ทริปนี้ที่สมอปูน ๓ คืน ๔ วัน

DSCF0097นับเป็นการเดินทางที่ได้มาแบบฟลุ๊คๆ อันดับแรกต้องขอบคุณ ลุงแขกแล้วก็พี่นิม เป็นอย่างยิ่งที่ให้ติ๊กไปรวมทริปเดินป่าที่แสนโหดในครั้งแรกของชีวิต อย่างที่ว่าการได้มาแบบฟลุ๊คๆ คือเนื่องจากเป็นวันหยุดยาว หลายวัน เพื่อนติ๋ว ก็เลยชวนเข้าไปเดินป่า ไอ้เราก็ตอบไปแบบเล่นๆ ว่า “ไปดิ” เพราะคิดในใจว่ายังไงก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปอยู่แล้ว เพื่อนติ๋ว ก็เลยจัดการทักเฟสบุ๊คพี่นิม เพื่อขอไปเดินป่า ในใจเราก็ลุ้นว่าจะได้ไปรึเปล่าวะ สุดท้ายพี่นิมก็โทรกลับมา ถามเรื่องไปเดินป่า เพื่อนติ๋วก็เลยบอกว่ามีติ๋วกับติ๊กนะ ไปด้วยได้เปล่า พี่นิมก็คงปรึกษากับลุงแขกสักพัก ก็ได้คำตอบที่ว่า “ได้ มีแค่ ๒ คนสุดท้ายใช่ไหม” พอได้ยินคำตอบเท่านั้นแหละ ถึงกับเงิบแป๊ป ไม่คิดว่าจะได้ไป…
เนื่องจากมีเวลาเตรียมตัวน้อยและด้วยความที่ไม่เคยไปเดินป่าหลายๆ วัน ก็เลยไม่รู้ต้องเอาอะไรไปบ้าง กระเป๋าก็ไม่มี แล้วก็เป็นเพื่อนติ๋วอีกแหละที่จัดการหากระเป๋าให้ หลังจากนั้นก็จัดกระเป๋าเก็บของ ติ๋วบอกว่าเอาเสื้อผ้าไปไม่ต้องเยอะนะ ติ๊กก็จัดเต็มเลยจ้า จัดเสื้อผ้าไปแบบเบาๆ นะ แต่รู้สึกว่าจะเต็มกระเป๋าเลยค่า ติ๋ว เห็นกระเป๋าแล้วบอกว่า “ติ๊กยังต้องใส่ของส่วนกลางอีกนะ” เริ่มรู้สึกต้องเอาออกละ
IMG_8301วันพุธสำหรับการเดินทางไปปราจีน(ขับมอเตอร์ไซค์ไป ๒ สาว) ระยะเดินทางเกิดเหตุไม่คาดคิดคือ รถยางรั่วจ้า แต่โชคดีของเรา ไปที่มีร้านซ่อมรถอยู่ไม่ไกล เรามาถึงปราจีนประมาณเกือบ ๖ โมง  เราก็ได้แวะไปบ้านติ๋วก่อนจะไปบ้านกลุ่ม พอถึงบ้านกลุ่มเราก็พบว่ามี พวก โต๋ ก๊อท น้องใหม่ น้องลูกหมี รอเราอยู่เพื่อที่จะไปซื้อเสบียงมาไว้สำหรับเดินป่าวันพรุ่งนี้ พอติ๊กกับติ๋วเก็บของที่เอามาเข้าบ้านกลุ่มเสร็จ พวกเราก็พากันรีบไปหาซื้อของเพราะเราต้องซื้อของสดกลัวจะไม่มีที่ซื้อ และคนที่พาไปก็คือนายโต๋ นั่นเอง ระหว่างทาง ติ๋วกับน้องใหม่ก็ได้มีการคิดเมนูว่าจะทำอะไรกินกันดี พอมาถึงตลาดสดพวกเราทุกคนก็ช่วยกันซื้อของพวกเราเดินซื้อของกันได้สักพัก โต๋ ก็บอกว่าเดี๋ยวจะเดินไปหาพี่มอร์ ที่โลตัสนะ โต๋เดินไปหาสักพัก ก็เดินกลับมาพร้อมกลับพี่มอร์ พี่มอร์มาพร้อมกับประโยคที่ว่า “ซื้อIMG_8316กันนานจังพี่รอจนหอยเหี่ยวแล้วเนี่ย” (และนี่คือครั้งแรกที่ได้เจอพี่มอร์ พร้อมกับประโยคเด็ดๆ) พอซื้อของกันเสร็จ(ตรงนี้ฮาจริง) เรื่องมีอยู่ว่า ตอนกลับน้องหมีกับน้องใหม่แวะซื้อของ แล้วระหว่างรอน้องๆ ซื้อ ติ๋วก็บอกให้โต๋ ไปซื้อถุงกะยางรัดของ พอโต๋ ซื้อเสร็จก็เดินกลับมาที่รถเอาของที่ซื้อมาให้แล้วก็เดินไปหา น้องใหม่กะน้องลูกหมีที่ร้านซื้อของ โดยที่ไม่ถามใครสักคำ ผลคือน้องใหม่กะน้องลูกหมีซื้อของเสร็จแล้ว เดินมานั่งรอในรถแล้ว พอโต๋เดินเข้าไปในร้านมองหาน้องๆ ไม่เจอ พวกเราที่มองโต๋ อยู่ก็พากันขำ และงง กับการกระทำของนายโต๋ ระหว่างที่โต๋จะเดินออกจากร้านนั้นเอง สุนัขเจ้ากรรมที่อยู่หน้าร้าน เห่าโต๋จ้า เห่าไม่หยุดด้วยนะ เจ้าของร้านต้องออกมาไล่ให้ โต๋ถึงกล้าเดินกลับมาที่รถ พร้อมกับเสียงหัวเราะแบบสะใจของพวกเรา ฮ่าๆๆ
เดินทางกลับถึงบ้านกลุ่มประมาณเกือบ ๓ ทุ่มมาถึงก็เจอพี่หวานนั่งรออยู่ที่บ้านแล้ว พวกเราก็ช่วยกันขนของลงรถ พอเอาของทั้งหมดมารวมกันเท่านั้นแหละถึงกับตกใจแป๊ป!!! คิดในใจจะแบกกันหมดไหมเนี่ย??? นั่งคุยกันสักพัก ก็ถึงเวลาต้อง เอาไก่เอาหมูที่เป็นของสดมารวน กันจะเสีย แต่คือแบบว่าเตาแก๊สปิกนิกที่บ้านกลุ่มไม่อยู่ ติ๋วก็เลยตัดสินใจเอาหมูและไก่กลับไปรวนที่บ้าน(ต้องขอบคุณพี่หวานด้วย ระหว่างที่ไปรวนหมูและไก่ที่บ้าน ติ๋วพี่หวาน ก็นั่งร้อยสายเปลให้เรา) รวนหมู รวนไก่ เสร็จก็กลับมาเก็บของที่บ้านกลุ่ม ใส่กระเป๋าเป็นบางส่วนก่อน ติ๋วก็จัดการเอาของใส่กระเป๋าโต๋กับก๊อทใส่ให้แบบจัดเต็ม เห็นแล้วถึงกับอึ้งเลย พอติ๊กลองยกดู บอกเลยว่ายกไม่ขึ้น หลังจากนั้นพวกเราก็พากันอาบน้ำและก็แยกย้ายกันนอน เพราะต้องตื่นเช้า…IMG_8344๒๓ ตุลาคม (เช้าแรกแห่งการผจญภัยในป่า)
เวลาประมาณ ๖ นาฬิกา ทุกคนตื่นอาบน้ำ แต่งตัว ในชุดที่พร้อมสำหรับการเดินป่า หลังจากแต่งตัวพร้อมทุกคนเราก็ต้องมาจัดการกับเสบียงที่เหลือใส่กระเป๋าของทุกคนให้หมด ไม่ให้เหลือ เพื่อนติ๋ว ก็ได้มอบหน้าที่อันยิ่งใหญ่ให้ คือการดูแล กระทะและตะหลิว(นางบอกต้อนรับน้องใหม่) และก็มีอาจารย์ชุมพลมาสมทบในการเดินป่าครั้งนี้ด้วย พอทุกอย่างพร้อมเราก็เริ่มออกเดินทางเพื่อจะไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ทางฝั่งปากช่อง โดยมีรถตู้จากมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มารับพวกเรา ส่วนโต๋และก๊อทไปรับพี่หวาน ระหว่างเดินทางก็ได้แวะตลาด หาซื้อของกิน(ต้องขอบคุณอาจารย์ชุมพลใจดีซื้อไก่ทอดให้พวกเรากิน)
DSC01170เรามาถึงจุดที่นัดพบกัน ประมาณ ๘ โมง กว่าๆ ระหว่างที่รอเพื่อนๆ ฝั่งปากช่อง ก็ได้ไก่ทอดอาจารย์ชุมพลกินรองท้อง กินอิ่มสักพัก โต๋กับก๊อทและพี่หวานก็มาถึง พอเห็นกระเป๋าพี่หวานเท่านั้นแหละถึงกับตกใจ “โหย..คนอะไรเนี่ย ตัวแค่นี้จะแบกอะไรนักหนา ทั้งหนักทั้งใหญ่” (คิดในใจนะ) พอลองไปยกดู ฮึๆๆ หนักชิบ นั่งคุยกันไปได้สักพัก ทุกคนก็กินข้าวกันหมดแลัว ก็ได้เวลาวัดความดันก่อนการเดินป่า ก่อนที่จะวัดความดันบอกเลยว่าหัวใจเต้นแรงมาก ตื่นเต้นสุดๆ พอวัดครบทุกคนเราเดินทางมาที่ปากทางเข้า(กิโลเมตรที่ ๑๔) เพื่อมารวมตัวกับเพื่อนๆ ฝั่งปากช่อง ระหว่างรอเพื่อนๆ น้องๆ ฝั่งปากช่องไปวัดความดัน เราก็ได้เจอพี่อั๋นที่มาเล่นกะติ๋วโดยใช้หน้า ติ๋วเป็นแผนที่ในการเดินป่าครั้งนี้ ฮ่าๆๆ (น่ารักอะ)
เราเริ่มเดินทางกันประมาณ ๑๑ โมงเกือบเที่ยง โดยมี พี่อั๋น พี่หวานเป็นคนนำ (ได้ยินว่าจุดแรกที่เจอกันคือ คลองต้มกาแฟ) ด้วยความที่ไม่รู้ว่าคลองต้มกาแฟอยู่ที่ไหน เราก็ได้แค่เดินตามไปเรื่อยๆ เดินไปได้สักพักด้วยความที่รีบและเร่งเดินทำให้หัวใจเต้นแรงมาก เต้นแรงเหมือนหัวใจจะกระเด็นออกมานอกเสื้อ(แอบเวอร์นิดนึง) ด้วยความที่กระเป๋าก็หนัก(แต่คนอื่นหนักกว่าติ๊กเยอะ แอบบ่น) ก็เลยแอบพักมาเกือบตลอดทั้งทาง และดูเหมือนกระเป๋าจะขาด ทำให้ระหว่างเดินทาง คิดเรื่องกระเป๋าตลอดทาง กลัวจะอยู่ไม่รอดการเดินทาง(ต้องขอบใจเพื่อนติ๋วที่ให้กำลังใจตลอดระหว่างเดินทาง) สุดท้ายก็ถึง คลองต้มกาแฟ(จุดนัดพบที่แรก) เราก็ได้เวลาทำลายเสบียง คือการเอาข้าวDSC_0025ออกมากิน หรืออาหารเที่ยงนั่นเอง ต้องขอบคุณไก่อบของพี่หวานเป็นอย่างมาก(อร่อยมากค่ะ หรือหนูหิวก็ไม่รู้ อิอิ) ระหว่างกินข้าวนั่นเอง ฮึๆๆ น้ำจากสวรรค์ก็โปรยปรายลงมา คือฝนตกนั่นเอง เป็นอะไรที่โรแมนติกมาก กินข้าวกลางสายฝน (ต้องขอบใจเพื่อนติ๋วที่ช่วยเย็บกระเป๋าให้เพราะนางกลัวมันจะขาดกว่าเดิม) กินข้าวกันสักพักชุดหลังที่เดินตามมา ก็มาถึงพอดี ทำให้เราได้มีโอกาสได้รู้จักกับเพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆ ที่มาร่วมเดินทวิปกับเรามากขึ้น กินข้าวเสร็จพักหายเหนื่อยสักพัก ก็ได้เวลาเดินทางต่อ มีพี่อั๋นกับพี่หวานนำทางเช่นเดิม พอเดินไปสักพักทางเริ่มชันมากขึ้น พอมองขึ้นไปเห็นทางที่เราต้องเดินถึงกลับ ถอนหายใจ บอกกลับตัวเองว่า(คนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ สู้โว๊ยติ๊ก) แล้วเดินต่อไปแบบว่าพักตลอดทาง..อะจ้า ก็มันเหนื่อยนี่เนอะ เราไม่เคยเดินนะ เคยเดินแค่ทางใกล้ๆ ทางสบายๆ เจอแบบนี้ก็มีท้อแหละ
IMG_8337พอมาถึงทางที่เราต้องข้ามน้ำตก ถึงกับเงิบเลย จะไปไงเนี่ยเรา แต่ก็ได้พวกพี่ๆ ที่ร่วมทริปช่วยบอกให้เดินแบบนั้นแบบนี้ ก็ผ่านทางน้ำตกมาได้และแล้วเราก็ได้สนิทกับพี่แน็ท ระหว่างช่องทางขึ้นน้ำตก พี่แน็ทเดินนำหน้าและบอกว่า ติ๊กเดินระวังๆ นะ ไม่ทันขาดคำ ติ๊กก็หัวชนกับหินเข้าอย่างจัง ถึงกับนิ่งเลย คิดว่าหัวแตกแน่เรา แต่พอจับก็ไม่แตก พี่แน็ทก็ยืนรอ ด้วยความเกรงใจก็เลยบอกให้พี่แน็ทไปก่อน ช่วงนี้แหละที่ ติ๋วกะติ๊ก ห่างกันมาก แต่ก็ไม่ได้น้อยใจเพื่อนนะ-เพราะเข้าใจ เราเดินช้าเอง พอเดินขึ้นมาจากช่องน้ำตกได้ ก็พบว่าข้างหลังเราคือน้องแพรว น้องต้าร์ และก็พ่อพี่อั๋น มีแบซอตามหลังพ่อมา ระหว่างเดินขึ้นทางชันนี้ เราก็ได้แก๊งค์ใหม่เรา คือมีผู้ร่วมเดินทาง ๔ คน คือน้องแพรว น้องต้าร์ ติ๊กและก็พ่อพี่อั๋น ที่เหลือ ๔ คนเพราะ ตามข้างหน้าไม่ทัน มัวแต่พักเหนื่อยอยู่ แล้วข้างหลังก็ยังเดินมาไม่ถึงเรา ระหว่างทางนั้นเอง มันเป็นทางชันมากคือติ๊กนำหน้าพ่อแล้วพ่อเดินตามหลัง ไอ้เราก็หาวิธีขึ้นอยู่ว่าจะขึ้นยังไง พ่อมาเลยจ้า เดินทางที่เค้าไม่เดินกัน เกือบลื่น(ดื้อสุดๆ พ่อพี่อั๋นเนี่ย) ตอนเดินทางชัน(ไม่ใช่แค่ชันธรรมดานะคะชันมากค่ะและที่สำคัญคือลื่นด้วย) ก็ได้น้องแพรว น้องDSC_0040ต้าร์และก็พ่อ เนี่ยแหละคอยให้กำลังใจกันไปให้กำลังใจกันมา (ขอบใจและขอบคุณมากๆ นะคะ) เดินไปถึงจุดที่เราลื่นและก็ล้มใส่อะไรสักอย่างก็ไม่รู้ คิดว่าน่าจะเป็น ต้นไพล(เดา – จากผู้เขียน) มันรู้สึกแสบๆ คันๆ แล้วก็เป็นผื่น แต่ก็โชคดีที่ได้ยาหม่องน้ำจากพ่อ ส่งมาให้ทา ก็เลยดีขึ้น ระหว่างที่เดิน ก็บ่นตลอดทาง พักตลอดทางแต่น้องๆ ก็ไม่ทิ้ง น้องบอกว่า “พี่ติ๊กมีแรงบ่นก็บ่นไป ขอแค่ให้เดินต่อไปก็พอ ฮาๆๆ” (รักน้องว่ะ) ตอนเดินมาก็ถามน้องแพรวตลอดทางว่าใกล้ถึงยังพี่ไม่ไหวแล้ว ด้วยความที่น้องเคยเดินมาก่อนก็บอกว่าใกล้ถึงแล้ว ข้างบนสวยมากพี่ติ๊กสู้ๆ ค่อยมีกำลังใจหน่อย พอมาถึงสันเขาเท่านั้นแหละ ลมเย็นมาก วิวสวยอะ มองออกไป หมอกสวยมากๆ ทำให้ลืมเหนื่อยไปได้เลยละ นั่งพักตรงสันเขาสักพัก ก็เดินทางต่อไปที่ลานหิน
IMG_8362พอถึงลานหิน ติ๋ว พี่หวาน น้องใหม่ พี่เปรี้ยว ก็เดินไปหาที่กรอกน้ำ พี่อ้อยกะพี่โก๊ะ ก่อไฟเพื่อรอต้มน้ำ ระหว่างนั้นเองก็ชวนน้องลูกหมีเดินไปมองวิวข้างล่าง มองลงไปข้างล่าง บอกจากใจเลยว่า “มันสวยมาก” ตอนเย็นๆ มองลงไปเห็นแสงไฟ ระยิบระยับ สวยงามค่ะ เราพักกินข้าวเย็นที่ลานหินกันนานพอสมควร ก็ได้เวลาเดินทางไปที่พัก เราออกเดินทางประมาณ เกือบทุ่มนึง เดินกันไปเป็นแถวแล้วก็ไฟฉายส่องทางมองหันหลังไปมันก็สวยไปอีกแบบ เหมือนคนกำลังจะไปหา กบ หาเขียด อะไรแบบเนี่ย ฮ่าๆๆ เดินไปสักพักก็พักหยุดพักกันที่หินใหญ่ๆ เห็นติ๋วบอกว่าเค้าเรียกว่า “หินท่านประธาน นกหวีด” แล้วก็เดินต่อไปเพื่อไปหาที่พัก เราหยุดอยู่กันที่ก่อนจะถึง สระอโนดาต ลุงแขกบอกว่าเราจะพักที่นี่ ในใจโครตดีใจอะจะได้พักแล้ว ก็รีบวางกระเป๋า แต่ปรากฏว่า พี่นิมกับพี่อั๋นบอกว่า “น้ำไม่มี” เราก็เลยต้องเดินหาที่พักต่อไป เฮ้อ-อ-อ เดินมาถึงสระอโนดาต ก็มีคนที่มาพักก่อนอยู่แล้ว ลุงแขกก็เลยตัดสินใจพาเราเดินทางไปหาที่พักต่อไป คือ “ป่ายุงหรือซับกระถิน นั่นเอง” ก่อนที่จะถึงที่พัก มีเหตุการณ์น่ารักๆ เกิดขึ้นคือ แบซอลืมกีต้าร์ไว้ที่สระอโนดาต เพื่อนติ๋วเกิดตะคริวกินเท้า ก็เลยต้องพักนวดกันแป๊ปนึง
DSC01211เรามาถึงที่พักประมาณเกือบ ๔ ทุ่ม ณ ป่าซับกระถิน(ป่ายุง) เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นผู้ชาย ก็ช่วยกันจัดการหาสถานที่เพื่อเป็นที่พักสำหรับคืนนี้ หนุ่มๆ บางคนก็ไปหาฟืน มาเพื่อก่อไฟ หลังจากนั้น เราก็เอาเสบียงทั้งหมดมารวมกัน เพื่อที่จะแยกของไว้เป็นอย่างๆ เพื่อทำอาหารกินรอบดึกกัน เมื่อเอาเสบียงของแต่ละกระเป๋ามารวม กันถึงกับตกใจเลยที่เดียว นี้เราจะมาอยู่กันกี่วันเนี่ย เยอะมากๆ ข้าวเป็น สิบๆ ถุง กะหล่ำปลี ปลากระป๋อง มาม่า “โอ๊ยแม่เจ้า จะเยอะไปไหนเนี่ย”  ค่ำคืนนี้น้องใหม่กับพี่เปรี้ยวเป็นคนโชว์ฝีมือในการทำกับข้าวให้กิน เห็นแล้วน่ากินมากๆ พอเก็บของและทำกับข้าวเสร็จ พวกเราบรรดาสาวสวยกันทั้งหลาย อาทิเช่น พี่เปรี้ยว น้องใหม่ น้องลูกหมี น้องแพรว น้องต้าร์ ติ๋วและติ๊ก ก็พากันไปอาบน้ำยามค่ำคืนที่แสนจะเย็นสบาย เมื่อร่างกายได้ถูกน้ำเท่านั้นแหละ รู้สึกว่าได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ที่ได้เดินมาทั้งวัน พวกเราอาบน้ำกันอย่างสนุกสนาน อากาศเย็นสบายๆ ทำให้คลายความเมื่อยล้าไปได้มากเลยทีเดียว หลังจากอาบน้ำเสร็จเราก็พร้อมสำหรับการรับประทานอาหารในยามค่ำคืนอันแสนจะโรแมนติก มีทั้งกองไฟ แสงดาว พระจันทร์และยุงกัด พอกินข้าวเสร็จก็นั่งคุยกะเพื่อนๆ สักพัก ลุงแขกก็ได้บอกให้เอาขวดน้ำ ไปกรอกน้ำ ถึงกลับทำหน้า “งง เลย!!!” ด้วยความที่ไม่เคยกรอกน้ำในป่า แต่โชคดีหน่อยที่มีคุณเพื่อนก๊อท ตามมา-บอกวิธีการกรอกน้ำ ก่อนที่จะบอกวิธีการกรอกน้ำ ก๊อทก็ลองเชิงความรู้ติ๊ก โดยการให้ ติ๊กลอง กรอกดูสิว่าจะถูกไหม สรุปคือผิดวิธีคับ ก๊อทบอกว่าให้กดขวดจมลงไปในน้ำ น้ำจะได้ไม่เป็นตะกอน” (ต้องขอบใจเพื่อนก๊อทด้วยนะคะ สำหรับความรู้ใหม่) ถึงเวลาพักผ่อนสำหรับค่ำคืนแรกของการนอนในป่าแล้ว ด้วยความเมื่อยก็เลยนอนก่อนเพื่อนๆ นิดนึง แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับ เนื่องด้วยอากาศเย็นแล้วและแปลกที่ด้วยมั่ง พอดึกๆ หน่อยก็มีพี่ๆ และลุงแขกเล่นกีต้าร์ให้ฟัง ทำให้บรรยากาศมันโรแมนติกกว่าเดิม
DSC01230เช้าที่ ๒๔ ตุลาคม (วันที่ ๒ ของทริปสมอปูน) ตื่นแต่เช้า อากาศสดใส แต่คนไม่ค่อยสดใส เนื่องจากนอนน้อย ตื่นเช้ามาก็อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แล้วก็มาช่วยเพื่อนๆ พี่ๆ เตรียมของทำกับข้าว แค่เตรียมของนะคะ ถ้าให้ทำให้กินคงไม่รอด เพราะทำไม่ค่อยเป็น อิอิ เลยหน้าที่หลักๆ คือล้างจาน หลังจากกินข้าวเสร็จ เราก็ต้องเก็บของ เพื่อย้ายที่พัก เพราะจะหนียุง ไม่ใช่สิ เพราะจะไปหาที่พักที่มีน้ำเยอะๆ และน้ำตกสวยๆ เพื่อให้พวกเราเล่น(มั้ง) กำลังจะเก็บเสร็จ ฝนก็ดันน่ารัก ตกเพื่อเปิดทางให้เราเดินสะดวกเลยที่นี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค ต่อการเดินทางของเรา เราก็เดินกันทั้งที่สายฝนโปรยปรายและชุ่มฉ่ำ ได้ยินพี่ๆ และลุงแขกบอกว่า เราจะเดินไปพักกันที่ คลองฟันปลาหนึ่ง(ชื่อน่ารักจริง) ระหว่างการเดินทางเพื่อที่จะไปจุดที่พักที่ ๒ กระเป๋าดันมาขาดกลางทาง แต่ก็ต้องขอบใจ(นายแสน) ที่ช่วยมัดสายกระเป๋าให้ การเดินทางก็ต้องมีลื่นบางเป็นธรรมดา เพราะพื้นโดนฝนมันก็ต้องลื่น ก็มีเจ็บตัวเล็กน้อยแต่ไม่ทำให้คนอย่างติ๊กท้อได้ ฮ่าๆๆ เราถึงคลองฟันปลาหนึ่ง เกือบเที่ยง ก็ช่วยกันสร้างแค้มป์ สำหรับพัก พอDSC_0192จัดที่พักเสร็จ ก็เลยได้ลองเดินสำรวจ ชวนพวกน้องแพรว น้องลูกหมี น้องต้าร์ ไปเดินดูน้ำตก ท่ามกลางสายฝนอันโปรยปราย บรรยากาศสดชื่นมากๆ ทำให้รู้สึกอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เดินดูน้ำตกได้สักพัก ติ๋วก็มาตามให้ไปเอาเสบียงออกจากกระเป๋าเพื่อไปรวม จะได้ทำอาหารกินในช่วงเย็นจัดเตรียมเสบียงเสร็จก็เกือบจะเย็นแล้ว ก็ได้เวลาอาบน้ำของสาวๆ น้ำเย็นชื่นใจมากค่ะ สงสัยเราจะเล่นน้ำนานไป ลุงแขกเลยเดินมาตาม เพราะมันก็ใกล้จะมืดละ วันนี้ก็ไม่พ้นน้องใหม่ พี่เปรี้ยว และพี่ๆ ที่เป็นผู้หญิงช่วยกันทำกับข้าว เราก็ได้แค่ช่วยจับอะไรนิดหน่อยๆ ไม่กล้าทำกลัวกินกันไม่ได้ แต่เราก็มีหน้าที่หลักๆ นะคือ การล้างจานนั่นเอง แต่ก็มีพ่อครัวหัวป่าก์ ที่ทำอาหารด้วย คือพี่อั๋นและพี่นิม ทำกับข้าวเสริมให้กิน(อร่อยมาก) พอกับข้าวเสร็จหมดก็ได้เวลารับประทานอาหาร  ใต้แสงไฟฉายและแสงพระจันทร์อันริบหรี่ แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ วันนี้พอกินข้าวเสร็จก็นั่งคุยนั่งเล่น IMG_8666ได้ทำความรู้จักกับน้องๆ กลุ่มมหาสารคามมากขึ้น เพราะวันนี้มีเวลานั่งคุยกันมากหน่อย ไม่มีอะไรทำนั่นเอง คุยกันไปเรื่อยๆ อย่างสนุก ก็เริ่มง่วงนอนแล้ววันนี้ มีอยู่เวรยามด้วย แต่ก็ไม่รู้อยู่เวรเวลาไหน เลยบอกน้องใหม่ว่า “พี่พักสายตาแป๊ปนะ” จะให้เข้าเวรตอนไหนก็มาปลุก ละกัน นอนไปได้สักพักใหญ่ๆ น้องใหม่ก็มาปลุกให้ไปเข้าเวร (ตอนตี ๓ กว่าๆ) เราก็ปลุกน้องแพรวเพื่อที่จะเข้าเวรกับเรา กว่านางจะตื่นได้ พอบอกนางว่าเข้าเวรเท่านั้นแหละ ยิ่งกว่าสปริงอีกลุกทันที ฮาๆๆ ลุกไปเข้าเวร มีพี่หวาน ลุงแขก น้องลูกหมี นั่งอยู่ (อ้อ-ๆ ลืมบอกไปเลย ระหว่างที่นอนอยู่ต้องขอบคุณลุงแขกที่เป็นเวรยามที่น่ารัก เล่นกีต้าร์ร้องเพลงให้ฟังด้วย) นั่งเข้าเวรได้ประมาณเกือบจะ ๖ โมงละ ด้วยความที่ง่วงนอน สงสัยลุงแขกจะเห็นเลยบอกว่าให้ไปนอนสิ ด้วยความที่ไม่กล้าขัดคำสั่งผู้อาวุโส ก็เลยไปนอนตามคำสั่ง ฮ่าๆๆ (ต้องขอบคุณเปลพี่เปรี้ยวด้วยนะคะ)

เช้าสายๆ ที่ ๒๕ ตุลาคม (วันที่ ๓ สำหรับทริปสมอปูน) ตื่นขึ้นมาพร้อมกับ อากาศที่บริสุทธิ์ สดชื่น ล้างหน้า แปรงฟัน ไม่อาบน้ำนะ เพราะวันนี้จะเล่นน้ำ ฮาๆๆ วันนี้แม่ครัวของเราคือพี่อ้อยนั่นเอง แต่วันนี้เราก็มีส่วนช่วยนิดนึง ทำอาหารที่ยากมากนั้นก็คือ ทอดไข่เจียว ติ๊กเป็นคนทอด น้องหมี น้องต้าร์ น้องแพรวเป็นคนปรุงรส ระหว่างทอดก็มีพี่แน็ท พี่แหลม เป็นคนค่อยกำกับวิธีการทอดไข่เจียว(ไข่สวยงามมากคะ หวังว่าทุกคนคงอร่อย) กับข้าวเสร็จสรรพ ก็ได้เวลารับประทานอาหารเช้าที่แสนจะอร่อย กับบรรยากาศ สดใส กินข้าว ล้างจานเสร็จ ก็ได้ฤกษ์งามยามดี ไปเล่นน้ำ เป็นการเดินทางไปเล่นน้ำตกที่แสนจะโหดร้าย ทั้งกลัวลื่น เพราะหินเยอะ พวกเราเดินกันไปเรื่อยๆ เพื่อหาน้ำตกที่เหมาะแก่การเล่นน้ำหลายๆ คน นำทีมโดย นายโต๋ กะ นายก๊อท เดินนำหน้าสำรวจDSCF0444เส้นทาง เพื่อหาแหล่งน้ำ แต่ก็ไม่มีเพราะน้ำน้อยก็เลยต้องเดินกลับเพื่อมาเล่นที่ใกล้ๆ แต่ระหว่างที่กำลังเดินกลับนั่นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพื่อนติ๋ว เดินแล้วลื่น ข้อเท้าเคล็ด ทำให้เดินต่อไปไม่ได้ โต๋ก็แสนจะน่ารัก นั่งถ่ายรูปติ๋วตอนที่ร้องไห้(เหมือนจะสะใจอ่ะ) นั่งพักสักพัก ด้วยความที่เป็นถึงท่านประธานหลายๆ ค่าย ก็ต้องมีความอดทนสูงและความเข้มแข็ง ก็ได้เดินหน้าต่อไป โดยไม่สนใจว่าเท้าจะเจ็บแค่ไหน เพื่อไม่ให้เป็นภาระคนอื่น(สุดยอดเพื่อนข้า อิอิ) เราก็กลับมาเล่นน้ำ ตรงที่ที่เราอาบน้ำ เพราะมันเหมาะสมที่สุด สำหรับการเล่นน้ำ ทั้งเล่นน้ำ อาบน้ำ สระผม สนุกสนานกันไป เล่นตั้งแต่เที่ยงจนเกือบจะเย็น(ฮึๆๆ สุดยอดจริงๆ) เล่นน้ำกันเสร็จ ด้วยความหิวก็ขึ้นมาผัดมาม่าDSCF0553กินกัน โดยมีเพื่อนติ๋วเป็นแม่ครัว กินกันอย่างเอร็ดอร่อย หรือเพราะความหิวก็ไม่รู้ กินผัดมาม่าเสร็จพวกน้องใหม่ พี่เปรี้ยว และพี่ๆ ก็ช่วยกันทำกับข้าวเย็นกินกัน วันนี้ก็มีพ่อครัวพี่อั๋นกับพี่นิม ทำกับข้าวให้กินอีก กินข้าว ล้างจานเสร็จก็ไม่ดึกมาก วันนี้มีเข้าเวรตอนเที่ยงคืน แต่ด้วยความที่กินเสร็จไม่ดึก มีเวลาอีกหลายชั่วโมง กว่าจะเที่ยงคืน ก็เลยแอบพักสายตารอเที่ยงคืน แต่คงนอนเพลินเลยไม่ได้เข้าเวร ฮาๆๆ นอนยาว กับค่ำคืนที่แสงดาวสวยงาม และบรรยากาศสดชื่น
เช้า วันที่ ๒๖ ตุลาคม (วันสุดท้ายของ ทริปสมอปูน) วันนี้ตื่นเช้าเพราะเป็นวันที่เราต้องเดินทางกลับ พวกพี่ๆ น้องๆ ก็ช่วยกันทำกับข้าวตอนเช้า เราก็มีหน้าที่เดิม คือล้างจาน อิอิ พอกินเสร็จก็ช่วยกันเก็บสถานที่พัก ก็เอาของเข้ากระเป๋า แล้วกินข้าวเช้า กินข้าว เก็บของเสร็จก็เกือบ ๑๑ โมง ก็ได้DSCF0682เวลาออกเดินทาง เดินทางไปได้สักพัก สงสัยฝนจะรักพวกเรามาก เดินทางทีไร ตกต้อนรับทุกที ชุ่มฉ่ำกันทั่วหน้าอีกแล้วคับท่าน แต่รอบนี้หนักกว่าทุกรอบ แต่ก็สนุกไปอีกแบบ แต่ที่สำคัญเลยคือ กระเป๋าที่หนักอยู่แล้วพอโดนฝน มันก็หนักกว่าเดิม คิดว่าตอนกลับจะเบา แต่ก็ยังมีน้องน้ำฝนติดกระเป๋ามาด้วย เดินผ่านทั้งแดด ฝน ครบทุกรสชาติจริงๆ (ดีไม่มีหลงป่า อิอิ) ระหว่างเดินทางก็ต้องขอบคุณอาจารย์ชุมพลด้วยนะคะที่ เต้นรูดเสาให้เราดู ทำให้ผ่อนคลายความเหนื่อยได้มากเลยทีเดียว เดินมาถึงจุดชมวิว พอมองลงไปบอกได้เลยว่าสวยมาก สวยจริงๆ มองลงไปข้างล่าง ก็เห็น อ่างเก็บน้ำวังบอน มีหมอกสีขาวปกคลุม ภูเขา แบบว่ามันสวยอ่ะ ไม่รู้DSCF0738จะอธิบายยังไง แค่หลับตาลงก็ยังคงเห็นเป็นความทรงจำ นึกถึงที่ไรก็ยังคง สุขใจและอิ่มอกอิ่มใจกับบรรยากาศ ดูวิวได้สักพัก ก็ได้เวลาเดินทางลงกลับเส้นทางมหาโหด คิดกับตัวเองตลอดว่าขึ้นมาได้ไงเนี่ยสูงขนาดนี้ ระหว่างเดินทาง ก็ลื่น เกือบตลอดทาง(ก็คนไม่เคยเดิน ก็เป็นธรรมดา) แต่ต้องขอบใจก๊อทเป็นอันมาก ที่ค่อยแนะนำวิธีการเดินลง แต่ขาก๊อทยาวแล้วขาเรามันสั้นจะให้เดินเหมือนก๊อทก็คงไม่ได้เลยใช้วิธีลื่นลงมาเลยง่ายดี แต่ก็ลำบากน้องข้างหลังอีก(ขอโทษนะจ๊ะ) เดินลงมาจนถึงคลองต้มกาแฟ พักกินข้าวสักแป๊ป ก็เดินทางกลับต่อ ด้วยความที่มันเย็นแล้วมืดแล้ว ก็ต้องใช้ไฟฉายในการเดินป่า เราก็ได้ไฟฉายของโต๋ ที่เอามาให้ยืม(ขอบใจนะ) แต่เดินไปได้ครึ่งทาง แสงจากไฟฉายก็เริ่มจะหมดลง ก็ได้ไฟฉายจากนายแสนและนายโต๋ คอยช่วยส่องระหว่างเดินทางกลับเพราะมันมืดมาก(ต้องขอบใจ ๒ หนุ่มด้วย) และแล้วเราก็IMG_8859มาถึงทางออก ประมาณเกือบ ๒ ทุ่ม ก็มีรถตู้จากมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มารอรับกลับไปส่งที่บ้านกลุ่มเพื่อเอาของไปเก็บที่บ้านกลุ่ม ด้วยความที่คิดว่าวันจันทร์มีสอบ ติ๋วเลยบอกว่าจะให้น้องใหม่ขับรถยนต์พ่อกลับไปหอก่อน แต่แล้วอาจารย์ก็ยกเลิกการสอบการสอน พวกเราทั้งหมดก็เลยนอนที่บ้านติ๋วกัน มีติ๋ว ติ๊ก น้องลูกหมี น้องใหม่ โต๋ ก๊อท แต่ก่อนที่เราจะพักผ่อนกันนั้น เราก็ไปกินข้าวกันอย่าง เอร็ดอร่อย กิน ๖ คนกับข้าวแค่ ๑๑ อย่าง ข้าวอีก ๒ โถ เอง(ไม่รู้ไปหิวกันมาจากไหน) กินไม่เหลือสักกะอย่าง ฮ่าๆๆ และแล้วก็ได้เวลาพักผ่อน
สุดท้ายนี้ ต้องขอบคุณสำหรับโอกาสดีๆ ที่ได้ให้ติ๊กไปเดินป่า ขอบคุณมิตรภาพดีๆ ที่ได้จาก พี่ๆ น้องๆ ตลอดการเดินทริปนี้ สนุกสนานมากและอบอุ่น มีแต่ความสุขและเสียงหัวเราะ ถึงแม้ทุกคนจะเหนื่อยแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็ไม่เคยหายจากใบหน้า เหนื่อย สนุก คุ้มค่ามาก ทุกวันนี้ยังคงอยู่ในความทรงจำอันสวยงามเสมอ
ขอบคุณจริงๆ นะคะ
ติ๊กต่อก – ทิพวรรณ นพคุณ
๐๙ – ๑๑ – ๕๗

ปิดการแสดงความเห็น