เดินป่าเขาใหญ่…”ผาด่านช้าง”

เช้าวันศุกร์แปดโมงเช้า นัดเจอกันที่บ้านลุงแขก เพื่อแพ็คเสบียงอาหารของส่วนกลางลงในกระเป๋าของแต่ละคน(หนักมากๆ) พอแพ็คของเสร็จก็ออกเดินทางไปที่วัดมกุฎคีรีวัน เป็นจุดนัดพบกับเพื่อนๆ และพี่ๆ อีกกลุ่มที่มาจากฝั่งปราจีนบุรีและเราจะใช้เส้นทางหลังวันในการเดินป่าครั้งนี้ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ ๒ – ๓ ชั่วโมง เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้วเราจึงเริ่มออกเดินทาง ระหว่างทางเราก็เห็นรอยเท้าของกระทิง แรกๆ ทางค่อนข้างแฉะ แต่พอเดินไปได้สักพักทางก็ดีขึ้น เดินต่อไปเรื่องๆ ความเหนื่อยก็มากขึ้นกระเป๋าก็หนัก เราหยุดพักกันเป็นระยะๆ เดินมาได้สักเกือบๆ ๒ กิโล เราก็พักกินข้าวกันที่มอมะกอก ระหว่างพักกินข้าวก็ได้เห็นน้ำใจและมิตรภาพของเพื่อนๆ และพี่ๆ พอกินข้าวเสร็จเราก็ออกเดินต่อจนถึงมอที่พี่เค้าเรียกกันว่า“มอขี้แตก” เป็นมอที่สูงและชันมาก แต่เราก็ปีนขึ้นไปและผ่านมันไปได้

เดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงลานหินหยุดพักสักหน่อยและเดินต่อ ทางเดินที่ต่อจากลานหินเป็นทางที่รกมากพี่เค้าบอกเป็นทางใหม่ เดินต่อไปจนถึงน้ำตก ทางเดินลงไปน้ำตกนั้นชันและรกมาก แต่เราก็เดินลงไป เดินตามทางน้ำไหลเดินไปเรื่อยๆจนถึงที่ตั้งแคมป์ เราถึงที่ตั้งแคมป์เกือบ ๖ โมง พวกเราเริ่มลงมือตั้งแคมป์ พอตั้ง  แคมป์เสร็จก็ไปอาบน้ำ เราอาบน้ำกันที่น้ำตก พออาบน้ำเสร็จก็กินข้าวเรากินข้าวกันข้างน้ำตกตอนนั้นมืดแล้วแต่ฟ้าสว่างมาก เพราะเป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นการกินข้าวที่โรแมนติกมาก(กับข้าวก็อร่อย) พอกินข้าวเสร็จก็มานั่งคุยกันและแบ่งเวรกัน มีกติกาอยู่ว่าถ้ายังไม่เที่ยงคืนห้ามใครนอน คืนนั้นไม่คิดว่าจะนอนหลับแต่คงเป็นเพราะเดินมาทั้งวันและความเหนื่อยเลยทำให้หลับแบบสนิทมากๆ เช้าวันที่ ๒ ก็ตื่นมากินข้าวเช้า และมีบางคนไปเดินสำรวจข้างล่างหน้าผา แต่ฉันเลือกที่จะอยู่แคมป์(เพราะรู้สึกเพลียจากเมื่อวาน) คนที่อยู่แคมป์ ก็ไม่มีไรมากพักผ่อนตามอัธยาศัย จุดที่เราตั้งแคมป์นั้น เป็นที่ที่สวย บรรยากาศก็ดี มีผีเสื้อและแมลงปอเต็มไปหมด (รู้สึกเหมือนมาเที่ยวต่างจังหวัด ฮาๆๆ) พวกเรานอนเล่นกันที่น้ำตก เพื่อนบางคนเล่นน้ำ พอตกเย็นก็อาบน้ำและกินข้าว เราอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง พี่ๆ ดูแลดีมาก เพื่อนๆ ก็นิสัยดี 

เช้าวันที่สาม วันนี้เป็นวันสุดท้ายตอนแรกคิดว่าต้องออกเดินทางแต่เช้า เพราะตอนมาเราใช้เวลาเดินนานมาก แต่พี่ๆ เค้าดูไม่รีบเลย กว่าจะเก็บของเก็บแคมป์เสร็จก็เที่ยงกว่าๆ ก่อนกลับเราก็ขอขมาเจ้าที่เจ้าทาง จากนั้นก็ออกเดินทาง(กระเป๋าหนักเหมือนเดิม) เดินไปประมาณ ๒๐ นาที ก็ถึงลานหิน แปลกใจมาก เพราะตอนมาจากลานหินถึงแคมป์ใช้เวลา ๒ ชั่วโมง เลยรู้ว่าโดนพวกพี่ๆ แกล้ง เราเดินต่อเพราะอยากถึงวัดเร็วๆ เดินไปจนถึงมอขี้แตก เดินไปจนถึงมอมะกอก(เย้ๆ ใกล้ถึงแล้ว)

เดินจากมอมะกอกไปได้สักพักฉันก็ขาพลิก พี่ๆ ก็มาช่วยนวดให้(ขอบคุณค่ะ) เดินต่อไปจนถึงทางเดินที่แฉะๆ ในใจตอนนั้นรู้สึกว่าใกล้ถึงวัดแล้ว แต่ก็ไม่ถึงสักที เดินไป หยุดพักไป จนมองเห็นวัด มอสุดท้ายก่อนถึงวัด เป้ดันขาด แต่ไม่เป็นไรเพราะจะถึงแล้ว

ในที่สุดก็ถึงวัด นั่งพักให้หายเหนื่อยและแยกย้ายกันกลับบ้าน และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณพวกพี่ๆ ทุกคนที่คอยดูแลและช่วยเหลือ ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

จบทริป… แพรวา

ปิดการแสดงความเห็น