อุ้มผาง เมืองที่น่าค้นหา

ต้าร์ - (60)ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ไปอุ้มผาง จริงๆ ก็ได้ยินเรื่องอุ้มผางมานานแล้ว เห็นพี่เขาไปกัน เราก็อยากไปมั่ง แต่ตอน ม.๕ ก็ยังไม่ค่อยรู้อะไรมาก รู้แค่ว่าอยากไป เวลาไปค่ายพวกพี่เขาชอบคุยกันเกี่ยวกับอุ้มผาง ขนาดเรานั่งฟังยังสนุกเลย แล้วถ้าได้ไปเองคงจะสนุกมากแน่ๆ เลย เกิดตรรกะแล้วไง เอาเถอะยังไงปีหน้า(๒๕๕๙) ต้องได้ไป แต่จะทำยังไงพี่อ๋อถึงจะให้ไป เกิดการประจบค่ะ เลียกันเข้าไป ขึ้นค่ายบ่อยๆ ใครว่างก็ขึ้นซะ แล้วก็พูดให้พี่อ๋อฟังบ่อยๆ อ้อนบ่อยๆ ทำมาตลอด ๑ ปี เดี๋ยวพี่อ๋อคงใจอ่อน(มีความหวังมาตลอด)
_MG_0462 (2)พอเวลาผ่านไปใกล้ๆ ปิดเทอม(ม.๖ เทอมสอง) พี่อ๋อก็บอกข่าวดีว่าปีนี้พี่จะให้ ม.๖ ไป ตอนนั้นดีใจสุดๆ  เฮ้ย! เราจะได้ไปจริงๆ เหรอ โอ๊ย! ดีใจ แต่พอพี่อ๋อพูดว่าพี่ให้สิทธิแค่ ๕ คนนะ หงอยไปเลยทีเดียว คำถามแรก “คือเราจะได้ไปมั้ย” “เพื่อน ม.๖ ในกลุ่มรักษ์เขาใหญ่มีเกิน ๕ คน” “คือทุกคนอยากไปมาก แต่ก็ต้องเลือกไปแค่ 5 คนไง” เราก็เลยเลือกคนที่พร้อมที่สุด คนที่มีมหา’ลัยเรียนแล้ว คนที่คิดว่าไม่ติดอะไรแน่นอน คัดไปคัดมา เหลืออยู่แค่ ๔ คน งั้นก็ไปกันแค่ ๔ คนนี่แหละ ก็มี แก้ม แป๋ม มิ้น และก็เรา(แฟง) ฝั่งปากช่องเราก็ไปช่วยหาเงินบริจาค เพื่อที่จะนำไปซื้อของให้เด็กๆ และชาวบ้านที่อุ้มผาง ก็มีทีมงานที่ไม่ได้ไปอุ้มผาง แต่ไปช่วยหาเงินกันหลายคน มีทั้งเพื่อนๆ ม.๖ ที่ไม่ได้ไป แล้วก็มีน้อง ม.๔ กับน้อง ม.๕ กลุ่มรักษ์เขาใหญ่โรงเรียนปากช่องไปช่วย ถึงตัวจะไม่ได้ไปอุ้มผางแต่ก็ช่วยกันหาเงินเต็มที่ ถึงจะได้มาไม่มากนัก แต่ทุกคนก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการหาเงินจำนวนนี้ 13051501_1043156815777299_7924037763267467056_n13012696_1044933328932981_9096789532259031239_nพอถึงวันเดินทาง (๒๗ เมษายน ๕๙) เราก็มาช่วยกันแพ็คของอยู่ที่บ้านลุงแขกกันตั้งแต่ตอนเที่ยง ระหว่างที่รอพี่อ๋อก็หานู่น-นี่-นั่น ทำ อยู่บ้านลุงแขกก็เหมือนอยู่บ้านเรา ฮาๆ ตอนใกล้ๆ ห้าโมงเย็น พี่อ๋อก็มารับ พอทุกคนมาครบพวกเราก็ออกเดินทาง เพื่อนร่วมเดินทางก็มี พี่อ๋อ พี่นิม พี่ก๊อต น้องเพลง แก้ม มิ้น แป๋ม ส่วนพี่ๆ ฝั่งปราจีนบุรีก็มี พี่ติ๋ว พี่ใหม่ ป้าเปรี้ยว พี่ต้าและน้องกิ๊ฟ เดินทางไปรถโดยสารล่วงหน้าแล้ว เพราะรถไม่พอ พวกเราเริ่มออกเดินทางจากปากช่องกันตอนประมาณ ๑๗.๐๐ น. สองข้างทางก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ เราก็นั่งข้างหน้าคู่กับพี่อ๋อ(คนขับรถพาเรามาตลอดทาง) จะหลับก็ไม่ได้ เพราะต้องนั่งเป็นเพื่อนพี่อ๋อ ระหว่าการเดินทางอันเป็นเวลานาน พวกเราที่นั่งหน้าก็พากันคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อย พยายามไม่ให้ในรถเงียบ เพราะกลัวพี่อ๋อหลับ เปิดเพลงฟังกันไป13116150_1047554402004207_7034990791040107611_oตลอดทาง ระหว่างทางก็มีแวะปั๊มบ้าง ลุ้นตลอดว่าเมื่อไหร่จะถึง ทำไมนานจัง ดูป้ายข้างทางตลอดว่าถึงไหนแล้ว พอถึงลพบุรีก็แวะปั๊มเข้าห้องน้ำ แล้วก็หาซื้อของกิน จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อ พอถึงนครสวรรค์ ประมาณสองทุ่ม พวกเราก็ไปแวะกินข้าวที่นี่ ในซอยที่มีร้านข้าวต้มเยอะๆ แต่เราไม่ได้กินข้าวต้มนะ เรากินข้าวสวย พอกินกันเสร็จพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อ เดินทางกันไปอีกนานแสนนาน มองป้ายข้างทาง “เย้! ถึงตากแล้ว” แต่ยังไม่ถึงอุ้มผางนะ แค่เข้าจังหวัดตากเฉยๆ พอเข้าแม่สอด ความเสียวก็มา โค้งเยอะมากเลย แล้วรถพ่วงเยอะมาก วิ่งสวนกันที เรานี่ใจหายใจคว่ำ ด่านตรวจก็เยอะมากเช่นกัน พอจะเข้าอุ้มผางพี่อ๋อก็มาพักทั้งคนทั้งรถที่ปั๊มน้ำมัน(ปั๊มสุดท้าย) อยู่สักพักใหญ่ๆ แล้วเราก็เดินทางไปอุ้มผางกันต่อ ตลอดเส้นทางการเดินทางที่อุ้มผาง ข้างๆ นี่เหว11203538_939523992766988_1679392173302726368_oทั้งนั้น โค้งทีนี่ใจหายใจคว่ำ ยิ่งนั่งหน้ายิ่งเสียว พอถึง อุ้มเปี้ยม(ครึ่งทางอุ้มผาง) พี่อ๋อไม่ไหวแล้วเลยเปลี่ยนให้พี่นิมมาขับแทน พี่นิมชวนคุยแต่เรื่องมีสาระ เราเลยหลับเลย หลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ใกล้จะถึงปลายทางแล้ว พอถึงประตูเข้าอุ้มผางใจชื้นขึ้นมาเลย นี่เราถึงอุ้มผางแล้วใช่ไหม ทางเข้าไปที่พักก็จะผ่านหมู่บ้านในเมืองอุ้มผาง อุ้มผางเป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านไม่มากเหมือนในเมืองบ้านเรา ส่วนมากจะเป็นบ้านไม้ เห็นแบบนี้มีเซเว่นด้วยนะ พอถึงที่พัก ประมาณ ๖.๐๐ น.ของวันที่ ๒๘ เมษายน ๕๙ ที่พักของเราคือตูกะสู คอทเทจ [¹] พี่ยุ้ยและลุงอู๊ดเป็นเจ้าของที่นี่ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของโครงการนี้เลย พอขนของลงรถเสร็จ สิ่งแรกที่ทำเลยคือนอน นอนค่ะ เดินทางมา ๑๓ ชั่วโมง ขอนอนพักผ่อนก่อนนะ
260007_346840252070382_1744777327_nเวลา ๑๐.๐๐ น. ตื่นแล้วนะ ตื่นคนแรกเลยมั้ง ก็ลุกไปอาบน้ำ พอน้ำโดนตัว โห…รู้สึกสดชื่น โล่ง สบายเพราะตั้งแต่มานี่เป็นการอาบน้ำครั้งแรก พออาบน้ำแปรงฟันเสร็จก็มาปลุกเพื่อนๆ ไปอาบน้ำ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จก็ออกไป สวัสดีพี่ยุ้ยและลุงอู๊ด(เมื่อเช้ามาแล้วไม่เจอ) แล้วพวกเราก็ไปกินข้าวต่อ อาหารที่นี่อร่อยมากจริงๆ แม่ครัวน่ารัก บางครั้งก็ไปช่วยเขาจัดหาอาหาร แต่ไม่ได้ทำนะ แม่ครัวเขาทำ ถ้าเราทำเดี๋ยวจะกินไม่ได้เอา พอกินข้าวเสร็จก็ล้างถ้วยล้างจานแล้วพี่ๆ เขาก็พาไปเล่นน้ำที่ลำธารใกล้ๆ ที่พัก น้ำที่นี่ใสสะอาดมาก น้ำเย็นสดชื่น พอได้ไปนั่งแช่ละไม่อยากลุกเลย เย็นจริงๆ พอเล่นเสร็จก็กลับไปอาบน้ำที่บ้านพัก จากนั้นพี่ๆ ก็พาพวกเราไปรับน้องที่“ดอยหัวหมด” พี่ๆ รับน้องโดยการ ปิดตาพวกเราและพาพวกเราเดินไต่ทางเล็กNim - (193)ๆ ขึ้นไปบนดอย พี่ๆ ให้ ลีโอ(เพื่อนใหม่ที่อุ้มผาง) เดินนำทางจูงมือพวกเราเดินไปต่อๆ กัน ตอนเดินขึ้นไปถึงมองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ว่าตลอดทางมีหินทั้งก้อนเล็กและก้อนใหญ่เต็มไปหมด บางครั้งก็เดินสะดุดเกือบล้มและรู้สึกได้ว่าทางชันมาก แต่ลีโอก็พาพวกเราขึ้นไปถึงข้างบนดอยจนได้ พอเปิดตาออกมารู้สึกสดชื่นมาก ลมเย็นสบาย วิวสวยสุดๆ แต่ถ้าภูเขาไม่โล้นวิวจะสวยกว่านี้นะ พอกินลม ชมวิวกันเสร็จ พวกเราก็เดินเก็บขยะตามไหล่เขา(อาชีพหลัก-อยู่เขาใหญ่ทำบ่อย) ส่วนมากจะเป็นพวกก้นบุหรี่กับฝาขวดน้ำ พอเก็บข้างบนดอยเสร็จ ก็เดินกลับลงมาทางเดิม ซึ่งพอเห็นทาง งงมาก เราเดินขึ้นมาได้ไง ดีนะไม่พากันตกเขา คือทางมันแคบมาก แล้วข้างๆ ก็เป็นเหว ถ้าตกลงไปมีแต่ตายกับตาย ดีนะที่ลีโอมันเดินพารอดNim - (331)ไปได้ เราก็เดินเก็บขยะกันไปตลอดทาง จากนั้นเราก็ขึ้นรถกลับที่พัก พอถึงที่พักก็พากันไปกินข้าวกินปลา อร่อยมาก กินกี่ทีก็มีแต่คำว่าอร่อย กินข้าวเสร็จก็ล้างถ้วยล้างจาน แล้วพวกเราก็ประชุมเรื่องกิจกรรมที่จะทำกันวันต่อไป จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอน

12113464_912200262201042_6124340042732444472_o

(ภาพประกอบ : พี่อู๊ดดี้ ตูกะสู คอทเทจ)

เช้าแล้วๆ (๒๙ เมษายน ๕๙) รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เพื่อนมาเขย่าเท้า พอดูเวลา ๖.๐๐ น. แล้ว สายแล้ว  พี่อ๋อนัด ๗ โมง รีบไปอาบน้ำ เดี๋ยวเสร็จไม่ทันคนอื่นเขา ปรากฏว่าพวกเราเสร็จก่อนคนอื่นเขา เลยเตรียมของและก็เก็บกระเป๋าไปวางรวมไว้กับคนอื่นข้างนอก แล้วก็พากันไปกินข้าว พอกินข้าวเสร็จก็ล้างถ้วยล้างจานและก็ไปช่วยพี่ๆ เขาจัดของกันต่อ เราได้รับหน้าที่ให้บรรจุหวานเย็นลงกล่อง Nim - (348)เพื่อจะนำไปแจกเด็กๆ ตามหมู่บ้านต่างๆ จัดของกันนานมากเพราะมันมีเยอะมากจริงๆ  พอจัดของกันเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทางเข้าหมู่บ้านกันเลย เราเริ่มออกเดินทางตอนประมาณ ๑๐.๐๐ น. ฉันได้ขึ้นรถของ พี่รุ่ง(พี่ร่วมทริปนี้) กับเพื่อนๆ ปากช่อง นั่งในรถเลยไม่โดนฝุ่นเลย สบายหน่อย เดินทางไปได้ครึ่งทางก็แวะกินข้าวกันข้างทาง พวกเรานั่งกินข้าวกันอยู่ตรงข้างธารน้ำเล็กๆ ที่ไหลผ่าน ถึงจะมีร่มไม้ มีน้ำไหลผ่านแต่อากาศร้อนมากๆ ร้อนจนต้องรีบกินให้เสร็จ จะได้เดินทางกันต่อ พอกินกันเสร็จแล้วก็เก็บของเสร็จพวกเราก็ออกเดินทาง คราวนี้พวกเราปากช่อง ๔ คน ก็เลยสลับที่นั่งกับ พี่ติ๋ว พี่ใหม่ พี่นิม และป้าเปรี้ยว ให้พวกพี่เขาไปนั่งรถพี่รุ่ง แล้วพวกเราก็มานั่งคลุกฝุ่นอยู่หลังรถกับพี่ก๊อตและน้องกิ๊ฟ(สองคนนี้นั่งคลุกฝุ่นตลอดNim - (378)ทาง) (ทั้งรถไม่มีใครเคยมาเลยนะคะครั้งนี้ครั้งแรกทุกคน) แล้วเราก็ออกเดินทาง ตลอดทางนี่มีแต่ฝุ่นจริงๆ ฝุ่นเยอะมาก พี่ก๊อตเรียกมันว่า“ปีศาจฝุ่น” เราเดินทางกันนานมาก ผ่านมาหลายหมู่บ้านแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอหมู่บ้านกรูโบเลย พี่อ๋อบอกก่อนจะเดินทางว่าอีกประมาณ 3 ชั่วโมงถึงจะถึงหมู่บ้านกรูโบ เราดูเวลานี่มันยังไม่ ๓ ชั่วโมงเลยคงยังไม่ถึงหรอก เราก็เดินทางไปเรื่อยๆ ก็เจอชาวบ้านกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ข้างทาง เราก็โบกมือให้เขา เขาก็โบกมือตอบ เราก็ไม่สนใจอะไร เดินทางกันไปเรื่อยๆ เอ๊ะ! ทำไมมันนานจัง นี่ก็เลย ๓ ชั่วโมงละนะ ทำไมยังไม่ถึงอีก พี่เขาก็ขับรถไปเรื่อยๆ จนไปถึง หมู่บ้านแม่จันทะ เริ่มเอะใจแล้วทำไมไม่ถึงสักที เลยแวะจอดถามชาวบ้านที่เลี้ยงวัวอยู่แถวนั้น ชาวบ้านบอกว่า “พวกเราเตลิดหมู่บ้านกรูโบมาแล้ว ต้องขับรถย้อนกลับไปทางเดิม” ซึ่งหน้าคนข้างหลังแต่ละคนบ่งบอกว่าไม่ไหวแล้ว ปีศาจฝุ่นมันร้ายกาจเหลือเกิน มันแทบจะกลืนกินเราไปแล้ว เอาเถอะเลยมาแล้วยังไงก็ต้องย้อนกลับไป ระหว่างทางที่รถวิ่งย้อนกลับไปทางเดิม พี่ก๊อตก็ชวนเราเล่นทายจังหวัด ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรทำ เล่นด้วยก็ได้  พี่ก๊อตมีผู้ช่วยคือ กิ๊ฟผู้รอบรู้ ส่วนเราก็มีลูกทีมคือแก๊งปากช่อง (แก้ม มิ้น แป๋ม) นี่แหละ ก็เล่นกันไปเรื่อยๆ เล่นกันไปตลอดทาง ก็Nim - (475)แก้เบื่อได้เหมือนกัน พอใกล้จะถึงหมู่บ้านกลายเป็นคนชวนเล่นที่ตอบไม่ได้ พี่ก๊อตเลยแพ้เกมส์นี้ไป พอถึงทางเข้าหมู่บ้าน ก็จำได้เลยว่าตรงนี้นี่แหละที่มีชาวบ้านยืนอยู่เป็นกลุ่ม และเป็นกลุ่มเดียวที่เราโบกมือให้เขา แต่เราขับผ่านเขาไปเฉยๆ ไม่เอะใจอะไรเลย พอเราเข้าไปถึงในโรงเรียนในหมู่บ้านกรูโบ ซึ่งเป็นที่พักของพวกเราที่นี่ ทุกคนที่มาถึงก่อน ปรบมือต้อนรับพวกเราอย่างภาคภูมิใจ ฮาๆ เรามาถึงที่นี่ตอนประมาณ ๑๕.๓๐ น. เสื้อจากสีดำเจอปีศาจฝุ่นเปลี่ยนเป็นสีแดงเลย พอลงรถก็ล้างไม้ล้างมือ ล้างหน้าล้างตาให้สะอาด แล้วก็ไปช่วยพวกพี่เขาทำกับข้าวกันต่อ พวกเราได้รับหน้าที่ให้เด็ดชะอม แล้วก็แกะกระเทียม(อาชีพหลักที่อยู่ที่นี่) พอช่วยพี่เขาเสร็จก็นำของไปเก็บแล้ว พวกพี่เขาก็พาไปเล่นน้ำที่วังปลาของหมู่บ้าน น้ำที่นี่ใสสะอาดมาก เย็นสุดๆ พอได้นั่งแช่แล้วสบายขึ้นไปอีก โอย…ไม่อยากลุกNim - (454)เลย  ลืมบอกไปว่าที่วังปลานี้เขามีเครื่องตำข้าวแบบกังหันน้ำด้วยนะ สุดยอด มากๆ เลย พอใกล้จะมืดเราก็กลับไปอาบน้ำที่ที่พัก แล้วก็ไปช่วยพี่ๆ เขาเตรียมหากับข้าวไว้ให้ทุกคนกิน พอกินข้าวกันเสร็จพวกเราก็นั่งเล่นกันอยู่ที่โรงครัวแหละ แล้วพี่นิมก็มาชวนไปนั่งทำความรู้จักกับพี่ๆ ที่มาร่วมกันในทริปนี้ เราก็ได้รู้จักพี่ๆเพิ่มขึ้นหลายคน พี่เชนก็ดีดกีตาร์ร้องเพลงไปเรื่อยๆ บางคนก็ร้องตาม จากนั้นเราก็มานั่งเล่นกันที่โรงครัวเหมือนเดิม พอง่วงก็แยกย้ายกันเข้านอน
ได้ยินเสียงอะไรดังกึกกักๆ เลยลืมตาดู นี่มันเช้าแล้วนี่หว่า(๓๐ เมษายน ๕๙) เสียงพี่ๆ เขาเดินไปอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน เราก็เตรียมตัวเก็บที่นอนแล้วก็ลุกไปอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำเสร็จก็ไปช่วยพี่ๆ เขาเตรียมทำก๋วยเตี๋ยว เด็กๆ พากันถือถ้วยและช้อนของตัวเองเดินต่อแถวมารับต้าร์ - (104)ก๋วยเตี๋ยวไปกินทีละคน เด็กๆ น่ารักมาก กินได้เองทุกคนเลย ตัวเล็กๆ เราคิดว่าน้องกินไม่ได้เลยจะเข้าไปป้อนแต่น้องเขาก็จะกินเอง โอเค พี่ให้กินเองก็ได้ เด็กที่นี่กินอาหารรสจัดมากใส่พริกกันแทบทุกคน แต่น้องเขากินกันเหมือนไม่เผ็ดเลย พริกเยอะเท่าไหร่ก็ไม่พอ พอเด็กๆ กินก๋วยเตี๋ยวกันเสร็จพวกเราก็แจกหวานเย็น หรือที่เด็กๆ เรียกกันว่าไอติม เด็กๆ ชอบกินหวานเย็นกันมาก ก็อากาศมันร้อนเนาะ ร่างกายเลยต้องการความหวานความเย็นหน่อย แจกเสร็จเราก็ไปเตรียมหาอาหาร เมื่อกินข้าวกันเสร็จ ก็ช่วยกันล้างถ้วยล้างจาน แล้วพวกเราก็ เตรียมขนของขึ้นรถและออกเดินทางนำก๋วยเตี๋ยว หวานเย็น และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไปแจกให้หมู่บ้านต่อไป เราเดินทางไปเส้นทางเดิมที่เราหลงไปเมื่อวาน แต่หมู่บ้านที่ต้าร์ - (215)เราจะไปเลยหมู่บ้านแม่จันทะไปอีกไกลมาก การเดินทางรอบนี้เราก็ได้นั่งหลังกระบะคลุกฝุ่นไปเหมือนเดิมผู้ร่วมชะตากรรมก็มี แก้ม มิ้น แป๋ม ลีโอ พี่ก๊อต และเรา ดูแลไข่ไก่และเสบียงหลังรถไปตลอดทาง ถึงที่หมายแล้ว ที่นี่คือ หมู่บ้านตะละโค่ง พวกเราก็นำข้าวของเครื่องใช้ไปไว้ที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน โรงเรียนที่นี่มีคุณครูที่สอนเด็กๆ ในหมู่บ้านเพียงคนเดียว คือ คุณครูตุ๊กแก ครูตุ๊กแกน่ารักมากพาพวกเราเดินดูหมู่บ้านด้วย คุณครูตุ๊กแกพาพวกเราไปดูเจดีย์ทรายประจำหมู่บ้าน และพาพวกเราไปบ้านเจ้าบ้านเพื่อที่จะให้ท่านเล่าประวัติหมู่บ้านและประวัติเจดีย์ทรายให้ฟัง เจ้าบ้านเล่าให้ฟังว่า “เจดีย์ทรายเป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้านที่นี่ ฤๅษีเป็นคนสร้างเจดีย์ทรายนี้ขึ้นมา เจดีย์ทรายมีอยู่ ๕ ยอด แต่ละยอดมีความหมายต่างกัน เปรี้ยว - (152)ยอดที่หนึ่งคือห้ามฆ่าแกงกัน ยอดที่สองคือห้ามเอารัดเอาเปรียบกัน ยอดที่สามคือห้ามเจ้าชู้ ยอดที่ สี่คือห้ามโกหกหลอกลวง ยอดที่ห้าคือห้ามดื่มสุรา ความหมายของเจดีย์แต่ละยอดนี้ก็เหมือนศีลห้า ข้อที่เรานับถือกัน” ชาวบ้านที่นี่ก็จะนับถือเจดีย์ทรายห้ายอดนี้ ชาวบ้านจะพากันมาทำบุญทุกปีและจะจุดเทียนไว้ที่เสาตรงแถวๆ เจดีย์ทราย เจ้าบ้านเล่าให้ฟังว่า การที่เป็นเจ้าบ้านไม่สามารถเลิกเป็นได้ ถ้าใครได้เป็นเจ้าบ้านต้องเป็นตลอดชีวิต ส่วนคนที่ไม่อยากเป็นเจ้าบ้านเขาก็จะทำผิดกฎของหมู่บ้าน เช่นเขาไม่ให้เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ก็จะเลี้ยง ชาวบ้านจะทำพิธีกันทุกๆ วันพระที่เจดีย์ทราย ทุกคนสามารถเข้าร่วมพิธีได้ แต่มีเพียงแค่พิธีผูกแขนเท่านั้นที่คนอื่นไม่สามารถเข้าร่วมพิธีได้ ปัจจุบันเจ้าบ้านอายุ ๗๙ ปีแล้วแต่ความจำดีมากเลย สามารถเล่าเปรี้ยว - (164)เรื่องราวของหมู่บ้านให้เราฟังได้อย่างชัดเจน เจ้าบ้านยังเล่าให้ฟังอีกว่า “สมัยก่อนมีการปฏิวัติเกิดขึ้น เจ้าบ้านอยู่กับการปฏิวัติมา ๑๖ ปี และการเป็นทหารปฏิวัติมีวินัย ๑๐ ข้อ ๑.ปฏิบัติทุกอย่างตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ๒.อย่าทารุณเชลย ๓.ทรัพย์สินสงครามต้องมอบให้กับส่วนรวม ๔.พูดจาต้องสุภาพ ๕.ไม่เอาข้าวของของประชาชน ๖.ต้องช่วยเหลือประชาชนคนทุกข์ยาก ๗.ห้ามดื่มสุราตอนปฏิบัติหน้าที่ ๘.ห้ามทารุณสตรี ๙.ซื้อขายยุติธรรม ๑๐.เห็นของต้องคืนทำของเสียหายต้องชดใช้” ปัจจุบันเจ้าบ้านก็ยังปฏิบัติอยู่หลายข้อ หลังจากที่เจ้าบ้านเล่าประวัติในหมู่บ้านให้เราฟังเสร็จ เราก็เดินกลับไปที่โรงครัวในโรงเรียนเพื่อจัดเตรียมก๋วยเตี๋ยวให้เด็กๆ กิน เด็กๆ ที่นี่ก็น่ารักมาก กินกันเก่งเชียว เด็กบางคนกินเองไม่ได้พี่ๆ ก็ช่วยกันป้อน พอเด็กๆ กินก๋วยเตี๋ยวกันเสร็จเราก็แจกหวานเย็นกันต่อ หวานเย็นนี่ของชอบของทุกคนจริงๆ Nim - (635)พอแจกเสร็จเราก็กินก๋วยเตี๋ยวแล้วก็ช่วยกันเก็บของและเดินทางไปกันต่อที่หมู่บ้านต่อไป พวกเราเดินทางไปถึงโรงเรียนที่อยู่หน้าทางเข้า หมู่บ้านทิปาเก พวกเราต้องจอดรถไว้ที่นี่และเดินเท้านำของไปให้ทุกคนในหมู่บ้าน เราเดินไปข้างหลังโรงเรียนและข้ามสะพานที่ผุพังมาก เอนไปด้านข้าง แล้วสะพานนี้มีเพียงเชือกเส้นเดียวที่ยึดไว้ ต้องค่อยๆ ทยอยเดินไป เพราะถ้าเดินไปเยอะน้ำหนักมากเกินสะพานก็จะร่วงแล้วทุกคนก็จะตกลงไปในน้ำข้างล่าง ซึ่งสะพานสูงจากน้ำข้างล่างมาก แล้วก็ยาวมากด้วย ตอนเดินไปนี่เสียวสุดๆ พอข้ามสะพานไปก็ถึงหมู่บ้านเลย เรานำข้าวของเครื่องใช้ ขนมและหวานเย็นไปแจกชาวบ้านและเด็กๆ ที่หมู่บ้านทิปาเก เด็กๆ ดูดีใจมากที่พวกเราเอาของมาให้ และอีกอย่างที่ดีใจมากเลยคือได้เจอ คุณหมอโจปอง แห่งหมู่บ้านทิปาเก ด้วย Nim - (669)หมอคนนี้เก่งด้านสมุนไพรในการรักษาคนมากๆ เคยออกรายการฅนค้นคนด้วย สุดยอดเลย แต่เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปคุยด้วยเพราะไม่กล้า และก็มัวแต่แจกของให้เด็กๆ อยู่ด้วย เสียดายมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าใครได้ไปก็ลองเข้าไปคุยกับคุณหมอดูนะ พอพวกเราแจกของเสร็จพวกเราก็เดินกลับมาทางเดิม นั่งพักกันที่โรงเรียนสักพัก โรงเรียนมีไวไฟเพื่อนเข้าได้แต่เราเข้าไม่ได้ ไม่เป็นไรไม่เล่นก็ได้(ลืมบอกไปว่าตั้งแต่เดินทางเข้าหมู่บ้านมา ก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์นะอยู่แบบไม่มีสัญญาณมา สามวันเต็ม แต่ก็อยู่ได้สบายมาก) พอหายเหนื่อยเราก็ขึ้นรถและก็เดินทางกลับไปหมู่บ้านกรูโบ เราออกเดินทางได้สักพัก พี่อ๋อนั่งข้างหน้าก็เคาะกระจกให้ดูนกเงือกที่บินมาบนท้องฟ้า นกเงือกบินมาเป็นคู่เลยคิดว่ามาอุ้มผางจะไม่เห็นซะแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้เห็นแล้ว การเดินทางครั้งนี้ก็เจอปีศาจฝุ่นเหมือนเดิมแดงไปทั้งตัว ระหว่างทางพี่ๆ ก็พาเก็บดอกดินที่อยู่ข้างทาง ซึ่งเราก็ไม่เคยเห็นและพึ่งเคยได้ยิน พอเจอก็คล้ายๆ เห็ดอ่ะ แต่เป็นดอกไม้ไม่ใช่เห็ด ฝังอยู่ตามพื้นดิน เก็บมาได้เยอะเลย พอเดินทางไปถึงหมู่บ้านกรูโบ เราก็ไปล้างมือและไปช่วยพวกพี่เขาทำกับข้าวกันต่อ พอช่วยพี่เขาเสร็จเราก็ไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ พี่เขาแบ่งกลุ่มให้ ๓ กลุ่มซึ่ง กลุ่มเรามีเรากับพี่ต้าเป็นต้าร์ - (403)พี่เลี้ยง(ไซท์บิ๊กกันทั้งนั้น) กิจกรรมมีสองอย่างคือ ๑.ให้พี่ๆ และน้องๆ ในกลุ่มช่วยกันตามหาบ้านน้องๆ ในกลุ่มให้เจอ ๓ คน แล้วถามข้อมูลพ่อกับแม่และน้องมา จากนั้นก็ไปตามหาบ้านผู้เฒ่าให้เจอแล้วถามข้อมูลของผู้เฒ่ามา สุดท้ายให้ไปที่วัดในหมู่บ้านแล้วไปถามข้อมูลของพระที่อยู่ที่นี่ ซึ่งจากรูปร่างของพี่ๆ ก็ทำให้รู้ตั้งแต่เริ่มเกมส์ว่ายังไงก็แพ้ เพราะตัวใหญ่ไงเลยวิ่งไม่ทันกลุ่มอื่นเขา ๒.คือกิจกรรมวิ่งเปี้ยวเกมส์นี้ต้องแก้หน้าหน่อยน้องๆ ก็วิ่งกันเต็มที่มากวิ่งเร็วมาก คือวิ่งกี่รอบก็ชนะ(เพราะเราไม่ได้ลง คนมันเกิน555) พอทำกิจกรรมเสร็จก็แจกนมแจกขนมให้น้องๆ กิน แจกเสร็จเราก็ไปเล่นน้ำที่วังปลาเดิมเลย นั่งแช่น้ำเย็นๆ สดชื่นไปอีก พอใกล้จะมืดก็กลับมาอาบน้ำแล้วก็ไปทำกิจกรรมกับน้องๆ ต่อ พอออกไปน้องๆ ก็มานั่งรอกันNim - (754)หมดแล้ว พี่ๆ มาช้ากว่าน้องก็เลยโดนทำโทษโดยการเต้นให้น้องๆ ดู จากนั้นพี่อ๋อก็กำลังเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังและให้พวกเราแสดงเป็นตัวละครตามที่พี่อ๋อบอก แต่พี่อ๋อยังเล่าไม่ทันจบเลย พ่อแม่ก็มาเรียกเด็กๆ กลับบ้านแล้ว เด็กๆ บอกว่าวันนี้ต้องกลับบ้านเร็วเพราะผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุม เราเลยรีบเอานมมาแจกให้เด็กๆ แล้วเด็กๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน พวกเราก็เลยไปกินข้าว ครั้งนี้ได้ ลองกินดอกดินที่พวกเราแวะเก็บมาจากข้างทาง รสชาติคล้ายๆ หัวปลีมันๆ ดี อาหารทริปนี้อร่อยทุกมื้อจริงๆ กินเสร็จก็ช่วยกันล้างจานแล้วก็กรอกน้ำ แล้วเราก็มานั่งเล่นดูทีวีที่โรงครัวเหมือนเดิม วันนี้ฟ้าแลบทั้งคืนเลยน่ากลัวมาก แลบทีสว่างทั่วเลย คิดว่าฝนจะตก แต่ก็ไม่ตก ท้องฟ้าตอนดึกๆ สวยมาก ดาวเต็มท้องฟ้าเลย พอง่วงก็แยกย้ายกันเข้านอน
ต้าร์ - (548)ได้ยินเสียงใครคุยกันเลยลืมตาดู นี่มันเช้าแล้วนิ(๑ พฤษภาคม ๕๙) ลุกไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็มาเก็บที่นอน เด็กๆ ก็มารอกันตั้งแต่เช้าเลย วันนี้เราเล่นเกมส์ส่งกระป๋องแป้งกัน ใครที่มีกระป๋องแป้งอยู่ในมือคือคนที่ปลอดภัยที่สุด เพราะ ๙๙.๙๙% ของเกมส์นี้คือได้ทาคนอื่นไง แต่คนที่เล่นเกมส์นี้ก็เปื้อนแป้งกันเกือบทุกคนแหละ พอเล่นเสร็จก็ถ่ายรูปโชว์ความเลอะเทอะกันหน่อย ตอนถ่ายรูปนี่โดนแป้งเต็มหัวเลย พี่เชนผู้ครอบครองกระป๋องแป้งก็ละเลงแป้งใส่คนอื่นเต็มไปหมด เป็นคนแก่กันไปเลยทีเดียวพอเล่นเกมส์กับน้องเสร็จพวกเราก็พากันไปกินข้าว แล้วก็แจกหวานเย็นให้น้องๆ กินต่อ จากนั้นก็ช่วยกันเก็บของ รวมกันไว้ เตรียมยกขึ้นรถ แล้วก็เก็บกวาดโรงเรียนที่เราใช้นอนให้สะอาด จัดโต๊ะให้เป็นระเบียบเหมือนเดิม จากNim - (825)นั้นพวกเราก็มอบข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์การเรียนไว้ให้ชาวบ้านและเด็กๆ ที่นี่ และก็กินข้าวเที่ยงแต่กินก่อนเที่ยงเพราะเราต้องเดินทางต่อเลยต้องรีบกิน กินเสร็จก็แจกลูกอมให้เด็กๆ แล้วก็ไปถ่ายรูปรวมกันตรงหน้าเสาธงกับเด็กๆ ร่ำลาเด็กๆ และขนของขึ้นรถแล้วเตรียมตัวกลับกันเลย พอรถสตาร์ทแล้วขับไปถึงประตูโรงเรียนเด็กๆ ยืนรอลาเรากัน ๒ ข้างทางตอนนั้นไม่อยากกลับเลยจริงๆ มันรู้สึกเศร้าแบบแปลกๆ บอกไม่ถูก ยิ่งขับรถห่างออกมายิ่งไม่อยากกลับ คิดถึงเด็กๆ จังเลย การเดินทางจากกรูโบกลับไปที่ตูกะสูครั้งนี้ ก็ได้นั่งหลังกะบะเหมือนเดิมผู้ร่วมชะตากรรมครั้งนี้มี แก้ม มิ้น แป๋ม พี่ก๊อต น้องกิ๊ฟ ลีโอ และเรา และสิ่งที่เราเจอไปตลอดทางเลยคือ ปีศาจฝุ่น นั่งกี่ทีก็ไม่ชิน สงสัยกลับบ้านไปต้องไปเช็คปอดกันหน่อยแล้วเจอหนักขนาดนี้ ระหว่างทางพวกเราก็แวะเอาข้าวของเครื่องใช้ไปให้ชาวบ้านและเด็กๆ ที่หมู่บ้านยูไนท์ Nim - (387)แล้วก็เดินทางกันต่อเลย พวกเราเดินทางไปถึงที่พักที่ตูกะสูตอนเย็นๆ เลย ทุกคนช่วยกันยกของลงจากรถ แล้วก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ ตอนน้ำโดนตัวคิดถึงตอนอยู่ที่กรูโบเลยตอนไปเล่นน้ำที่วังปลา น้ำเย็นๆ ชื่นฉ่ำใจ ไม่รู้จะมีโอกาสได้ไปเล่นที่นั่นอีกมั้ย พออาบน้ำเสร็จก็ออกไปจัดของ แล้วก็รีบติดต่อกลับไปที่บ้านเลย ติดต่อไม่ได้มาเกือบ ๓ วันเดี๋ยวเขาจะเป็นห่วงเอา พอติดต่อกลับไปทางบ้านเรียบร้อยแล้วก็หานั่งเล่นตามส่วนต่างๆ ของที่พัก พักร่างกายนิดนึงแล้วก็ไปช่วยป้าที่ห้องครัวทำกับข้าว ครั้งนี้ป้าให้ช่วยคว้านเม็ดแตงกวาออกแล้วเอาหมูยัดเข้าไป เกือบไม่รอด ดีนะที่แตงไม่แตก  พอเอาลงไปใส่ในต้มจืดแล้วก็ออกมาสวยงาม พอดูได้อยู่นะ พอทำเสร็จก็ไปเรียกทุกคนมากินข้าว เนื่องจากข้าวเที่ยงกินเร็วไปนิดนึง เลยทำให้ตอนเย็นกินไปซะเยอะเลย ไม่กลัวอ้วนหรอกเพราะอ้วนอยู่แล้ว กินเสร็จก็เข้าไปนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ในห้อง แล้ว ป้าเปรี้ยว ก็มาเรียกบอกว่าพี่อ๋อให้มาตาม พอออกไปพี่อ๋อนั่งดูบอลอยู่ เราเลยนั่งเล่นกันอยู่แถวๆ โต๊ะกินข้าวนี่แหละ สักพัก พี่อ๋อก็เรียกเราไปคุยด้วย ไปคุยไกลมาก พี่อ๋อบอกว่าทริปนี้พวกเราปากช่องยังทำตัวไม่ค่อยดี ไม่ค่อยเข้าหาคนอื่น พูด กดดันสารพัด ข้างในสะอื้นละ แต่เราต้องเข้มแข็งไง พี่เขาว่าอะไรก็ยิ้มเข้าไว้สักพักป้าเปรี้ยวก็เดินมาดู แล้วพี่อ๋อก็ไล่กลับไปแล้วพี่อ๋อก็พูดจี้เรื่องเดิมๆ อยู่13082536_1049951028431211_7510521605197376803_nเรื่อยๆ แต่เราก็ยิ้มสู้ไง สักพักทุกคนก็เดินมา แล้วลีโอก็ถือเค้กมาอยู่ตรงหน้าเรา ทุกคนร้องเพลง Happy birth day เรา ตอนนี้แหละที่น้ำตาแตก เล่นอะไรกันเนี่ย โหดมาก จริงๆ ก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเพื่อนๆ จะเซอร์ไพร์ซวันเกิด จับพิรุธได้ตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมาไม้นี้ กะจะไม่ให้ลืมวันเกิดปีนี้กันเลยใช่มั้ย แต่คืนนี้สนุกจริงๆ นะ หลังจากเซอร์ไพร์ซเราเสร็จก็ไปเล่นเกมส์กันต่อ เกมส์ที่เอาไม้ออกทีละไม้อ่ะ ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไร ลุ้นกันตลอดเกมส์ ว่าใครจะทำให้มันถล่มลงมา มีบทลงโทษรอคอยอยู่เพียบ เล่นเสร็จก็แยกย้ายกันเข้านอน คืนนี้น้องเพลงร้องเพลงให้ฟังก่อนนอนด้วย แล้วเราหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
ตื่นมาอีกทีก็ ๖.๐๐ น.ของวันที่ ๒ พฤษภาคม ละ ก็ลุกไปล้างหน้าและก็เก็บกระเป๋าไว้ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ออกไปช่วยป้าเขาทำกับข้าวในครัว แล้วก็ยกออกมาข้างนอก อาหารทุกอย่างก็น่ากินเหมือนเดิม พอได้กินก็อร่อยทุกครั้ง เวลาประมาณ ๙.๐๐ น. เราก็เดินทางนำของไปไหว้ที่ ศาลพะวอ (ศาลประจำอำเภออุ้มผาง ชาวบ้านที่นี่นับถือกันเป็นอย่างมาก) พอไหว้เสร็จเราก็เดินNim - (849)ทางกลับไปรีสอร์ท กลับไป เตรียมเรือยาง สูบเรือ เตรียมเสื้อชูชีพ พร้อมที่จะออกไปล่องเรือ เมื่อสูบเรือเสร็จก็ขนเรือขึ้นหลังรถลุงอู๊ด และพวกเราก็ขึ้นรถพี่อ๋อไป พวกเราก็เริ่มลงเรือตรงสายน้ำแม่กลองใกล้ๆ ที่พักที่เคยไปเล่น พวกเราแบ่งกันลงเรือ ๒ ลำ ลำแรกมี พี่ติ๋ว พี่ก๊อต พี่ใหม่ ป้าเปรี้ยว พี่ตาร์ น้องเพลง ลีโอ(ผู้ดูแลท้ายเรือ) และลุงเป็ด(ผู้คุมหัวเรือ) ส่วนลำที่สองมี แก้ม มิ้น แป๋ม น้องกิ๊ฟ พี่อ๋อ ท๊อป(ผู้ดูแลท้ายเรือ) ไกด(เพื่อนใหม่ผู้คุมหัวเรือ) และเรา ทุกคนช่วยกันพาย เรือหนึ่งลำมีไม้พายอยู่ ๔ อันก็สลับกันไปเรื่อยๆ ตอนเริ่มออกเดินทางกันตามสายน้ำไปพี่อ๋อบอกว่าเรือรั่วนะ ให้ช่วยกันวิดน้ำ แล้วพอดูพิรุธของพี่ๆ เขาแล้วโดนหลอกแหงๆ แต่ถามว่าวิดน้ำออกจากเรือมั้ยก็ช่วยเพื่อนวิดนะ แต่ก็นานๆ ทำที ปล่อยให้เพื่อนวิดไป ฮาๆ พอถึงตาเราพายก็เลยลองพายดู มันก็ไม่ได้ยากนะ เกิดมาไม่เคยพายเรือด้วย ครั้งนี้ครั้งNim - (890)แรกแต่ก็ดันพายได้ โอเคถือว่าให้ตัวเองผ่านอ่ะ พายเรือพาเพื่อนๆ พ้นจากป่าข้างทางได้ แต่ก็มีบ้างที่บังคับไม่ไหวจริงๆ จนเรือไปชนหินข้างทางแล้วทำให้ไกด์ผู้คุมหัวเรือ กระเด็นตกลงไปในน้ำ มันก็ต้องมีพลาดกันบ้าง ก็เรามันมือใหม่หัดพาย ล่องไปเรื่อยๆ ก็มีชนหินบ้าง ชนตอไม้บ้าง เข้าป่าข้างทางไปพาแมงมุมมาขึ้นเรือบ้าง แต่ก็สนุกมากๆ เลย ตลอดทางที่ล่องเรือมารอบข้างก็จะมีทั้งป่า ทั้งเขา ทั้งหินที่มีน้ำไหลลงมาจากข้างบน ตกลงมาเหมือนน้ำตกสวยมากๆ เลย บางทีก็เห็นสายรุ้งด้วย น้ำที่ตกลงมาก็เย็นมากๆ สดชื่นมากเลย พี่อ๋อก็แกล้งน้องๆ บนเรือมาตลอดทาง พอแกล้งจนพอใจก็ย้ายไปนั่งเรืออีกลำ แล้วลีโอก็ย้ายมาเรือเรา เรือของเราก็เลยเหลือแต่เด็ก ๑๘ ปีและน้องกิ๊ฟ ๑๗ ปี มีแต่วัยรุ่น ก็ดูแลกันไปตลอดทาง Nim - (980)แค่ล่องเรือแล้วเห็นความสวยงามของธรรมชาติตลอดทางก็ว่ามีความสุขแล้ว แต่พอได้ไปแวะแช่น้ำพุร้อนนี่มีความสุขมากขึ้นอีกหลายเท่าเลย ถึงจะเป็นบ่อน้ำพุร้อนเล็กๆ แต่ก็มีความสุขสุดๆ ที่ได้นั่งแช่ พอหาอะไรกินรองท้องกันเสร็จเราก็ลงเรือและล่องกันไปจนถึงปลายทาง ปลายทางที่เราไปคือที่แถวๆ ถ้ำตะโค๊ะบิ เรานำเรือขึ้นฝั่งที่นี่ และมีรถลุงอู๊ด และรถพี่อ๋อแต่ขับโดยพี่นิมมาจอดรออยู่ก่อนแล้ว พอปล่อยลมเรือเสร็จก็ขนทั้งคนทั้งเรือกลับไปที่พัก พอถึงที่พักเราก็ช่วยกันล้างเรือและก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ พออาน้ำเสร็จก็จัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางกลับปากช่อง ลุงอู๊ดมีธุระไปทำต่อพวกเราเลยออกมาลาลุงอู๊ดและพี่ๆ ช่างภาพ ที่มาร่วมทริปนี้กับพวกเรา และทุกคนก็ถ่ายรูปรวมที่ป้าย ตูกะสู จากนั้นก็เข้าไปเอากระเป๋ามาวางไว้รวมกันที่โต๊ะ และก็พากันไปกินข้าวที่นี่อีกมื้อ อาหารก็ยังอร่อยเหมือนเดิม กินกี่ครั้งก็อร่อย กินเสร็จก็ช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถแล้วพวกเราก็มาลาพี่ยุ้ย จากนั้นก็ออกเดินทางกลับปากช่องกัน เราริ่มออกเดินทางตอนประมาณ ๑๖.๓๐ น. ครั้งนี้ทั้งปราจีนบุรีทั้งปากช่องนั่งอัดกันไปหมดในคันเดียวรวมๆ แล้วก็ ๑๓ คน ข้างหน้าก็มี พี่อ๋อ พี่นิม น้องเพลง แก้ม มิ้น แป๋ม และเรา ส่วนข้างหลังก็มีพี่ก๊อต พี่ติ๋ว พี่ใหม่ ป้าเปรี้ยว พี่ตาร์ น้องกิ๊ฟ แล้วก็กระเป๋าอีกอัดกันไป ครั้งนี้พี่อ๋อเป็นคนขับยาวเลยเพราะพี่นิมไม่สบาย ไปถึงอุ้มเปี้ยมพวกเราก็แวะเข้าห้องน้ำ แล้วพี่ข้างหลังก็เกิดไอเดียใหม่คือเอากระเป๋าวางนอนให้เต็ม_DSC0237กระบะ แล้วก็เอาผ้ายางคลุมแล้วก็ให้ทุกคนนั่งทับ ซึ่งมันโอเคมากดูพี่เขานั่งสบายขึ้นเยอะ และยังมีที่ว่างเหลือ แป๋มเลยไปนั่งข้างหลังกับพวกพี่เขาเพราะแป๋มเมารถ จากนั้นเราก็เดินทางกันต่อแล้วก็ไปแวะกินข้าวที่ร้านอาหารเจ้าสัวในอำเภอแม่สอด กินกันจนอิ่มหนำสำราญก็เดินทางกันต่อ ระหว่างทางก็มีแวะปั๊มน้ำมันบ้าง แต่เราหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ถึงสระบุรีแล้ว พี่ๆ ก็แวะไปส่งแก้มกับมิ้นที่บ้าน ส่วนคนที่เหลือก็ไปนอนที่บ้านลุงแขกกันก่อน ตื่นมาค่อยแยกย้ายกันกลับ เราเดินทางไปถึงบ้านลุงแขกตอนประมาณ ๕.๓๐ น. องวันที่ ๓ พฤษภาคม ๕๙ พอถึงบ้านลุงแขกก็เป็นอันสิ้นสุดทริปอุ้มผางทริปนี้ การเดินทางไปอุ้มผางครั้งนี้เราได้อะไรกลับมาหลายอย่าง ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้ไปในที่ที่ไม่เคยไป ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย ได้รู้จักหมู่บ้านและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยง ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น ได้เพื่อนได้มิตรภาพเยอะแยะมากมาย ได้ประสบการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะไปหาได้จากที่ไหนแล้ว นอกจากตัวเราจะมีความสุขแล้วเราก็ยังได้มอบความสุขให้กับคนอื่นด้วยNim - (988)ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมาและให้เราได้มีโอกาสได้ไปร่วมทำสิ่งดีๆ แบบนี้ ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนที่คอยดูแลกันมาตลอดทริปและมอบความสุขให้กันมาโดยตลอด ขอบคุณมากๆ นะคะ ถ้ามีโอกาสจะกลับไปที่อุ้มผางอีกแน่นอนค่ะ หวังว่าสักวันเราจะได้เจอกันอีกนะ…อุ้มผาง

…..แฟง…..
๓๑ พ.ค. ๕๙

ปิดการแสดงความเห็น