อีกครั้ง..อีกครา ณ ดินแดนแห่งลานหินธารน้ำดอกไม้ใบหญ้าและผองเพื่อน..สมอปูน…

ในความคิด ในช่วงชีวิต…  ของคนทุกคน ย่อมต้องการแสวงหาและนำมาซึ่งความสุขความประทับDSC_0168ใจและความทรงจำดีๆ ในชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะต้องอดทน เหนื่อยยากเพียงใด จุดหมายก็ไม่น่าที่จะแตกต่าง  ..  แต่สิ่งที่แตกต่าง คือวิธีการต่างหาก วิธีการใดที่จะทำให้ชีวิตประสบแต่ความสุขความประทับใจและเกิดความทรงจำที่ดี อีกครั้งที่ผมได้รับโอกาสดีๆ ได้ทำในสิ่งที่ชอบที่ใช่และที่ผมรัก  .. เดินป่า  ..  บ่อยครั้งที่ผมได้มีโอกาสเดินป่าแต่ทุกครั้งความรู้สึกก็แต่งต่างกันออกไป ด้วยปัจจัยหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็น สถานที่ สิ่งแวดล้อมและที่สำคัญที่สุดเพื่อนร่วมทาง สมอปูน ดินแดนแห่งลานหินต้นไม้น้อยใหญ่ไม้ยืนต้นไม้เถาไม้เลื้อย(ไม่มีคลานนะครับ) ไม้พื้นล่างดอกไม้ใบหญ้าและลำธารน้อยใหญ่ เป็นสถานที่ที่ผมพอใจ มีสิ่งแวดล้อมที่น่าค้นหา ควบคู่กับมิตรภาพจากแดนไกลที่ได้รับจากเหล่าเพื่อนผองน้องพี่ที่ช่วยกันเติมเต็มกันและกัน
IMG_9428การเดินทางของผมได้เริ่มขึ้นหลังจากที่ได้พูดคุยนัดแนะกับ นิม ในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันเวลา การเดินทางไป-กลับและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง วันที่ ๒๐ ตุลาคม คือวันที่ผมออกเดินทาง ครั้งนี้ก็เช่นเดิมผมเลือกใช้บริการรถไฟไทยสายใต้ ยะลา-กรุงเทพ แปลกแต่จริง ครั้งนี้การเดินทางราบรื่นมากตรงเวลาขาดเกินก็ไม่ถึง ๑๕ นาที ขอบคุณการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ทำให้ฝันผมเป็นจริง หลังจากที่เฝ้ารอมาหลายปีขอบคุณๆๆ จะโชคดีหรือโชคร้าย(ก็ไม่รู้ซินะ) ในครั้งนี้การเดินทางของผมไม่ได้เดียวดายเหมือนทุกครั้ง ผมมีเพื่อนร่วมทางด้วย เปรี้ยว สมาชิกหนึ่งเดียวแห่งวังบุปผา (ได้ข่าวว่าจะเปลี่ยนวัง ไม่แน่ใจว่าชื่อวังอะไร…) นัดกันไว้ที่สถานีหาดใหญ่ เห็นว่าอยากจะนั่งรถไฟเล่นแต่ไม่อยากนั่งคนเดียว ก็เลยจัดให้นั่งกันยาวๆ เปรี้ยวเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีมากจนถึงมากที่สุด หกโมงเย็นโดยประมาณ พนักงานบนขบวนมาถามว่าปรับที่นอนไหม? ผมก็ตอบไปว่าปรับได้เลยครับ ขอบคุณครับพี่ ผมนอนเตียงล่าง เปรี้ยวนอนเตียงบน เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเท่านั้นแหละ เปรี้ยว ก็จัดการกับที่นอนแล้วหลับยาวววว เหลือผมนั่งอ่านหนังสือเพื่อเรียกความง่วงอยู่เตียงล่างคนเดียว ไม่นานนักก็หลับด้วยความเพลีย รถไฟก็แล่นมาเรื่อยๆ จนมาถึงสถานีปลายทางที่เราจะต้องลงกันแล้ว คือสถานีบางซื่อ วันนี้ก็ ๒๑ แล้ว นัดกับ นิม ไว้ ไม่นานนัก นิม ก็มาถึงสถานีโดยมี พี่แขก มาด้วย มิตรภาพจากแดนไกล ค่าเกินคำบรรยาย พูดคุยทักทายกันแล้ว ก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้งเป้าหมายคือปากช่อง ระหว่างทางแวะกินข้าวแวะส่ง เปรี้ยว ที่กลางดง ในที่สุดก็มาถึงปากช่อง บ้าน พี่แขก บ้านที่มากี่ครั้งก็รู้สึกอบอุ่น หรือที่รู้จักกันในนาม (วังค้างคาว) เป็นชื่อที่ถูกตั้งไว้และเป็นที่กล่าวขานกัน สงบแต่ไม่เคยเงียบ ผมไม่รอช้าอาบน้ำกินยาและพักผ่อนตามสูตรที่พี่แขกเคยแนะนำไว้ หลังจากที่ได้พักผ่อนพอสมควรแล้วรู้สึกดีขึ้นก็ออกมานั่งพูดคุยตามประสา ต่อด้วยข้าวเที่ยง(คืน) และนอนต่อ

SAM_1922เช้าวันที่ ๒๒ ตื่นมาอย่างสดชื่นเมื่อคืนได้นอนเต็มๆ เช้าหรือไม่เช้าก็ไม่รู้ แค่สามโมงเช้า น่าจะเช้าอยู่นะสำหรับที่นี่ วันนี้ก็จะมีทีมน้องๆ จาก มมส.มาสมทบนำทีมโดย แสนดี ในช่วงสายๆ เปรี้ยวก็ได้เดินทางมาสมทบเช่นกัน เย็นของวันนี้เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้วก็ได้ออกไปหาซื้อข้าวของเสบียงต่างๆ ที่จะนำขึ้นไปยังสมอปูนตามความจำเป็น ตอนเย็นวันนี้หลังจากกลับจากไปซื้อของทุกคนก็ได้มานั่งล้อมวงกินข้าวคุยงานนัดแนะและแบ่งข้าวของส่วนหนึ่งให้น้องๆ มมส. เพราะน้องๆ ส่วนหนึ่งจะต้องไปพักที่บ้านเก่ง คืนนี้ ยุ้ย ได้ช่วยจัดเป๋ให้ น้องทิ้ว รื้อของออกมาให้หมดแล้วค่อยเรียงลงไปใหม่ แนะนำวิธีการที่ดีให้น้องดูแล้วชื่นใจ แต่ในขณะที่รื้อของออกมานั้นปรากฏว่าในเป้ของ น้องทิ้ว มีถุงนอนหนึ่งใบ ผ้าห่มหนึ่งผืนและผ้าขนหนูสองผืน ความตกตะลึงเกิดขึ้น(จะเอาไปทำไมเยอะแยะมีทั้งถุงนอนทั้งผ้าห่ม..ยุ้ยถาม) (ถุงนอนมีไว้นอน..ผ้าห่มมีไว้ห่ม..น้องทิ้ว ตอบ)  ชัดเจนที่สุด… ในอีกฟากหนึ่งของเขาใหญ่ ฝั่งปราจีนบุรี นำทีมโดย หวาน ก็ได้จัดเตรียมข้าวของส่วนหนึ่งเช่นกัน ทุกครั้งก็จะทำแบบนี้และมีการประสานกันตลอดระหว่าง นิมและหวาน คืนนี้ทุกคนต่างแยกย้ายเข้านอนเพื่อพักผ่อนเร็วกว่าปกติเพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าพรุ่งนี้หนทางอีกยาวไกล..สมอปูน

DSC01166เช้าวันที่ ๒๓ เป็นเช้าที่ต้องเตรียมและตรวจความพร้อมครั้งสุดท้าย เพื่อความแน่ใจในเรื่องต่างๆ เช้านี้มี พี่โก๊ะ พี่อ้อย ที่ยังลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปสุดท้ายลงเอยด้วยดี เพราะถูกบังคับให้ต้องไปโดยพี่แขก ขณะที่เรากำลังนั่งพูดคุยเพื่อรอเวลาและเพื่อนๆ ที่กำลังเดินทางมาสมทบกันนั้น มีน้องคนหนึ่งถามว่า..(วันนี้ฝนจะตกไหมครับ???) น้องทิ้ว เอาอีกแล้ว ผมหันไปหาพี่แขก ส่วนพี่แขกเงยหน้ามองฟ้า สุดท้ายผมก็ตอบไปแบบงงๆ มากๆ ขอบคุณสำหรับคำถาม!!! (ส่วนคำตอบเราค่อยไปหากันข้างหน้า..ดีไหม) ตอนนี้ทุกคนก็พร้อมแล้วสำหรับทีมปากช่อง นำทีมโดย อาจารย์นพ ป๋าเซ็ง พี่แขก พี่แนท เก่ง นิม อั๋น สอง แสนดี เปรี้ยวและน้องๆ จาก มมส. รถพร้อมคนพร้อม การเดินทางเริ่มแล้ว อาจจะช้ากว่ากำหนดแต่มันก็เป็นเรื่องปกติของการเดินทางทุกครั้งไป ใช้เวลาพอDSC01154สมควรขบวนรถจากฝั่งปากช่องก็เทียบท่าปากทางหลัก กม.๑๔ ขนสัมภาระลงจากรถได้แล้ว น้องๆ ส่วนหนึ่งก็ได้เดินทางลงไปยังศูนย์บริการเนินหอม เพื่อตรวจร่างกายโดยมีทีมจากปราจีนฯ รออยู่แล้ว ณ ที่นั้น นำทีมโดย อาจารย์อ้วน หวาน มอร์ ติ๋ว ใหม่ โต๋ ก๊อต ติ๊กและลูกหมี เมื่อตรวจร่างกายเสร็จเรียบร้อยทีมใหญ่ก็เกิดขึ้น ครั้งนี้เราได้เจ้าหน้าที่ที่สนิทกันมาก พี่แหลม ขาประจำ นัดหมายแบ่งทีมย่อยแล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้น ณ กม.๑๔  ชุดแรกที่ออกเดินนำเป็นชุดของ หวาน พี่โก๊ะป๋าเซ็ง พี่อ้อย พี่แนทและน้องๆ ส่วนหนึ่ง ชุดสองเป็นชุดใหญ่รุ่นใหญ่จริงๆ ขอบอก ! แต่อย่างไรก็ดียังมีทีมน้องๆ มมส. น้องทิ้ว คอยติดตามเก็บตกยามจำเป็น ซึ่งน้องๆ เขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่ง สองเท้าก้าวเดิน บวกใจนำทาง แรกๆ ก็มีเสียงพูดคุยหยอกล้อดังออกมาเป็นระยะๆ ไม่นานเสียงที่ดังก็ค่อยๆ หายไปหลงเหลือไว้เพียงเสียงหอบดังออกมาเป็นช่วงๆ เดินไปคุยไปหอบไปและพักเป็นบางจังหวะจนสุดท้ายเราก็มาถึง คลองต้มกาแฟ เกือบๆ เที่ยง หยุดพักกินข้าวจัดกาแฟอย่างสมหมาย IMG_8344กลางสายฝนโปรยปรายให้สมชื่อคลองต้มกาแฟ เมื่อทุกคนรู้สึกดีขึ้นขบวนก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้งอย่างช้าๆ จุดนี้สองข้างทางเต็มไปด้วยไผ่หินและความลื่นที่เกิดจากดินอุ้มน้ำ ขบวนค่อยๆ ขยับ ระหว่างทางมีเรื่องเล่าอุปสรรคความสวยงามและมิตรภาพ ขบวนเดินมาถึง น้ำตกกฤษฎา น้ำตกที่มีน้ำน้อยมาก แต่ช่วงนี้น้ำก็พอมีให้เห็นบ้างเฉพาะจุดไป ปีนี้ความเปลี่ยนแปลงมีมากมาย ณ จุดนี้ น้ำได้กัดเซาะหินให้พังทลายลงมาทำให้เป็นอุปสรรคในการเดินมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่โตอะไร “อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้าม..” ก็แค่นั้น จากจุดนี้การเคลื่อนตัวช้าลงอย่างเห็นได้ชัดเสียงพูดคุยเริ่มขาดหายไปเงียบจนถึงที่สุด จะมีก็แค่ลมหายใจรู้สึกว่ามันหายใจดังเร็วกว่าปกติ อาการหอบเฮือกๆ เริ่มมาเยือน ตะคริวก็ออกมาตามหา ขณะที่IMG_8355กำลังไต่ระดับความสูงผ่านป่าไผ่ ก้อนหินและความลื่น สุดท้ายแล้วก็มาถึงสันเขา อากาศกำลังดี ฟ้าหลังฝนมีม่านหมอกทอดยาว แต่ก็ได้แค่มองชั่วขณะเท่านั้นเพราะยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย มาด้วยกันไปด้วยกัน ผมและพี่โก๊ะก็ได้ลงไปข้างล่างอีกครั้งหนึ่งเพื่อเก็บตก พี่โก๊ะช่วยเก็บตกป๋าเซ็ง ส่วนผมเก็บตกอาจารย์อ้วน(นายทุน) ส่วนคนอื่นๆ ก็ทยอยไต่ระดับขึ้นมาจนครบทุกคน “เราจะไม่มีวันฉลาดขึ้น …ไม่มีทางเข้มแข็งขึ้นและไม่สามารถรู้จักตัวเองมากขึ้นเลย ถ้าไม่เคยถูกทดสอบด้วยความทุกข์ที่มาจากเรื่องแย่ๆ ต่างๆ”  สันเขา มันเป็นจุดแรกที่ทุกครั้งจะต้องพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนเดินทางต่อ ความรู้สึกเมื่อมาถึงจุดนี้ สันเขาสมอปูน ลมเย็นๆ ปะทะเสื้อผ้าที่เปียกสิ่งที่ตามมาก็ไม่พ้นความเย็น เย็นกายเย็นใจสมปรารถนา จริงๆ จุดนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ อย่างน้อยก็ได้ข้อคิดดีๆ ว่าความแตกต่างมันมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ เมื่อไม่นานมานี้เองขณะเดินไต่ระดับความสูงขึ้นมา อากาศความรู้สึกมันคนละขั้วกับตอนนี้ ตอนที่อยู่บนสันเขา สมอปูน เราเดินทางต่อมาอีกนิดหน่อยใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดพักบนIMG_8361ลานหิน ลานทุ่งหน้าผา เป็นชื่อที่ตั้งไว้เล่นๆ โดยพี่แขก แต่มันก็จริงอยู่นะ หลายคนนั่งหลายคนนอนเพื่อพักกาย หลายคนล้อมวงรอบกองไฟผิงตัวให้คลายหนาวชั่วคราวและอีกหลายคนก็กินข้าว ดื่มกาแฟ แต่ก็มีอีกหลายคนที่พอใจจะออกมาชมความงามของท้องฟ้า ดวงดาว และวิวทิวทัศน์ อันสวยงามยามค่ำคืนนี้ มองเห็นไฟตัวเมือง(ดาวบนดิน) ที่อยู่เบื้องล่างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา การพักผ่อนได้จบลงการเดินทางเริ่มอีกแล้ว จากตรงนี้ไป การเดินทางของเราจะต้องใช้อุปกรณ์เสริม นั้นคือไฟฉาย ในการช่วยเพิ่มแสงสว่าง ที่สำคัญตอนนี้เราได้เปลี่ยนกลุ่มผู้นำทางเป็น พี่แขกและพี่แหลม ผู้ซึ่งเชียวชาญการเดินป่าทุกรูบแบบบนเขาใหญ่แห่งนี้ เพราะตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้ว คืนนี้เดินสบายๆ ไม่ร้อน ช้าๆ แต่แน่นอน ขบวนของเราโดยมีพระจันทร์ส่องแสงนำทาง มีพี่แขกและพี่แหลมนำไป ทุกอย่างลงตัว ระหว่างสองข้างทางผ่านทุ่งหญ้า ทุ่งเฟิร์น มีดอกไม้เท่าที่จะมองเห็นได้ในราตรีนี้ให้เชยชม เสียงหยอกล้อพูดคุยมีอย่างต่อเนื่องคละเคล้าเสียงหัวเราะบ้างเป็นบางช่วงจนมาถึง สระอโนดาต แต่ค่ำคืนนี้ นักเดินป่าอีกทีมหนึ่งที่ขึ้นมาก่อนหน้าเรา ได้จับจองที่พัก ณ จุดนี้แล้ว คณะที่ปรึกษาจึงได้ลงมติว่าเราต้องเดินต่อไปอีกเพื่อDSC01214พักที่ ซับกระถิน ในคืนนี้ กลุ่มก็ได้นำต่อไปยังที่พักซึ่งได้ตกลงกันไว้ ไปได้แค่ครึ่งทางนึกได้ว่าผมลืมกีต้าร์ไว้ที่ สระอโนดาต เลยวิ่งไปเก็บกลับมาถึงท้ายขบวนหอบเฮือกๆ (สติๆ เตือนตัวเอง) ตอนนี้แค่ข้ามคลองสุดท้ายก็ถึงแล้วที่พัก ณ จุดนี้ ซับกระถิน ลานกว้างพอสมควรล้อมรอบด้วยธารน้ำสองสาย นาทีนี้ไม่รอช้า ทุกคนต่างช่วยกัน เคลียร์พื้นที่ หาฟืน กางผ้าใบ ทำที่นอน ก่อกองไฟ และตามอัธยาศัย ตามคำแนะนำของนักเดินป่ารุ่นใหญ่ ตอนนี้บางคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ บางคนก็ยังนั่งพูดคุยกัน และอีกหลายคนก็พร้อมที่จะพักผ่อน หลังจากเหนื่อยล้ามาจากการเดินทาง คืนนี้อีกยาวไกล พี่แหลมจัดแจงบรรเลงเพลงกีต้าร์ไพร ตามติดมาด้วยนิมและส่งต่อส่งท้ายคืนนี้ให้พี่ใหญ่(พี่แขก) ที่ออกมาแสดงรอบเช้าตีสามกว่าๆ กับเสียงที่ต้องลุกขึ้นมาฟัง ผมยอมรับว่าทุกครั้งที่ฟัง-มันใช่ ฟังไปนอนไปสุดท้ายก็ตัวใครตัวมันครับผมDSC01266เช้าวันที่ ๒๔ – ๐๖.๓๐ น.โดยประมาณ ผมก็ตื่นขึ้นมาเพราะได้ตั้งใจไว้ว่าจะออกไปชมความงามยามเช้า น้องสอง ขอไปด้วยก็เลยยิ่งดีมีเพื่อนร่วมทางยามเช้า เราออกมาจากที่พักไม่ไกลเท่าไหร่ก็มาถึงทุ่งเฟิร์นและทุ่งหญ้าเหมาะแก่การชมความงามอย่างยิ่ง ต่างคนต่างหามุมดีๆ เก็บภาพความประทับใจวนเวียนเวียนวน จนถึงสองโมงเช้าก็ต้องรีบกลับที่พัก เพราะวันนี้กลุ่มเราจะต้องเปลี่ยนที่พักต้องเดินIMG_8481ทางเลยอยู่นานไม่ได้ เป้าหมายที่พักของเราคือคลองฟันปลา(หนึ่งหรือสองต้องถามผู้รู้ต่อไป) หลังจากตระเตรียมเก็บข้าวของเรียบร้อย บ่ายโมงกลุ่มเราก็ได้เริ่มออกเดินทางไปยังจุดพัก คลองฟันปลา สองชั่วโมงคือเวลาที่ใช้ในการเดินทางครั้งนี้ ผ่านลานหิน ธารน้ำ ทุ่งเฟิร์น ป่าไผ่ สายลม สายฝน และแสงแดดยามบ่าย จนมาถึงจุดพัก เช่นเดิมต่างคนต่างช่วยกันตามหน้าที่ กางผ้าใบ หาไม้ฟืน ปรับพื้นที่ ก่อกองไฟ และเคลียร์ข้าวของ โดยมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย จนทุกอย่างเรียบร้อย รั้งนี้เราได้พักใกล้กับคลองมากๆ คลองที่มีน้ำใสเย็นเหมาะแก่การลงไปเล่นน้ำ ณ ตอนนี้ต่างคนก็หากิจกรรมที่ตัวเองชอบ นั่ง นอน ตามอัธยาศัย ในเวลาเดียวกันอีกฟากหนึ่ง กลุ่มสาวๆ ก็ได้ช่วยกันจัดเตรียมเสบียงเพื่อนำไปทำกับข้าว IMG_8660เย็นนี้สองพ่อครัวหนุ่ม(นิมและอั๋น) ขอลงมือทำกับข้าวเองคนละหนึ่งเมนูหลักๆ โดยมีสาวๆ คอยให้กำลังใจคอยลุ้นและคอยเป็นผู้ช่วย ช่วยหยิบโน่นหยิบนี่ตามที่พ่อครัวจะบอก เมื่อเมนูหลักเสร็จเรียบร้อย ต่อด้วยเมนูรอง เริ่มต้นด้วยไข่เจียวใส่ถั่วฝักยาว(ของโปรดพี่โก๊ะ..โปรดเอาไปไกลๆ ) ผัดผักกะหล่ำและอื่นๆ อีกหลากหลายเมนู ทุกอย่างพร้อมกลุ่มน้องๆ และสาวๆ ก็เริ่มล้อมวงกินข้าว ต่อด้วยกลุ่มพี่ๆ และหนุ่มๆ ทั้งหนุ่มน้อย หนุ่มมาก และหนุ่มปานกลางก็ตั้งวงล้อมกินข้าวบรรยากาศในวงกินข้าวครื้นเครง มีเรื่องเล่ามีตลกมีคติมีข้อคิดมีแนวทางและมีเสียงหัวเราะ ทำให้การกินข้าวในค่ำคืนนี้มีความสุขมากขึ้น (น้องๆ และสาวๆ จะได้กินข้าวก่อนพี่ๆ และหนุ่มๆ สิ่งนี้ที่ทำให้ผมยอมรับในกลุ่มนี้มากๆ ) ตอนนี้ทุกคนก็กลับมานั่งตามอัธยาศัย บางคนก็นั่งพูดคุยบางคนก็นั่งดื่มกาแฟหลังอาหาร รวมถึงผมด้วย คืนนี้รู้สึกง่วงเป็นพิเศษ กาแฟก็เอาไม่อยู่ คงเป็นเพราะเมื่อคืนนอนน้อย ไม่ถึงเที่ยงคืนคว้าหมอนลมถุงนอนได้ก็ล้มตัวลงนอนยืดตัวยาว ทั้งๆ ที่ข้างกายผม เต็มไปด้วยผองเพื่อน ที่นั่งพูดคุยกัน ร้องเพลงบรรเลงขับขานกัน แต่ผมไม่ไหวแล้วราตรีสวัสดิ์ รู้สึกตัวอีกครั้งแต่ไม่อยากลุก เมื่อได้ยินเสียง ข้าวต้มๆๆ แต่ผมคงไม่ต้มด้วยแล้วขอพักยาวๆIMG_8684

เช้าวันที่ ๒๕ –  ๐๕.๓๐ น. ขณะที่หลายคนกำลังพักผ่อนอย่างสบาย ผมก็ขอใช้โอกาสนี้เดินออกไปสำรวจและชื่นชมพื้นที่รอบๆ ที่พัก ทุ่งหญ้ากว้างๆ ดอกไม้ใบหญ้า น้ำค้าง ตามประสา เช้านี้ น้องสองก็ขอติดตามไปด้วยคงติดใจหลังจากเมื่อวานได้ออกไปผจญภัยเผชิญเห็บกับผมมา วันนี้อากาศดีมาก ฟ้าเปิด เมฆลอยสวย ลมเบาๆ แดดอ่อนๆ สาดส่องลงมากระทบน้ำค้างระยิบระยับน่าชม ผมและน้องDSC01380สองได้ใช้เวลาชื่นชมและเก็บเกี่ยวความงามความประทับใจพอสมควร แต่ความสุขมันล้นก็เลยตัดสินใจกลับที่พัก ขณะที่กำลังจะเดินเข้าที่พักก็ได้เจอกับหวานและเปรี้ยว แผนใหม่จึงบังเกิด ตกลงกันว่าเราจะลัดเลาะเดินกลับไปตามริมคลองเพื่อเก็บภาพความประทับใจเพิ่มเติม เดินไปคุยไปแวะพักบ้างจนเดินมาถึงที่พัก กาแฟ คือสิ่งที่คิดถึงมาตลอดทาง ผมไม่รอช้าจัดกาแฟชุดใหญ่ใส่กระปุกขนมปังสักหน่อย แค่นี้ก็ได้แล้ว ส่วนข้าวเช้าวันนี้ก็บวกกับข้าวเที่ยงนั้นแหละ ได้ข้าวได้กาแฟ ถ้าได้ลงเล่นน้ำมันก็จะดีมาก คิดได้ไม่รีรอลงแช่น้ำสบายอุรากับเพื่อนผองน้องพี่ ขึ้นจากน้ำได้ก็แยกย้ายตามความชอบ ผมได้ที่นอนเป็นลานหินใต้เงาไม้มีเก่งอยู่ข้างๆ มีนิมผูกเปลอยู่ใกล้ๆ ไม่ไกลออกไปอาจารย์นพก็นอนพักผ่อนบนลานหินเช่นกัน กลุ่มน้องๆก็แยกย้ายกันไปเล่นน้ำตามชอบ วันนี้ได้หวานช่วยนวดคลายเส้น แต่ขอบอกมือหนักมาก จะหนักไปไหน!!! วันนี้หลายคนเล่นน้ำกันจนเย็นย่ำพลบค่ำแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ค่ำนี้เช่นเดิมสองพ่อครัวหัวป่านิมอั๋นได้เข้าครัวอีกครั้ง ทั้งคู่จะรังสรรค์เมนูออกมาคนละหนึ่งเมนู ค่ำคืนนี้มีทีเด็ดอะไรควักออกมาให้หมด ตามติดๆ มาด้วย เมนูประจำทริป จากสาวๆ DSC_0411ทอดเจียวต้ม ต้มเจียวทอดกับเมนูไข่ๆ ผักๆ ทุกอย่างพร้อม เช่นเดิม สาวๆ และน้องก็เริ่มลงมือกินข้าวก่อน ต่อด้วยพี่ๆ และหนุ่มกินทีหลัง เมื่อทุกคนได้กินกันครบแล้วรายการต่อไปก็เป็นการนั่งพูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้ว สมอปูน เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะมีมาเรื่อยๆ ไม่นานนักก็มีเสียง กีต้าร์ดังออกมาพร้อมๆ กับเสียงเพลงเบาๆ จากนิมประสานเสียงที่ดังฟังชัดจากเก่ง ฟังแล้วเหมือนความแตกต่างที่ลงตัวผมขอเป็นผู้ฟังที่ดี คืนนี้มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับป๋าเซ็ง ในขณะที่ผมกำลังเดินไปหยิบถุงนอนผมก็เหลือบมองไปเห็นอาการแปลกๆ เกิดขึ้นกับป๋าเซ็งแต่ก็ยังไม่แน่ใจ ผมบอกให้เก่งช่วยสะกิดแกไม่ทันแล้ว และแล้วก็มีเสียงดังออกมาจากป๋าเซ็งเหมือนกับว่ากำลังโต้เที่ยงอะไรกับใครอยู่เสียงดังมาก สักพักป๋าIMG_8545เซ็งก็ยกแขนขึ้นมาตามด้วยสองเท้าแล้วถีบไปอย่างแรง  เก่งใช้มือแตะป๋าสองสามครั้งป๋ารู้สึกตัวเท่านั้นแหละทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ วงสนทนายังคงดำเนินต่อไปใครไม่ง่วงก็นั่งกันไปยาวๆ ส่วนใครที่ง่วงก็ตามสบาย “ข้าวต้มๆๆ” ข้าวต้มจะมาอีกแล้วแสดงว่าเวลามันต้องเลยเที่ยงคืนแล้วอย่างแน่นอน เรื่องข้าวต้มไว้ใจผม ต้องเขาคนนี้เลย นิมข้าวต้ม ไม่นานนักข้าวต้มร้อนๆ อร่อยๆ ก็พร้อมเสิร์ฟ หลังจากที่ได้กินข้าวต้มเท่านั้นแหละอาการหนังตาหย่อนก็ตามมาติดๆ ทันที ลาแล้วราตรีนี้ ต่างคนต่างก็แยกย้ายหาที่พักหลับนอน สวนทางกับหวานที่ตื่นขึ้นมารับช่วงเฝ้ากองไฟต่อ จนเช้า มเลยได้โอกาสยึดถุงนอนของหวานมาใช้ในคืนนี้(หลังจากถุงนอนผมตกเป็นของนายทุน) อย่างอบอุ่นจนถึงเช้า

DSC_0228

เช้าวันที่ ๒๖ –  ๐๕.๓๐ น. ตื่นขึ้นมาอย่างมึนๆ สายตาจับจ้องไปยังกองไฟ ลำคลอง และผองเพื่อนที่ยังคงนอนพักผ่อน กาแฟยามเช้า ไออุ่นที่ได้รับจากกองไฟสุดบรรยายในเช้าก่อนจาก สมอปูน หลายคนก็เริ่มตื่นตามๆ กันมา ผมเลยใช้โอกาสนี้ลงไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วรอเวลา.. (ในใจก็คิดว่านี้DSC_0214สี่วันแล้วหรือทำไมมันเร็วอย่างนี้..) วันนี้คือวันที่เราทุกคนจะต้องเดินทางลงจากสมอปูน หลังจากที่ได้ใช้เวลาใช้โอกาสเติมเต็มเก็บเกี่ยวสิ่งที่ตามหา..เมื่อทุกคนพร้อมทุกอย่างพร้อมหลังจากที่ได้กินข้าวเช้าแล้ว ขบวนเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น คลองฟันปลา-หลัก กม.๑๔ ขบวนเดินทางอย่างช้าๆ เดินไปได้ไม่นานนัก ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักเราเดินกลางสายฝน สายลม และที่น่าหวาดเสียวที่สุดก็คงไม่พ้นปรากฏการณ์ฟ้าผ่า ที่เกิดขึ้นระหว่างขบวนกำลังเคลื่อนตัว เสียงมันดังมากความรู้สึกมันใกล้จริงๆ แต่เชื่อว่าด้วยเจตนาที่ดี จะทำให้เราผ่านพ้นสิ่งเหล่านั้นไปได้ การเดินทางของเราในขากลับมีพักบ้างเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสม เราได้แวะพัก ณ จุดชมวิวที่ดีที่สุดบนสมอปูนเพื่อเปิดมุมมองอีกรูปแบบหนึ่งพราะทุกครั้งที่มาก็มีความแปลกใหม่DSC_0434เกิดขึ้นอยู่เสมอ แม้จะเป็นสถานที่เดิมจุดเดิมๆ ก็ตาม ชื่นชมบรรยากาศทิวทัศน์พอสมควรเรี่ยวแรงกำลังก็กลับมา เราก็เริ่มเคลื่อนตัวลงมาอีกครั้ง ช่วงนี้เป็นการไต่ระดับความสูงลงมา ขาขึ้นหลายคนบ่นว่ายาก ขาลงไม่ต้องพูดถึงยากเป็นสองเท่า ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ฝนตกตั้งแต่เช้าดินอุ้มน้ำเต็มที่ การก้าวเดินทุกก้าวมีความหมายมีความสำคัญต้องใช้ทั้งไหวพริบประสบการณ์สติและความอดทน แต่ในความลำบากก็มีมิตรภาพดีๆ เกิดขึ้นมากมาย ทุกคนค่อยๆ ไต่ระดับลงมาอย่างช้าๆ จนถึงคลองต้มกาแฟในเวลาประมาณห้าโมงเย็นเห็นจะได้ จุดนี้พี่แขกและหลายๆ คนก็ได้ใช้โอกาสติดต่อประสานไปยังทีมงานที่อยู่ข้างล่างว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนจะต้องมารอเมื่อไหร่ ณ จุดใด เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ตรงนี้เราได้กินข้าวกินกาแฟเก็บDSC_0602แรงเพื่อสู้ต่ออีกนิดการเดินทางยังไม่จบ กลุ่มนี้กลางวันเดินไม่เป็นต้องกลางคืนอย่างเดียว เราเดินกันต่อไต่ระดับลงอีกหน่อยค่อยๆ ไหลลงมาอีกนิดมีเพื่อนร่วมทางที่ดีมีไฟฉายให้แสงสว่างมองแสงไฟเป็นสายยาวก็สวยไปอีกแบบหนึ่ง เดินกันไปไม่เท่าไหร่ข้างหน้าก็ตะโกนส่งเสียงว่า (ข้างหลังปิดไฟด้วยครับๆ ) หลายคนก็ไม่เข้าใจและสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นถามต่อๆกันไปจึงได้รู้ว่ามีหนึ่งในเพื่อนร่วมทางของเราที่ต้องใช้ห้องน้ำแบบเร่งด่วน เจ้ามอร์ โดยมี น้องใหม่ เป็นคนเฝ้าประตูห้องน้ำและคอยส่องไฟ(เอาเข้าไป) มีโต๋มือขวาของพรรคใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นคอยแซวเป็นระยะๆ และตลอดทั้งสี่วัน ที่สุดก็คงจะเป็นกลุ่มท้ายๆ ของขบวนเมื่อรู้ว่าใครทำอะไรเท่านั้นแหละ ไฟฉายทุกดวงก็หันไปหาเป้าหมาย แสงสว่างDSC_0369ทำให้มีเสียงหัวเราะอย่างน้อยก็ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยและถือโอกาสพักระยะสั้นๆ ณ จุดนี้ ไต่ระดับลงกันต่อเราก็เริ่มเห็นแสงสีของเมืองได้ยินเสียงน้ำตกและเสียงรถที่อยู่เบื้องล่าง ไม่นานเราก็ลงมาถึงปากทางถึงหลัก กม.๑๔ รถมารออยู่แล้ว ทุกคนดูมีความสุขมีความภูมิใจและเชื่อว่าต้องประทับใจในการเดินป่า สมอปูน ครั้งนี้ เห็นได้จากสีหน้าที่แสดงออกมาแม้ว่าหลายคนอาจจะไม่แสดงออกทางสีหน้าแต่เชื่อเช่นกันว่าลึกๆ ทุกคนคงมีความสุขความประทับใจและความทรงจำที่ดี ผมก็คนหนึ่ง แล้วเจอกันใหม่เมื่อโอกาสมาถึง…สมอปูนSamorpoon 57 Panorama2

ขอบคุณท้องฟ้าสายลมสายฝนแสงแดดและขุนเขา…สมอปูน
ขอบคุณทุกๆ คนทุกๆ มิตรภาพที่หยิบยื่นให้…สมอปูน
ขอบคุณทุกๆ พาหนะที่ทำให้เกิดการเดินทาง…สมอปูน
ท้ายสุด…ขอบคุณกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ด้วยใจจริง…สมอปูน
ขอบคุณๆ และขอบคุณ..ครับผม…สมอปูน

ปิดการแสดงความเห็น