ผัดกะเพราสมอปูนพิเศษ ไข่ดาวยางมะตูมด้วยนะ

ผัดกะเพราที่หนึ่งเจ๊:
IMG_8299แม้ว่าจะย่างเข้าเดือนตุลาคมแล้ว แต่ฟ้าก็ยังไม่หมาดฝนอย่างเช่นเคยที่ผ่านมา ฝนยังคงค้างปลายยอดหญ้า แต่ภาระกิจประจำปีของเรายังคงดำเนินไปเหมือนเดิม บอกเลยว่าโลกรงโลกร้อนทำอะไรเราไม่ได้ (ก็จะไปอ่ะ) รอบนี้แปลกกว่ารอบอื่นหน่อยที่ฉันแปรไปเข้ากับพรรคพี่หวาน แทนที่จะเป็นพรรคมารของลุงแขก ฉันรอนายโต๋และยัยติ๋วมารับ รอแล้วรอเล่าทั้งสองก็ยังไม่มา พอโทรศัพท์ดังปุ๊บ ปลายสายบอกว่าใกล้จะมาถึงแยกนเรศวร จุดนัดพบของเราแล้ว แฟนคลับหอยทอดอย่างฉันจึงรีบสาวเท้าไปสั่งหอยทอดเจ้าอร่อย และฝันว่าจะได้ไปแกะหอยทอดกรอบๆ ร้อนๆ กินสบายใจเฉิบ รอแล้วรอเล่านายโต๋กับยัยติ๋วก็ยังไม่มา เพราะปรากฏว่าทั้งสองคนยังไปเดินซื้อของที่ตลาดนัดแยกนเรศวรต่ออีก ด้วยความโมโหหิว พอเจอกันฉันจึงต่อว่าสองแสบไปว่า “ทำไมให้รอนานจัง พี่รอจนหอยเหี่ยวหมดแล้ว” อารมณ์หิวขึ้นหน้า ประโยคของฉันจึงถูกตัดทอนไปนิดหนึ่งและลืมคิดไปว่ามันจะแปลความหมายเป็นอย่างอื่นเสีย ประโยคนี้เลยกลายเป็น คำล้อเลียนผู้หญิงสวยและบอบบางอย่างฉันไปตลอดทั้งทริป (โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม T_T)
IMG_8331ผัดกะเพรา เป็นอาหารสิ้นคิดที่ไม่ว่าโอกาสไหนเราก็สามารถกินได้ เช่นเดียวกันทริปสมอปูนที่เรามาซ้ำแล้วซ้ำเล่าและก็จะยังมาซ้ำทุกๆ ปีไม่มีเบื่อ คิดไม่ออก ไปสมอปูน แต่ทริปสมอปูนปีนี้ถือเป็นปีพิเศษที่เราได้รับเกียรติจากคุณพ่อของพี่อั๋นมาร่วมด้วยพร้อมกับเป็ดตุ๋นหอมๆ (ตอนกินไม่รู้ว่าเนื้อหายไปไหนหมดเพราะฉันได้กินแค่ตูดกับปีก) ครั้งนี้คงจะเหมือนกับหลายๆ ครั้งที่เรามากันเพราะเส้นทางก็เส้นเดิม พักกินกาแฟก็ที่เดิม กิจกรรมที่ทำก็เดิมๆ หากแต่ว่าเพื่อนร่วมทางที่เปลี่ยนไป คนนั้นคนนี้สับเปลี่ยนหมุนวนมาให้เราได้เรียนรู้เพื่อนใหม่ๆ ขณะเดียวกันเราก็เรียนรู้เพื่อนเก่าๆ ของเราได้มากขึ้นด้วย
Oh! my goodness. ขอกระแดะใช้คำฝรั่งเสียหน่อยเพื่อแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่แท้จริงของฉันในตอนนั้น เมื่อเท้าที่เมื่อยล้าสาวถึงช่องฮอลล์ (ขออนุญาตตั้งชื่อช่องเขาสุดท้ายตรงสันสมอปูน) ลมก็พรั่งพรูพัดความเย็นวูบปะทะหน้า ฉันสูดหายในหนึ่งเฮือก ความเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้งเหมือนในโฆษณาฮอลล์ กินฮอลล์แล้วสดชื่นนนนน…. พลันมีแรงเดินต่อทันที นี่ไงความวิเศษของช่องฮอลล์ของฉัน ที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นอีกคือ ฉันมาถึงสันก่อนพระอาทิตย์ตก (ในใจคิดว่า เฮ้ย! เป็นไปได้ไง) เพราะปกติแล้วมาถึงทีไรก็หน้ามืด มองซ้ายมองขวาก็มืดไปหมด ก็ขบวนลุงแขกมักยืดเป็นชีสนี่หน่า
IMG_8353เนื่องจากครั้งนี้มีทีมอื่นๆ ขึ้นมาเที่ยวสมอปูนด้วย เราจึงไม่ได้พักอยู่ที่สระอโนดาตเหมือนเช่นเคย เราพักเลยไปอีกที่ “ซับกระถิน” พอวางเป้เท่านั้นแหล่ะอยากจะเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาเกาหลีทันทีว่า “คลองดงยุงชุม” ทั้งนี้ทั้งนั้นความง่วงก็ชนะอุปสรรคทั้งปวง กองไฟถูกจุดขึ้น ผ้าใบถูกปูและขึงเป็นที่กันน้ำค้างภายใต้ร่มไม้ กีตาร์ขับกล่อมเคล้าเสียงน้ำไหล โลกเล็กๆ ของเราบรรเลงอยู่กลางพงไพรที่เงียบสงัด คร่อก…ก ฟี่…
DSC_0053สายวันใหม่ เราได้รับบัญชาจากหัวหน้าทริปให้ย้ายที่พักอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ทุกคนสะดวกในการใช้น้ำ เป้พร้อม คนพร้อม เราย้ายแคมป์จากดงยุงชุมสู่ “คลองฟันปลา” ฉันสบายใจขึ้นเยอะเลย เพราะที่นี่มีน้ำอย่างบึ้ม อ่างน้ำขนาดใหญ่พร้อมลานเหล้าใต้ร่มไม้ ลานหินสำหรับล้างถ้วยชาม และน้ำตกสำหรับแช่ให้ชุ่มปอด รอบๆ ที่พักยังมีดอกไม้น้อยใหญ่ให้เราได้บันทึกภาพกันยามว่าง โคลงเคลงเอย ม้าวิ่งเอย หงอนนาคเอย สร้อยสุวรรณาเอย ดุสิตาเอย  พวกเธอมาตามสัญญาเหมือน ทุกๆ ปี เพียงแต่ว่าบางส่วนอาจหายหน้าหายตาไปบ้างเหมือนพวกเรา
สองคืน ที่เราได้พักกันที่นี่ ทำให้ฉันได้รู้สึกถึงความผ่อนคลายจากการทำงานมาตลอดหลายเดือน เป็นสองวันที่คุ้มค่า ขอแค่ได้กอดหิน กอดน้ำ รู้สึกถึงความมีตัวตนของลม ดินและแดดบ้าง มนุษย์จะต้องการอะไรไปมากกว่ากว่านี้อีกเล่า มนุษย์กล่องแอร์อย่างฉันก็อยากแหกกล่อง ป้องหูจากเสียงไลน์จากเจ้านายที่เอาแต่สั่งงาน และชีวิตเดิมๆ ที่เริ่มจันทร์ถึงศุกร์ ห้องไร้ขอบเขตแห่งนี้คงให้อิสระฉันที่จะคิด ทำและฝันได้มากกว่าDSC_0413จะเจาะไข่แดงแล้วนะ:
ในวันสุดท้ายของทริป แสงตะวันเริ่มแยงตา เราทุบหม้อข้าวราวเตรียมรบ ทั้งที่อันที่จริงเราเพียงจะกำจัดสำภาระสำภารกก่อนการคลานสี่ตีนลงเขาต่างหาก หลังจากเดินออกมาจากที่ตั้งแคมป์ได้เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เรามาหยุดชมทุ่งดอกหงอนนาคละลานตา ที่นี่ล่ะที่ไฮไลท์ของเราเริ่มขึ้น ถ่ายรูปได้เพียงไม่กี่ภาพ ฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พวกเรารีบเก็บกล้องกันแทบไม่ทัน เราจำเป็นต้องเดินต่อ สักพัก ฝนก็หยุด แดดก็ออก เราเดินไปเรื่อยๆ กะว่าจะหยุดพักสักนิด DSCF0775ฝนก็ตกเหมือนไล่พวกเราให้เดินต่อไป ตอนนี้ทุกคนเปียกปอนชุ่มฉ่ำเท่าๆ กัน เราคิดจะไปพักที่สระอโนดาต แต่ฝนรึก็ไม่อนุญาตรานั่งพักบนพรมมอสนุ่มๆ ไม่ก็ลานกิน นั่งไป คุยไป กินเหล้า สูบบุหรี่ปุ๋ยๆ ราวกับว่าไม่รู้สึกรู้สาต่อฟ้าฝน ฉันเองก็รู้อย่างนั้นจริงๆ บทสนทนาเฮฮาพาให้เราลืมเรื่องเปียกฝน เปียกก็คือเปียก แต่เดี๋ยวมันก็แห้ง เหมือนเวลาที่เรามีปัญหา เราเลี่ยงปัญหานั้นๆไม่ได้ ทำได้แต่เพียงเผชิญกับมัน มันมาได้มันก็ไปได้ เมื่อปัญหาแห้งไป ทุกอย่างก็ยังดำเนินต่อไปตามปกติ เพียงแต่ว่าระหว่างเวลาที่เรามีปัญหานั้นเรายังยิ้ม หัวเราะกับมันได้อยู่หรือเปล่าเท่านั้นเองDSCF0786การเดินกลับครั้งนี้น่าตื่นตาตื่นใจกว่าครั้งไหนๆ เพราะเส้นทางที่เคยเดินผ่านช่วงเดือนตุลาคมในปีก่อนๆ มักจะแห้งไปแล้วเพราะเป็นรอยต่อของหน้าหนาว แต่ปีนี้ยังคงมีฝนหลง ลานหินกลายเป็นธารน้ำ ร่องน้ำแห้งก็เติมเต็มไปด้วยน้ำฝน ธารที่เราเคยรองน้ำกว่าจะเต็มก็มีน้ำให้ใช้เหลือเฟือ หน้าผาที่เคยมีแต่น้ำรินเลาะผา ก็กลายเป็นน้ำตกน้อยๆทะยานตกลงสู่เบื้องล่าง ละอองน้ำขาวพราวตัดกับผาหินทะมึนและความเขียวชอุ่มของป่าเบื้องล่าง
DSC_0340เหมือนทุกๆ ครั้งที่เราต้องแวะคลองต้มกาแฟเพื่อเติมพลัง ฉันชอบเวลาแบบนี้ ใครมีอะไรแอบไว้ตามซอกกระเป๋าก็จะเอาออกมาแบ่งกันแบบไม่มีกั๊ก เมื่อทุกคนอิ่มหมีพีมัน เราก็มุ่งหน้าสู่ทางออก สองข้างทางมืดลงๆ แต่ท้องไส้ฉันมันปั่นป่วนพิลึก ฉันพยายามจะควบคุมอาการ แต่เหมือนมันจะสาหัสเกินไป สั่งหยุดขบวนทันใด เพราะฉันต้องรบ รบคนเดียวท่ามกลางความมืดมันน่ากลัวมิใช่น้อย ขอบใจน้องใหม่ที่มาเป็นเพื่อแม้ไม่ได้ร่วมรบ คราวหน้าคงต้องระวังมากกว่านี้ รอดมาทั้งทริป มาตกม้าตายเพราะปลาส้มชิ้นเดียว อ๊ากกกกก….
DSC_0604ทริปผัดกะเพราพิเศษ ไข่ดาวยางมะตูมของเรา มันไม่เคยเป็นทริปธรรมดาๆ เลยสักครั้งในความคิดของฉัน เพียงแต่เป็นทริปที่เป็นสัญญาทางใจว่าเราจะได้มาพบเจอกัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หยอกล้อ ด่าทอพอหอมปากหอมคอ ในแต่ละปีความพิเศษก็จะแตกต่างกันไป มีเรื่องราวกลับมาเล่าให้กันฟังไม่มีเบื่อ ปีนี้หรือปีต่อๆไปฉันก็ยังจะสั่งกะเพราพิเศษ ไข่ดาวยางมะตูม แล้วปีหน้าความพิเศษจะเป็นอะไรน้า…..^_^
มอร์ (๑๗ ธ.ค. ๕๗)

ปิดการแสดงความเห็น