สมอปูน พุทธศักราช ๒๕๕๗

DSC_0449สวัสดีครับ ผมชื่อนายกัมปนาท สีพิมพ์ขัด นิสิตคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่ ๒ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทุกคนเคยคิดว่า อยากเป็นโน่นอยากเป็นนี่ อยากจะทำสิ่งนั้นอยากจะทำสิ่งนี้ เป็นตัวจุดประกายให้ทุกคนมีความหวังในการกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ตนเองได้มาเพื่อสิ่งที่ตนหวัง บางคนมีโอกาสที่จะได้ทำและทำมันได้สำเร็จ บางคนมีโอกาสที่จะได้ทำ แต่กลับทำไม่สำเร็จและบางคนไม่มีโอกาสที่จะได้ทำมันเลย ในสิ่งเหล่านี้เป็นอาจจะเป็นต้นทุนชีวิตที่ทุกคนต่างก็มีตั้งแต่เราเกิดมา คนที่มีโอกาสได้ทำก็ได้ทำมาโดยตลอด คนที่ไม่เคยได้ทำก็ไม่เคยที่จะได้ทำมันเลย และนั่นก็ถือว่าเป็นความโชคดีในส่วนหนึ่งของผม ที่พอจะมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่คิด ที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่ช่วงมัธยม

DSC_0315เดือนตุลาคมพุทธศักราช ๒๕๕๗  ทางกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ได้จัด กิจกรรมพาน้องเดินป่า โดยมีโควต้ารับในจำนวนจำกัด เพื่อทราบข่าวจากพี่แสน ผมและเพื่อนก็คิดๆ อยู่ว่าใครจะไปบ้าง และเมื่อตกลงได้ก็ติดต่อพี่เขาไปว่าใครไปบ้าง โดยรอบนี้ชุดทางมหาสารคามจึงได้ไปทั้งหมด ๖ คน ก่อนไปก็ได้มีการบริหารจัดแจงเรื่องงบประมาณและเมื่อถึงวันเดินทาง ก็ได้ออกเดินทางตั้งแต่ วันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๐ นาฬิกา เมื่อถึงปากช่องก็พบว่าเย็นแล้ว

DSC09630หลังจากพักจากการเดินทางคณะจากมหาสารคามก็ออกไปซื้อของเพื่อเตรียมตัวส่วนผู้ชายก็อยู่ลับมีดเพื่อนำไปใช้ตามเหตุผลสมควร เมื่อพลบค่ำก็ได้รับประทานอาหารนั่งล้อมวงพูดเรื่องจิปาถะกันไป และหลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วก็เป็นเวลาจัดแจงของที่ซื้อมาเพื่อนำลงมาแพ็คกระเป๋าเตรียมตัวก่อนไปพักผ่อน และเนื่องจากสถานที่ไม่พอจึงได้แบ่งที่นอนโดยผู้หญิงนอนบ้านพี่แขกและผู้ชายนอนบ้านพี่เก่งเพื่อไม่ให้เป็นการแออัดกันเกินไปแล้วระบายเรื่องห้องน้ำเพื่อความสะดวกต่อการทำกิจของแต่ละบุคคล
IMG_8307รุ่งเช้า ทุกคนก็ตื่นขึ้นเพื่อจัดการเคลียร์ตนเอง แต่ตอนที่อาบน้ำที่บ้านพี่เก่งหนาวมาก เนื่องจากอากาศค่อนข้างจะเย็นเพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวและเมื่อผู้ชายที่มาพักบ้านพี่เก่งเสร็จกิจเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะไปรวมตัวกันและออกเดินทางไปยังสมอปูน-เขาใหญ่ แต่ก่อนไปรวมตัวก็ได้แวะซื้อหมูปิ้งข้างทางเพื่อเติมพลังงานให้กับตนเองก่อน หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเสร็จและเสร็จกิจใดๆ แล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังสมอปูน-เขาใหญ่ โดยครั้งนี้ได้สมทบกับทางคณะทางฝั่งปราจีนบุรี แต่ก่อนจะได้เดินขึ้นสมอปูน-เขาใหญ่นั่น ก็ได้ไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการเดินทางครั้งนี้ และเมื่อขอพร ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ได้เวลาเดินต่อกันต่อไป ซึ่งระยะทางจากศาลเจ้าพ่อเขาDSC09636ใหญ่ไปจนถึงทางเข้าทางเดินป่าสมอปูน-เขาใหญ่นั้น ไม่ใช่ใกล้ๆ ใช้เวลาไปหลายสิบนาที กว่าจะไปถึงและตลอดเส้นทางก็มีทางคดเคี้ยวมากมาย จนทำให้เมารถได้ง่ายๆ เลยทีเดียว เพื่อถึงจุดจะขึ้น ก็ได้พบปะกับทีมฝั่งปราจีนฯ
พี่เขาก็ให้ไปวัดความดันก่อนขึ้นสมอปูน โดยอยู่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฝั่งทางเข้าปราจีนบุรี เพื่อตรวจหาความดันในตัวเองว่าจะเสี่ยงเกินไปไหม และเมื่อทุกคนตรวจรอบนี้ก็ไม่พบว่าใครมีความเสี่ยงต่อการเป็นความดัน และพี่เจ้าหน้าที่ก็เล่าให้ฟังว่า “ครั้งนี้มีคณะที่มาเดินป่าสมอปูน เขาใหญ่ ๓ ทีมรวมทั้งทีมเราด้วย” แสดงว่าปีนี้ ที่นี่เป็นที่ที่น่าสนใจน่าดู เพราะไม่ใช่มีแค่เพียงทีมเราเพียงทีมเดียว จึงทำให้การเดินทางในครั้งนี้ ดูน่าตื่นเต้นขึ้นไปอีก หลังจากที่ทุกคนตรวจวัดความดันเสร็จหมดแล้วก็ได้เวลาเดินทางกัน โดยทีมเราฝั่งปราจีนฯ จะขึ้นไปก่อนโดยมีจุดนัดพบอยู่ที่ “คลองต้มกาแฟ” เพื่อรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นั่น
DSC01183การเดินทางได้เริ่มขึ้น สัมภาระที่แบกอยู่ด้านหลังบวกกับน้ำหนักของเราทำให้การเดินทางในครั้งนี้ ดูหนักพอตัวกันเลยทีเดียว ตลอดเส้นทาง โคลน หนาม กิ่งไม้ ยุง สารพัดสิ่งอย่างเป็นการทดสอบกำลังใจตนเองว่าสามารถรับมือต่อสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ เม็ดเหงื่อที่ไหลโดยไม่ยอมหยุด เล่นทำเอาตัวผมเปียกชุ่มกันเลยทีเดียว เส้นทางธรรมชาติต่างๆ ก็ได้นำเรามายังคลองต้มกาแฟ ใจผมโล่ง เนื่องจากตลอดเส้นทางกว่าจะมาถึงจุดๆ นี้ช่างลำบากเสียกระไร ผมรีบวางกระเป๋า ถอดเสื้อกันหนาวออก ปรากฏว่าควันออกจากร่างกาย เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ผมได้พบในการเดินทางในครั้งนี้ เนื่องจากอากาศที่อับชื้นเนื่องจากครึ้มฟ้า ครึ้มฝน บวกกับความร้อนภายในตัวผมเอง จึงทำให้เกิดควันอันเบาบางพวกนี้ หลังจากผมประหลาดใจกับสิ่งเหล่านี้แล้วก็ได้เวลาเพิ่มพลังให้กับท้องของผมแล้ว DSC_0025หลังจากนั้นไม่นาน ฝนเจ้ากรรมดันตกลงมา เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับผืนป่า แต่หารู้ไม่ว่ายังมีผู้คนที่มาเดินป่าอยู่แถวนั้น ทุกคนรู้ดีว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร หลังจากกินข้าวและเสร็จกิจใดๆ แล้วก็ได้แบกเป้ของตนขนของเดินทางกันต่อไป หนทางเริ่มลำบากมากขึ้น อุปสรรคมากมายคอยเตือนให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังอีกเท่าตัว ทุกคนต่างก็ช่วยเหลือกันมากขึ้นเท่ากัน เมื่อเดินทางถึง “น้ำตกกฤษดา” ทุกคนก็ได้ลำเลียงเป้ของคนค่อยๆ ทยอยขึ้นไปเนื่องจากเส้นทางนี้เป็นทางเล็กๆ และลื่น ค่อนข้างอันตราย จึงค่อยเป็นค่อยไป หลังจากที่ทุกคนพ้นจากเส้นทางน้ำตกกฤษดาแล้วก็ได้เวลาเดินทางเพื่อไปยังสันเขา ซึ่งเส้นทางนั้นจะสะดวกขึ้นมากกว่าจนสักพักใหญ่ๆ ทุกคนก็ได้มายังที่ที่สันเขานี้ ก็เดินมาอีกสักพัก ก็มาพัก ณ จุดชุมวิว จุดนี้สามรถมองลงไปเห็นยังฝั่งเมืองปราจีนบุรี และเดินทางไปยังจุดรับประทานอาหารเย็นจุดที่DSC_0060 ๒ คือ “ลานชมจันทร์” แม้คืนนั้นฟ้าจะไม่เปิด แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ใดๆ ทุกคนหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ได้เดินทางต่อ และก็เดินทางผ่านคณะนักท่องเที่ยวชุดที่ ๓ ที่ลานหิน ได้คุยกันเล็กๆน้อยๆ ก่อนไปยังสระอโนดาตว่าจะพักแรมกันที่นั่น แต่มีคณะนักท่องเที่ยวชุดที่ ๑ มาพักก่อนหน้านั้นแล้ว หัวหน้าทีมจึงตัดสินใจ เดินต่อไปอีกเพื่อไปพัก ที่ “ซับกระถิน” เมื่อทุกคนมาถึงซับกระถินก็ได้เวลากางแค้มป์เพื่อพักผ่อนกันหลังจากเดินทางมาทั้งวัน
DSC_0130เช้าวันที่ ๒๔ ตุลาคน ๒๕๕๗ ทุกคนก็ได้เวลาตื่นมาเพื่อจักการกับตนเอง อาบน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้า ก่อนจะรับประทานอาหารและเก็บแค้มป์ เพื่อย้ายที่ตั้งใหม่ ก่อนจะเก็บแค้มป์ ผมและเพื่อนก็ได้ฟังเรื่องเล่าจากพี่แหลม พี่เจ้าหน้าที่เขาใหญ่ เล่าให้ฟังถึงเรื่องที่มาของชื่อ เช่น “ลานสุริยัน ลานหินดาด คลองฟันปลา๑ คลองฟันปลา๒ ทุ่งพรหมจรรย์และน้ำตกเหวอีอ่ำ” เล่นเอาผมสนุกไปกับเรื่องเล่าของพี่แหลมเอา หลังจากที่ผมได้ฟังเรื่องเล่าแล้วทุกคนก็ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะได้ไปต่อ และดับกองไป และออกเดินทางไปยัง “คลองฟันปลา ๒” หลังจากเสร็จภารกิจทรงนี้แล้ว ทุกคนก็ได้สะพายกระเป๋าของตน เดินทางกันต่อไป โดยจุดแรกเลยที่ผ่านคือทุ่งเฟิร์น เป็นที่ ที่ดูน่ากลัวเพราะได้ยินกิติศัพท์เรื่องเห็บลม แต่ผมก็ผ่านมาได้ด้วยดี ไม่DSC_0170โดนตัวอะไรกัด หลังจากนั้นทุกคนก็ได้เดินทางท่ามกลางแสงแดดกันต่อไปก่อนถึงคลองฟันปลา๒ พี่แหลมก็ได้เอาต้นหญ้าชนิดหนึ่งมาให้ดม (หญ้ารากหอม) กลิ่นหอมคล้ายๆ พิมเสน ในที่สุดก็ได้มาถึงคลองฟันปลา ๒ ก็นั่งพักเพื่อตัดสินใจอีกที ว่าจะพักที่ไหน เนื่องจาก มี ๒ ที่ ที่สามารถตั้งแคมป์ได้ จนในที่สุดก็ตัดสินใจได้จึงเดินทางกันต่อซึ่งเดินลงไปตามทางน้ำ จนไปถึงสถานที่กางแค้มป์ สถานที่นี้สวยงามมาก มีแอ่งน้ำกว้าง น้ำไหลตลอดเหมาะแก่การ ตั้งแค้มป์ จึงไม่รอช้าที่จะจัดแจงสถานที่แห่งนี้ให้เป็นที่หลับนอน ส่วนผมและเพื่อนก็ได้ออกไปหาฟืนเพื่อเตรียมก่อไฟ ไว้ใช้ในการทำสิ่งต่างๆ และตกเย็นก็เป็นการนั่งคุยกันตามประสานักเดินทาง มีเรื่องมากมายที่น่าสนใจที่ผมได้รับฟัง หลังรับประทานอาหารเย็น คืนนี้ ช่างเป็นคืนที่เหน็บหนาว เนื่องจากเมื่อช่วงเย็นนั้นฝนได้ตกลงมาและก็จากไป อากาศเย็นซะจนมีควันออกจากปาก เวลาสนทนา เป็นค่ำคืนที่แสนพิเศษสำหรับชีวิตของผมที่ครั้งหนึ่งเคยคิดถึงจุดๆ นี้ อากาศเย็นก็ชวนให้ง่วงเหงาหาวนอน จนผมได้หลับไป จนถึงเช้า…
DSC09957รุ่งเช้าของวันที่ วันที่ ๒๕ ตุลาคน ๒๕๕๗ วันนี้วันปลดปล่อยตนเอง(ผมคิดว่าอย่างนั้น) หลังจากเสร็จภารกิจช่วงเช้า ก็ได้เวลาตะลอนเล่นน้ำตามคลองฟันปลา มีหลายจุดที่น่าสนใจทั้งสายน้ำ และพืชพันธุ์ต่างๆ ตามสายคลองฟันปลาแห่งนี้ ธรรมชาติดูแลตัวมันเอง ต่างจากที่อยู่มหาลัยมาก ดอกไม้ต่างๆ ก็ดูสวยสดจริงๆ หลังจากที่ได้ตะลอนๆ กันไปเราก็ได้มาเล่นน้ำที่แอ่งด้านล่างที่พัก ซึ่งห่างออกมาพอประมาณ แอ่งนี้มีความลึกถึงประมาณหน้าอกเลยทีเดียว และพี่ๆ ก็ได้แนะนำที่ถ่ายรูปสวยๆ ให้อีก ผมก็ได้ไปเดินถ่ายรูปของผมไปตามประสา และก็พากันขึ้นไปเล่นน้ำด้านบนที่ไม่ไกลจากที่พัก ขนาดที่นี่ แต่ตอนขากลับขึ้นไป พี่ติ๋วก็ลื่นหินทำให้พี่เขาเจ็บข้อเท้า น้องทิ้วจึงได้ลงมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้จนพี่ติ๋วสามารถเดินต่อไปได้ หลังจากที่ทุกคนขึ้นมาถึงน้ำตกเล็กๆ ใกล้DSC09891ที่พักแล้วก็พากันเติมพลังด้วยขนมปังและขนมขบเคี้ยวต่างๆ หลังจากเหน็ด เหนื่อยจากเล่นน้ำ ผมจึงเตรียมของไปเล่นน้ำตกด้านบนของที่พักไปอีก โดยมีแนวร่วมรวมผมทั้งหมด ๔ คน ได้แก่ ผม ต้า น้องนิวและก็น้องทิ้ว ไปเล่นน้ำตกด้านบนกัน ซึ่งก็ห่างจากที่พักไปไกลกว่าที่แอ่งน้ำด้านล่างเล็กน้อย แต่ก่อนถึงน้ำตกก็มีแอ่งกว้างๆ แอ่งหนึ่ง สวยมากจนผมรีบจะ เก็บภาพแทบไม่ทัน หลังจากนั้นเราก็ไปเล่นน้ำตกกัน แม้จะเป็นน้ำตกสายเล็กๆ แต่แอ่งน้ำมีระดับน้ำที่ลึกกว่าทุกๆ ที่ ที่เล่นมา ลึกชนิดที่ว่าสุดปลายนิ้วมือปลายเท้าก็ยังไม่ถึงพื้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เป็นคล้ายกับความท้าทายเสียมากกว่า เราก็เล่นน้ำกัน ผลัดกันโดดบนโขดหินลง น้ำสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งบริเวณนั้นเลยที่เดียว หลังจากที่เล่นน้ำตรงน้ำตกเล็กนี่ได้ประมาณ ๒๐ นาที เราก็พากันลงมา เล่นน้ำที่แอ่งที่ผ่านมาตอนDSC09889แรก และก็ถ่ายรูปกันไปมา จนน้ำเข้ากล้องผมเกิดไอน้ำด้านในจึงตากแดดไว้ชั่วขณะหนึ่งก็สามารถใช้งานได้ต่อ เราก็เล่นน้ำกันจนหนาวสั่น จึงพากันกลับไปยังแคมป์เพื่อหาอะไรทานหลังใช้พลังงานเล่นน้ำไปเยอะ และพอดีตอนนั้น พี่เขาก็กำลังทำบะหมี่ทานกัน ผมก็ซัดไปหนึ่งถ้วยใหญ่ไปเลยทีเดียว หลังจากนั้น ผมก็ได้รับหน้าที่ไปหาฟืนเพื่อให้เพียงพอสำหรับคืนสุดท้ายนี้… พลบค่ำทุกคนก็รับประทานอาหารเย็นกัน และนั่งคุยเรื่องราวต่างๆ ที่เล่ายังไงก็ไม่มีหมด และคืนสุดท้ายนี้ผมก็ได้มีโอกาสนั่งคุยกับอาจารย์นพรัตน์ ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่สงสัย อาจารย์ก็ได้ให้คำตอบและข้อคิดต่างๆ มากมายให้ได้ไปคิดต่ออีกและหลังจากนั้นผมก็ได้ไปนอนพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเองในการเดินทางกลับและรุ่งเช้าก็มาถึง
IMG_8773เช้าวันที่ ๒๖ ตุลาคน ๒๕๕๗ เช้าแห่งวันจากลา ไม่มีงานเลี้ยงไหน ที่ไม่เลิกรา ทุกคนตื่นมา ก็จัดแจงเก็บแค้มป์ แพ็คกระเป๋า รับประทานอาหารเช้า แดดวันนี้แรงมาก ร้อนจนแสบเนื่องจากที่ตั้งแค้มป์ เป็นลานหินคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ร้อนได้ขนาดนี้ หลังรับประทานอาหารแล้ว ก็เก็บของส่วนที่เหลือใส่กระเป๋าเพื่อออกเดินทางกลับ และแล้วก็ได้เวลาออกเดินทาง ท้องฟ้าช่างเป็นใจ จากตอนเช้าที่แดดร้อนแสนร้อน กลับมาตั้งเค้าท้องฝน โปรยลงมายังนักเดินทางอย่างทั่วถึง ทำให้ทุกคนชุ่มฉ่ำกันไปเลยทีเดียว แม้การเดินทางจะมีอุปสรรค แต่นั่นก็ไม่ทำให้นักเดินทางท้อถอยถอดใจ ยังเดินทางกันต่อไป เดินทางมาถึงที่ซับกระถินที่ตั้งแค้มป์คืนแรกก็พบรอยคุ้ยบ่อเศษอาหารจากการสันนิษฐานน่าจะเป็นหมูป่า ไม่ก็หมาไน แต่ก็สรุปไม่DSCF0758ได้เพราะไม่เจอรอยสัตว์ และเราก็เดินทางกันต่อจนจะถึงสระอโนดาตแล้วDSCF0741ทันใดนั้นเอง“เปรี้ยง” เสียงฟ้าผ่าไม่ไกลจากที่เดินๆ อยู่ เล่นเอาช็อกไปชั่วขณะหนึ่งเลยทีเดียว ทุกคนรอดและปลอดภัยจากฟ้าผ่าครั้งนั้น ฝนก็ยังไม่หยุดตกทุกคนก็นั่งพักกันที่ลานว่างก่อนไปต่อกัน การเดินทางยังคงมีกันต่อไปท่ามกลางอากาศที่เย็น หลังฝนที่ตกลงมาหยุดลงไป เราก็มาผาที่สามารถมองไปยังเมืองปราจีนบุรีได้ เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากๆ ด้านล่างก็มีหมอกหนาคล้ายสายไหมสีขาวก้อนขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าหาดูได้ยากในชีวิตคนๆ หนึ่ง หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศอย่างอิ่มอกอิ่มใจแล้วก็แวะมาทานขนมปังเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับตัวเองก่อนจะเดินทางลงไปยังด้านล่าง เราก็ได้เดินทางผ่านจุดที่เดินผ่านขึ้นมา และมาพักรับประมานอาหารที่คลองต้มกาแฟเพิ่มเติมพลังครั้งสุดท้ายก่อนจะยิงยาวยังทางที่เดินเข้ามา หลังรับประทานอาหารก็มืดค่ำจนต้องใช้ไฟฉายส่องนำทางแล้ว และทุกคนก็ลงมาถึงถนน จุดนัดพบที่รอรถมารับอย่างปลอดภัย…
DSCF0715การเดินป่าสมอปูนพุทธศักราช ๒๕๕๗ ในครั้งนี้ มากกว่าการที่เราเดินมาแล้วผ่านเลยไป มันเป็นอะไรที่มากกว่า การท่องเที่ยว เหมือนการศึกษานอกห้องเรียน ที่มีขนาดใหญ่ ยังมีเรื่องราวต่างๆ ที่ยังไม่รู้และยังต้องศึกษาให้มากกว่านี้...ทั้งนี้ทั้งนั้นกิจกรรมทั้งหมดนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มี กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ คณะเจ้าหน้าที่ ที่เป็นผู้นำทาง และระวังภัยให้แก่คณะนักเดินป่า แม่ครัวพ่อครัวผู้ดูแลเรื่องปากท้อง และรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์เดินป่า และวิทยากรที่ให้ความรู้ต่างๆ นานา มีข้อมูลเก่าบ้าง ข้อมูลใหม่บ้างมาให้ผมได้รับรู้ รับทราบ ถึงความสำคัญของธรรมชาติ ขอบคุณครับสำหรับกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ผมอยากให้มีอีกต่อๆ ไปครับ

นายกัมปนาท สีพิมพ์ขัด
นิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ปิดการแสดงความเห็น