บันทึกอุ้มผาง – แก้ม


Nim - (32)ย้อนอดีตไปเมื่อปีที่แล้ว
ตอนนั้นมีงานเพลินที่ปราจีน พวกเราก็ไปรอรถที่บ้านพี่แขกไป พวกเพื่อนๆ ก็เห็นตารางงานของพวกๆ พี่เขา ผ่านๆ ไปเจอวันที่จะไปอุ้มผาง เห็นแล้วก็อยากจะลองไปดูบ้าง แต่ไปตอนนี้ผู้ปกครองคงไม่ให้ไปแน่ เพราะด้วยระยะการเดินทางไกลและไปอยู่นาน ผู้ปกครองคงเป็นห่วง ปีหน้าละกันโตขึ้นมาหน่อย พอมาปีนี้ ตอนไปรณรงค์ ๔ มอ. ที่เขาใหญ่ พี่เขาก็เริ่มพูดเรื่องนี้ขึ้นมา พอถึงบ้านก็บอกแม่เป็นเชิงๆ ว่า “หนูไปอุ้มผางนะ ประมาณ ๑๐ วัน ไปกับ พี่แขกพี่นิมที่มาส่งหนู” แม่ถามว่าวันไหน เราเองก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องวันมาก แม่บอกถึงวันค่อยคุยกันอีกที ตอนนี้ก็อยู่ ม.๖ แล้ว กลัวติดสอบ ติดเรื่องมหาลัย พอพี่อ๋อโพสต์ในเฟสบุ๊ค สิ่งที่ลุ้นที่สุดตรงที่บอกว่า “สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเดียวทีมงานกลุ่มรักษ์เขาใหญ่จะติดต่อกลับไปนะครับ” ในใจคิดว่า เอาแล้ว จะได้ไปมั้ยล่ะนิ แต่ก็บอกแม่ไปก่อนละกันว่ารู้วันเดือนปีแล้ว รอเขาบอกว่าจะได้ไปไหม ในใจก็เต้นตุบๆ ตื่นเต้น แล้วพี่อ๋อให้แฟงหาคนไปอุ้มผาง ๕ คน ตอนแรกเพื่อนอยากไปกันเยอะมาก แต่หลายคนก็ติดเรื่องงาน เรื่องที่บ้านและเรื่องเงิน เลยไปกันไม่ได้ผลสรุปเลยไปกัน ๔ คน มี แฟง มิ้น แป๋ม และ เรา(แก้ม) ภาระกิจต่อมาก็คือหาเงิน กับของที่จะต้องไปบริจาคให้น้องๆ เลยไปขอคำปรึกษาจากพี่ติ๋ว พี่ติ๋วหาเงินจากการทำกล่องขอรับบริจาค เพื่อนๆ ก็เริ่มคุยกัน แล้ว อันดาก็เสนอ_MG_0462 (2)ให้ไปขอรับบริจาคที่งานย่าโม และก็เริ่มไปขอรับบริจาคกันโดยมีน้องๆ จากกลุ่มรักษ์เขาใหญ่โรงเรียนปากช่องมาช่วยด้วยและไปขอบริจาคที่ตลาดไนท์ มีคนมา บริจาคของ จาก TDC (คลินิคทันตกรรม ปากช่อง),อาจารย์.  พี่, เพื่อนๆ และคนอื่นอีกมากมาย ได้ยอดเงินรวมประมาณ ๔ พันกว่าบาท ได้เอาเงินจำนวนนั้นไปซื้อของใช้ส่วนตัวและใช่เงินอย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ต้องขอบคุณแทนน้องๆ ด้วยนะคะ แต่ มิ้น แป๋มและเรา บ้านอยู่ไกลและเดินทางกันไม่สะดวงกันเท่าไร เลยไม่ได้ไปช่วย รู้สึกผิดนิดๆ ที่ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเลย แต่ก็ส่งกำลังใจไปช่วยเพื่อนๆ และก็มาถึงวันเดินทาง

 

วันพุธที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๙
Nim - (53)เริ่มออกจากปากช่อง เวลาประมาณ ๑๗.๑๕ น. แต่ก่อนที่จะออกเดินทาง พวกเราได้นัดเจอกันที่โลตัสเพื่อซื้อของใช้ส่วนตัว ซื้อของเสร็จพวกเราก็ไปบ้านพี่แขก ก่อนหน้านี้ มิ้น กับ แป๋ม ได้เอาของไปเก็บบ้านพี่แขกแล้ว เพราะของสองคนนี้เอามาเยอะมาก พอมาถึงบ้านพี่แขก ก็ได้ยินเสียงเพลงคลาสสิก สบายๆ ต้อนรับพวกเราอยู่ แล้วก็เจ้าของบ้าน มะระ หมาของพี่แขกวิ่งมา ตัวมันใหญ่มากสิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความอ้วนของมัน ต่อมาพวกเราก็ไปจัดของนับอุปกรณ์ที่คนเอามาบริจาค พูดคุยกับพี่แขกและก็บอกพวกเราว่า อยู่ที่อุ้มผางพวกเราควรทำอะไรต้องดูแลใคร หลังจากนั้นก็ได้รื้อหนังในคอมพิวเตอร์มาดูรอ พี่อ๋อ กับ พี่นิม สักพักพี่สองก็มาส่งพี่ก็อต ตอนเที่ยงๆ บ่ายๆ รู้สึกหิวมากเพราะยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า พวกเราก็คุยกันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยว พี่แขกบอกว่า มีอยู่ในตู้เย็น ลองไปรื้อๆ ดู พวกเราก็ไปรื้อแล้วเอาก๋วยเตี๋ยวออกมา ดมๆ กลัวว่ามันจะเป็นเนื้อด้วย กลิ่นมันแปลกๆ ดมกันอยู่นาน พี่แขกบอกไม่เสียและไม่ใช้เนื้อหรอก แล้วพี่แขกก็นำไปอุ่นให้ สักพักพี่อ๋อก็มาไปช่วยยกของขนของขึ้นรถแล้วพี่อ๋อก็ให้ไปกินก๋วยเตี๋ยวNim - (13)ต่อ กินไปเกือบครึ่งจาน ก็รู้สึกทำไมมันเปรี้ยวๆ และก็สังเกตเห็นอะไรขาวๆ ออกมาจากเส้น รู้เลยว่าเสียแน่เลยไม่กินกันต่อ พี่นิมก็มาถึงและได้เริ่มออกเดินทาง สมาชิกการเดินทางครั้งนี้มี พี่อ๋อ พี่นิม พี่ก็อต แฟง มิ้น แป๋ม น้องเพลง และเรา โดยไปรถพี่อ๋อ ส่วนคนอื่นๆ ได้เดินทางไปก่อนเราแล้วมี พี่เปรี้ยว พี่ติ๋ว พี่ใหม่ พี่ต้า และ น้องกิ๊ฟ เดินทางกันไปเอง ระหว่างทางพี่อ๋อเปิดเพลงชิลๆ สบายๆ ไป และเล่าประสบการณ์การเที่ยวที่ญี่ปุ่น ความรักสมัยหนุ่มๆ มีกลอนที่จำขึ้นใจว่า “ฟ้าสร้างให้เรารักเขาแต่ไม่ได้สร้างให้เขารักเรา” คมคายมาก ระหว่างทางมิ้นก็ขำน้องเพลง เพราะอยู่ดีๆ น้องเพลงก็สะดุ้งแรงมาก เราก็นั่งข้างน้องเพลงนะ ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย พี่อ๋อถามว่าเป็นไร มิ้นก็เล่า แล้วมันก็ขำตลอดทางเลย ตอนนี้ก็ประมาณ ๒ ทุ่มแล้ว ตอนนี้พวกเราก็เดินทางมาถึง นครสวรรค์ ได้หยุดพักกินข้าว ถนนนี้มีชื่อว่า ถนนข้าวต้ม ที่มานี่คือ ระหว่างทางของถนนนี้มีแต่ร้านข้าวต้มขายตลอดทาง ไม่มีเว้นเลย แปลกดี เราก็ไปกินข้าวต้มร้านหนึ่ง ให้กับข้าวน้อยให้ข้าวเยอะมาก แต่ก็กินกันไม่หมด ยิ่งมิ้นเองกินข้าวไม่หมด พี่นิมเลยต้องช่วยกิน ก่อนหน้านี้เกือบได้ทำแก้วน้ำตก ทำเอาหัวใจไปอยู่ตาตุ่ม พี่นิมบอก “ไม่เป็นไร”  พูดซะหายIMG_2265ตกใจเลย แล้วเริ่มออกเดินทางจากนครสวรรค์ไป กำแพงเพชร แม่สอด ตาก ระหว่างพี่อ๋อจอดแวะปั๊มทุกปั๊มเลย พวกเราเลยถ่ายรูปเล่นกันทุกปั๊มเลย หน้าแบบมันให้มาก พี่อ๋อบอกว่า“แป๊บเดียว เดียวก็ถึง” เหมือนใกล้มาก ระหว่างทางก็หลับๆ ตื่นๆ ดีที่มีแฟงคุยเป็นเพื่อนพี่อ๋อตลอดทาง ตอนนี้ก็มาถึงตาก ผ่านเนินพิศวง ชื่อมันน่ากลัวมากใช่ไหมคะแต่ถ้าไปเห็นแล้วถึงกับอึ้งเพราะระยะทางมันใกล้มาก ที่มันชื่อนี้เพราะว่าถ้าดับเครื่องรถยนต์ รถมันจะไหลไป ตอนแรกคิดว่าจะไกล และได้แวะปั๊มสุดท้าย ต่อจากนี้จะเป็นทางจริ ๆ ที่พวกเราจะเจอ เพราะทางนี้มีถึง  ๑,๒๑๙ โค้ง เยอะมาก เล่นเอวพลิ้วกันเลย แล้วเพื่อนก็ถามว่าทำไมถึงเลือกเดินทางตอนกลางคืนพี่อ๋อก็บอกว่ามันเดินทางง่ายกว่าเพราะมันมีไฟถนน ถ้ารถสวนทางมาเราก็จะสามารถเห็นแสงไฟหน้ารถมันจะเห็นตั้งแต่หลายร้อนเมตรไกลๆ ตอนนี้ก็เริ่มง่วงอีกแล้ว และได้พักรถอยู่ที่อุ้มเปี้ยม ประมาณชั่วโมงหนึ่ง คนอื่นลงจากรถหมดเลยเหลือเราคนเดียว ขอนอนก่อนละกัน _DSC0117สักพักก็เริ่มออกเดินทางต่อ แต่คราวนี้พี่นิมขับ ผลัดกับพี่อ๋อ ระหว่างทางก็เจอฝูงวัว เยอะมาก พี่นิมบอกว่า เขาเอาวัวมากินหญ้า ตามข้างทาง แล้วก็เจอ คนหนึ่งนั่งอยู่ ตกใจจ้า มิ้นบอกมีใครเห็นเหมือนเรามั้ง พี่นิมบอก เขามารอรถรอบเช้า รอเช้ามากแล้วแบบตรงนั้นไม่มีไฟเลย ในใจคิดว่า เขาไม่กลัวเหรอมืดๆ แบบนี้ และพวกเราก็มาถึงที่พัก ตูกะสู คอทเทจ ที่นี้ พี่อู๊ด และ พี่ยุ้ย เป็นเจ้าของและเป็นคนที่พวกเราจะต้องดูแล ตอนนี้เวลา ๕.๔๐ นาที ซึ่งง่วงมาก ออกจากรถแล้วรู้สึกผ่อนคลายมากหลังจากเดินทางมาครึ่งข้อนวัน เอาของลงจากรถ พี่ก็อตก็ได้ไปแกล้งพวกพี่เปรี้ยวที่นอนกันอยู่ พวกเราก็ไปสวัสดีทักทายกันนิดหน่อย แล้วก็ไปพักผ่อน
วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๙
ตอนนี้เวลา ๑๑ โมง พวกเราก็เริ่มตื่นนอน ไปอาบน้ำ ทำภารกิจส่วนตัว เสร็จกันหมดแล้ว พวกเราก็ไปนั่งกับพวกพี่เปรี้ยว สักพักพี่อ๋อกับพี่ติ๋วก็พาไปแนะนำให้รู้จัก พี่ยุ้ยและพี่อู๊ดดี้ หลังจากทำความรู้จักกันเสร็จ พวกเราก็ไปช่วยในครัวทำกับข้าว กินข้าวเสร็จก็เดินผ่อนคลาย ถ่ายรูปเล่น และก็ไปนั่งเล่นกับพี่ใหม่ เห็นเสื้อผ้าตากไว้เต็มเลย พี่ใหม่บอกเมื่อวานไปเล่นน้ำกันมา พวกเรามองตากัน คิดอยากจะไปเล่นน้ำเหมือนกัน พี่ใหม่บอกต้องเดินไปเล่นน้ำนะ เอาแล้ว แดดร้อนสะด้วย พี่เปรี้ยวมาบอกว่า ไปเล่นน้ำกันเอารถพี่อ๋อไป ไปถึงพวกเราก็ต้องเดินไปอีกฝั่ง เผื่อที่จะได้ไปนั่งพักก้อนหินเยอะมาก และต้องNim - (59)เดินเท้าเปล่าข้ามไป เราถือเสื่อไปด้วย ปลายๆ โดนน้ำหน่อยๆ พี่เปรี้ยวบอกคนเปียกไม่เป็นไรดูแลเสื่อด้วยเดียวจะไม่มีให้นั่งกัน เลยต้องยกสูงกว่าเดิม ถึงที่นั่งพักพวกพี่คนอื่นๆ ก็เริ่มไปเล่นน้ำกัน ส่วนพวกเราก็ยังนั่งกันอยู่ ถ่ายรูปเล่นกันไปเรื่อยๆ แล้วพวกพี่เขาก็ไปเล่นน้ำกันที่อื่น เรากับแฟงเลยลงไปในน้ำ ส่วนมิ้น กับ แป๋ม ไม่เล่น ก่อนจะกลับพี่ก็อตก็ได้ทำพิธีมอบเขี้ยว ให้พี่ติ๋ว(โดยการขูดสีจากก้อนหินมาเขียนสีก้อนหินจะออกแดงๆ ส้มๆ ) พี่อ๋อเห็นมิ้น กับ แป๋มไม่เปียกน้ำเลยจัดการให้เปียกซะเลย แล้วก็เก็บขยะตรงบริเวณนั้น เขาก็มีป้ายเขียนอยู่นะว่า ห้ามทิ้งขยะ ก็แบบนี้แหละนิสัยมักง่ายของคนเรา กลับมาถึงที่พัก พี่ติ๋วก็ถามว่ามีผ้าที่สามารถปิดตามาไหม ถ้ามีเอามาด้วยนะ พวกเราก็สงสัยว่าเอามาทำอะไรกัน แล้วพวกเราก็ไปอาบน้ำ แต่งตัวแล้วลงไปหาพี่ติ๋ว พี่ติ๋วบอก เดียวจะมีการรับน้อง แล้วก็พาไปที่รถ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะพาไป
ไหน พอถึงทางเข้าก็เริ่มปิดตาพวกเรา รถจอดลงพวกพี่ๆ เขาก็พาพวกเราลงแล้วก็จับมือกับเพื่อนๆ Nim - (197)จับจนเหงื่อออก ระหว่างทางมีก้อนหินเยอะมากและต้องก้าวยาว ๆ เป็นบางช่วง และคนนำ นำไวมาก เริ่มรู้สึกถึงลม เย็นๆ วาบๆ เหมือนกับข้างหน้าไม่มีอะไรอยู่เลย แล้วก็ถึงที่หมาย มีคนบอกว่าอย่าก้าวนะ เดียวตก พี่อ๋อบอกใครกลัวความสูงให้นั่งลง ทำสมาธิ ใครพร้อมแล้วก็เปิดตาได้ นับในใจ ๑ ๒ ๓ เปิดเลย ข้างหน้าเห็นแล้วถึงกับอึ้งแบบมันสวยมาก รับน้องได้แปลกมาก มองไปเห็นที่ไกลๆ เลย แล้วก็มีแบบภูเขาที่โล้นๆ ไม่มีต้นไม้เลย เพราะว่ามันเป็นเขาหัวโล้น เขาหินปูน ตอนช่วงน่าหนาวมันจะเป็นทะเลหมอก หายตื่นเต้นพวกเราก็มาถ่ายรูปและเก็บขยะไปด้วย แถวนั้นมีขยะเยอะมาก แล้วตอนกลับเห็นป้ายมันเขียนว่าดอยหัวหมด ถึงได้รู้ว่าเมื่อกี้เราอยู่ดอยหัวหมด ถึงที่พักก็ไปช่วยเขาทำกับข้าว เตรียมจาน กินข้าวเสร็จพวกเราก็ไปล้างจานล้างแก้ว แล้วพี่อ๋อก็เรียกไปคุย คุยเรื่องที่เราจะเข้าไปหมู่บ้านกัน ๓ วัน ตอนแรกพี่อ๋อก็ถามก่อนว่าทำไมถึงอยากมาที่นี้ พอได้ยินเท่านั้นแหละหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยเต้นเร็วมาก พอมาถึงตาเรา เราก็ตอบไปว่า ที่มาเพราะอยากเรียนรู้วิถีชีวิตว่าเขาอยู่กันอย่างไง ทำอะไรกันบ้าง แล้วพี่อ๋อก็ให้เอากระเป๋าไปใบเดียว ๒ คนต่อ ๑ ใบ เพราะพื้นที่มันมีจำกัด แล้วพวกเราก็เริ่มจัดของนอนพักเอาแรง
Nim - (211)วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559
ตื่นเช้ามาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ไปช่วยเขาเตรียมของเข้าหมู่บ้าน เอาหวานเย็นใส่กล่องไปให้น้อง ๆกินข้าว เริ่มออกเดินทางไปหมู่บ้านกรูโบ พวกเราจะไปนอนกันที่โรงเรียนกรูโบ ตอนไปพวกเรานั่งหน้า มีพี่รุ่งเป็นคนขับรถพาพวกเราไป พี่แกเป็นคนขับรถเหวี่ยงมากไม่มีเบรกพอถึงทางโค้ง พวกเรามารวมอยู่กระจุกเดียวกันเลย และพี่รุ่งก็ชวนถามอะไรต่างๆ มากมาย พอถึงด่านทางเข้าหมู่บ้านรถคันอื่นๆ ก็จอดรอรถพวกเราเห็นพี่รุ่งคุยกับพี่อ๋อว่าพาไปหลงที่ไหนสักที่ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าไปหลงกันตอนไหน พูดเล่นกันหรือเปล่า ระหว่างทางมีฝุ่นเยอะมาก ฝุ่นเหมือนเป็นหมอกแต่เป็นสีแดงออกส้มๆ ตอนNim - (380)เที่ยงก็แวะกินข้าวเที่ยงที่ริมน้ำ เห็นสภาพหลังพี่ก็อตแล้วสงสารเลยตอนแรกพวกเราก็แอบขำกันหน่อยๆ เพราะเสื้อข้างบนกับข้างล่างสีมันต่างกันมากเพราะพี่แกพิงกับรถ กินข้าวเสร็จพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อ แต่คราวนี้พวกเราต้องสลับคันสลับที่ให้พี่เขาไปนั่งหน้าและเราก็ไปนั่งหลัง เจอฝุ่นตลอดทาง แล้วก็มีหลุมเยอะมากในใจคิดว่า ดีนะที่ฝนไม่ตกไม่งั้นลำบากแน่ นั่งกันไปไกลมาก พี่ก็อตกับแฟงก็เล่นทายจังหวัดกันจนนึกกันไม่ออก แล้วพวกเราก็เห็นป้ายเขียนว่า แม่จันทะ คนข้างหน้าเลยจอดถามชาวบ้านแถวนั้น ถึงได้รู้ว่าหลงกันมาไกลแล้ว คนข้างหน้าเลยกลับรถกลับไปทางเดิม แล้วพวกเราก็ถึงหมู่บ้านกรูโบจนได้ ตอนนี้พวกเราก็ได้กลายเป็น“ปีศาจฝุ่น”(พี่ก็อตเป็นคนเรียก) ไปล้างหน้าล้างตา พี่อ๋อบอกถือเป็นการสำรวจเส้นทางเพราะพรุ่งนี้เราก็ไปกันทางนั้น เสร็จแล้วพวกเราก็ไปช่วยพี่ติ๋วกับพี่เปรี้ยวเด็ดใบชะอม เสร็จแล้วพี่อ๋อก็ให้พวกเราไปเปลี่ยนชุด ให้ใส่ชุดที่จะไปเล่นน้ำ ที่ที่พวกเราจะไปเล่นน้ำกันคือ วังปลา พวกเราก็เดินไปเล่นน้ำกัน น้ำที่นั้นใสมาก น้ำน่าเล่นมากๆ แล้วเราก็เจอกับชาวบ้านคนหนึ่ง พี่เปรี้ยวNim - (451)บอกว่าใครที่อยากเรียนรู้วิถีชีวิตให้ไปถาม เรากับแป๋มก็สงสัยกันตั้งแต่แรกแล้ว แล้วพวกเราก็เดินไปถามว่า ทำอะไรอยู่เหรอคะ เขาก็บอกว่าตำข้าว พวกเราก็ถามว่า ข้าวอะไรเหรอคะ เขาก็บอกข้าวเหนียว เวลาที่พวกเราฟังเขาพวกเราต้องใจเย็นเพราะว่าเขาพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ เขาใช้วิธีตำข้าวโดยใช้กังหันน้ำ เครื่องตำข้าวนี้อยู่มาประมาณ ๓๐๐ กว่าปี และชนเผ่ากระเหรี่ยงก็ตั้งรากฐานอยู่ที่นี่มานานมาก พวกเราก็เล่นน้ำกัน(ในบรรดาเพื่อนเราไม่มีใครว่ายน้ำเป็นเลย) พี่อ๋อก็เลยพาไปเล่นน้ำอีกตรงที่หนึ่งทางที่เดินไปมีแต่ฝุ่น ที่นั้นคือปลายน้ำของวังปลา น้ำที่นั้นตื้นมากไม่ลึกเหมือนที่แล้ว เล่นได้แปบเดียวพวกเราก็กลับกัน ไปอาบน้ำและไปช่วยเขาเตรียมกับข้าว กินข้าวเสร็จพวกเราก็ไปล้างจานกรอกน้ำ เพราะน้ำที่พวกเราเอามาน่าNim - (480)จะมีไม่พอ ทำอะไรเสร็จหมดแล้วพวกเราก็นั่งดูทีวี แล้วพี่เปรี้ยวก็มาตามคนที่มาอุ้มผางครั้งแรกให้ไปนั่งอีกที่หนึ่ง ซึ่งมีคนหลายๆ คนนั่งคุยกัน ร้องเพลงเล่นกีต้าร์ และพวกเรากระจายไปนั่งตรงที่ต่างๆ เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักกันให้เยอะขึ้น เพราะระหว่างทางพวกเราจะไม่มีเวลาคุยกับเขา เวลาผ่านไปเรื่อยๆ พวกเราก็ได้รู้จักคนเยอะขึ้นบางคนก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันพวกเรา ฟังเขาคุยกันบางคำก็ฟังรู้เรื่องบางคำก็ฟังไม่รู้เรื่องเพราะมีภาษาเหนือเล่นงงเลย ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ พวกเราก็ไปหาพวกพี่ติ๋ว พี่ติ๋วบอกขึ้นไปนอนเลยก็ได้ แต่พวกเราไม่รู้ว่าถุงนอนอยู่ไหนเลยนั่งคุยเล่นๆ กันไปก่อน พี่ใหม่มานอนก็เลยรู้ว่าถุงนอนอยู่ไหน วันนี้ขอนอนพักเอาแรงก่อนละกัน
วันเสาร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๙
Nim - (498)วันนี้เพื่อนตื่นไวกันมาก แอบน้อยใจนิดๆ ว่าทำไมไม่ปลุกกันเลย พวกเราก็ไปอาบน้ำ ตอนเช้าเด็กๆ ก็เริ่มมา เราได้ยินเสียงของเด็กๆ กับภาษาที่ไม่เคยได้ยิน มองไปเห็นเด็กๆ กับเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อน หน้าน้องๆ มองไปมีแต่ความสุข พวกเราก็ไปช่วยกันในครัว ได้ถุงกระเทียมมาถุงใหญ่ๆ เลย ยังดีรอบนี้มีคนมาช่วยแกะต้องขอบคุณ พี่ก็อต พี่ต้าร์และน้องกิ๊ฟ เสร็จแล้วก็แจกก๋วยเตี๋ยวกับหวานเย็นให้กับน้องๆ เด็กๆ ที่นี้ใส่พริกเยอะ กินเผ็ดได้เก่งมากและก็กินไม่เหลือ หมดจานกันทุกคนเหมือนรู้คุณค่าของอาหารเมื่อเทียบๆ กับเด็กๆ ในเมือง กินเสร็จน้องๆ ก็ไปกินหวานเย็น หน้าของน้องๆ ดูมีความสุขมากจริงๆ แจกของเสร็จพวกเราก็ไปกินข้าว วันนี้ล้างจานกับลีโอ ๒ คน เพราะคนอื่นไปไหนหมดก็ไม่รู้ แล้วเด็กๆ ก็มาดูทีวี ๑๐ โมงพวกเรากินข้าวเที่ยง ตอนนั้นพวกเราอิ่มกันมาก และออกเดินทางไปหมู่บ้านตะละโค่ง ไปทางที่ผ่านแม่จันทะแต่รอบนี้ไกลมาก รอบนี้พวกเราไปกับรถขนอาหาร รอบนี้ไม่หลงแน่นอนระหว่างทางก็มีกิ่งไม้ที่ให้หลบเกือบตลอดทาง พอไปถึงก็ช่วยเตรียมของ หั่นพริก ท็อปก็มาช่วยและแกล้งเราไปพร้อมNim - (587)ๆ กัน และมีครูท่านหนึ่งมา ครูคนนี้เป็นครูคนเดียวในโรงเรียนนี้ ครูตุ๊กแกทำหน้าที่ทุกอย่าง เขาก็พาพวกเราเรียนรู้ประเพณี พาไปดูเจดีย์ของหมู่บ้าน ก่อนเข้าไปต้องถอดรองเท้าก่อน เพราะเป็นที่สักสิทธิ์ แล้วก็พาไปหาพ่อหลวงไปรู้ที่มาของเจดีย์ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไง เจดีย์นี้เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของคนที่นี้ ต้องร่วมพิธีทุกปีและทุกครั้งของวันพระ ที่นี้เขานับถือฤษี มีมานานกว่า ๓๐๐ ปี  เจดีย์มี ๕ องค์ แต่ละลูกก็จะมีความหมายในตัวคือ องค์ที่ ๑ ไม่ฆ่าแกงกัน องค์ที่ ๒ ไม่เอารัดเอาเปรียบ องค์ที่ ๓ ไม่เจ้าชู้ องค์ที่ ๔ ไม่หลอกลวง องค์ที่ ๕ ไม่ดื่มสุรา คล้ายๆ ศีล ๕ ส่วนเจ้าอาวาสคนสืบสอดจะต้องเป็นลูกเท่านั้น ไม่สามารถสึกได้ไม่เหมือนพระ ถ้าทำตัวเองเสื่อมเสีย ก็จะมีเรื่องไม่ดีเข้ามา และก็ได้รู้อะไรอีกมากมายของที่นี้ แล้วก็ถ่ายรูปร่วมกัน พี่อ๋อมาตามแล้ว ก๋วยเตี๋ยวเสร็จแล้วเด็กๆ ก็ทยอยกันมา มีเด็กเล็กบางคนก็กินไม่ถึง พวกเราก็ต้องไปป้อน ซึ่งพวกเราไม่เคยป้อนมาก่อน เขินๆ ไปบ้าง น้องๆ ก็เริ่มกินหมด คราวนี้ถึงตาพวกเรากินบ้าง และทำความสะอาดบริเวณนั้น เดินทางต่อไป หมู่บ้านทิปาเก ไปแจกขนมหวานเย็นและของใช้ ระหว่างทางเข้าหมู่บ้านทางมีขึ้นมีลง และมีเดินข้ามสะพาน ซึ่งมันน่ากลัวมาก เพราะNim - (668)สะพานมันเอีย ๆ โคลงเคลงมาก ตอนอยู่ที่หมู่บ้านเราก็เจอคนสำคัญท่านหนึ่งคือ“หมอโจปอง” หมอยาสมุนไพร ที่มีความสามารถรู้สมุนไพรทุกชนิดตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ตอนถึงหมู่บ้านกรูโบถึงได้รู้ประวัติของเขา ซึ่งมันน่าเสียดายมากที่รู้ช้าไป ที่นี่โลกสำคัญและเป็นของสูงสำหรับพวกเขาจะมีเด็กเกือบทุกคนจะมวยผมเป็นวงกลมเพราะคล้ายโลก ที่นี่เขาไม่เอาสิ่งกลมมาไว้ต่ำเช่น ฟุตบอล บอลเล่ห้ามเอามาเล่นกันเด็ดขาด และเดินทางกลับหมู่บ้านระหว่างทางพวกเราก็ได้เจอนกเงือกและเก็บดอกดิน ดอกดินมีลักษณะ คือ มีกลิ่นเหมือนตะไคร้ เป็นดอกโผล่ออกมาจากดิน รากเหมือนตะไคร้ รสชาติคล้ายๆหัวปลี ซ่าๆ เอาไว้ต้มกินกับน้ำพริก ถึงกรูโบเด็กๆ ก็มาเล่นเกมกับพวกเราโดยการแบ่งกลุ่มออกเป็น ๓ กลุ่มและให้ไปหาบ้านของน้องๆ ๓ คน หาบ้านผู้เฒ่าผู้แก่ และก็หาพระ และถามประวัติ ความเป็นมา น้องๆ ทำภารกิจได้เก่งมาก วิ่งไปหาบ้านเพื่อนๆ วิ่งกลับถึงโรงเรียนได้ไวมาก และรายงานว่าประวัติแต่ละคนเป็นอย่างไง และเล่นเกมวิ่งเปี้ยว โดยการถือลูกโป่งที่มีน้ำวิ่งสลับกัน การเล่นเกมครั้งนี้ทำให้เราสนิทกับพวกเด็กๆ มากขึ้น และเด็กๆ ก็ชวนพวกเราไปเล่นน้ำ พวกเราก็ไปเล่น แต่พอไปถึงไม่มีใครอยู่เลย อยู่แต่พี่เชนและก็พวกพี่จาที่มากับพวกเราด้วย น้องรัตนาที่อยู่กลุ่มเดียวกับเราว่ายน้ำเก่งมากและน้องก็น่ารักเฮฮามากด้วยและพี่เปรี้ยวก็เดินมาเล่นน้ำด้วยกันสักครู่พวกลีโอ ก็มาตามให้เปลี่ยนไปเล่นน้ำที่ตื้นกว่านี้เพราะต้าร์ - (556)ตรงนี้มันอันตราย เล่นได้ไม่นานพวกเราก็ไปอาบน้ำ ตกเย็นฟ้าฝนก็เริ่มครึ้มเหมือนฝนจะตก ท้องฟ้ามืดไวมาก พวกเราอาบน้ำช้า โดนทำโทษด้วยการเต้น เด็กๆ ก็ชอบใจและมีความสุข แล้วพี่อ๋อก็มาเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง ให้พวกเราเป็นตัวละครที่พี่อ๋อเล่า แต่ยังเล่าไม่ทันจบน้องๆ ต้องรีบกลับบ้าน พวกเราก็เก็บของเตรียมไปกินข้าว ล้างจาน กรอกน้ำ แล้วก็มานั่งพักกัน ลีโอกับโรม อยากเรียนภาษาจีนก็เลยสอนให้ โรมอยากนับ ๑-๑๐ เป็นภาษาจีนก็เลยให้พูดตาม กว่าจะพูดได้แต่ละคำ ต่อมาพี่รุ่งกับพี่นิมก็เรียกตอนแรกก็คิดว่าเราทำอะไรผิดหรือเปล่าเพราะเรียกเราไปคนเดียวและเรียกดังด้วยก็ตกใจนิดนึง พี่เขาเรียกไปถามว่า“ได้อะไรมาบ้าง มีข้อแตกต่างเขากับเราอย่างไงแรกๆ ก็ตื่นเต้นพูดถูกพูดผิด พอพูดเสร็จก็รู้สึกโล่ง และก็ให้กลับไปคิดว่า ทำไมพวกพี่ติ๋ว พี่ใหม่และพวกพี่ๆ คนอื่นๆ ทุกคนถึงมาที่นี้ทุกปี” ณ ตอนนี้ก็ ๕ ทุ่มกว่าๆ พวกเราต้องไปล้างจาน ตอนนี้ก็ง่วงมาก และที่สำคัญท้องร้องหิว กินนมไป ๑ กล่อง ก็ดีขึ้น วันนี้ดาวสวยมากเพราะไม่มีเมฆแล้ว ถ้าวันนี้ฝนตกพรุ่งนี้เราคงลำบากแน่ๆ และพวกพี่ๆ คนอื่นก็มานอนเต็มห้องเลย ตอนแรกงงว่าทำไมวันนี้มีคนมานอนด้วยเยอะจังนึกได้ว่า ฝนกำลังจะตก คนอื่นๆ เลยมานอนข้างในด้วยกัน วันนี้ผจญภัยกับอะไรมามากมายเจอสิ่งใหม่ๆ เพียบ ขอนอนก่อนละกัน ใกล้กลับบ้านแล้วพรุ่งนี้ต้องสนุกให้เต็มที่
วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ณ เวลานี้ ตี ๕ ตื่นเช้าสักหน่อย เห็นเงาดำๆ เดินมาเอาเปลออก(ตอนเช้าเลยรู้ว่าเป็นพี่รุ่ง) ไปแปรงฟัน อาบน้ำ ตื่นไวไม่มีอะไรทำซะงั้น นาฬิกาปลุกมิ้นดังขึ้นเลยแกล้งมิ้นเลย แต่มิ้นก็ไม่ยอมตื่น ๖ โมงต้าร์ - (436)กว่าแล้วก็ยังไม่มีใครตื่น สงสัยเมื่อคืนนอนดึกกัน พี่เชนก็เอาดอกไม้ที่มันมีขนๆ มาแกล้ง ดอกอะรูมิไร ตอนนี้เพื่อนๆ ก็เริ่มตื่นกันแล้ว ไปอาบน้ำ เด็กๆ ก็เริ่มมา พี่ติ๋วกับพี่ใหม่เลยให้เล่นเกมนั่งเป็นวงกลม แล้วส่งถุงลูกอมไปเรื่อยๆ เพลงจบที่ใครก็จะโดนเทแป้งใส่ในมือ แล้วทำตาที่พี่ใหม่สั่งว่าเอาไปทาใคร เล่นไปประมาณ ๔ – ๕ รอบ โดนสั่งให้ทารอบวงเด็กๆ พี่ๆ หน้าขาวกันทุกคน ก่อนหน้านี้โดนให้เอาแป้งไปทาคนที่รัก กิ๊ฟบอกให้เอาไปทาพี่เชน พอมารอบสุดท้ายแป้งอยู่กับพี่เชนโดนเอาคืนเลย พี่ๆ น้องๆ น่ารักทุกคนเลย ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เสร็จแล้วพวกเราก็ไปกินข้าว ล้างจานครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งแต่คราวนี้มีน้องๆ มาช่วย น้องๆเขาใจดีมากช่วยเหลือทุกอย่างเลย ตอนจะไปล้างน้องๆ ก็ช่วยถือ น้องๆ ช่วยล้างทุกอย่างเลย ล้างจาน กระทะ หม้อ ยิ่งหม้อนะน้องๆ จะขัดกันสะอาดเอี่ยมอ่องมากไม่ให้มีดำๆ ติดอยู่เลย มีความพยายามมาก ขอบคุณน้องๆ มากนะ เสร็จแล้วก็ไปเก็บของเตรียมกลับ น้องๆ ก็เดินเข้ามา สวัสดีเต็มเลยรับไหว้แทบไม่ทัน แบบซึ้งมากแล้วไม่อยากกลับเลย เดินทางกลับน้องๆ ก็มาสวัสดี  มาส่งทางเข้า น้ำตาจะไหลคงคิดถึงแน่เลยNim - (835)ที่นี้ กรูโบ เดิมชื่อ เกริงโบ ซึ่งมาจากภาษามอญ แปลว่า ห้วยหวาย บริเวณนี้เมื่อ ๒๐๐ ปี เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวมอญและมีต้นหวายอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อมีชาวกระเหรี่ยงเริ่มอพยพเข้ามาอยู่ชาวมอญจึงย้ายไปอยู่ที่อื่น หมู่บ้านจึงกลายเป็นของชาวกระเหรี่ยง หมู่บ้านกรูโบ ตัวบ้านทำจากไม้ไผ่ หลังคาบ้านทำจากใบสักหรือใบปอหูช้าง หมู่บ้านนี้เป็นที่น่าอิจฉา มีต้นน้ำที่ใสสะอาด พืชผักสวนครัวที่ไม่ต้องเจอกับมลพิษ คนที่นี้ส่วนมากจะทำไร่ มีเด็กๆ ที่น่ารัก ยิ้มสดใส ผู้คนใจดี ที่ไม่ใช่วันๆNim - (747) เอาแต่ก้มหน้าไม่สนใจผู้คน คนรอบข้าง ที่นี่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต สัญญาณมือถือ ไฟฟ้าต้องใช้แผงโซล่าเซลล์ คนที่นี้ก็สามารถอยู่กันได้ การที่มาอยู่ที่นี้โดย ไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีสัญญาณ มันทำให้เราได้อยู่กับคนอื่น คนรอบข้าง ได้พูดคุยกันโดยไม่ต้องผ่านอะไร ได้อยู่กับตัวเอง ได้คิดได้หัดทำอะไรใหม่ๆ ที่นี้เด็กๆ จะแย่งยางกัน ใครมีเยอะก็จะเอามาแข่งกัน แล้วเด็ก ป.๖ ก็จะคอยดูแลน้อง จะเป็นคนควบคุมดูแลรักษาต่างๆ เด็กๆ ที่นี้มารยาทดีมากเจอหน้ากันก็สวัสดี จะรับของก็ขอบคุณ ไหว้สวยมาก นับถือคุณครูที่นี้จังสอนน้องๆ ได้เก่งมาก เสียดายที่ไม่ได้เจอกัน การที่เราอยู่บ้านเราบอกลำบากเหนื่อย พอมาดูคนที่นี้ เขาลำบากและเหนื่อยกว่าพวกเราเยอะ ขอบคุณโอกาสขอบคุณทุกคนที่ให้พวกเรามาที่นี้ ขากลับเราจอดหมู่บ้านอยู่ไนท์เผื่อที่จะเอาของที่บริจาคมาให้ ยกของลงและเดินทางต่อ ถึงตูกะต้าร์ - (608)สู พวกเราก็ไปอาบน้ำ วันนี้วันเกิดแฟง ถามแฟงว่าไปไหนรึเปล่า แฟงบอกไม่ไปไม่ไหวขี้เกียจเดิน เราก็คิดว่าคนอื่นก็น่าจะไม่ไหว เลยทิ้งเพื่อนไว้ที่นั้น ส่วนตัวเรา พี่ต้าร์ น้องกิ๊ฟ ก็พาออกไปเซเว่น มันไกลพอสมควรเลยนะ ไปซื้อของฝาก กลับมา เพื่อนโกรธหาว่าไม่บอกเราก็รู้สึกผิด แล้วก็ได้คุยกับลีโอว่าแถวนี้มีร้านเค้กตรงไหน ก็เลยให้พาไปซื้อเค้ก ทิ้งเพื่อนเป็นรอบที่ ๒ กลับมาก็เอาไปซ่อนและให้พวกพี่ๆ ช่วยคิดว่าทำอย่างไงดี ตกเย็นๆ ค่ำๆ พี่อ๋อเรียกแฟงไปคุยและก็เหมือนกดดันหน่อย พวกเราก็นั่งฟังไปปลอบไป สิ่งที่พี่อ๋อพูดก็เป็นเรื่องจริงหมดพวกเราก็ขอน้อมรับไว้ พี่ติ๋วก็เอาเค้กมาเซอไพร์ แฟงร้องไห้ แต่สุดท้ายแล้วแฟงก็รู้อยู่ดี และก็เอาเค้กไปแบ่งกันให้พี่อู๊ด พวกพี่ติ๋วเขาก็เล่นเกมกันและก็ชวนพวกเราเล่น เกมไม้ใครทำร่วงก่อนก็จะต้องกินสิ่งที่เตรียมไว้ ดีนะที่ไม่โดน เพราะแต่ละอย่างไม่กล้ากินเลย เช่นเค้ก มันเป็นรสช็อกโกแลตมันก็จะออกขมๆ อยู่แล้ว แล้วใส่คอฟฟีเมตไปอีก คงไม่ได้หลับได้นอนกัน พวกเราก็ไปนอนพักเอาแรงพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับแล้ว
Nim - (849)วันอาทิตย์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ตื่นเช้ามาเก็บของอีกนิดหน่อย อาบน้ำ กินข้าวตอนนี้ประมาณ ๙ โมงกว่าพวกเราก็ เตรียมไปไหว้ศาลพะวอ ศาลพะวอพวกพี่เขาจะไปไหว้กันทุกครั้งและทุกปี กลับมาพวกเราก็ไปช่วยเขาเตรียมอุปกรณ์เพื่อจะไปล่องแก่งและได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ชื่อไกด์ ไกด์ไปเรียนต่อแถวโคราชก็อาจจะได้เจอกัน พวกเราไป ล่องแก่งเส้นทางลำน้ำแม่กลอง ในเรือมี พี่อ๋อ น้องกิ๊ฟ แป๋ม มิ้น แฟง ท๊อป และ เรา เริ่มออกเดินทาง พี่อ๋อบอกให้ช่วยกันวิดน้ำ เดียวน้ำท่วมเรือ ซึ่งมันก็แปลกๆ นะ เพราะมันก็มีรูรอบเรือเลย ระหว่างทางมิ้นกับแป๋มก็ช่วยกันพาย ระหว่างทางแป๋มกับมิ้นก็พายไปหาพุ่มไม้ และในนั้นก็มีแมงมุมด้วยมิ้นกลัวมากขำก่อนที่จะช่วยเพื่อนเราก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไงเราก็กลัวพี่อ๋อบอกสละเรือเลย เรากับแฟง ก็ช่วยกินวิดน้ำตามคำสั่งพี่อ๋อ เริ่มล้าเลยสลับกันพายสลับกันวิด พ่ายช้าถูกพี่อ๋อผลักตกน้ำเลย ระหว่างพี่อ๋อก็ตะโกนแล้วตะโกนอีก ซ้ายๆ ขวาๆ และตกน้ำกันปล่อยมาก วิวระหว่างทางก็สวยNim - (898)มาก ภูเขามีน้ำตกลงมา น้ำเย็นมาก ส่วนมากจะยุ่งแต่กับพ่ายและวิดน้ำ ไม่ค่อยได้ดูวิวเท่าไร และก็ตกน้ำบ่อยมาก เลยฝึกว่ายน้ำมีเสื้อชูชีพมันก็ดูเหมือนว่ายได้ สบายๆ และก็คุยกันไปเรื่อยๆ ตอนนี้พี่อ๋อไปเรืออีกลำนึงแล้ว ระหว่างทางเรือลำอื่นก็ไปไกลจากพวกเรามากแล้วเพราะพวกเราเอาแต่เล่นกัน ร้อนมาก นึกได้ดำแน่ๆ เลยบอกให้เพื่อนตั้งใจพายจะได้รีบๆ ถึงจะได้รีบๆ พัก เพื่อนก็เริ่มหิวกันแล้วดีที่เรือลำนี้มีขนมเลยเอาออกมากินกัน ตอนกินเยลลี่ท็อปบอกให้เด็ดหัวทิ้งและกินแต่ตัว มันจะอร่อยรสชาติมันไม่เหมือนกัน มาถึงจุดพักสักที ยังไม่ทันใส่รองเท้าเดิน ขาดสะงั้น ที่พักก็มีบ่อน้ำร้อนๆ อุ่นๆ มันมาจากใต้ดิน แถวนั้นเคยมีภูเขาไฟที่ประทุมาก่อนมีลาวาหลงเหลืออยู่นิดหน่อยน้ำที่ผ่านใต้ดินมาเลยร้อน ลงไปได้สักพักก็ค่อยสบายตัวมากขึ้น รู้สึกผ่อนคลาย เล่นนานไม่ได้เพราะมันจะทำให้หน้ามืด ขึ้นมาหาอะไรกินเล่นหลังจากนั้นก็เดินทางต่อ แต่รอบนี้ไม่ต้องวิดน้ำ เพราะเรารู้แล้วว่าพี่อ๋อแกล้ง ตามจริงก็รู้ตั้งนานแล้ว เพราะแต่ละคนก็มีพิรุธกันมาก รอบนี้ถึงฝั่งไวมาก แต่เราต้องว่ายน้ำไปฝั่งเองเพราะเดียวจะเอาเรือขึ้นไม่ได้ แต่ละคนยิ่งว่ายน้ำไม่เป็นอยู่ แต่ด้วยระหว่างทางตกน้ำเยอะ โดนแกล้งอีกต่างหากต้องว่ายน้ำตามเรืออีก ก็เลยเดินน้ำพอตีๆ ขาได้ ตอนกลับก็ขึ้นรถกลับ ทางมีหลุมและฝุ่นเยอะมาก และระหว่างทางกลับแถวนั้นไม่มีต้นไม้เลย ไปไหนหมดNim - (985)การล่องแก่งครั้งนี้ทำให้รู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนร่วมทางหลายอย่าง นิสัย ความสามัคคี ความห่วงใยตอนเพื่อนตกน้ำ ความรัก การแกล้งที่สนุก ความเฮฮา และความร้อน ถึง ตูกะสู ไปล้างเรือ อาบน้ำ เตรียมของกลับบ้าน ออกมาลาพี่อู๊ดกับพวกพี่จาและได้ถ่ายรูปร่วมกัน ไปกินข้าว ล้างจาน และเดินทางกลับ ลีโอมาส่งและลากัน เดี๋ยวจะมาหาใหม่นะ ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ช่วยเหลือระหว่างที่อยู่ที่อุ้มผางนะ ออกเดินทางจาก ตูกะสู แวะร้านของฝากที่ระลึก เขียนจดหมายหาตัวเอง(๑๑ วันกว่าจะถึง) ระหว่างทางของถนนที่คดเคี้ยวเราก็จะเจอกับ วิวภูเขาป่าไม้ ถนนลอยฟ้า พระอาทิตย์ที่กำลัง_DSC0141จะตก ให้ถ่ายรูปตลอดทางแล้ว พวกเรายังผ่านศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยบ้านอุ้มเปี่ยม และแวะพักรถสลับที่นั่งกันนิดหน่อย และเดินทางต่อ เปิดเพลงร็อค สบาย ระหว่างทางที่ออกจากตากก็เจอด่านเหมือนตอนไป แต่รอบนี้เขาของตรวจบัตรประชนคนข้างหลังด้วย พอเริ่มมีสัญญาณอินเตอร์ เน็ตเรากับแฟงก็มาเล่นเกมเศรษฐีฆ่าเวลา เพราะยังไม่ค่อยง่วงกัน จอดแวะกินข้าวเย็นที่เจ้าสัว อร่อยมาก กลับเส้นทางลพบุรี ถนนกว้างมากรถก็ไม่ค่อยมีด้วย ณ เวลานี้ก็ตี ๕ กว่าๆ ถึงบ้านเราหลังแรก รื้อกระเป๋ากันสักแปบ ก็ขอบคุณและล่ำลากัน เข้าบ้านมา ฟันไม่แปรง น้ำไม่อาบ หาที่นอน ตื่นมาอีกทีเที่ยงพอๆ กับตอนที่ไปถึงอยู่อุ้มผาง ระหว่างที่อยู่ที่นั้นมีความสุขมากจริงๆ ถ้ามีโอกาสหน้าขอไปอีกนะคะ ไปทำในสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ การที่เราไปครั้งนี้เราพลาดกับอะไรไปหลายๆ อย่างมาก เราก็อยากกลับอีกครั้ง ไปหารอยยิ้มของน้อง ไปแจกความสุขให้กับเด็กๆ ไปพูดคุยกับคนสำคัญ พูดคุยกับพี่ๆ เพราะเราก็ยังไม่ค่อยสนิทกับใครมา ขอบคุณโอกาสดีๆ สำหรับรอบนี้ค่ะ

โดย … 
แก้ม ปากช่อง

ปิดการแสดงความเห็น