ทริป ผาด่านช้าง

มาถึงบ้านลุงแขก ประมาณ ๗ โมงกว่า จากนั้นพี่เปรี้ยวก็ได้แบ่งอาหารส่วนกลางให้กับทุกคน หลังจากนั้นก็นั่งรอรถ พอรถมาพวกเราก็พากันขนของขึ้นรถ หลังจากนั้นพวกเราก็มาถึงวัด พี่นิม ได้พา แวะเข้าไปกราบพระอาจารย์ที่วัด เพื่อเป็น สิริมงคลในการเดินป่า แต่ก็ได้ยินเสียงแว่วของพระอาจารย์ว่า“จะไปทำไมน้ำมันไม่มี” (คือตอนนั้นคิดว่าอยากจะกลับบ้านมาก) พวกเราต่างมองหน้ากันแล้วพระอาจารย์ก็พูดขึ้นว่า“ไปกันได้แล้วไป ไหน ๆ ก็ขึ้นมาแล้ว”

หลังจากนั้น พวกเราก็กราบลาพระอาจารย์ หลังจากนั้นพวกเราก็พากันนั่งรถไปอีกแค่นิดเดียวก็ถึงจุดแพ็คเป้ แล้วพี่ติ๋วก็ได้ สำรวจเป้ของทุกคนว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ หลังจากนั้นพวกเราก็ได้เริ่มออกเดินทางช่วงแรกเป็นทางราบเรียบ เป็นอะไรที่เดินง่ายมาก จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ แล้วทางก็ชันขึ้นเรื่อยๆ เหนื่อยมากจนท้อแต่ก็ไม่ถอยนะ เดินไปสักพัก ก็มาถึงจุดพักพวกเราก็ได้พูดแนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ พี่ๆ รู้จัก แล้วจึงค่อยเดินทางต่อ ถามพี่เปรี้ยวตลอดทางว่า “เมื่อไหร่จะถึงเหนื่อยมาก เมื่อไหร่จะถึงเป้ก็หนัก” แต่พอเดินไปสักพักพี่โต๋ก็ลงมาช่วยแบกเป้(ขอบคุณมากค่ะ) เดินไปจนถึงจุดพักกินข้าว แต่ตอนนั้นไม่หิวเลยเหนื่อยมากกว่า แต่ก็ต้องกินเพราะเก็บแรงไว้เดินขึ้นเนิน อากาศไม่ร้อนต้องขอบคุณพี่ต่ายที่คอยถามตลอดว่า“เหนื่อยมั้ย ไหวมั้ย” พี่โต๋กับพี่ก๊อตนำทางเมื่อไหร่จะถึงนะ เราเดินมาไกลมากแล้วนะ แล้วเราก็เดินตามลำธารแล้วสุดท้ายก็ถึงที่พักแล้วจากนั้นพวกเราก็ช่วยกัน ตั้งแคมป์ หาฟืน ก่อกองไฟ พวกพี่ๆ ช่วยกันทำกับข้าว ส่วนพวกเราก็พากันไปอาบน้ำที่ลำธาร พออาบน้ำเสร็จก็มากินข้าวเป็นวงข้าวที่ใหญ่มากกินกลางคืนความมืด(มีความสุขไปอีกแบบ) เมื่อกินข้าวเสร็จพวกเราก็ช่วยกันล้างจาน จากนั้นก็มานั่งอยู่ตรงกองไฟ พี่นิมก็หยิบกีต้าร์ขึ้นมาดีดแล้วพี่หมออุ๊ร้องเพลง จนแพรวาปลุกให้มาอยู่เวร รอบนี้เป็นเวรเรากับน้องกิ๊บ แล้วก็พี่หวานเฝ้ายามแล้วก็คอยส่องไฟฉายรอบๆ ค่ายเผื่อจะมีสัตว์ป่าเข้ามา จากนั้นก็มานั่งหน้ากองไฟเหมือนเดิม จากนั้นพี่หมออุ๊ก็ตื่นมาเล่นมุกขำๆ จากง่วงจนหายง่วง เมื่อฟ้าใกล้สางเราก็ได้ไปกรอกน้ำที่ลำธารมาไว้กิน เมนูเช้าวันนี้ก็คือ ต้มมาม่าพอสายๆ พวกพี่ๆ ก็ได้มาทำกับข้าวไว้กินตอนเที่ยงโดยเฉพาะพี่นิมทำกับข้าวอร่อยมาก พอกินข้าวล้างจานเสร็จพวกเราก็ได้ขึ้นมาเก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปเล่นน้ำที่ลำธารมันเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ ที่ได้อาบน้ำที่ลำธารแต่สิ่งที่ที่นั่น ไม่มีก็คือคลื่นโทรศัพท์ แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องคิดเรื่องอะไรมากมาย หัดอยู่กับธรรมชาติ..ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ แค่นี้ก็มีความสุขแล้วจากนั้นพวกเราก็ได้ขึ้นมาทำกับข้าวเย็นกัน แล้วก็นั่งเป็นวงใหญ่เหมือนเดิม เมนูรอบดึกคืนนี้ก็คือ ข้าวต้มนั่นเอง จากนั้นก็เช้าได้ลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน ทำกับข้าว เก็บข้าวของเตรียมตัวกับบ้าน ก่อนที่จะเดินทางกลับก็มี พิธีอำลากองไฟ ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าที่เราได้มาล่วงเกิน พวกเราหลับตาและพนมมือ แล้วก็พูดตามพวกพี่ๆ สักพักโครม น้ำและขี้เถ้ากระเด็นเปื้อนเสื้อผ้าและหัว(ตกใจหมดทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย) เมื่อเก็บของทำลายหลักฐานเสร็จ(ขยะ) ก็ออกเดินทางไปถ่ายรูปที่หน้าผาก่อนกลับกันหน่อย ขากลับไม่เหนื่อยเท่าไหร่เพราะไม่มีเนินเดินลงเรื่อยๆ พี่วุ้นก็คอยตามถ่ายรูปน้องๆ เผื่อมีช็อตเด็ดๆ ขากลับพี่โต๋ก็นำทางเหมือนเดิมแล้ว พี่นิมก็ถามว่า “หลอดมาอีกมั้ย??” ตอนนั้นคิดหนักมากก็เลยตอบแค่ว่าขอคิดดูก่อนค่ะ จนเกือบจะถึงนี้แหละ พี่เก่งก็ตีหัวแล้วก็พูดว่า“ไม่อยากกลับเลยนะเราเดินนำหน้าเขาเลย(ยิ้ม)” จากทางที่แรกๆ เราเดินง่ายจนถึงมอขี้แตกเหนื่อยมากจึงค่อยๆ เดินค่อยขยับตัวไปจนถึงลานจอดรถ จากนั้นก็ได้บอกลาพวกพี่ๆ น้องๆ แล้วก็เดินทางกลับ ขอบคุณพี่หมออุ๊นะคะสำหรับน้ำโค้ก ขอบคุณพี่ๆ กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ทุกๆ คนนะคะ ที่ได้จัดกรรมพาน้องเดินป่าขึ้นมา ขอบคุณจริงๆ นะคะ ที่ทำให้เราได้รู้จักกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างกับที่นี่ผาด่านช้าง ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆ นะคะ(โอกาสหน้าเจอกันใหม่ค่ะ)

หลอด

ปิดการแสดงความเห็น