วันหยุด … สุดขีด กับทริปสมอปูน ปู๊นปู๊น

IMG_8319อีกครั้งกับ “โอกาส” ที่ได้รับ ทริปเดินป่าประจำปีของกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ “สมอปูน” ทริปที่ใครๆ หลายๆ คนอยากที่จะมีโอกาสได้ขึ้นไปเยี่ยมเยียนดอกไม้งาม ธรรมชาติสวยๆ แม้มันจะเหนื่อย ลำบาก แค่ไหน ก็ยังอยากดิ้นรนที่จะขึ้นไป…
เกือบจะพลาดโอกาสในครั้งนี้เพราะด้วยสาเหตุมาจากหน้าที่ที่ต้องเรียน นำเสนอผลงานและสอบ แต่จนแล้วจนรอดก็ทำตัวให้ว่างจนได้ในวินาทีสุดท้าย วันอังคารที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๕.๔๐ น. ติ๋วได้รับข่าวดีจากเพื่อนๆ ว่าอาจารย์ยกเลิกคลาส(เรียน) ซึ่งเป็นอะไรที่เหมาะเจาะมากๆ เพื่อนๆหลายๆ คนที่หอต่างก็วางแผนกลับไปพักผ่อนที่บ้านกันยาวๆ หลังจากที่ วันพุธ ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ เราต้องร่วมกิจกรรมที่ทางสาขาจัดขึ้นก่อน ทีนี้จะทำยังไงล่ะ “คนบ้านไกล” อย่างติ๊กและเราที่บ้านใกล้แต่ก็ห่วงเพื่อนจะอยู่หอคนเดียว เลยตัดสินใจลองเสี่ยงขอ(ร้อง) พี่นิมไปทางเฟสบุ๊คดูว่า ขอไปเดินป่าด้วยได้ไหมติ๋วกับติ๊ก ๒ คน ??? อีกสักพักพี่นิมก็โทรกลับมาถามเรา ยื่นขอเสนอดังว่าติ๊กต้องอยู่หอคนเดียว หลังจากที่พี่นิมได้ปรึกษากับลุงแขก ลุงแขกครุ่นคิดอยู่สักพักก็ได้รับคำตอบมาว่า “๒ สองคน สุดท้ายแล้วนะ ไม่มีใครอีกแล้วนะ” ๕๕๕ ได้ไปสิงั้นก็…
นี่ล่ะคือจุดเริ่มต้นของการได้เป็นส่วนหนึ่งของทริปเดินป่าครั้งนี้ของติ๋ว
DSCF0097 - Copyบ่ายวันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ หลังจากประชุมและทำกิจกรรมของสาขาเสร็จ ติ๋วกับติ๊กก็ออกเดินทางกันด้วยฟีโน่มอเตอร์ไซค์คู่ใจ แว๊นซ์กลับปราจีนบุรีเพื่อไปรวมตัวกันกับเพื่อนๆ และซื้อของสดสำหรับเป็นเสบียงสำหรับพวกเราที่จะขึ้นทางฝั่งปราจีนบุรีทั้ง ๙ คน ขณะกลับน่ะเหรอ รถยางรั่วสิคะ บดกันให้สนุกเลยตังค์ก็ไม่มี กว่าติ๋วจะไปถึงก็ ๖ โมงกว่าแล้ว แวะไปหาพ่อหาแม่เก็บของที่บ้านก่อนที่จะโดนโทรตามให้ไปที่บ้านรักษ์เขาใหญ่ที่มี โต๋ ก็อต น้องใหม่ น้องลูกหมี รออยู่ที่บ้าน รู้ตัวเลยว่าเรามาช้ามาก กะว่าทุกคนไปซื้อของกันแล้วซะอีก แต่ที่จริงแล้ว … รอไปซื้อของพร้อมกัน จึงเกิดคำถามอีกนั่นแหละ มืดแล้วจะไปซื้อของกันที่ไหน???  ป้ามอร์ก็มารอนานแล้วด้วย เมนูก็ยังไม่ได้คิด จึงตกลงกันว่า นั่งคิดเมนูกันบนรถแล้วกัน ไปเลือกซื้อเอาข้างหน้า เดี๋ยวป้ามอร์จะรอนาน IMG_8312เก็บของเสร็จก็พากันออกมาช็อปปิ้งของสด เมนูที่นึกมามากมายหลากหลายเหลือเกิน อยากกินนู่นนี่นั่นกันไปแต่ละคน  ช็อปปิ้งกันนานจน โต๋ต้องเดินไปรับป้ามอร์มาหาพวกเราก่อน พอนางมาถึงก็บ่นเบาๆ จนหลายๆ คนต้องหันกลับมามองว่า “เด็กๆซื้อของกันนานจัง พี่รอจนหอยเหี่ยวหมดแล้ว ฮาๆๆ”  พวกเราพากันขำจะแย่ ซื้อของเสร็จเราก็พากันไปหาอะไรรองท้องกันซะหน่อยก่อนที่จะกลับไปแพ็คของใส่เป้เตรียมการเดินทาง
เรื่องขำๆ ก่อนถึงบ้านอีกเรื่องก่อนที่จะถึงบ้านรักษ์เขาใหญ่ “ลูกหมีแวะซื้อเปลที่มินิมาร์ทข้างทาง ติ๋วเลยให้โต๋ลงไปซื้อยางรัดของซึ่งอยู่คนละร้านกัน ขณะที่โต๋ไปซื้อของทุกคนก็กลับมารอที่รถแล้ว แต่โต๋ไม่ถามสักคำ วิ่งไปที่มาร์ท แล้วไปมองหาใหม่กะลูกหมีสุดท้ายไม่เจอแหละ แล้วตัดสินใจเดินออกมา นางเจอหมาหน้ามาร์ทเห่าใส่ พวกเราที่รอที่รถพากันขำที่นางพยายามทะเลาะกับหมาอยู่สักพักกว่าจะกลับมาที่รถได้ อิอิ” 
ถึงบ้านรักษ์เขาใหญ่ พี่หวาน สมาชิกอีกหนึ่งคนที่ขึ้นฝั่งปราจีนบุรีกับพวกเรามานั่งรอที่หน้าบ้านเพื่อ ช่วยเก็บรายละเอียดเรื่องเสบียงให้พวกเรา ช่วยกันกระจายของ แล้วก็พากันตั้งคำถามว่า “นี่คือสิ่งที่เราต้องแบกเหรอ??? เราจะแบกกันหมดเหรอเนี่ย??? ฮาๆๆ” แบ่งกันทำหน้าที่ไปเรื่อย ต้องรวนหมูรวนไก่ แต่ที่บ้านกลุ่มไม่มีถังแก๊ส งานเข้าแล้วไง พี่หวานเลยเสนอว่าจะนำกลับไปรวนที่บ้านให้ แต่เราก็เกรงใจเพราะพี่หวานต้องทำกับข้าวเช้าอีก สัญชาตญาณนักบิดจึงตัดสินใจ ขับรถกลับบ้านไปรวนหมูที่บ้านกับติ๊ก แล้วก็กลับมาที่บ้านกลุ่มอีกที ๕ ทุ่มกว่าเห็นจะได้ ต่างก็พากันแยกย้ายอาบน้ำ พร้อมหุงข้าวเพื่อเป็นเสบียงอาหารสำหรับมื้อกลางวันไว้ด้วย รวมถึงแพ็คของบางส่วนก่อนแล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัยเพื่อเซฟร่างกายไว้ในรุ่งเช้าของวันต่อมา
IMG_8318เช้าวันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันปิยมหาราช วันที่พวกเราจะไปเยือน “สมอปูน” ตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง เช้านี้มี อาจารย์ชุมพล มารวมตัวกับเราที่บ้านรักษ์เขาใหญ่ด้วยอีกหนึ่งคน ก่อนออกเดินทางเราจะไม่อยู่กันหลายวันห่วงมอเตอร์ไซค์จึงตัดสินใจขับไปเก็บไว้บ้านกับติ๊ก   มีรถติ๋ว กับรถใหม่ แล้วก็มีนายโต๋นี่ล่ะไปรับเราที่บ้าน ก่อนออกเดินทางไปรวมตัวกับเพื่อนร่วมเดินทางจากทางฝั่งปากช่อง มีรถมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมารับเราที่บ้านเพื่อไปซื้ออาหารเช้าก่อน ส่วนอีกคันรถโต๋ไปรับพี่หวานที่วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยฯ แล้วไปนัดเจอกันที่หน้าด่านเขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรี
IMG_8341ประมาน ๘ โมงกว่า พวกเราฝั่งปราจีนบุรีรวมตัวกันที่หน้าด่านนั่งกินข้าวเหนียวไก่ทอด(อาจารย์ชุมพลเลี้ยงซะด้วย) รอการมาสมทบของเพื่อนร่วมเดินทาง ระหว่างรอก็ไปวัดความดัน(ทุรัง)ของตัวเองก่อนขึ้น กว่าพวกเราจะรวมตัวกันครบก็เวลา ๑๑ โมงซะแล้ว แอบคิดในใจคงไม่ถึงดึกเท่าปีก่อนโน้นหรอกเนอะ อิอิ
ไปรวมตัวกันที่ปากทางเข้า(กิโลเมตร ๑๔) ขณะรอหลายๆ คนที่มาจากฝั่งปากช่องไปวัดความดัน(ทุรัง)ของตัวเอง ก็เลยนึกสนุกลองแบกเป้ของบรรดาหนุ่มๆ ดู บอกได้เลยว่า แต่ละคน“โคตรเจ๋ง”  ทั้งของ ก็อต โต๋ พี่หวาน พี่อั๋น หนักมาก-ก-ก ถ้าติ๋วแบกแบบนั้นนะ มีหวังเตี้ยกว่านี้แน่เลย อิอิ เราเริ่มเดินกันในชุดแรกโดยมี พี่อั๋นกับพี่หวาน นำทางไปก่อน ในเวลาประมาณ ๑๑.๓๐ น. แรกๆ ด้วยความฟิตของร่างกายเดินไปคุยไปสนุกสนานตลอดการเดินทางภาพเก่าๆ ในหัวที่เคยมาตอนปี ๒๕๕๕ วนเวียนเข้ามาทำให้คิดถึงชาวแก๊งค์ที่เดินไปด้วยกัน แต่คราวนี้ก็สนุกไปอีกแบบ บอกเลยว่าพาเพื่อนมาด้วยแต่แทบจะไม่ได้ดูแลเพื่อนเลย เพราะร่างกายของเราก็ย่ำแย่พอกัน เดินไปตามทางเรื่อยๆ จุดหมายแรกที่เราจะแวะพักกันDSC01200ก็คือ “คลองต้มกาแฟ” แต่ก่อนหน้านั้นอ่ะเหรอ ติ๋วพักมาตลอดทางแล้วล่ะ ฮาๆๆ บรรยากาศฝนตกเวลากินข้าวนี่มันช่างเป็นอะไรที่อธิบายยากมากเลยนะ อิอิ อาหารแสนอร่อยที่พี่หวานทำมาให้พวกเราทั้ง ไก่อบ ผัดกระเพรา(อร่อยสุดๆ) เป็นที่พักที่แรกที่เราแวะทานอาหารกลางวันกัน ในเวลา บ่าย ๒ กว่าๆ ทำลายเสบียงท่ามกลางสายฝน ทานอาหาร จิบกาแฟ เติมพลังกันแล้ว ก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ ฝนตกบ้างหยุดบ้าง เดินกันไปเรื่อยๆ ช่วงนี้ล่ะที่ติ๋วกะติ๊กเดินห่างกัน มีพี่โก๊ะกับพี่อ้อย ที่เดินฉิวลิ่วนำทางไปก่อน ตามด้วยพวกเราแก๊งค์ ๓ สาวล่ะทีนี้ น้องลูกหมี รด. ๕ ปี น้องใหม่ สาวอึด และติ๋ว ซึ่งแก่สุดในบรรดาสาวๆ เดินเรื่อยๆ ตามกันมากว่าจะถึงสันเขาก็ล้มบ้างพักบ้าง ฮาๆๆ มาเจอพี่อ้อยกับพี่โก๊ะที่นั่งรับลมเย็นรอเราอยู่แล้ว นั่งสักพักก็มี พี่แน็ตกับป้ามอร์ ตามขึ้นมา พี่อ้อยนำขนมมาแกะแบ่งพวกเรากินแกบอกว่าจุดประสงค์คือ พี่ไม่ได้เอามาม่ามาให้พี่กินด้วยนะ ฮาๆๆ น่ารักเชียว แล้วหลังจากนั้นหลายๆ ก็เริ่มทยอยกันเดินขึ้นมาที่สันเขา
พวกเราที่มาถึงก่อนก็เลยตัดสินใจเดินไปรอที่ลานหินเพื่อหาอะไรรองท้องเผื่อจะต้องทานมื้อเย็นกันที่นี่ พี่หวาน ใหม่ เจ๊เปรี้ยว แล้วก็ติ๋วเดินไปหาน้ำ แอบใจเสียเบาๆ ว่า น้ำน้อยมาก ต้องเดินวนหาอยู่นาน สุดท้ายนั่งรองน้ำจากสายน้ำเล็กๆ กว่าจะได้แต่ละขวด รู้คุณค่าเลย กลับมาทุกคนต่างพากัน   กินข้าว ต้มมาม่า ชื่นชมวิวทิวทัศน์รอบๆ รอกลุ่มข้างหลังมาสมทบเพื่อออกเดินทางไปยังจุดหมายพร้อมๆ กัน
IMG_8370เป็นการเดินป่ายามค่ำคืนอีกหนึ่งครั้งของติ๋วในเส้นทางที่คุ้นๆ จุดที่เราจะแวะพักเหนื่อยหลักๆ ก็คงหนีไม่พ้น“หินท่านประธาน”(นกหวีด) เราถึงที่นี่ในช่วงทุ่มกว่าๆ นั่งพักกันสักพัก ซึ่งเท่าที่จำได้“ถ้าพักที่ๆ เคยมาเราก็จะเดินกันอีกไม่ไกลถ้า…ไม่หลง” เราเดินทางกันต่อมายังลานหินก่อนถึงสระอโนดาต ลานที่ติ๋วเคยมาพักเมื่อปีก่อน พี่อั๋นกับพี่นิม เดินเข้าไปสำรวจก่อนว่าพักได้รึเปล่า ผลปรากฏว่าอย่างที่บอก น้ำไม่มี เราจึงตัดสินใจเดินไปที่สระอโนดาต ระหว่างทางลูกหมีข้อเท้าพลิกทำให้ต้องเดินช้าๆ เข้าใจน้องเลยเพราะเราเป็นบ่อย อิอิ แต่ด้วยสปิริตของ รด.๕ ปี น้องลูกหมีเดินสบายเลย
ถึงสระอโนดาตมีคนพักที่นี่อยู่แล้วด้วย ซึ่งลุงแขกกลัวว่าน้องๆ จะเดินไม่ไหวเลยตัดสินใจจะพักที่นี่ก่อนหนึ่งคืน แต่ถ้าทุกคนเดินไหวเราก็จะเดินกันต่อไปยังอีกที่หนึ่งคือซับกระถิน เราเดินกันมาเรื่อยๆ ยังไม่ถึงเป้าหมายได้ข่าวแว่วๆ ว่าแบซอ ลืมกีตาร์ไว้ที่สระอโนดาต ทำให้ต้องเดินกลับไปเอา ส่วนพวกเราพักรอสักแป๊บก็เดินต่อเพื่อที่จะถึงที่พัก(ไม่)ดึกว่านี้ เดินต่อไปไม่นานก็คงเกือบถึงที่ที่เราจะพักแล้วล่ะ พี่กำลังหาทางเข้าอยู่ ขณะนั้นตะคริวเจ้ากรรมที่สะสมมาสักพักก็ทำร้ายติ๋วที่เท้า นึกในใจ จะถึงแล้วนะ ทนเอานะ ไม่เชื่อฟังกันบ้างเลย แต่สักพักก็ดีขึ้น-ขอบใจติ๊กนะที่นวดให้
DSC01215ถึงที่พักประมาน ๓ ทุ่มกว่า เกือบ ๔ ทุ่ม เห็นจะได้ ซับกระถิน ที่พักใกล้น้ำ (แต่…นี่มันป่ายุงชัดๆ!!) หนุ่มๆ พากันจัดเตรียมสถานที่ หาฟืนก่อกองไฟ ก่อนที่จะนำเสบียงออกมารวมกัน บอกเลยว่าตอนนี้ช็อคกว่าตอนที่อยู่บ้านกลุ่มอีกค่ะ“กะหล่ำปลี ๑๕ หัว กะหล่ำดอก ๕ หัว ถั่วฝักยาวกว่า ๕ กิโลกรัม ปลากระป๋องอีก ๓ – ๔ โหล” เห็นจะได้ ส่วนข้าวสารนี่ อยู่ได้อีกเป็น ๑๐ วันกันเลยทีเดียว ฮาๆๆ นี่ยังไม่รวมอย่างอื่นอีกนะ บอกเลยว่าถ้าเราหลงยังไงก็รอด
หลังจากจัดหาที่นอน ทำกับข้าว พวกเราสาวๆ เจ๊เปรี้ยว ติ๊ก ใหม่ ลูกหมี น้องแพรว น้องต้าร์แล้วก็ติ๋ว ก็ไปล้างเนื้อล้างตัวหลังจากวันนี้ลุยมาทั้งวันมอมแมมเหม็นเน่าตัวเองเหลือเกิน น้ำเย็นสดชื่นทำให้ร่างกายเหมือนได้ชาร์จแบตฯ เลยล่ะ แต่ก็มานั่งคุยได้ไม่นานก็ขอตัวนอนก่อนเพราะร่างกายก็ล้าอยู่ไม่ใช่น้อยอยู่เหมือนกัน คืนนี้เลยหลับไปกับเสียงเพลงที่ได้ยินแว่วๆ
DSC_0124วันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมาด้วยความสดชื่น(เหรอ???) ลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็มาช่วยกันทำอาหารเช้าโดยเลือกที่จะทำลายเสบียงให้มากที่สุด อิอิ เมนูเช้านี้มี ผัดกะหล่ำฝีมือพี่แน็ต ยำปลาเค็ม ฝีมือป้ามอร์(หั่นหอมแดง พริกและมะนาว) ใส้กรอกรมควันทอด ฯลฯ พวกเราทานกันอย่างเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว ก่อนที่จะเคลียร์เสบียงกลับสู่กระเป๋าอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ทำให้เราได้คุยกะหนุ่มๆ สารคามมากขึ้นคือ แสน น้องโอ น้องแน็ก และน้องนินิว เพราะว่าเราจัดส่งเสบียงไปให้น้องๆ เยอะมากๆ เลย โต๋กับก็อต ไปขุดหลุมฝังเศษอาหารติ๋วเลยอาสาจัดเสบียงใส่กระเป๋าให้ในปริมานที่(หนัก)พอเหมาะ ฮาๆๆ และฝนก็ตกลงมาหาพวกเราอีกครั้งก่อนที่จะออกเดินทาง ติ๋วก็ช่วยพี่ๆ เผาขยะซะก่อนที่จะขึ้นเป้ไปยังที่พักใหม่ไร้ยุงกว่าเมื่อคืน(คิดว่างั้น)DSC_0220เดินทางต่ออีกครั้งกับสายฝนที่ปรอยลงมา เพื่อไปสู่ที่พักที่มีน้ำตกสวยกว่าเดิม เห็นใครๆ เค้าเรียกกันว่า“คลองฟันปลา ๑” ตลอดการเดินชั่วโมงกว่าๆ ฝนตกลงบ้างประปรายทำให้ไม่ร้อนและที่สำคัญตลอดเส้นทางมีดอกไม้ต้นไม้ที่เราคาดหวังจะมาพบเจอและทักทายอีกด้วย ถึงธารน้ำตก พี่นิมพี่อั๋นพี่หวานแยกกันหาที่พักที่เหมาะสม ระหว่างรอเราก็แซวกันเล่นๆ กับน้องลูกหมีว่า “ลูกหมีนี่ระดับ รด. ๕ ปี เดินสบายอยู่แล้วหละ” เพื่อนรักอย่างติ๊กมาพร้อมกับประโยคที่ที่ว่า“ติ๊กก็ รด. มา ๒๒ ปีล่ะ ไม่เห็นจะแข็งแกร่งเลย” นายโต๋ถึงกับอึ้งไปต่อไม่ได้เลยทีเดียว ฮาๆๆ แบบว่า เบิ่ดคำสิเว้า …และพอพี่ๆ กลับมาซึ่งเห็นสมควรว่าควรจะไปอีกที่หนึ่งซึ่งไม่ไกลกันมากนัก เดินสักพักก็ถึง พอไปถึงก็ช่วยกันจัดแคมป์ก่อกองไฟ ตั้งน้ำต้มกาแฟ ก่อนที่จะไปเล่นน้ำอาบน้ำให้ชุ่มฉ่ำ จัดหาที่นอน
IMG_8660ที่นี่มีธารน้ำตกขนาดกลางที่พอจะมีน้ำอยู่บ้าง บรรยากาศรอบๆ สวยงาม ทำให้เราหายเหนื่อยได้ชั่วขณะเลยล่ะ หลังจากนั้นก็มาทำอาหารจัดเรียงเสบียงอาหาร ร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน กับเมนูที่หลากหลายฝีมือเจ๊เปรี้ยวกะน้องใหม่  หลังจากนั้นหลายๆ คนก็เหนื่อยล้า นั่งคุยกันได้สักพัก ก็ต่างแยกย้ายไปนอน มีกลุ่มของอาจารย์นพ พี่ๆ ที่นั่งเสวนากัน ส่วนติ๋ว ก็นั่งเล่นเกมส์กับแสนดีสักพัก แสนดีก็บอกว่า“เดี๋ยวแสนไปนอนก่อนนะ ตี ๓ ก็ไปปลุกแสน” (อันที่จริงนางไปนั่งต่อซะงั้น) พอแยกจากแสนดีก็ย้ายมานั่งร่วมวงใหญ่หน้ากองไฟกับเจ๊เปรี้ยว นั่งคั่วถั่วลิสง ติ๋วแกะเปลือกเจ๊เปรี้ยวก็กิน เป็นยังงี้จนเกือบหมดจาน ฮาๆๆ
นั่งอยู่เวรยาม ได้ฟังเพลง กินข้าวต้ม กินขนม กินแหนม เป็นการทำลายเสบียงไปในตัว อิอิ นั่งเสวนากันเรื่อยเปื่อย อากาศเย็นๆ นั่งหน้ากองไฟอุ่นๆ พากันดูดาว ค่ำคืนนี้ดวงดาวเต็มท้องฟ้า สวยงามมากๆ พอตี ๓ กว่าๆ พี่สองก็ลุกมาร่วมวงด้วยกัน แต่พี่แกนั่งไม่ห่างกองไฟเลย แถมจิบน้ำร้อน ตลอดเวลา สงสัยจะหนาวจริงจัง อิอิ ประมานตี ๔ กว่าๆ น้องใหม่กับน้องลูกหมีลุกมาผลัดเวร ติ๋วกับเจ๊เปรี้ยวเลยขอกินโอวัลตินอีกสักแก้วแล้วก็เผ่นไปนอนเปลของพี่หวานจั๊กกะหน่อย
เสาร์ ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๗ เช้ามาเจ๊เปรี้ยวที่มานอนด้วยกัน หายไปถ่ายรูปกะพี่หวานซะแล้ว ได้นอนเปลพี่หวาน อยู่คอนโดชั้นบน ติ๋วเกิดมาตัวเล็ก(ย้ำว่าตัวเล็กค่ะ) ขึ้นเปลว่าลำบากแล้ว ตอนลงเปลนี่สิ ขาไม่ถึงต้องให้คนอื่นมาช่วยซะหน่อย ลงมาก็เห็นสาวๆ พากันกินบะหมี่ที่เรานำขึ้นมา ทำก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยกิน ใครจะคิดล่ะว่าบนสมอปูนจะมีร้านบะหมี่(บะหมี่จริงๆนะ ไม่ใช่มาม่า) แบบว่าอุตส่าห์ขนมาเนอะ ก็เลยจัดซะหน่อย เอร็ดอร่อยไปตามๆ กัน เห็นว่าฝีมือการปรุงน้ำซุปนี่ได้จาก พี่แหลม ผู้นำทางของเราเลยล่ะ
หลังจากทานกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราแก๊งค์วัยรุ่นจึงพากันไปป่วนน้ำตกซะหน่อย โดยนายโต๋ นาย ก็อต นำทางพาเราไปเล่นน้ำ มีสมาชิกที่เดินไปด้วยกัน น้องใหม่ น้องลูกหมี ติ๊ก น้องต้าร์ น้องแพรว น้องทิ้ว น้องโอ น้องแน็ก น้องนินิว เจ๊เปรี้ยว ป้ามอร์ พากันลัดเลาะไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานเลยDSCF0406ล่ะ ทั้งล้ม ทั้งลื่น เจ็บบ้าง ไม่เจ็บบ้างช่วยเหลือกันไป ส่วนติ๋วคงคิดถึงการล้มมาก กลัวไม่เสียชื่อ(รื่นฤดี) เลยจัดไปหลายรอบเหมือนกัน พอเล่นกันจนอิ่มใจเราก็เดินทางกลับมาที่พัก แต่ระหว่างการเดินทางกลับนี่ล่ะ การ“ลื่น”ที่เป็นเรื่องปกติสำหรับติ๋ว รอบเลยนี้จัดหนักไปหน่อย เจ็บแบบจริงจัง เท้าบวม ลงน้ำหนักไม่ได้ ต้องเดินช้าๆ แบบว่าเดิน ๔ เท้าเลย แต่ก็ได้เพื่อนๆ น้องๆ ดูแลเป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ(ขอบคุณนะคะ) เรากลับมาเล่นน้ำต่อที่ธารน้ำตกใกล้ที่พักที่เราอาบน้ำสระผมกันต่อ
บ่าย ๓ กว่า เห็นจะได้ เราขึ้นมาด้วยความหิวโหย เลยช่วยกันทำอะไรกินรองท้องกัน นั่นคือ ผัดมาม่า ต้มมาม่า ฯลฯ หลังจากกินอิ่มก็นั่งพูดคุยกัน ช่วยกันทำอาหารเย็นต่อ มีเชฟพี่นิม เชฟพี่อั๋น และเชฟพี่แน็ท ช่วยกันทำอาหาร(ติ๋วไม่รู้หรอก ว่ามีเมนูอะไรบ้างเพราะหนีไปนอนที่เปลของหนุ่มๆ สารคามแล้วล่ะเพราะรู้สึกปวดที่เท้า)
ซึ่งตื่นมาอีกทีเพราะอาการปวดและหิว ฮาๆๆ พยายามเดินให้ปกติที่สุดมาหาเพื่อนๆ มีน้องใหม่คอยดูแลนวดให้ และพี่หวานก็ด้วยอีกคน มานั่งดูรูปกับพี่อั๋นสักพัก ก็ตัดสินใจขอโจ๊กกะไข่ไก่ไปที่กองไฟเดิม กินข้าวแล้วกินยา กลับไปนอนต่อ เวรยามไม่ได้อยู่ไม่รู้เรื่องเลยว่าเหตุการณ์คืนนั้นเพื่อนๆ พี่ๆ ทำอะไรกันบ้าง แถมไม่ได้ช่วยอยุ่เวรยามอีกต่างหาก มัวแต่ทำความเข้าใจกับเท้าตัวเองอยู่ว่าพรุ่งนี้ต้องเดินกลับให้ได้นะ #รื่นฤดี
DSC_0301สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๗ วันที่เราต้องเดินทางกลับ วันที่รื่นฤดีต้องอดทนที่สุดอีกวันหนึ่ง หลายๆ คนทำลายเสบียงอาหารไปเยอะมาก ครั้งนี้ของส่วนกลางแทบไม่มีในกระเป๋าติ๋วเลยล่ะ เพราะทุกคนเห็นว่าเราเท้าเจ็บเลยให้แบกของเบาที่สุด(ขอบคุณนะคะ) หลังจากอาบน้ำ ทานอาหารมื้อสุดท้ายที่นี่เสร็จก็ช่วยกันเก็บเสบียง เคลียร์แคมป์ ทำความสะอาด เผาขยะ ฝังเศษอาหาร แอบพะวงวางแผนกับตัวเองว่าถ้ากลับไม่ได้คงต้องให้ใหม่ขับรถยนต์ที่บ้านกลับก่อนล่ะเพราะวันจันทร์มีสอบ มีเรียน การเดินทางกลับเริ่มต้นขึ้นประมาณ ๑๐ โมงกว่าๆ หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย แทบจะตลอดการเดินทางกลับมีฝนตกลงมาตลอด พ่อพี่อั๋นก็สนุกสนานกับการเล่นน้ำเลยทีเดียว ส่วนติ๋วน่ะเหรอ มีบอดี้การ์ดทั้งหน้าและหลัง แต่ก็ไม่รอดที่จะลื่นบ้าง ล้มบ้าง เดี๋ยวจะผิดสโลแกน ฮาๆๆ (ลื่นนะดี)DSC_0392เราแวะชมวิวกันที่หน้าผา มองไปในภาพกว้างๆ เห็นหมอกหนาปกคลุมมองไม่เห็นข้างล่างเลยล่ะ แต่พอหมองจางเรามองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองปราจีนบุรีได้ชัดเจนมากๆ เป็นภาพแห่งความทรงจำที่นึกถึงทีไรก็คงจะมีความสุขไม่น้อย ชื่นชมวิวจนอิ่มใจ ก็มาทำลายเสบียงขนมให้อิ่มท้อง ทั้งขนมปัง มาม่าดิบ แลทุกคนคงจะไม่ค่อยหิวสักเท่าไร จนต้องรีบทำเวลาเพื่อที่เราจะได้ลงไม่มืดมากนัก
การ “ลื่น” “ล้ม” กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับติ๋วมากๆ บ่อยเกิ๊น เดินนิดหน่อยก็ล้มก็ลื่นน่าเบื่อตัวเองจริงๆ เท้าที่จากมีอาการปวดก็เริ่มชาไม่มีความรู้สึก เดินได้สบายมาก เดินลงสันเขามาเรื่อยๆ เป้าหมายคือคลองต้มกาแฟ พี่โก๊ะ พี่อ้อย แบซอ เจ๊เปรี้ยว ติ๋วและน้องลูกหมี มาก่อนถึงก่อน พากันก่อไฟ รอเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ตามหลังมา เราทานอาหารในป่ากันเป็นมื้อสุดท้าย ทำลายปลากระป๋องกันอย่างสนุกสนาน เอร็ดอร่อยมากๆ ทานอิ่ม ทุกอย่างเริ่มลงตัว ฟ้าเริ่มมืดขึ้น ราว ๕ โมง ๖ โมงเย็นเห็นจะได้DSC_0604  เราเดินทางจากคลองต้มกาแฟ เพื่อออกจากป่า ตลอดการเดินทางอาการชาของข้อเท้าเริ่มหายไป อาการปวดเริ่มขยับเข้ามาอีกครั้ง ทรมานโคตร ให้เดินถึงก่อนก็ไม่ได้(บ่นกับตัวเอง) แต่ก็ทนเดินต่อนั่นแหละ เดินมาได้สักระยะเกือบถึงจุดหมายปลายทางในอีกไม่นาน ขบวนแถวเดินหยุดชะงัก และมีเสียงจากข้างหน้าบอกกล่าวมาว่า“มีคนเข้าห้องน้ำ” นั่นก็คือป้ามอร์นั่นเองสงสัยจะกินแหนมปลามาแล้วท้องใส้จะปั่นป่วน เลยได้น้องใหม่พาเข้าไปทำธุระอยู่สักแป๊บนึง แต่ตลอดการทำธุระ หลายๆ คนที่รออยู่ก็พากันแซวป้ามอร์ซะเราล่ะอายแทนเลยล่ะ ฮาๆๆ หลังจากนั้นพวกเราก็เดินต่อ จนออกมาถึงปากทางที่มีรถของ พี่โก๊ะเซ็ง มารอรับพวกเราอยู่แล้ว บอกเลยว่ารู้สึกโล่งมากมายที่เท้าได้พัก
พวกเรากลับมาที่บ้านรักษ์เขาใหญ่ประมาน ๒ ทุ่มกว่าเห็นจะได้ ให้โต๋ มาส่งพวกเราสาวๆ ติ๊ก น้องใหม่ น้องลูกหมีและติ๋วที่บ้านติ๋ว เพื่ออาบน้ำและตกลงกันว่าจะไปกินข้าวกัน ขณะนั้นโต๋กับก็อตก็ไปส่งพี่หวานและอาบน้ำกันที่นั่น ซึ่งการออกจากป่าคราวนี้ที่จริงติ๋วกับติ๊กมีสอบ แต่เป็นข่าวดีมากๆเพราะอาจารย์ยกเลิกคลาสทั้งเช้าและบ่าย ทำให้เราตัดสินใจจะกลับหอกันในตอนเช้าวันอังคาร
๔ ทุ่มครึ่งโต๋กับก็อตมารับพวกเราไปกินข้าว ซึ่งหิวกันมาก แต่ไม่รู้จะกินร้านไหนสุดท้ายก็ไปกินกันที่ร้านข้าวต้มบ้านขวัญ สั่งอาหารกันอย่างสนุกปาก ๑๑ อย่าง ข้าว ๒ โถ ๒ หนุ่มถึงกับอึ้งกลัวว่าสาวๆ จะกินกันไม่หมด แต่ผลสุดท้ายอาหารหมด ๕๕๕ บิลมาก็พากันอึ้งอีกที ไปกัน ๖ คน กินกันหมดพันสอง ๕๕๕ ขอบคุณผู้สนับสนุนเงินพี่หวาน นะคะ จะบอกว่าไม่มีตังค์ทอนนะ อิอิ แบบว่าอิ่มจริงจัง เที่ยงคืนพวกเราก็กินอิ่มกลับมาพักกันที่บ้านของติ๋ว คืนนี้มีโอกาสต้อนรับเพื่อนๆ แม่ติ๋วก็เตรียมที่นอนให้ทุกอย่างเลยทีเดียว(ขอบคุณแม่นะคะ)DSC_0568วันจันทร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗ เช้าของวันนี้ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ก็เลยตกลงไปหาอะไรกินกันก่อนที่จะแยกย้ายกัน โต๋ ก็อต กลับนครนายก ส่วนพวกเรา ติ๊ก น้องใหม่ น้องลูกหมีและติ๋ว พวกเราสาวนักบิดแว๊นซ์กลับบางคล้ากันอย่างปลอดภัยเลยค่ะ
สำหรับทริปครั้งนี้ขอขอบคุณทุกอย่างเลยนะคะที่ทำให้ทั้งติ๋วและเพื่อนได้เป็นส่วนหนึ่งของทริป ได้มิตรภาพพี่น้องเพิ่มมากขึ้น สนุกมีความสุขและประทับใจมากๆ เลยค่ะ…

รื่นฤดี ชื่นบาน ๑๑/๑๑/๕๗

ปิดการแสดงความเห็น