กิจกรรมพาน้องเดินป่าครั้งแรก ของ “โปรแกรม”

ตอนนั้นเข้าค่ายหมอยาน้อย พี่อ๋อเปิดรูปภาพกิจกรรมพาน้องเดินป่าให้ดู วันนั้นกิ๊ฟชวน ตอนแรกก็อยากไป เพราะเกิดมาไม่เคยไปเดินป่าแบบแบกของไปนอนกางเต็นท์อะไรแบบนี้ พอผ่านไปสักพักก็เริ่มคิด “จะไปดีไหม จะไหวไหม” พอวันที่เห็นรายการของที่ต้องเตรียม ก็คิดว่า “คงไม่หนักหรอก” ไปเป็นเพื่อนกิ๊ฟด้วย ไหน ๆ ก็รับปากแล้ว และแล้วปัญหาก็มาถึง เกือบจะไม่ได้ไปแล้ว เพราะไม่มี “กระเป๋า” แต่ก็ต้องขอบคุณกิ๊ฟที่พยายามหาให้ กระเป๋าใบที่ได้มาเป็นของ “อาร์ท” น้องจากกระเป๋าแล้วยังขับรถเอามาให้ถึงที่ ….. ถึงเวลาเก็บของใส่กระเป๋า แต่ทำไมเก็บไปเก็บมามันเยอะจัง ….

วันที่ ๑๓ ตุลาคม ก่อนวันเดินทาง ต้องไปนอนค้างที่บ้านกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเช็คของและก็ได้เปลี่ยนกระเป๋า(ได้กระเป๋าของพี่ใหม่) ร่วมถึงใส่เสบียงส่วนกลางเพิ่มลงไปอีกด้วย

วันที่ ๑๔ ตุลาคม(วันเดินทาง) เส้นทางที่เราจะไปเดินครั้งนี้คือ “ผาด่านช้าง” วันนั้นพี่โต๋ เป็นคนขับ พวกเราต้องเดินทางไปที่จังหวัดนครราชสีมา มีพี่ต่ายนั่งหน้า เบาะหลังมีพี่ใหม่ กิ๊ฟ โปรแกรม ส่วนหลังรถมีพี่หวาน พี่ติ๋ว พี่ก็อตและกระเทยบุญเลิศ พี่โต๋ขับรถค่อนข้างใช้ได้ แต่แปลกทำไมเมารถ .. ชั่งมันเถอะ .. เราเดินทางมาถึงวัดมกุฎคีรีวัน จังหวัดนครราชสีมา และพบเพื่อน ๆ ฝั่งปากช่องที่จะร่วมทริปไปกับเรามาถึงก่อนแล้ว .. ไป เดินทางกันน่ะ
เดินมาได้สักพักก่อนเข้าไปในเส้นทางการเดินป่า พี่ ๆ ก็ให้ทำความรู้จักกัน โดยทริปนี้มี พี่อุ๊ พี่เก่ง พี่นิม พี่หวาน พี่ต่าย พี่เปรี้ยว พี่ติ๋ว พี่ใหม่ พี่ก็อต พี่โต๋ พี่วุ้น พี่แพร พี่เทียน พี่หลอด แจน นุ่น ปลาย เป้ กิ๊ฟ เลิศและโปรแกรม รวมทั้งหมด ๒๑ คน
เริ่มเดินไปไม่ถึงไหน เหมือนร่างกายไม่เข้าใจ ทางก็ “โอ้โห สูงชันจริง ๆ” ต้องมาสัมผัสเองถึงจะเข้าใจ เดินไปเรื่อย ๆ รู้สึกเจ็บหน้าอก พี่ ๆ ต้องลำบากช่วยทยอยของออกจากกระเป๋าให้ “ขอโทษนะคะ” และต้องขอบคุณกระเทยบุญเลิศด้วย นางช่วยดันกระเป๋าตอนขึ้นทางชัน ๆ หยุดรอตอนแกรมเหนื่อย “น่ารักจริง ๆ” ตอนนี้กิ๊ฟเมื่อยนำหน้าไปไกลมาก ตกลงกิ๊ฟชวนมาเป็นเพื่อนจริงไหมเนี้ย กิ๊ฟบอกเดินครั้งแรกเหมือนแกรม แต่ โอ..เพื่อน ทำไมดูชำนาญเหมือนเดินมาหลายรอบเลย ฮา ๆ
พี่ ๆ ให้นั่งพักหายเหนื่อยกันสักพัก บางคนก็นั่งทานข้าว บางคนก็นั่งหอบเหนื่อย พี่ ๆ ทุกคนดูเป็นกันเอง ชอบเวลาพี่ ๆ แซวแกล้งกัน นี่ก็หัวเราะตามตลอดเลย
ถึงเวลาเดินทางต่อ ใจนะอยากเดิน แต่ทำไมร่างกายไม่เข้าใจบ้าง เดินมาได้สักพักใหญ่ ๆ ก็มาหยุดพักต่อ คราวนี้พี่นิมให้พี่โต๋กับพี่ก็อตเป็นคนนำทาง และพี่นิมก็บอกว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่สองคนนั้นนำทาง”  โดยพี่นิมให้พี่สองคนไปดูพื้นที่ที่จะเดินก่อน โอ้โห พี่หายไปนานมาก ประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง จนพี่นิม พี่เก่งต้องไปตาม … หน้าทุกคน โดยเฉพาะ แกรม เอง ไม่ใช่ใคร อยากให้ถึงแคมป์เร็ว ๆ แต่นางเลิศรู้สึกดี้ด็๊าตลอดเวลา(ไม่เชื่อดู ในรูปด้านซ้าย)
ในที่สุด พี่ ๆ ก็กลับมา พร้อมรูปที่พี่โต๋ ไปเซลฟี่กับน้่ำตกกับน้ำตกในขวด .. เอาเว้ย ใกล้ถึงแล้ว พี่ ๆ บอกว่า “ถ้าเห็นน้ำตกแล้วจะหายเหนื่อย” และก็เริ่มหายเหนื่อยแล้วจริง ๆ เพราะน้ำตกสวยมาก
แต่พี่ ๆ บอกว่าตรงที่เราจะตั้งแคมป์สวยกว่านี้อีก และมันก็จริง อย่างที่พี่เขาพูด ขอ “โอ้โห” อีกรอบ พี่ ๆ ไม่เคยโกหกเลย แม้แต่ครั้งเดียว น่ารักกันจริง ๆ

คืนวันแรกก็ได้นั่งทานข้าวใต้แสงจันทร์ ฟังเสียงน้ำตกไหลกันเลยที่เดียว วันนั้นมีกับข้าวหลายอย่าง อร่อยมาก ๆ หลังจากนั้น พี่ติ๋วก็บอกกับทุกคนว่า เราจะต้องมีเวรยาม คอยตรวจดูรอบ ๆ แคมป์ … แกรมคิดว่าที่พวกเราควรมีเวรยามเพราะจะได้คอยดูพวกสัตว์ไม่ให้เข้ามาทำร้ายหรือยุ่งวุ่นวายกับพวกเรา แกรม พี่เทียน นุ่น ปลาย ได้เวรแรก ขอบอกว่า เงียบกันหมด ยกเว้นปลาย เดินลุกไปลุกมา ขยันมาก พวกพี่ ๆ ชวนคุย แต่ทุกคนก็ยังเงียบ คืนนั้นอากาศเย็นมากและแกรมก็ปวดขามาก ใครชวนคุยอะไร ณ ตอนนั้น คือหน้านิ่ง ไม่อยากพูดอะไร เพราะง่วงและปวดขาที่สุด

เช้าวันต่อมา อากาศก็ยังเย็น ๆ อยู่ มีหมอกจาง ๆ ได้กินข้าวผัดฝีมือกระเทยบุญเลิศและขนมปังไข่คนฝีมือพี่ไหม โห .. คือดี …  พอสักพักพี่เก่งกับพี่อุ๊ ถามว่า “ใครอยากไปเดินดูหุบข้างล่างไหม” ตอนแรกก็อยากไป แต่อาการปวดขาบวกกับความง่วง เลยไม่ไปดีกว่า อยู่ที่แคมป์นี่แหละดีแล้ว แต่อยู่ที่แคมป์ก็ดีนะ พี่ติ๋วชวนไปนั่งเล่นน้ำตก แต่ไปถึงก็ยังไม่อยากเล่น นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่นานจนกลุ่มที่ไปหุบข้างล่างก็กลับมา เลยชวนกิ๊ฟกับเลิศอาบน้ำเลย อยากให้สัมผัสตอนอาบน้ำมาก วิวสวย โอ๊ย .. คือดีแล้วดีอีก
กลับขึ้นไปบนแคมป์ได้สักพัก พี่ ๆ ก็ชวนไปนั่งเล่นดูนกเงือกที่ริมหน้าผา วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในป่า ทำไมเวลาถึงหมดเร็วเนอะ ยังอยากอาบน้ำตกเย็น ๆ มองวิวภูเขาสวย ๆ นอนบนดินแข็ง อากาศหนาว ๆ ยังอยากทานกับข้าวที่มีหมูกรอบทุกเมนูอยู่เลย และคืนที่สองก็มาถึง วันนี้พี่ติ๋วให้เข้าเวรเป็นโรงเรียน คืนนี้ฝนตกหนักมากและแกรมก็นอนหลับแบบไม่รู้ความอะไรเลย ไม่ตื่นมาเข้าเวรด้วย

 ภาพบน : ภาพนี้เป็นภาพก่อนแกรมจะไปเฝ้าพระอินทร์

เช้าวันนี้ตื่นเต้นกว่าทุกวัน เพราะจะได้กลับบ้าน่แล้ว ก่อนกลับพวกพี่ ๆ ให้มายืนล้อมกองไฟ ขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา ทุกคนหลับตาสักพัก “โครม น้ำและขี้เถ้า ฟุ้งกันเลยทีเดียว” ทำไมพี่ ๆ ไม่บอกพวกหนูก่อนคะ และก่อนที่พวกเราจะเริ่มเดินทางกลับก็แวะไปถ่ายรูปรวมกันที่น้ำตก วันตอนเดินกลับรู้สึกไม่ค่อยเหนื่อยเลยและทางก็สั้นด้วย แค่แป๊บเดียวก็ท้ออีกแล้ว ทางที่วันแรกไหลลงมา วันสุดท้ายชันหนักว่าตอนขาขึ้นซะอีก โอ้ย .. สู้ค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว และเราก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ทุกคนทิ้งกระเป๋าลงนั่งกับพื้น นั่งกันได้สักพัก ก็ต้องกลับบ้านกันแล้ว ทุกคนโบกมือลา “ครั้งหน้าเจอกันใหม่นะ” และก็แยกย้ายกันไป ก่อนเดินทางกลับ พี่ ๆ พาไปไหว้อาจารย์แดง ที่กุฏิ อาจารย์แดงบอก “เจอเสือลายเมฆ แถว ๆ กุฏิ โห ดีนะเนี่ย ที่เราไม่ได้เจอ ฮา ๆ”

ขอบคุณ พี่ ๆ ทุกคนที่ดูแลและน่ารักมาก ๆ เป็นกันเอง และน้อง ๆ ที่มอบมิตรภาพดี ๆ ให้ ไว้คราวหน้า ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้อีก จะพยายามบอกตัวเองให้มาให้ได้

โปรแกรม

ปิดการแสดงความเห็น