ยิ่งเลอะ…ยิ่งเยอะประสบการณ์

IMG_6686การเดินทางท้าทายตัวเองเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง หลังได้รับคำชวนจากพี่ๆ กับเส้นทางเดินป่า “ยอดเขาแหลม” จากที่เคยได้ฟังได้อ่านเรื่องราวของการเดินเส้นทางนี้ บางทีก็ท้อไว้รอเลยทีเดียว แต่ในเมื่อมีโอกาสซึ่งมันอาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ที่จะได้ขึ้นไป จึงได้ไขว่คว้าโอกาสนั้นตัดสินใจที่จะไป ก็เลยขอคำปรึกษาว่าต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เตรียมอะไรบ้าง ได้ข้อมูลมาพอสมควรเลย(ขอบคุณนะคะ)
วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๕๗ หลังจากทำกิจกรรมค่ายหนึ่งชั่วโมงเสร็จ ก็ได้เดินทางไปที่ฝั่งปากช่อง แหล่งรวมตัวของพวกเรา “บ้านมะระ” มี ป้ามอร์กะเจ้เปรี้ยว นั่งรออยู่หน้าบ้าน เย็นนี้สมาชิกมากหน้าหลายตาที่จะไปร่วมผจญภัยด้วยกันมาช่วยกันเตรียมอุปกรณ์ อาหาร และร่วมวางแผน กันก่อนที่จะแยกย้ายไปพักผ่อน ชาร์จแบต ร่างกายไปลุยในรุ่งเช้า
IMG_5874วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๕๗ สาวๆ ที่นอนที่บ้านมะระ ตื่นเช้ามาหุงข้าวพร้อมเจียวไข่ เพื่อเป็นเสบียงอาหารติดตัวตอนเดิน ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับการรอคิวอาบน้ำไปด้วย ช่วงสายทุกคนที่จะร่วมเดินทางต่างก็แพ็คของส่วนกลางที่เหลือลงในกระเป๋าเป้คู่ใจ ได้เห็นหน้าค่าตาทุกคนบางคนรู้จัก บางคนไม่รู้จัก ระหว่างทางเดินคงได้รู้จักกันเองแหละ
เดินทางออกจากบ้านมะระไปยังวัดพระอาจารย์แดง(วัดมกุฏคีรีวัน) กราบไหว้ขอพรก่อนที่จะเข้าป่า ซึ่งเรามีโอกาสได้ช่วยแพ็คถุงยังชีพ เพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย นับเป็นบุญเล็กๆ น้อยๆ วันเข้าพรรษาละกัน .. รับพรจากพระอาจารย์แดงเพื่อเป็นศิริมงคล ให้เดินเข้าไปไม่เจอฝน ไม่หลงทาง(อันนี้ภาวนาในใจกับตัวเอง)
IMG_5930ได้เวลาดีออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่หวังไว้ พร้อมกับการนับจำนวนสมาชิกเดินทางในครั้งนี้ ๒๖ คน(ลุงแขก พี่นิม พี่หมออุ๊ พี่หวาน ป้ามอร์ หนุ่ย อ้วน พี่จูน พี่ฝ้าย โต๋ ก๊อต ทิ้ว ไปป์ ใหม่ ลุงจิม พี่อั๋น พี่สอง พี่ตุ๊กตา พี่ตาม พี่แจ็ค พี่เปรี้ยว พี่คิงส์ พี่เฟิร์น พี่ทีม พี่ส้มและตัวติ๋วเอง) เส้นทางการเดินไปในระยะแรกก็ยังสบาย พอถึงมอแรกเท่านั้นแหละ การเดินขึ้นมันดูเชื่องช้า เป้หนักขึ้นมาเป็นกอง พักกันไป ๒-๓ รอบเห็นจะได้กว่าจะถึง ซึ่ง “มอมะกอก” นี่ละคือที่พักกินข้าวของพวกเรา ข้าวไข่เจียวกับน้ำพริก เมนูที่อร่อยที่สุดในโล หลังจากการกินเสร็จนั่งพักเอาแรงสักพัก ก่อนที่เราจะเดินต่อก็สอบถามเรียกกำลังใจ “อีกมอนึงก็สบายแหละ” ได้ยินก็มีกำลังใจ แต่ประโยคหลังนี่สิ “มอขี้แตก ฮาๆๆ” ถึงกับเขาอ่อน … เอ้า ลุย !!IMG_5967IMG_6001“มอขี้แตก” ทางชันแทบตลอดเส้นทาง ถึงขึ้นที่ต้องนั่งพัก คว้ายาดมออกมาใช้ประโยชน์กันเลยทีเดียว เดินลัดเลาะกันมาเรื่อยๆ ก็เจอธารน้ำน้อยๆ ที่พอจะเติมน้ำดื่ม ล้างหน้าให้สดชื่น เรานั่งพักตรงนี้สักพัก ก่อนที่รีบเดินต่อ เพราะกลัวจะค่ำและฝนจะมา ติ๋วก็เลยรีบด้วยทำให้สะดุดไม้ ฮาๆๆ เป็นอะไรที่ฮามาก ล้มลงไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าแนบชิดกับดิน สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง(ดีนะที่ไม่เจ็บมาก แค่หัวโนนิดนึง) ตั้งตัวได้ก็เดินตามทุกคนต่อไปจนถึงที่พักต่างก็ช่วยกันกางผ้าใบ ผูกเปล หาฟืน ต้มน้ำ ทำกับข้าวกันอย่างสนุกสนาน(รึเปล่า) ช่วยกันทำกับข้าวหลากหลายเมนู ติ๋วเองก็ไปกรอกน้ำ จังหวะนี้ก็ลื่นลงไปอีก ไม่รู้จะขาอ่อนไปถึงไหน ส่งเสียงดังจนหลายคนตกใจคิดว่าเจออะไร แต่ป่าวค่ะ “ติ๋วเก็บสแปร์  IMG_4666ฮาๆๆ” ก้นช้ำค่ะ  ทุกอย่างเหมือนจะพร้อมสรรพ เรานั่งกินข้าวด้วยกัน พูดคุยกัน ด้วยความเหนื่อยล้า พี่ชายสุดฮาของเราหายไปจากวงโคจร มีพี่คิงส์แบตหมด จนไม่กินข้าว ฮาๆๆ หลายๆ คนก็เช่นเดียวกันกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายไปนอน รวมถึงตัวติ๋วด้วยไม่รู้สลบไปตอนไหน ได้ยินเสียงเพลงคลอกับยาที่ออกฤทธิ์เลยตื่นอีกทีเช้าเลย
วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๕๗ พี่หวาน พี่ชายแสนดีหุงข้าวไว้รอพวกเรา ไม่รู้ว่าได้นอนพักบ้างหรือยัง ก็เลยขอตัวไปล้างหน้า แปรงฟัน แล้วจึงมาช่วยสาวๆ เตรียมของทำกับข้าวและแพ็คข้าวเตรียมพร้อมที่จะไปจุดหมายที่เราไว้แต่แรก หลังจากกินอาหารเช้ากันเรียบร้อย ต่างก็เตรียมตัวเดินทางกันต่อไป พร้อมเป้ใบเล็กใส่เสบียงติดตัวไป ก่อนออกจากที่พัก พี่หมออุ๊ ก็ได้พูดคุยกับพวกเราก่อนโดยแบ่งการเดิน ลุงแขก พี่อั๋น พี่นิม เป็นหน่วยหน้าทะลองฟันเปิดหาเส้นทาง ต่อมาอีกกลุ่มคือให้เดินตาม พี่หวาน คือพวกเรานี่แหละ และกลุ่มปิดท้ายที่คอยผูกเชือกแดงเป็นสัญลักษณ์ไปด้วย คือพี่หมออุ๊ พี่คิงส์และน้องไปป์IMG_6077

IMG_6242ทางเดินช่วงแรกๆ ไม่ค่อยลำบากเท่าไหร่ และพักกันไปเรื่อยๆ ผ่านป่าเร่ว เดินขึ้นๆ ลงๆ ลัดเลาะเขาไปเรื่อยๆ จนมาถึงที่พัก(ยังไม่ถึงเป้าหมายนะเนี้ย) ปูผ้าใบ หาฟืนก่อไฟ ต้มน้ำ ชงกาแฟ เติมพลังให้ผู้นำทาง ส่วนเด็กๆ หนุ่มสาวก็กินข้าวเติมพลังกันไป “พลังกายพร้อม พลังใจพร้อมมาก” นับถอยหลังสู่ยอดเขาแหลม ทางชันมาก ชันกว่าที่เดินขึ้นมาซะอีก แถมลื่นอีกต่างหาก พวกเราก็ยังเดินไปพักไป ใช้เวลาพอสมควร อากาศเริ่มเย็นแค่เดินไปเจอ ผาแรก ที่เราชมวิว ความเหนื่อยที่มีก็ลดลงไปแล้ว แต่พี่ๆ บอกว่า “ยังไม่ถึง” เราก็เดินต่อซึ่งโชคดีมาก เราเจอนกเงือกเยอะพอสมควร บอกเลยว่า “โคตรมีความสุขเลย” ก่อนที่จะถึงอีกหนึ่งจุดชมวิวที่พวกเราต่างพากันเก็บภาพประทับใจไปหลายซ็อตเลยทีเดียว คนที่มาถึงก่อนก็เดินไปก่อน สุดท้ายเหลือเรา ๓ คน(พี่ฝ้าย น้องใหม่ และก็ติ๋ว) ที่ขอพาน้องใหม่ทำธุระก่อนแล้วจะตามไป มุดกอไผ่ หาเส้นทาง สงสัยจะตามไปช้ามั้ง หาใครไม่เจอเลย วิ่งขึ้นลงประมาณ ๒ รอบ เล่นเอาเหนื่อยเลย ฮาๆๆ ก็เลยส่งเสียง พี่คิงส์กับโต๋ รอรับเราอยู่ รู้สึกปลอดภัยแล้ว ขึ้นมาถึง จุดสุดยอดทุกคนต่างเก็บภาพความประทับใจ ตัวติ๋วเองก็เช่นเดียวกันเก็บบรรยากาศ ภาพความทรงจำ เมฆ หมอก ภูเขา ต้นไม้สีเขียว เก็บความรู้สึก ความประทับใจไว้ในหัวใจ ทำให้มีเรียวแรง หายเหนื่อย เลยทีเดียวPanorama1เมื่ออากาศเริ่มเย็น พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า พวกเราก็เริ่มทยอยเดินลง เพื่อที่จะกลับที่พัก ก่อนที่จะดึกมาก ทางชันและลื่นที่ตอนเดินขึ้นมา ขาลงเราก็ลื่นอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาลงมายัง  ดงบอน ที่เรากินข้าวก่อนขึ้นยอดเขานั้นไปในระยะหนึ่ง หลายๆ คนหิวและเหนื่อย เติมพลังด้วยขนม อาหารแห้ง ข้าวที่เหลือและกาแฟ ก่อนที่จะเดินลงมายังที่พัก โดยขอลงดูเหมือนจะเร็วกว่า คงเป็นเพราะเชือกสีแดงที่ผูกเป็นสัญลักษณ์ไว้นั่นละ
คืนที่ ๒ ของการนอนในป่า ด้วยความหิวโหยและเหนื่อยล้าของหลายๆ คน บางส่วนทำกับข้าว หุงข้าว บางส่วนก็แบ่งไปอาบน้ำ อาหารเย็นวันนี้ไม่รู้ว่าเรากินดึกขนาดไหน(ติ๋วไม่ได้กิน กินยาแล้วหลับไปตอนไหนไม่รู้)
IMG_6524วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๕๗ เช้าวันนี้อีกเช่นเคย พี่หวาน หุงข้าวไว้รออีกแล้ว น้องใหม่กับพี่เปรี้ยว ก็ช่วยทำกับข้าว(รู้สึกผิดจัง..นอนก่อน ตื่นที่หลัง) แต่ติ๋วก็มาช่วยทำนะ
วันนี้เราจะย้ายไปพักที่ “ผาด่านช้าง” เดินย้อนไปแค่ชั่วโมงเดียว น้ำดื่มเอาไปแค่พอกิน สาวๆ อย่างพวกเราเลยตั้งใจจะไปอาบน้ำสระผมให้ชุ่มฉ่ำ จึงเก็บของและเตรียมพร้อมกันอย่างรวดเร็ว เก็บขยะ ขุดหลุมฝัง จะบอกว่าขอบคุณก็อตและพี่เฟิร์นมากมาย ที่ให้ติ๋วขุดหลุมซะขนาดนั้น เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เราก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง
ลุงแขก พี่นิม พี่เฟิร์น พี่หมออุ๊ แยกไปเดินอีกหนึ่งเส้นทาง ส่วนคนที่เหลือเดินตาม พี่อั๋นกับพี่หวาน มาทางเดิมที่เราแวะเติมน้ำกันในวันแรก(ก็จุดที่หัวโนแหละ) ฝนก็ตกลงมาแรงขึ้นเรื่อยๆ พากันเอาผ้าใบออกมาคลุม ใส่เสื้อกันฝน ซึ่งทำให้ทางที่เราจะไปที่พักกันนั้น ไปไม่ได้ เพราะมันลื่นและเสี่ยงเกินไป ทำให้ต้องไปอีกเส้นทาง ซึ่งเดินง่ายและปลอดภัยกว่า(ไกลกว่าด้วย ฮือๆ) เดินขึ้นๆ ลงๆ ไปเรื่อยจนความรู้สึกบอกผู้นำทางว่านี่มันไม่ใช่ !! ลุงแขกกับพี่อั๋น จึงออกไปหาเส้นทาง แล้วให้พวกเรารออยู่ที่นั่นก่อน บางคนเริ่มหิว เริ่มหามาม่า ขนม มารองท้อง บ้างก็นั่ง เม้าท์มอยกันไป อย่างไม่รู้ชะตากรรม ฮาๆๆ
IMG_4774เหมือนโชคเข้าข้างโทรศัพท์มีสัญญาณ พี่ๆ ก็พยายามที่จะดูแผนที่ เปิด จีพีเอส หาตำแหน่ง แต่ก็ไม่เป็นผล ยุงเริ่มเยอะ ฟ้าครึ้มๆ เหมือนฝนจะมาอีกครั้ง พี่หมออุ๊เลยตัดสินใจให้พวกสาวๆ และหนุ่มๆ เดินกลับไปก่อน โดยให้ พี่คิงส์ พี่เฟิร์น พี่สอง พี่ตาม ก็อตและโต๋ รอพี่อั๋นกับลุงแขก อยู่ที่นี่ ด้วยความเป็นห่วง มาม่า ปลากระป๋อง ทิ้งไว้ให้หนุ่มๆ เต็มที่ก่อนที่เราจะไป พวกเราเดินออกมาได้สักระยะไม่ถึง ๑๐ นาที ก็ได้ยินเสียงพี่คิงส์ ลุงแขกกับพี่อั๋น กลับมาแล้ว เสียงมันใกล้มาก แล้วเราก็ต้องเดินกลับมาเจอกันกับพวกพี่คิงส์ ที่เดิม ที่ที่คุ้นเคย ฮาๆๆ(ออกไปเดินเล่นฆ่าเวลามาน่ะ) กลับมาเจอกองไฟ น้ำร้อนและภาพทุกคนที่อยู่กำลังจิบกาแฟสบายๆ… ขำตัวเองจริงๆ
จากนั้นเราก็เดินต่อไป เพราะลุงแขกบอกว่าเจอน้ำตกใหม่ อยากให้ไป .. เดินไปอีกไกลพอสมควร(ก็ยังมีหลงบ้างนะ) ก็ถึงที่พัก ซึ่งเมื่อโผล่มาลานหิน มันคุ้นๆ มาก ชัดเจนเลย “ผาด่านช้าง” ลุงแขกพาเราเดินซะล้าเลยทีเดียว … เรามาถึงก็วางเป้ ยังพักไม่ทันหายเหนื่อย ฝนที่ทำท่าจะตกก็กระหน่ำลงมา กองไฟก็ยังไม่ติด แคมป์ก็ยังกางไม่เสร็จ เร่งช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทุกอย่างเริ่มลงตัว สาวๆ เตรียมทำอาหาร ส่วนเรารึนั่งปอกฟืน ฮาๆๆ ครัวคนเยอะแล้วนี่นา กับข้าวIMG_4787เสร็จ ทุกอย่างพร้อม กินข้าวกลางสายฝน อร่อยที่สุดเลย ลงไปล้างจานแบบไม่กลัวเปียก เพราะไม่มีตรงไหนแห้งแล้ว กินข้าวเสร็จอากาศเย็นๆ ทุกคนก็อยู่รอบกองไฟ เพราะร่างกายต้องการความอบอุ่นไม่ต่างกัน ผลัดกันนั่งผลัดกันยืน จิบน้ำอุ่นกันตลอด  กิจกรรมคืนนี้ไม่มีอะไรมาก ทุกอย่างเริ่มลงตัว ฝนซาลง ต่างก็ขยับขยายจัดพื้นที่ หาที่นอน ผูกเปลบ้าง แล้วก็นั่งคุยกัน ร้องเพลงกันไปเพลินๆ บางคนก็แอบงีบ ส่วน ๒ สาวที่เตรียมจะมาทำถั่วเขียวกะทิ พี่จูนกับพี่ฝ้าย ก็เริ่มแช่ถั่วเขียวแล้ว พื้นที่หลายๆ ส่วนของแคมป์ถูกจับจอง บรรยากาศเริ่มเงียบลงเรื่อยๆ เหลือพวกเราไม่กี่คนที่ยังนั่งคุยกันอยู่ แก๊งค์เด็กๆ อย่างเราก็เข้าจับจองกองไฟ โต๋ ที่นั่งเป็นเพื่อนเราก็หลับหน้าทิ่มพื้นไป ๒ รอบ บอกแล้วให้ไปนอนดีๆ ก็ไม่IMG_6579เชื่อ ฮาๆๆๆ …. เริ่มดึกบรรยากาศเริ่มเงียบ ฝนซาลงแล้วอย่างจริงจัง ถั่วเขียวน้ำกะทิ เหมือนจะกลายเป็นถั่วงอก ถ้าพวกเราที่เหลือไม่ช่วยกันจัดการต้มเพราะเจ้าของหลับปุ๋ยหมดแรงไปแล้ว คนต้มก็ยังกลัวไม่มีคนกิน ติ๋วกับพี่เปรี้ยวเลยตกลงกันว่า เราจะต้มเฉยๆ ไม่ใส่น้ำตาลใครจะกินก็ให้ตักใส่เอาเอง เพื่อเป็นการประหยัดน้ำตาล ฮาๆๆ นั่นคุย นั่งกิน นั่งเมาท์กันไปเรื่อย คุยกันย้อนอดีตของพี่เฟิร์นอย่างสนุกสนาน(ไม่ยักรู้ว่าแกก็โม้เก่งนะเนี้ย) สักพักพี่สองก็มานั่งร่วมวงพูดคุยกัน ดูเวลา มองฟ้า เวลามันเดินเร็วเหลือเกิน พวกเราเลยขอผลัดเวรปลุก โต๋ พี่หวาน ที่เราบอกให้ไปนอนเปลี่ยนเราได้แล้ว ถ้าจำไม่ผิดวันนั้นเรานอนเกือบ ๖ โมงเช้าโน่นมั้ง ขอนอนเอาแรงเดินกลับหน่อยนะ …. ขณะที่เรานอน พี่ฝ้าย พี่จูน ป้ามอร์ ที่IMG_4810ชาร์จแบตร่างกายแล้วก็ตื่นขึ้นมาเตรียมกับข้าวไว้รอเรา เพราะพวกเราที่เพิ่งนอนตื่นมาไปอาบน้ำ สระผม อย่างมีความสุขก็ขึ้นมากินข้าวอย่างสบายใจเลยละคะ .. แป๊บๆ ก็จะเดินกลับกันซะแล้ว ช่วยกันเก็บขยะ เก็บอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมตัวกลับ ซึ่งติ๋วก็ยังคงไม่ลืมที่จะเก็บความประทับใจ สร้างบาดแผลความเจ็บปวดให้ตัวเองอีก ก็เลยพุ่งใส่กอหญ้าที่น้ำตก ซึ่งใจเรา คิดว่ามันค้ำได้กะพึ่งพาเต็มที่ แต่มันยุบลงไปหมดเลย ทำให้เจ็บเล็กน้อย ได้แผลก่อนกลับ ฮาๆๆ(ขอบคุณพี่ฝ้าย พี่หวานนะค่ะ ที่ดูแลอย่างดี) เมื่อทุกอย่างพร้อมก่อนกลับเราแวะเก็บภาพประทับใจกันก่อนที่จะเดินกลับในเส้นทางเดิม ขากลับนี่ไวมากๆ เดินเรื่อยๆ ถึงมอมะกอกแล้ว นั่งพักเอาแรง เฮือกสุดท้าย ทุกคนบอกตลอดทางว่าออกมาต้องแป๊บซี่เย็นๆ ฮาๆๆ ความฝันใกล้เป็นจริงแล้วจ้าIMG_4861IMG_6704เดินมาได้สักพัก ก็อต ก็ชวนติ๋ว หนุ่ย หากิจกรรมเล่นแก้เบื่อ โดยการนับเลขโดยมีกติกาบางอย่าง(ประเด็นคืออธิบายไม่ถูก) แต่บทลงโทษของผู้แพ้คือ ต้องวิ่งนำหน้าไป ๕-๑๐ เมตร ซึ่งติ๋วโดนไปประมาณ ๓๐ เมตรได้ ขายิ่งสั้นๆ อยู่ ก็แกล้งกันได้ แต่ก็สนุกดีนะ เดินๆ วิ่งๆ เพลินดี แป๊บๆ ก็ถึงเนินเจ้ากรรมที่วันแรกเรามีเรี่ยวแรงเดินลงอย่างมหาศาล แต่วันนี้…มันดูห่างไกลเหลือเกินกว่าจะถึง แต่มองไปบนเนิน อาจารย์นพ น้องกันต์ พี่เก่ง พี่อ๋อ มารอรับพวกเราอยู่แล้ว เมื่อเดินขึ้นมาถึงที่จอดรถก็เจอกับ น้องตุลย์ พี่น้อง พี่โก๊ะเซ็ง ที่มารอรับ มีบางส่วนที่ต้องกลับปราจีนบุรีกันก่อน
IMG_6743วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๕๗ เช้านี้รู้เรื่องเลยคะ หนาว สั่น ตัวร้อน จนคนนอนข้างๆ ต้องปลุกกินยา เพราะได้ไอร้อนจากตัวเรา อาการหนาวๆ ร้อนๆ ไข้สูง ปวดหัว รู้สึกว่าตัวเองยังไหวนะ ก็เลยไม่ปฏิเสธที่จะไปช่วยงานกิจกรรมค่ายหนึ่งชั่วโมงที่โรงเรียนรุ่งอรุณฯ รู้เลยว่าช่วยอะไรไม่ได้เลย กลับมาก็ล้มตัวนอน พอกลางคืนเท่านั้น ลุกแขกก็ให้พี่อ๋อพาไปหาหมอ เลยได้ยามาเพียบ ตรวจไม่ถึง ๕ นาที มี ๒-๓ คำถามก็เสร็จ คืนนั้นเหมือนจะถูกปลุกกินยา เช็ดตัวทุก ๔ ชั่วโมง เพราะเช้าเราต้องไปทำกิจกรรมค่ายหนึ่งชั่วโมงโรงเรียนศรีมหาโพธิ์ต่อ พี่อ๋อ ลุงแขก พี่เปรี้ยว ก็เลยแวะมาส่งที่บ้านก่อน เพราะดูแล้วไปก็ไม่ช่วยอะไรใช่ไหมล่ะ(ล้อเล่นค่ะ)

 

#ขอบคุณ … การให้โอกาสนะค่ะ
#ขอบคุณ … พี่เกรียง สำหรับค่าอาหาร ค่าน้ำมัน รถรับส่ง
#ขอบคุณ … พี่หวานที่ก่อนเดินแนะนำหลายอย่างเลย
#ขอบคุณ … พี่จูน พี่ฝ้าย ที่มาให้แซว ฮาๆๆ แล้วก็ดูแลเป็นอย่างดี
#ขอบคุณ … พี่หมออุ๊ สำหรับยาเม็ดสีชมพูหนึ่งแผง
#ขอบคุณ … อาจารย์นพรัตน์ สำหรับการสนับสนุนทุกๆ อย่าง
#ขอบคุณ … หนุ่ย อ้วน ใหม่ ที่ดูแลตลอดเส้นทาง
#ขอบคุณ … อ้วน ที่คอยแลกกระเป๋ากับพี่
#ขอบคุณ … พี่อ๋อ ที่พาไปหาหมอ
#ขอบคุณ … ลุงแขกที่นำทางไปเดินป่า ดูแลบังคับติ๋วกินยา(ปลุกกินยาตลอด)
#ขอบคุณ … พี่เฟิร์น สำหรับกับข้าวอร่อยๆ ที่บ้านมะระ
#ขอบคุณ … พี่นิม ที่ทำกับข้าวอร่อยๆ ตอนที่เดินป่า
#ขอบคุณ … พี่เปรี้ยว ที่คอยเช็ดตัวให้ ต้มข้าวต้มให้ แอบให้กินน้ำเย็นได้ด้วย อยู่ช่วยงานค่าย
#ขอบคุณ … หนุ่ย ใหม่ ที่จะกลับปราจีนฯ แล้ว แต่ก็ยังไปช่วยงานก่อน เพราะเราไม่สบาย
#ขอบคุณ … เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่คอยสร้างรอยยิ้ม มอบความสุขให้กันตลอดการเดินทาง

ป.ล. วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๕๗ บ่ายสี่โมงครึ่ง
#ขอบคุณ … พี่ทีม พี่โก๊ะเซ็ง ที่มารับตัวติ๋วไปตรวจซ้ำ อีกหนึ่งรอบเพื่อเพิ่มยากิน เฮ้ย! เพื่อความ                        ปลอดภัย

#ขอบคุณ … ธรรมชาติที่สรรค์สร้าง
#ขอบคุณ … ประสบการณ์แปลกใหม่ที่ได้รับ
#ขอบคุณ … ร่างกายและหัวใจที่พาไปถึง
และ
#ขอบคุณ … ขอบคุณ …รักษ์เขาใหญ่ ..ที่มอบสิ่งดีๆ ให้เสมอมา

โดย … รื่นฤดี ชื่นบาน

ปิดการแสดงความเห็น