อัคคีทวาร เรียกขาน ยามต้องการพลัง

อัคคีทวาร เรียกขาน ยามต้องการพลัง…โดย ‘พี่ต้อม’

Exif_JPEG_PICTURE
ชื่อวิทยาศาสตร์  Clerodendrum serratum (L.) Moon var.wallichii C. B. Clarke
ชื่อวงศ์  VERBENACEAE
ชื่ออื่นๆ ห้าส้วย ตั่งต่อ ปอสามเกี่ยน สามสุก พรายสะเลียง สะเม่าใหญ่ ตรีชะวา หมากดูกแฮ้ง พายสะเมา ผักอ้าส่วย
ลักษณะทั่วไป ไม้พุ่มขนาดกลาง สูงได้ถึง ๔ เมตร ลำต้นแตกกิ่งน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหอกปลายใบแหลม ขอบใบจักรคล้ายฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อแยกแขนง สีน้ำเงินชมพูหรือม่วง ผลรูปไข่ สีเขียวมรกต เมื่อแก่สีม่วงแก่หรือสีดำ
การขยายพันธุ์ ใช้เมล็ด กิ่งชำ

Exif_JPEG_PICTURE
อัคคีทวาร ผักเพิ่มพลังของคนบ้านป่า
อัคคีทวารเป็นที่รู้จักในหมู่หมอยาอีสานแถบสกลนครในชื่อว่า หมากดูกแฮ้ง ส่วนหมอยาแถววาริชภูมิจะเรียกว่า พายสะเมา พบได้ทั่วไปในป่าภาคอีสานและภาคเหนือ ช่อดอกอ่อนและยอดอ่อนของอัคคีทวารกินเป็นผักได้ โดยนำมาหมกไฟหรือย่างกินกับน้ำพริก ซุบหน่อไม้ หมกหน่อไม้ แกงหน่อไม้
พ่อประกาศเล่าว่า คนบ้านป่าในสมัยก่อนจะกินพายสะเมาเพื่อให้มีเรี่ยวมีแรงทำนา โดยกินเป็นผัก หรือนำราก กิ่ง ก้าน ใบ มาต้มกิน นอกจากนี้พายสะเมายังช่วยให้เลือดไหลเวียนดี แก้ปวดเมื่อย บำรุงกำลัง ดอกและยอดอ่อนของพายสะเมาจะออกตอนหน้าฝนตรงกับฤดูทำนาพอดี การใช้อัคคีทวารเป็นยาบำรุงกำลังของคนอีสานบ้านป่าแต่ก่อนนั้น เหมือนกับคนมาเลเซียและคนอินโดนีเซีย ที่จะเคี้ยวกินใบและช่อดอกเวลาที่ต้องออกแรงทำงานหนัก

อัคคีทวาร ต้านสรรพโรค

อ้าซ่วย (5)
ชื่อของพายสะเมาปรากฏอยู่ในตำรายาใบลานหลายตำรับ เช่น ตำรับที่เกี่ยวกับเลือดลมของผู้หญิง โรคไข้หมากไม้ เป็นต้น สะท้อนให้เห็นว่ามีการใช้มาอย่างยาวนานโดยผู้คนในแถบนี้ ส่วนชื่ออัคคีทวารนั้นหมอยาทุกภาครู้จัก มีการใช้เป็นยาในสรรพคุณที่หลากหลาย นิยมใช้รากและใบซึ่งมีรสขมเผ็ดร้อน กับโรคต่างๆ ตั้งแต่ระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น ช่วยย่อยอาหาร ขับลม รักษาอาการเบื่ออาหาร แก้ปวดเกร็งในท้อง แก้คลื่นไส้อาเจียน ริดสีดวงทวาร โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ไอ ริดสีดวงจมูก(อาการอักเสบเรื้อรังของโพรงจมูก) แพ้อากาศ
โรคทางผิวหนังก็นิยมใช้อัคคีทวารรักษา โดยนำรากแห้งหรือลำต้นแห้งมาฝนกับน้ำปูนใสให้ข้นๆ หรือใช้ใบตำพอกเป็นยาเกลื่อนฝี หัวริดสีดวง ทาแผลบวม ฟก ซ้ำ ข้ออักเสบ ตลอดจนบาดแผลสด
นอกจากนี้ยังใช้รากหรือลำต้นรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะ โดยนำลำต้นมาฝานเป็นชิ้นบางๆ ตากแห้ง ต้มรับประทานขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ลดความดัน ชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม เช่น ปกาเกอะญอ มูเซอ ยังใช้รากแก้ไข้ป่าอีกด้วย
ปัจจุบันนิยมใช้อัคคีทวารเป็นยารักษาริดสีดวงทวาร โดยผสมกับสมุนไพรอื่น ๆ เช่น เพชรสังฆาต เนื่องจากริดสีดวงทวารเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ขึ้นกับพฤติกรรมการกินอยู่และการขับถ่าย มักจะเป็นๆ หายๆ มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของอัคคีทวารพบว่า มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แก้ปวด ทำให้หลอดเลือดดำหดตัว ซึ่งสนับสนุนการใช้รักษาริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังพบฤทธิ์ต้านรูมาติก ต้านการแพ้ ต้านฮิสตามีน ต้านหอบหืด ต้านการบีบตัวของลำไส้ ลดความดันโลหิต ฆ่าเชื้อโรค และขับลม

IMG_5718
ผักอ้าส่วย ผู้หญิงสวยได้ทุกคน
อัคคีทวารเป็นสมุนไพรที่หมอยาไทยใหญ่ใช้มากชนิดหนึ่ง แต่เรียกว่า ผักอ้าส่วย นิยมใช้เป็นยาสำหรับผู้หญิง เชื่อว่าผู้หญิงจะสวยถ้ากินผักอ้าส่วย เพราะช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้เลือดประจำเดือนสะอาด เลือดสมบูรณ์ผิวพรรณสดใส โดยใช้ทั้งห้าต้มอาบ ต้มกิน หรือกินเป็นผัก ผักอ้าส่วยมีอยู่หลายชนิด ดูได้จากจำนวนใบที่ออกจากข้อเดียวกัน ซึ่งมีตั้งแต่ ๒ ไปจนถึง ๔ ใบ ชนิดสี่ใบ จะมีดอกสีม่วง สามใบ มีทั้งดอกม่วงและขาวเขียว ส่วนสองใบจะมีดอกสีขาว แต่ทุกชนิดใช้ได้เหมือนกันในการดูแลสุขภาพของผู้หญิง ตั้งแต่ใช้รักษาอาการปวดประจำเดือน ต้มให้กินก่อนคลอดเพื่อมีแรงเบ่ง ให้กินหลังคลอดเพื่อให้มดลูกเข้าอู่และแก้อักเสบ บำรุงกำลังสตรีหลังคลอดบุตร หมอตำแยไทยใหญ่เชื่อว่าผู้หญิงหลังคลอดจะขาดผักอ้าส่วยไม่ได้ อาจใช้เดี่ยวๆ หรือรวมกับตัวอื่นๆ เป็นยาตำรับก็ได้
อัคคีทวารมีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับอยู่บ้าง แต่มีคนรู้จักสรรพคุณน้อยมาก เมื่อได้ประจักษ์ในคุณสมบัติทางยาที่มากล้น บวกกับเสน่ห์ของดอกที่สวยทั้งรูปทรงและสีสัน คงไม่ยากที่จะนำอัคคีทวารกลับมาให้คนไทยได้รู้จักกันอย่างถ่องแท้

Exif_JPEG_PICTURE
ตำรับยา
ยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย ขับปัสสาวะ
อัคคีทวารทั้งห้าต้มกิน ชงกิน หรือจะกินเป็นผักก็ได้
ยาแก้ปวดแก้ไข้
        อัคคีทวารทั้งห้ากับรากยานางหนุ่มต้น ต้มกิน
ยาริดสีดวงทวาร
       อัคคีวารทั้งห้าตากแห้งตำผง ทำเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทราไทย กินวันละ ๓ เวลา หลังอาหาร จนกว่าอาการจะดีขึ้น
ยาต้มอาบหลังคลอด
       อัคคีทวารทั้งห้า ใบเปล้าใหญ่ ใบหนาด ต้นปูนป๊ก(ราชาวดีป่า) ต้มอาบ
ยาแก้ปวดประจำเดือน
      ใบของอัคคีวารกินเป็นผัก ยำกิน หรือ นำใบมาต้มน้ำกิน

ปิดการแสดงความเห็น