความดันโลหิต และลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่สนับสนุนยืนยันภูมิปัญญาเกี่ยวสมุนไพรของชาวบ้านว่า มีเหตุผลและใช้ได้จริง
หญ้าขัดยังเป็นส่วนประกอบในตำรับยารักษาโรคและอาการต่างๆ อีกมากมาย อาทิเช่น แก้คลื่นเหียน อาเจียน แก้สะอึก แก้ไข้ ดับพิษร้อน กระทุ้งพิษ แก้ไอเป็นโลหิต รักษาดีซ่าน ขับเสมหะ บำรุงปอด แก้ปวดมดลูก ขับเลือดและรกให้ตก ทำให้ประจำเดือนมาปกติ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้พิษแมลงกัดต่อย พิษงู แก้ผดผื่นคัน แก้โรคขับเบา บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน ยาชูกำลัง เป็นต้น

ขัดมอน ต่อกรกับงานการ บ่ย่านโรคภัย
สมัยก่อนเป็นที่รู้กันดีว่า ขัดมอนเป็นยากระตุ้นกำลังชั้นดี ทั้งพ่อเม่า พ่อหมอแห่งปราจีน และหมอยาเมืองเลยต่างก็ใช้ขัดมอนเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้สดชื่น แก้อ่อนเพลีย ทำให้มีเรี่ยวแรงในการทำงาน โดยใช้รากหรือใบมาต้มกินอย่างเดียว หรือต้มรวมกับสมุนไพรยากำลังตัวอื่นๆ เช่น นมสาว ช้างน้าว อ้อยสามสวน ยาหัว อ้อยดำ เป็นต้น
หมอยาบางท่านเชื่อว่า ขัดมอนใช้เป็นยาบำรุงกำหนัดได้ด้วย ในประเทศฟิลิปปินส์ใช้ใบปิ้งไฟชงเป็นชาทำให้เกิดความสดชื่น นอกจากเป็นยากำลังของผู้ใหญ่แล้ว สำหรับเด็กผอมแห้งแรงน้อย หรือเป็นโตง(เป็นซาง) จะใช้ขัดมอนต้มอาบ ต้มกิน เพื่อให้เด็กอยากอาหารและแข็งแรงขึ้น ไม่ป่วยง่าย

ตำรับยา

ยาแก้ความดัน แก้ปวดเมื่อย ปวดแข้ง ปวดขา
         รากหญ้าขัด ราหญ้าคา กาฝากมะม่วงกะสอ(มะม่วงป่า) ต้มกิน
ยาแก้เยี่ยวขัด ปัสสาวะกะปริบกะปรอย
        รากหญ้าขัด รากหญ้าคา หญ้าถอดปล้อง เถาคัดเค้า ต้มกิน
ยาแม่ลูกอ่อนปวดหัว เจ็บหัว เวียนหัว
        รากหญ้าขัด รากหญ้าคา รากขัดลับมึน(ชุมเห็ดไทย) ต้มกิน
ยา
บำรุงกระดูก แก้ปวดแข้งปวดข

รากหญ้าขัดใบมน รากหญ้าขัดฝอย รากขัดมอน ลำไม้กระดูก ต้มกิน
ยาแก้อักเสบ แก้ปวดเมื่อยแก้ผดผื่นคัน
         รากหรือใบตากแห้งบดเป็นผงเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันงา เก็บไว้ใช้เป็นน้ำมันนวดแก้อักเสบ ปวดตามกล้ามเนื้อ หรือใช้ทาแก้แพ้ ผดผื่นคัน
ยากำลังขัดมอน
          รากหญ้าขัด หัวแห้วหมู รากหญ้าคา ตำรวมกัน ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนไว้กิน
ยารักษาฝี อักเสบ บวม
          ใบขัดมอนตำกับข้าวสุกพอกฝี
เรื่องน่ารู้
• ขัดมอนเป็นพืชตระกูลชบา กิ่งก้านเนื้อเหนียวมากไม่เปราะหัก ชาวบ้านสมัยก่อนนิยมตัดมาตากแห้ง ปล่อยให้ใบหลุดร่วงแล้วเอามัดรวมกันสัก ๒-๓ ต้น พอเหมาะมือ ใช้เป็นไม้กวาดทำความสะอาดบ้านเรือน เรียกกันว่า ไม้กวาดขัดมอน
• ขัดมอนหรือหญ้าขัด มี ๒ ชนิด ชนิดใบแหลมต้นสูง เรียกว่า หญ้าขัดตัวผู้ (Sida acuta Burm.f) นิยมเอาไปทำไม้กวาดมากว่าชนิดที่มีใบป้อมๆ รีๆ ต้นเตี้ยกว่า ซึ่งหมอยาจะเรียกว่า หญ้าขัดตัวเมีย (Sida rhombifolia L.) ซึ่งบางทีก็เรียกว่าหญ้าขัดเฉยๆ แล้วเรียกตัวผู้ว่า ต้นไม้กวาด ชนิดที่นิยมเอามาทำยาคือ หญ้าขัดตัวเมีย
• นอกจากนี้ยังมีหญ้าขัดอีก ๓-๔ ชนิด เช่น หญ้าขัดใบป้อม (Sida alnifolia L.) หญ้าขัดใบเว้า (Sida cordofolia L.) เป็นต้น สามารถนำมาเข้ายาได้เช่นเดียวกัน

 _MG_0383              ขัดมอนเป็นพืชที่มักพบชูช่ออยู่ตามริมถนนหนทาง คนที่ไม่รู้จักยาดีที่ใช้กันมานานนับพันปี ก็เห็นเป็นเพียงวัชพืช ถ้ารกหน่อยก็เผาทิ้ง หรือไม่ก็ฉีดยาฆ่าหญ้าให้เหี่ยวแห้งตาย โดยหารู้ไม่ว่า สมุนไพรที่เป็นมิตรต่อชีวิตกลับทำลายทิ้ง แต่สารเคมีที่เป็นศัตรูตัวฉกาจต่อสุขภาพร่างกาย กลับไปชิดเชื้อใช้มันโดยไม่ระแวงต่อโทษมหันต์กันบ้างเลย

ปิดการแสดงความเห็น