ตาดตาภู่ ปี ๓๙

11330024_10153280644845485_6061300404822931838_nเดือนกุมภาพันธ์ ป่าพื้นล่างเต็มไปด้วยใบไม้แห้งสีน้ำตาล สีเหลืองและสีแดงสลับกันไป เมื่อแหงนมองขึ้นไปข้างบนจะพบสีเขียวของใบไม้ที่ไหวไปมาตามแรงลมและสะท้อนแสงจากดวงตะวันระยิบระยับ ดูเหมือนดาวในเวลากลางวัน เราเดินหันหน้าให้แดด ดวงตะวันอยู่ทางซ้ายมือ เมื่อตอนขาไป
ที่นี่เมื่อปีที่แล้ว เราได้พากลุ่มนักเรียนกาชาด ซึ่งมีพี่จิ๊บ พี่หนุ่ย มาผจญภัยแล้วครั้งหนึ่ง จำได้ว่าเราเจอขี้ช้างควันยังกรุ่นอยู่ มีรอยเท้าช้างหลายสิบตัวที่ย่ำลงโคลนผ่านหน้าเราไปไม่ถึงชั่วโมง
ลุงแดงยังคิดอยู่ในใจว่า “เราน่าจะแกะรอยช้างป่าเล่นกันสักหน่อย น่าจะสนุกดี อะไรเล่า มันจะสนุกสนานเท่ากะโดนช้างป่าไล่กระทืบ”  พอคิดได้ดังนั้นแล้วก็เลยนิ่งไว้
วันนี้เมื่อปีที่แล้ว ป่ามันชื้นกว่านี้ ยังมีทากหลงเหลือไว้ไต่แข้งขาพวกเราบ้าง แต่ดินฟ้าอากาศมันเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกปี วนเวียนไปไม่เหมือนเดิม บางปีแล้งจัด บางปีดอกไม้ป่าสวยมาก บางปีมีนกมากมายหลากหลายชนิดให้เห็น ปีนี้ประดาน้องใหม่กาชาดกลุ่มพี่หมวย พี่น้อง ไม่ได้ติดตามมาด้วย ได้ยินว่าติดงานออก
หน่วยพยาบาล จึงมีเพียง กลุ่มน้องทันตภิบาล พี่หนึ่ง พี่แอน พี่เปิ้ล พี่กุ๊กไก่ และพี่จิงเป็นหัวหน้า
กลุ่ม รวมกับกลุ่มนักเรียนพยาบาลสมเด็จพระราชชนนี โคราช พี่เดือน พี่ทิพย์ พี่แต๋ว และพี่อ้อย
นอกนั้นเป็นพี่ๆ นายพรานนำทางทั้งหลาย รวมแล้วนับได้สิบแปดคน ก็เดินกันจนป่าโล่งนั่นแหละ11407053_10153280644260485_2223539816852535380_n
ไม่มีเสียงคุยกันเลยทั้งขาไปและขากลับ เราเดินกันไปเงียบๆ หนทางไม่ลำบากนัก ผ่านคลองหลายคลอง พอผ่านคลองแรกก็ได้ยินเสียงนกหัวขวานสี่นิ้วหลังทองมันร้องลั่น ไม่รู้ว่ามันตกใจที่เห็นเราหรือเห็นหมี รู้แต่ว่ามันร้องตามประสามัน ที่นั่นมีต้นไม้แห้งยืนต้นอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงในป่าดงดิบนี้ คงจะเป็นบ้านของมัน ป่าแถบนี้เป็นป่าดิบชื้น แต่ในฤดูนี้มันสลัดใบทิ้งซะเยอะ ความงามของป่าอยู่ตรงที่แล้วแต่ ใครจะมองเห็น
11390370_10153280644535485_1535001445443975699_nใบไม้แห้งที่ร่วงพื้น ดูดั่งผืนพรมบนพื้นป่า เป็นพรมที่หลากหลายสีสันทั้งแดง เหลือง ส้มและ
น้ำตาล นอกจากนี้ยังมีเถาวัลย์ที่บิดตัวไปมา รวมทั้งที่ทิ้งตัวลงมาเฉยๆ เหมือนเส้นเชือกห้อย
ย้อยระโยงระยาง ระยึกระยือ
11214105_10153280650500485_2776476540405743270_nสมัยเป็นเด็ก ลุงแดงชอบมากที่ได้คิดว่าตัวเองเป็นทาร์ซานแล้วก็วิ่งซุกซนไปในป่าละเมาะข้างบ้าน แต่วันนี้ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นทาร์ซาน เพราะถ้าอยากเป็นทาร์ซานก็ต้องนุ่งกางเกงในตัวเดียว แล้วมันคงเป็นภาพที่สุดแสนอุบาทว์มากเลย ลองนึกดูว่า ถ้าลุงแดงนุ่งกางเกงในตัว
เดียวเดินป่าแล้วทั้งตัวพะรุงพะรังไปด้วย กระเป๋ากล้อง ขาตั้งกล้อง หนังสือดูนก กล้องสองตา รวมทั้งสมุดบันทึกและอื่นๆ อีกด้วย จะดูอุบาทว์ขนาดไหน เฉพาะแค่เฟอร์นิเจอร์ที่ทั้งแบกทั้ง หามเต็มตัวอยู่นี่ หากคนที่เขาเป็นนักดูนกหรือเป็นนักถ่ายภาพมือโปรมาเห็นเข้าก็คงนึกเวทนาให้ไม่น้อย ทำไงได้นี่ไม่ใช่ทำเพื่ออวดใครนะแต่อารมณ์มันเป็นงั้นเอง ก็มือใหม่นี่ ยอมรับเลย เฟิร์นที่ขึ้นอยู่ตามคบไม้ยังคงอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้บางต้นยังมีมอสเกาะอยู่แน่นหนา ถึงจะไม่เขียวเข้มเหมือนในฤดูฝนก็เถอะ เสียงไก่ป่า ร้องเมื่อเดินข้ามไปอีกคลอง คลองที่ส่วนใหญ่ในป่าดงดิบนี้มีน้ำแห้งเหือดแล้ว ไอ้ที่ไม่มีป่าดงดิบ ต่อไปน้ำจะแห้งไหม ในเมื่อในป่านี้ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธารน้ำยังแห้งหาย นกกระรางหัวหงอก ทั้งฝูงส่งเสียงเจี้ยวจ๊าวลั่นป่า นกชนิดนี้จะหากินเป็นฝูงอยู่ไม่ไกลจาก
แหล่งน้ำ ตัวมันอ้วนๆ ขนที่คอที่หัวสีขาวปุกปุยหาดูยากเพราะมันเป็นนกป่า ก็มีคนเอามาเลี้ยง
เหมือนกัน ไม่รู้ทำไม มันเคยอยู่ป่า มีเพื่อนเป็นสิบยี่สิบตัว ไปไหนไปด้วยกัน กินไหนกินด้วยกัน
แต่ถูกจับขังเดี่ยวบ้าง ขังรวมบ้าง ข้อหาเกิดมาสวย
11390296_10153280651105485_4194195770204923868_nเรามาถึงที่พักราวบ่ายแก่ๆ นี่ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้นะว่ามันคือที่พัก เพราะรอบๆ บริเวณก็เห็นมี แต่ต้นไม้น้อยใหญ่ มีห้องน้ำกั้นฝาด้วยหมู่ไม้และติดแอร์ธรรมชาติ มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน ที่พัก
ด้วย โอ นี่มันรีสอร์ทดีๆ นี่เอง(ประชด) ใครนะบอกว่า ที่นี่มีเซเว่นและร้านกาแฟสดด้วย กองไฟวาววามในคืนค่ำ เสียงดนตรีนุ่มนวลจากกีต้าร์และบทเพลงของการต่อสู้ รวมทั้งเสียงตะโกนของคนรักป่า ทำให้รำลึกถึงบรรยากาศของค่ำคืนเก่าๆ ในทุกป่าบนเขาใหญ่ที่ผ่านมามิรู้เลือน แต่คืนนี้ไม่ใช่ ทั้งที่บทเพลงแบบเดิมๆ ยังคงไพเราะ แต่อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปได้เสมอ ยกเว้นเหล้าซึ่งยังคงขมอยู่เหมือนเดิม จิบเหล้าร้อนๆ แล้วตบตูดด้วยกาแฟอุ่นๆ เคยไหม บางทีพี่หน่องโมโหว่า “อะไรกันวะ กูซาบซึ้งกับเสียงเพลงอยู่คนเดียวเนียะ คนอื่นไม่มีใคร อินเลยรึไง”   ลุงแดงก็ว่า “โถ ก็พี่หน่องเล่นเพลงที่ตัวเองอยากจะเล่น แล้วลุงแดงอยากฟังเพลงที่ตัวเอง ก็อยากจะฟัง มันก็ซาบซึ้งกันคนละทีก็ถูกแล้วนี่”11391213_10153280651255485_2601876856385475941_nบางทีลุงแดงอยากจะฟังเพลงที่เคยฟัง ถึงแม้จะซ้ำซากยังไงก็ยังอยากจะฟัง แล้วก็จะรู้สึก
ซาบซึ้งมากทุกทีที่ได้หวนรำลึกถึงวันบ๊วยเค็มเก่าๆ ว่าบรรยากาศนี้ต้องเพลงนี้ แต่พี่หน่องไม่รู้
หรอก ก็เล่นเพลงที่อยากจะเล่นต่อไปเถอะ ลุงแดงจะฟังเสียงใบไม้ เสียงลม เสียงน้ำไปก็ได้
ที่ข้างกองไฟ ลุงแดงอยากจะเมาคักๆ กับพี่จรวย แต่สังขารที่ร่วงโรยนี้มันชักจะเหมือน
ใบไม้แห้งเข้าไปทุกที พี่จรวยเป็นคนคุยสนุกสนาน มีข้อคิดดีๆ แต่มักคุยกันไม่ได้นานเพราะต่าง
คนก็ต่างเมากันอยู่เรื่อย
11391561_10153280651245485_3986081298746110940_nคืนนั้น อากาศหนาวเหน็บ เดือนขึ้นเมื่อยามดึก เสียงดนตรีอันไพเราะนั้นขาดๆ หายๆ ในความรู้สึกของลุงแดง ทั้งที่พี่หน่องก็พยายามจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด หน้าที่เวรยามหยิบฟืนใส่ไฟและใช้เสียงดนตรีขับไล่ความเงียบงันรวมทั้งผองภยันตรายจากสัตว์ป่าอย่างเสือ ช้าง
ยกเว้นหริ่งเรไร แต่พวกเราก็มักชิงหลับกันซะทุกคน
ลุงแดงหลับๆ ตื่นๆ จึงเหมือนเสียงดนตรีนั้นขาดๆ หายๆ ส่วนพี่จรวยหลับยาวไปตั้งแต่หัวค่ำ ฟืนคงถูกซุกแล้วซุกอีก อยู่ๆ ลุงแดงตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงพี่หน่องมันระเบิดหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง
“ไอ้เดือนตดดังป้าด” พี่หน่องบอกทั้งที่ยังหัวเราะ
ลุงแดงไม่ได้ยินกะหู พี่เดือนจะตั้งใจหรือเปล่า อันนี้สุดจะเดา แต่ถ้าขมิบเอาไว้บ้างมันคงจะ
ดังแค่ แป๊ด ลุงแดงถึงบอกว่า อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ในยามค่ำคืน
“นะพี่เดือนนะ”
“เดือนเปล่าตดนะลุงแดง พี่หน่องตดแล้วมาโทษเดือน” พี่เดือนยิ้มขวยอายแบบหมดทางสู้
11393205_10153280649250485_9116721399078053248_nเช้าวันรุ่งขึ้น ในวันเดินทางกลับ ระหว่างรอให้เด็กๆ ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเช้า การเตรียมเสบียงและจัดเก็บข้าวของ ลุงแดงฉวยโอกาสออกไปสำรวจป่าโดยรอบที่พัก ได้รู้จัก นกคัดคูเหยี่ยวใหญ่ เป็นครั้งแรก ตัวมันโตเท่านกกระปูดใหญ่ได้มั้ง ดูมันค่อนข้างจะเชื่องช้า
ตากลมโตสีเหลืองคล้ายเหยี่ยว แต่ปากไม่ใช่ นอกจากนี้มีนกปรอดเหลืองหัวจุก นกเขียวคราม นกแซงแซวหางปลา และที่น่าสังเกตคือนกจาบคาหัวสีส้มยังคงเกาะที่กิ่งไม้แห้งกิ่งเดิมเหมือนเมื่อปีที่แล้ว โขดหินที่กลางน้ำนั้นมีต้นไม้เล็กๆ ประดับอยู่มองเห็นเงาสะท้อนในน้ำ นกกะเต็นน้อย หลังสีน้ำเงิน พุ่งไปที่ตอไม้ไกลออกไปแล้วเกาะนิ่ง กางเขนน้ำสองตัวกระโดดหมุนตัวไปมาแล้วบินไป
ทางนั้นทีทางนี้ที นกเด้าลมเหลือง ดูแปลกกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น วันนี้มันเกาะอยู่บนต้นไม้สูงทำยังกะนกปรอดเหลืองหัวจุก และที่ไกลออกไปจนเกือบสุดโค้งน้ำ มีต้นไม้ตายขนาดใหญ่ทอดเป็น สะพานข้ามฝั่งคลอง เงาของแสงตะวันทำให้มันดูเด่นมากและแล้วนกยางกรอกตัวนึงบินมาเกาะนิ่ง
11224823_10153280655655485_489254848226678202_nการเดินทางขากลับ นี้ดูมันเหนื่อยซะจริง ลุงแดงยังคงเดินเอื่อยอยู่ปิดท้ายขบวน ปล่อยให้ พี่จรวยทำหน้าที่เดินนำหน้า ส่วนน้องๆ ทันตภิบาลจ้ำเอาๆ คงอยากให้ถึงที่หมายโดยเร็วเพื่อจะได้พักยาว เวลาเดินป่าผู้คนส่วนใหญ่ก็มักคิดอย่างนี้ ถึงคลองน้ำที่น้ำใสเย็นเจี๊ยบ ก้นคลองแลเห็นก้อนกรวดเม็ดโตๆ ดูเหมือนใครเอาก้อนน้ำแข็งมาใส่ไว้ในลำธารนี้ เพียงแต่ว่ามันเป็นก้อนน้ำแข็งที่มีสีสันหลากหลาย พี่จรวยชี้ให้ดู นกหัวขวาน ที่เกาะบนต้นไม้แห้งไกลออกไป ลุงแดงดูในกล้องสองตามันเหมือนกะตัวที่ได้เห็นที่ตาดตะภู่ เมื่อวานนี้ แต่วันนี้เห็นรายละเอียดได้ชัดเจนมากกว่า จึงได้รู้จักนกชนิดใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิด มันคือ นกหัวขวานด่างท้องดำ กำลังจัดแจงถ่างขาตั้งกล้องยังไม่ทันเสร็จมันก็บินหายไป แต่เมื่อหันหลังกลับมาก็เจอรอยเท้าเสือขนาดเท่าถ้วยใบใหญ่ ความคิดอยากแกะรอยเท้า เสือก็ปุดขึ้นอีก ที่กล้าคิดนี่ก็11426199_10153280654755485_2738894670007599514_nเพราะรอยเท้าที่ว่านี้เป็นรอยค่อนข้างเก่า พอคิดได้ดังนั้น ลุงแดงก้มลงแกะรอยเท้าเสือทันที ติดตามไปทีละรอย มีรอยเท้าของหมูป่าด้วย เสือคงจะตามรอยฝูงหมูป่าไป หมูป่าฝูงนี้คงจะมีหลายสิบตัวเพราะรอยเท้าและร่องรอยที่มันขุดดินเอาไว้มีอยู่ทั่วบริเวณ วิธีการของเสือก็คือ ต้อนหมูป่าสักตัวออกมาจากฝูงแล้วก็จัดการ ยังมีรอยเท้ากวางที่ใหม่กว่าย้ำลงไปในรอยเดิม ลุงแดงตามไปทีละรอย แต่ต้องตกใจเมื่อ เงยหน้ามาเจอพี่หนึ่ง สมาชิกในกลุ่มทันตภิบาล แหม หากเงยหน้าขึ้นมาเจอเสือก็ไม่รู้จะทำไง นอกจากยกมือไหว้ทักทาย สวัสดีครับพี่เสือ ในที่สุดเลยเวลาอาหารกลางวันไปตั้งนานแล้ว เมื่อตอนที่เราออกมาถึงอาคารเรือนกระจก
11412243_10153280655130485_2637724691032133030_nลุงแดงทั้งหิวทั้งเหนื่อย คนอื่นๆ ก็นั่งหน้าบอกบุญไม่รับกันทุกคน ใครคนหนึ่งในกลุ่มน้องทันตภิบาลถามว่า
“เราต้องเดินไปต่ออีกมั้ยคะ”
ลุงแดงก็แกล้งว่า “เดี๋ยวน้องๆ เดินไปรอที่มอสิงโตนู้นนะ แล้วลุงแดงจะขับรถไปรับ”
“จริงเหรอ”  แน้ ดูมันเป็นจริงเป็นจัง
แต่ด้วยความที่ห่วงใยว่าน้องๆ จะคอแห้ง ก็เลยต้องมีการปลอบใจ ให้กำลังใจกันหน่อย ลุงแดงจึงต้องแจกสมุนไพรที่ปั้นเป็นลูกกลอนสำเร็จแล้วให้คนละเม็ด เกินนั้นก็ไม่ได้เพราะมันมีน้อย มันจะไม่ทั่วถึงทุกคน
“อมไว้สักครู่ ดื่มน้ำตามจะชุ่มคอ น้ำจะเย็นเจี๊ยบเลย” ใครคนหนึ่งเสริมขึ้นว่า นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไข้ป่ามาลาเรียด้วย แต่ทีนี้มีบางคนบ่นว่าอมแล้ว ไม่ยอมละลาย ทำไงดี เคี้ยวซะเลย แต่ก็มีบางคนยังคงอมไว้ จนกระทั่งกลับลงมาถึงบ้าน ก่อนจะขึ้นรถ พี่จิงเดินเข้ามาหาลุงแดงแล้วว่า “อาจารย์คะ ขออีกสองเม็ดค่ะ”
ลุงแดงรู้สึกบาปมากเลยตอนนั้น “ก็ได้ ก็ได้ มันเหลืออีกไม่กี่เม็ด อยู่กะพี่หน่องนั่น อมกัน
ให้สนุกนะ หมดก็ไม่เป็นไร ช่างลุงแดงเถอะ”11416191_10153280648770485_7992230621780614055_nเสียงเพลงจากใบไม้ในป่า และดนตรีของพี่หน่องเป็นมนต์เสน่ห์แห่งป่า เป็นความทรงจำว่า
ครั้งหนึ่งที่นี่ เป็นอย่างนี้ สงบ เงียบ งาม ห่างไกลผู้คน มีเรื่องราวเล่าสู่กันฟัง มีความรักความ
ห่วงใย และเอื้ออาทรต่อกัน เมื่อได้ยินเพลงนี้อีกครั้ง ในวันใด ที่ไหน เราคงจะอดคิดถึงกันไม่ได้ แม้ภายหลังจะรู้ว่าถูกหลอกให้เดินวนเวียนหลงป่า(บางทีหลงจริง รู้นะ) ถูกหลอกให้อมและกินขี้กระต่าย (เป็นใครก็คงแค้น) แต่ลุงแดงเชื่อเสมอว่า ไม่ช้าคงมีใครสักคนโหยหาและหวนคืนมาที่นี่อีก..เขาใหญ่
จากสมุดบันทึก ฅนรักษ์นก
“คุณพ่อ ลุงแดง” บ้านฅนรักษ์นก
๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙

ปิดการแสดงความเห็น