ศรัทธา ตามล่าหาเห็บ เก็บดอกไม้

สมอปูน 58 - (79)หนึ่งปีผ่านไป วันเลื่อนเดือนเปลี่ยน ได้เวลาเก็บของลงกระเป๋า ถึงเวลาที่เราจะกลับไปเยี่ยมบ้านกันอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการเดินด้วยแรงศรัทธาล้วนๆ พอเริ่มออกเดินทาง ตำแหน่งสมาชิกวังบุปผาก็ทำงานทันที ศัตรูล้วนๆ โถ..วังบุปผา ผู้น่าสงสาร ถึงคลองต้มกาแฟ ทีมปากช่อง ปราจีน ใบไม้ ก็มาถึงจุดที่นัดหมายกันไว้ ทันทีที่โผล่หน้าออกมาจากที่กรอกน้ำ “ปลวกกก” ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ศัตรูของวังบุปผาหยุดพัก กินข้าวเที่ยง ดื่มกาแฟ เติมพลัง เป็นช่วงพักยกกันสั้นๆ ให้มีแรงเดินขึ้นสันเขาที่เรียกว่าเดินของจริงกันสักที

สมอปูน 58 - (12)สมอปูน 58 - (16)ช่วงทีเด็ด ของการเดินขึ้นอยู่หลังจากหัวน้ำตกขึ้นไป “อีกครึ่งทาง เดี๋ยวพอพ้นป่าไผ่นี้ไป ก็ถึงสันเขาแล้ว” ประโยคที่ไว้ใช้ หลอกสามสาว กุ้ยช่าย ข้าวตัง และกานต์ ให้มีแรงเดินต่อรวมทั้งหลอกตัวเองให้มีแรงฮึดสู้กับตะคริวที่ค่อยๆ เริ่มกินขาทีละน้อย  ด้วยสถานะตอนนั้นยังเป็นสมาชิกของวังบุปผา การจะหาที่นั่งพักจะต้องระมัดระวังตัวอย่างมาก ทั้งเห็บและคนที่เดินตามหลัง  ไม่เช่นนั้นเละ
พอถึงสันเขา สายฝนโปรยปรายลงมาเหมือนเป็นการทักทายสมาชิกที่ทยอยขึ้นมานั่งชมวิว พักกันพอหายเหนื่อย ระหว่างทาง โต๋ ได้ชี้จุดให้ สามสาว ดูหลุมที่พี่อุ๊ลงไปนอนเมื่อปีที่แล้ว พร้อมกับเสียงประกอบ พอพ้นชายป่าระหว่างทางเดิน พระอาทิตย์ดวงโตสีแดงกำลังจะลับฟ้า พอถึงจุดพัก“ลานมาม่า” พรรคต่างๆ ผลัดเปลี่ยนแวะสมอปูน 58 - (18)เวียนมาทักทาย วังบุปผากันอย่างไม่ขาดสาย เมื่อท้องอิ่ม ก็เริ่มมีแรงเดินต่อ จัดการขึ้นเป้ คราวนี้มีเสียงกำชับว่า พยายามอย่าให้ขาดช่วง จากกันมากนัก มองแสงไฟฉายที่ส่องสว่างเป็นแถวท่ามกลางความมืด สู้กับแสงจันทร์ยามค่ำคืน ด้านล่างเป็นวิวเมืองปราจีน มันก็สวยไปอีกแบบ บางครั้งในใจก็ยังแอบเสียดายแทนคนที่ไม่มีโอกาสขึ้นมามองวิวจากข้างบนเหมือนกับพวกเราในเวลานี้ พอพ้น หินหอยทาก มาได้ไม่นาน เสียงจากข้างหลังก็บอกมาว่า ให้ไปก่อน พี่สองจะเข้าห้องน้ำ เดินท่ามกลางแสงจันทร์กันมาเรื่อยๆ ดูเหมือนความเมื่อยล้าจากการแบกเป้ข้างหลังที่แสนจะหนักอึ้ง รวมกับการเดินที่แสนจะยาวนาน รวมทั้งความง่วง จะทำให้เสียงพูดคุย เสียงหยอกล้อที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ค่อยๆ เงียบหายไปเรื่อยๆ _MG_5192จนมาถึงหินในตำนาน “หินท่านประธาน” สมาชิกค่อยๆ หามุมที่พักเป็นของตัวเองเพื่อวางเป้ลง นั่งพัก …“ตุ้บ”… เสียงเป้ของใครสักคนที่คงหนักมากตกจากหินลงพื้นแน่ๆ (คิดในใจ) สิ้นเสียงทุกคนก็พร้อมใจกันส่องไฟฉายไปยังที่มาของเสียง เสียงเป้ตกจริงๆ แต่เป็น เป้ที่อยู่บนหลังพี่อุ๊ ฮ่าๆ หลังจากพี่อุ๊ ลุกขึ้นมาปัดฝุ่นตามเนื้อตัวเรียบร้อย พักกันพอหายเหนื่อย เราก็เริ่มออกเดินกันอีกครั้ง จนมาถึง“สระอโนดาต” ถึงจุดพักคราวนี้ พี่ๆ เริ่มถามว่ายังไหวกันใช่ไหม? คำตอบคือ ทุกคนยังไหว เราเดินกันมาเรื่อยๆ ผ่าน “ซับกระถิน” มาจนถึงทุ่งสุดท้ายก่อนจะถึง “คลองฟันปลา” ตอนนั้นอยากจะทิ้งเป้แล้วลงไปนั่ง พระจันทร์หายไปแล้ว ดาวบนฟ้ายังสวยงามเหมือนเดิม สมอปูน 58 - (177)สมอปูน 58 - (168)เวลา ๐๒.๓๕ น. โดยประมาณถึงที่พักแล้ว หมดสภาพกันทุกคน กว่าจะจัดการแคมป์เสร็จเรียบร้อยก็เกือบจะเช้าแล้ว เสียงลุงแขกบอกว่า ให้ไปจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันให้เรียบร้อย ถ้าไม่อาบน้ำก็เปลี่ยนเสื้อผ้า เห็บที่อยู่ตามเนื้อตามตัว ตามเสื้อผ้าจะได้ออกไปบ้าง ลุงแขกเอาเห็บมาขู่กับน้อง น้องเลยไปอาบน้ำกดดัน ก็เลยต้องอาบบ้าง ขึ้นมานั่งอยู่หน้ากองไฟ สักพักก็หาช่องว่างแทรกตัวลงนอน หลับไปได้สักพัก นาฬิกาปลุก ของใครไม่รู้ หาก็ไม่เจอ ได้ยินเสียงแว่วๆ ว่าใครนอนตรงนี้ทำเลดี ก่อนจะหลับไม่รู้เรื่อง
เช้าแล้ว แดดเริ่มส่อง พ่อครัวแม่ครัว เริ่มตื่นมาหุงข้าว ยิ่งสายแดดยิ่งร้อน เหมาะแก่การชวนสาวๆ ไปเล่นน้ำยิ่งนัก เล่นน้ำจนลืมตัวว่าเป็นหวัดอยู่ ระหว่างเล่นน้ำสาวๆ ก็ผลัดกันหาเห็บที่เกาะอยู่ตามสมอปูน 58 - (32)แขน ขา และแผ่นหลัง ช่วยกันหาช่วยกันดู ช่วยกันแกะเห็บออกให้กัน หลังจากเล่นน้ำเสร็จ ชวน น้องช่าย ข้าวตัง กานต์ ออกไปเดินถ่ายรูปเหนือน้ำตกพร้อมกับคิงส์ แต่สาวๆ ขอปฏิเสธรอบนี้ กลายเป็น พี่สอง ที่ว่างจากการเข้าห้องน้ำมาแทน เดินขึ้นไปได้ไม่ไกลมากนัก แสงก็ค่อยๆ หมดลง เลยเปลี่ยนเป็นเดินตามน้ำตกไปกับ แบซอ พี่หวาน พี่อุ๊ พี่ตาล บ้าง เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ เสียงพูดคุยใต้แสงตะเกียงค่อยๆ เงียบลงไป หลายคนเข้านอนก่อนที่จะตื่นขึ้นมาเข้าเวรเฝ้ากองไฟ ส่วนใครที่ยังใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ค้างคาวก็ยังคงนั่งล้อมวงดีดกีต้าร์ สลับกับการพูดคุยกันหน้ากองไฟต่อไป จนกระทั่งกีต้าร์ได้กลายสภาพเป็นอังกะลุง อย่างสมบูรณ์ในค่ำคืนนี้เอง ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะศรัทธาล้วนๆ สมอปูน 58 - (157)ช่วงสาย หลังจากเก็บของเรียบร้อย เราย้ายที่พัก ระหว่างการเดินทางแบซอกับน้องๆ สารคามหายไป เราเลยหยุดรอแบซอ ตรง“ห้วยรอซอ” ท้ายสุดแล้วเราก็พบว่า “แบซอพาน้องสารคามล่วงหน้ามาที่สระอโนดาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” หลังจากจัดการเรื่องที่พักและเตรียมอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว พวกเราหลายคนตรงดิ่งไปยังทุ่งดอกไม้กันทันที เพื่อเก็บแสงสุดท้ายของวัน เสียงเอ่ยแซว สมอปูน 58 - (146)แบซอ ยังคงมีเป็นระยะๆ จนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ขณะที่เรากำลังเดินจับกลุ่มคุยกันระหว่างทางกลับ คิงส์ ก็เดินสวนออกไปเพื่อเก็บแสงสุดท้ายของวัน หลังกินข้าวเสร็จ กิจกรรมหลักเวลานี้คงเป็น การซ่อมรองเท้า ด้วยรอบนี้เรามากันจากหลายที่ การเปิดเดี่ยว ความในใจเลยเกิดขึ้น ออกทะเลไปกันไกลเกินกว่าจะกลับ ผลัดกันตบ ผลัดกันหยอด เรียกเสียงหัวเราะของทุกคนได้อยู่ตลอดเวลา ลืมดูเวลาไปสนิท หันมามองนาฬิกาที่ข้อมืออีกทีเวลาก็ผ่านเลยมาจนถึงเที่ยงคืนแล้ว วันนี้ลมแรงจนรู้สึกว่าอากาศเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา หลายคนออกไปดูดาวบนลานหินที่กลางทุ่งที่ไปมาเมื่อเย็น เสียง น้องต้าร์ หันมาถาม “เจ้ไปไหม…ไปก็ไป” เดินมาถึงกลางทุ่งสายลมเย็นๆ พัดมาอยู่ตลอดเวลา ดาวบนท้องฟ้าผลัดกันออกมาอวดโฉมให้ได้เห็นแข่งกับแสงจันทร์ หลังจากกลับจากนอนดูดาว วังบุปผาก็กลายเป็นอดีตทันที ป้ามอร์ หัวหน้าวังบุปผา ยอมอนุมัติการลาออกให้ในค่ำคืนนี้ หลังจากที่พยายามในการขอลาออกจากวังบุปผามาหนึ่งปีเต็ม
สมอปูน 58 - (194)เมื่อคืนจำได้ว่าเอาตัวซุกเข้าไปในถุงนอนแล้วก็ไม่รับรู้อะไรอีก ลืมตามาอีกที อาจารย์ชุมพล กำลังนั่งกินกาแฟหน้ากองไฟ แสงแดดแยงตานึกขึ้นได้ว่าตั้งใจจะไปถ่ายดอกไม้ตอนเช้า วันนี้วันสุดท้าย พลาดไม่ได้ หลังจากที่พลาดมาทุกวันตั้งแต่ขึ้นสมอปูน หันไปชวนน้องตาร์ แล้วก็เดินออกไปที่ทุ่ง สักพัก พี่พลอย ก็ออกตามมาเก็บภาพแสงแรกของวัน กลับมาล้างหน้าแปรงฟัน ระหว่างเตรียมข้าวเช้า ได้ยินเสียงน้องข้าวตัง เดินไปปลุก พี่คิงส์ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นพร้อมกันทันทีที่ข้าวตังพูดจบ ได้เวลาเก็บของลงกระเป๋า บอกลาสมอปูน แล้วปีหน้าเราจะกลับมาเจอกันใหม่
ปล. ปีนี้พี่อั๋นไม่ได้มาด้วย แต่ไม่ต้องห่วงเพราะแบซอหยิบเอานิสัยพี่อั๋นมาใช้ด้วย สุดท้ายแล้วเล่าให้ตายยังไงน้องก็ยังไม่เชื่อว่าพี่อั๋นจะเป็นคนแบบนั้นอยู่ดี

อดีตสมาชิกวังบุปผา
๑ พฤศจิกายน ๕๘

ปิดการแสดงความเห็น