ม้าสามต๋อน ต้องตอนสามครั้ง

ม้าสามต๋อน ต้องตอนสามครั้ง…โดย ‘พี่ต้อม’
IMG_5811

ชื่อวิทยาศาสตร์  Asperagus filicinus Buch.-Hum.
ชื่อวงศ์  LILIACEAE
ชื่ออื่นๆ  –
ลักษณะทั่วไป พืชล้มลุก อายุหลายปี รากโป่งคล้ายหัว ลำต้นออกจากตาที่โคน ขนาดลำต้นเล็ก เลื้อยไปตามไม้อื่นๆ ใบคล้ายเข็มเล็กๆ เป็นจำนวนมาก ดอกออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ที่แกนใบ ผลกลมสีเขียว
การขยายพันธุ์ ใช้เมล็ดและเหง้า

ม้าสามต๋อน ยากำลังของจอมทัพ

          ม้าสามต๋อนเป็นหนึ่งในยากำลังที่สำคัญของคนไทยใหญ่ คู่คี่มากับม้าแม่ก่ำ ชื่อม้าสามต๋อน สื่อว่า เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเพิ่มพลังทางเพศสูงมาก ถ้าเป็นม้ากินเข้าไป ก็ต้องถูกจับตอนถึงสามครั้งถึงจะหมดฤทธิ์ 
          หมอยาไทยใหญ่(พ่อสายแหลด)เล่าว่า เจ้ายอดศึก ผู้นำของทัพรัฐฉาน และทหารของเขาใช้ม้าสามต๋อนเป็นยาหลักในตำรับยาดองบำรุงกำลัง เมื่อไปเจอม้าสามต๋อนที่ไหน พ่อหมอยาไทยใหญ่ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองไทย หรือในรัฐฉาน จะต้องแวะขุดกลับมากันทุกคน เพราะสรรพคุณในการเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย ทำให้อายุยืนยาว แก้ปวดหลัง ปวดเอว กินได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เด็กและคนเฒ่า กินแล้วไม่มีพิษ เคี้ยวสดๆ กินเป็นอาหารก็ได้ นอกจากนี้สามารถนำมาทำเป็นผงเพื่อใช้เป็นยาบำรุงน้ำนม  ซึ่งพ่อหมอมูเซอ พ่อหมอปกาเกอะญอ ต่างก็ใช้ในสรรพคุณเดียวกัน มีวิธีใช้เหมือนกันคือ ใช้รากต้มกิน ดองกิน ตำผงกิน หรือเคี้ยวกินสดๆ
 Exif_JPEG_PICTURE
 ม้าสามต๋อน อาทรท้องและคอ
 
           นอกจากเป็นยาบำรุงกำลังแล้ว พ่อหมอมูเซอและพ่อหมอไทยใหญ่จะใช้ม้าสามต๋อนรักษาแผลในกระเพาะอาหาร โดยใช้รากต้มน้ำกินหรือเคี้ยวกินสดๆ รวมทั้งใช้เป็นยาแก้ไอ แก้ปอดอักเสบ โดยใช้รากต้มน้ำกิน ซึ่งเป็นการใช้ในสรรพคุณที่ตรงกับในตำรายาจีน
           แม้ว่าจะไม่มีงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับม้าสามต๋อนมากนัก แต่พืชในกลุ่ม Asparagus sp. นี้มีโอสถสารที่เหมือนๆ กันคือ พวก steroidal saponin, polysaccharide, amino acids และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาไม่แตกต่างกันคือ ต้านการอักเสบ ต้านมะเร็ง และต้านไวรัส 
           พืชอีกชนิดหนึ่งในกลุ่มนี้คือ รากสามสิบ หรือสาวร้อยผัว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Asparagus racemosus  (รายละเอียดอยู่ใน บันทึกของแผ่นดิน ๑ หญ้า ยา สมุนไพรใกล้ตัว)  ในตำราอายุรเวทสามารถใช้ม้าสามต๋อนแทนรากสามสิบได้ ส่วนพ่อหมอไทยใหญ่จะนำรากสามสิบจากที่อื่นไปปลูกที่บ้าน แล้วเรียกว่า ม้าสามต๋อน เหมือนกัน เพราะใช้ในสรรพคุณเดียวกัน  
IMG_5809
 ตำรับยา
ยาบำรุงกำลัง
          รากต้ม ดอง ทำผง หรือเคี้ยวกินสดๆ ก็ได้ แต่ถ้าดองควรหั่นตากแห้งก่อน เพราะใช้สดอาจบูดได้
ยาบำรุงกำลังเจ้ายอดศึก 
         รากม้าสามต๋อน ยาฮากเหลือง ยาฮากแดง ยานางหนุ่ม แมวไม้  รากเหล็กชีดิน รากผู้เฒ่ากั้นจ๊าง  หั่นตากแห้ง ดองเหล้ากินบำรุงกำลัง
ยาแก้ไอ ปอดอักเสบ
         รากม้าสามต๋อนต้มกิน
ยารักษาโรคกระเพาะ
        รากต้มกินหรือเคี้ยวกิน

เรื่องน่ารู้
• ม้าสามต๋อนเมื่อล้างให้สะอาดและหั่นเป็นแว่นๆ แล้ว ต้องใช้วิธีผึ่งลมให้แห้ง หากนำไปตากแดดจะทำให้ฤทธิ์ยาลดลง
IMG_5834
ม้าสามต๋อน หรือรากสามสิบ แช่อิ่ม
        คนไทยในภาคกลางสมัยก่อนนิยมนำรากสามสิบมาแช่อิ่ม ทำเป็นของหวาน ซึ่งสามารถใช้ม้าสามต๋อนทำได้เช่นกัน 
        การแช่อิ่มรากต้นรากสามสิบ และรากม้าสามต๋อน เริ่มจากขุดรากโดยเลือกต้นค่อนข้างใหญ่ เพื่อให้ได้รากที่สมบูรณ์ทั้งยาวและใหญ่จำนวนมาก ควรขุดจากต้นที่มีขนาดใหญ่กว่าตะเกียบขึ้นไป  
        นำรากมาล้างทำความสะอาดก่อน  แล้วต้มในน้ำขี้เถ้าจากเตาฟืนหรือเตาถ่านประมาณหนึ่งชั่วโมง จนผิวรากล่อนออกบ้าง จากนั้นนำมาล้างน้ำ พร้อมกับลอกหรือปอกผิวรากออกจนหมด เหลือแต่เนื้อใน ซึ่งจะนำมากรีดเพื่อชักไส้ที่แข็งออก และทำให้น้ำเชื่อมซึมเข้าง่ายขึ้น การชักไส้ต้องทำอย่างประณีตเพื่อให้สภาพรากยังสมบูรณ์จะได้รากแช่อิ่มที่สวยงาม
         หลังจากนั้นนำรากมาแช่น้ำปูนใสสักยี่สิบนาที ก่อนนำไปล้างและต้มอีกครั้ง เพื่อให้เนื้อรากสุกอย่างสมบูรณ์ แล้วตักขึ้นผึ่งลมให้สะเด็ดน้ำและเย็นลง จึงนำรากสุกมาแช่ในน้ำเชื่อมเข้มข้นที่เย็นแล้ว วันรุ่งขึ้นน้ำเชื่อมจะจางลง ให้ตักรากขึ้น แล้วนำน้ำเชื่อมไปอุ่นเพื่อให้เข้มข้นขึ้น รอให้น้ำเชื่อมเย็นลงแล้วนำรากกลับมาแช่อีก ทำเช่นนี้ ๓-๔ ครั้ง ก็จะได้รากต้นรากสามสิบแช่อิ่มที่ใส มีรสชาติหวานหอม สมัยก่อนทำเป็นของหวานในการทำบุญงานแต่งงานในแถบภาคกลาง ปัจจุบันงานบุญบางแห่งในจังหวัดนครปฐม จะมีรากต้นรากสามสิบแช่อิ่มจัดใส่จานร่วมกับเถาบอระเพ็ดและมะดันแช่อิ่มเป็นของหวานถวายพระ  
 (ภญ.กชมน  ยอดขำ นักศึกษาปริญญาเอก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้ให้ข้อมูล)

ปิดการแสดงความเห็น