บันทึกเดินป่า

_MG_4017นี่เป็นครั้งแรก ของการเขียนบันทึกการเดินป่าแล้วก็เป็นครั้งแรกของการเดินป่าแบบที่ต้องแบกของทั้งหมดไปเพื่ออยู่กินกันบนป่า ไปแบบไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้ฟิตร่างกาย แบบว่าหนทางข้างหน้าเป็นยังไงจะกิน จะนอนแบบไหน ยังไม่รู้เลย
เริ่มเดิน.. ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวล เพราะไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง “จะชันมั้ย จะลื่นมั้ย รองเท้าจะกัดรึปล่าว จะไกลแค่ไหน จะเดินไหวรึปล่าว ระหว่างที่เดินไปก็คิดไป” และแล้วก็มาถึงมอมะกอก นั่งพักกินข้าว แต่ไม่รู้สึกหิวข้าวเลยสักนิด อยากกินเป็ปซี่เย็นๆมากกว่า(ฝัน) 
เริ่มเดินต่อ เหนื่อยก็พักไปเรื่อยๆ มาถึงธารน้ำไหลมาเย็นชื่นใจ มีเสียงนึงบอกมาว่า “น้ำตรงนี้กินได้ !! กรอกน้ำหันปากขวดไปทางเดียวกับที่น้ำไหล จะได้ไม่มีตะกอน” ก็ลองกรอกดู เก็บไว้ แต่..ยังไม่กล้ากิน

_MG_4046ถึงเวลาต้องเดินต่อ ต่อไปก็ถึงจุดที่จะพักแล้ว เมื่อมาถึงก็เริ่มรู้สึกหิวน้ำ คิดในใจ นี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่กินน้ำจากลำธาร กลัวไข่พยาธิ กลัวลูกปลิงกลัวนู่นนี่สารพัด  แต่… กลัวตายมากกว่า !!  มาถึงจุดที่พัก ก็เริ่มเคลียร์พื้นที่ กางผ้าใบ วางกระเป๋า แล้วฝนก็ตกลงมา .. เข้าสู่โหมดธรรมชาติ กินนอนในป่า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ จะล้างผัก ล้างจาน อาบน้ำ กินน้ำ ก็ตรงลำธาร กางผ้าใบเสร็จ พี่ๆ ก็ก่อกองไฟ สาวๆ เริ่มทำอาหาร แยกข้าวสาร ของแห้ง ของสด ล้างผัก ทำราวแขวนผัก ก่อนจะเริ่มทำอาหาร แล้วก็นำผักไปล้างไปหั่นตรงลำธารแล้วก็นำมาทำกับข้าวกินกัน กินข้าวเสร็จก็ได้เวลาอาบน้ำแล้ว ให้น้องๆ ไปอาบกันให้เสร็จก่อน(ไม่ใช่อะไร อาย ฮาๆๆ)  เหลือ เรา(ส้มโอ) จูน แล้วก็ป้าฝ้าย  ๓ คน ไปอาบทีหลัง พอน้องๆ ขึ้นมาหมด ก็ลงไปอาบถือไฟฉายคนละอัน มาถึงก็ล้างหน้าแปรงฟันก่อน ป้าฝ้ายนั่งอยู่ต้นน้ำ ถัดมาเป็นเราแล้วก็จูน จะต้องให้จูนล้างหน้าแปรงฟันให้เสร็จก่อนเพราะอยู่ท้ายสุด ป้าฝ้ายคนสุดท้าย เสร็จแล้วก็นั่งแช่ในน้ำท่ามกลางแสงจันทร์และความหนาวเย็น ช่วยกันสระผม ขึ้นมาก็มาทำราวตากผ้า ตากผ้าที่เปียก แล้วก็กลับมานั่งในผ้าใบ เช็ดผม แล้วก็มุดตัวลงในถุงนอน…ฝันดี_MG_4049

วันที่ ๒ วันนี้ ตื่นแต่เช้าโดยอัตโนมัติไม่มีนาฬิกาปลุก ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน ทำกับข้าว กินข้าวกัน แล้วก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมปล่อยเบา ในที่ลับๆ ไม่ไกลจากที่พัก “วันนี้จะเดินขึ้นไปยังยอดเขา เริ่มเดิน ตั้งแต่ ๙ โมงเช้า แวะกินข้าวกลางวันตามทาง เตรียมน้ำไปให้พอ ไปถึงยอดเย็นๆ ดูพระอาทิตย์ตก แล้วลงมาถึงที่แค้มป์ ประมาน ๔ – ๕ ทุ่ม นี่คือโปรแกรมของวันนี้” โอ้ววววว…เดินยาว_MG_4057วววว เลย จะไหวมั้ยยยย ? หรือจะเฝ้าแค้มป์ดี  แต่แล้วก็ต้องเดินขึ้นไป ก่อนไปก็ไปกรอกน้ำที่ลำธาร แล้วก็ไปเจอขวด เครื่องกรองน้ำที่อัดไปด้วย ทราย ถ่าน สำลี ฯลฯ ของพี่จิม ก็เลยขอยืมมากรองน้ำ น้ำที่ได้ ใสกว่าที่ไม่กรองแล้วก็ไม่ค่อยมีกลิ่น กินอร่อย  เริ่มเดินทาง วันนี้ พกแค่ของกินใส่เป้เล็กๆ ขึ้นไป เดินไปพักไป สักพักก็เริ่มปวดท้อง สงสัยข้าศึกจะบุก ปล่อยออกตอนนี้คงไม่ไหว ก็เลยหยิบอีโมเดียม มากินไปหนึ่งเม็ด สักพักข้าศึกก็ถอยกลับไป เฮ้ออ! ค่อยเดินสบายหน่อย แต่แล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า.. จะหลงมั้ย?  ถ้าขาไปไม่หลงขากลับก็คงโอเค เพราะมีทีมงานทางด้านหลังคอยสร้างแลนด์มาร์กไว้ทุกระยะ เดินมาก็เจอรอยเท้าสัตว์ แล้วก็ขี้ของมัน น่าจะเป็น_MG_4078พวกช้างกับกระทิง ไม่เจอตัว เจอแต่สัตว์ตัวน้อยๆ ที่ไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไหร่ นั่นก็คือ… ทากและกิ้งกือ ถึงตัวมันจะเล็กแต่ก็ยังจะเหลือบไปเห็นมันอยู่ดี บรึ๊ยย ..พูดถึงแล้วขนลุก  มีต๋ ก็อต พี่ทีม อยู่ข้างหน้า คอยฟันทางแล้ว เราก็เดินเรียงกันมา ๓ คน ๓ สาวแพทย์แผนไทย เรา จูน แล้วก็ป้าฝ้าย เจอต้นไม้อะไร ถามได้ตอบไม่ได้ ฮาๆๆ มีจูนเป็นหัวหน้าเผ่า ถือไม้เท้า ๑ อัน พอถึงที่ชันๆ ก็ช่วยดันก้นกันขึ้นมา พอขึ้นมาถึงจุดที่มองเห็นวิวสวยๆ ก็จะคิดว่าถึงแล้วเสมอ แต่ก็ยังไม่ใช่ ทางก็ชัน ช่องก็แคบ ลื่นด้วย ที่จริงวิวตรงนี้ก็สวยดี โอ้ยยย ชั้นอยู่รอตรงนี้ได้มั้ย  แต่ไหนๆ ก็ขึ้นมาขนาดนี้แล้ว ไปให้สุดเลยละกัน และแล้วก็ได้ปีนป่ายมาถึงยอดของเขาลึกลับนี้ วิวสวยกว่าที่ผ่านมา มองเห็นทุ่งข้างล่าง มองเห็นบ้านโป่งตาลอง มองเห็นรอยยิ้มของเพื่อนร่วมทาง อากาศเย็นสบาย มีหินยื่นออกไปให้ถ่ายรูป แต่พอไปยืนแล้วขาก็สั่น พอเมฆลอยมาก็จะเห็นเป็นเมฆสีขาวเต็มไปหมดไม่เห็นวิว _MG_4116เหมือนอยู่บนท้องฟ้าเลย ถ้าขี่เมฆได้คงจะดี  นั่งกินลมชมวิว เก็บภาพบรรยากาศสักพักก็ถ่ายรูปรวมแล้วก็กลับ ไม่ทันได้เห็นพระอาทิตย์ตก(ตกช้าเกิน) ไปแวะดูตามทางแล้วกัน ขาลงนี่ ยากกว่าขึ้นอีก เพราะทางลื่น เกร็งขาจนปวดกันเลยทีเดียว บางโค้งนี่แบบว่าชันๆ ถ้าลื่นหล่นไปนี่ได้กลิ้งลงเขาแน่ๆ มาถึงแค้มป์ประมาณ ๔ ทุ่ม เหนื่อยและเพลียมากอยากล้มตัวลงนอน แต่มีภารกิจที่ต้องทำ คือ กับข้าว ทำกับเสร็จก็เตรียมของไปอาบน้ำ กลับมากินข้าว แล้วก็ ล้มตัวลงนอนนนน

 

 

IMG_4729

 

เช้าวันที่ ๓  วันนี้เตรียมเก็บของเดินทางลงไปยัง“ผาด่านช้าง” พี่แขกบอกว่า“น้ำไม่ต้องกรอกไปเยอะ เดินชั่วโมงเดียวก็ถึง แล้วก็จะได้ไปเล่นน้ำตกเย็นชื่นใจ” เดินมาถึงลานน้ำตกน้อยที่เคยแวะพักวันแรก ฝนก็เริ่มตกลงมา หยิบเสื้อกันฝนออกมาจากกระเป๋า(จะกลับอยู่แล้ว เพิ่งได้ใช้ แต่ถ้าไม่ได้ใช้น่าจะดีกว่า) พอใส่เสื้อเสร็จเรียบร้อยก็เหมือนฟ้าฝนกลั่นแกล้งหยุดตกซะงั้น เห้อ แล้วก็ต้องถอดเสื้อกันฝนพับเก็บไว้ตามเดิม พอฝนตกทางที่จะไปก็ลื่น เพราะมีแต่หิน ก็เลยเปลี่ยนเส้นทางใหม่ เดินขึ้นไปตามสันเขาเดินไปเรื่อยๆ หลายชั่วโมง(จากที่ ๑ ชั่วโมงถึง) ขึ้นเขาลงห้วยไปเรื่อยๆ จนเย็น ก็มาพักอยู่ในหุบ พี่แขกกับพี่อั๋น ก็เดินออกไปหาทางออก ที่เหลือก็นั่งรอกันอยู่ นี่ฉันอยู่ส่วนไหนของป่าเนี่ย? เริ่มหิวแล้ว หยิบมาม่าดิบขึ้นมากิน แล้วก็หิวน้ำ น้ำก็เหลือน้อย อ้วว จะIMG_4645รอดมั้ย เนี่ย” เริ่มมืดแล้วยุงเริ่มมา ลองเปิดไอแพด ค้นหาแผนที่ดูสิ อยู่จุดไหน แท่น แทน แท๊นนน ไม่มีสัญญาณ  แล้วก็มีโทรศัพท์คิง ที่แบตใกล้หมด เปิดขึ้นมา มีสัญญาณ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย พี่นิมก็เลยตัดสินใจ แบ่งคนไว้ที่นี่ส่วนนึงรอพี่แขกกลับมา แล้วก็อีกส่วนเดินกลับไปทางเก่า เริ่มออกเดินทางกลับไปทางเก่า ระหว่างเดินใจก็เต้นตึกๆ  จะหลงอีก มั้ย  เดินมาสักพักก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียก ให้กลับมา(เสียงคิงนั่นเอง ) ตกลงกันอยู่สักพัก ก็ยังยืนยันจะไม่กลับและเดินหน้าต่อไป พอเดินไปสักพัก ก็ได้ยินเสียงเรียกอีก “เอ๊ะ ทำไมเสียงมันใกล้จัง เดินวนออกไปดูอ้าว อยู่ตรงนี้เอง ปรากฏว่าเดินออกไปวนเป็นวงกลมเลย สุดท้ายก็กลับมาที่เดิม” เจอพี่แขกบอกว่า“ข้าไปเจอที่ใหม่มา น้ำตกสองฟุต เดี๋ยวจะพาไป ครึ่งชั่วโมงถึง” ก็รู้สึกดีใจที่อีกแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง(คิดในใจว่าที่จริงวันนี้จะต้องได้เล่นน้ำตกเย็นชื่นใจ ทำไมมากลายเป็นน้ำตกน้อยไปได้) เริ่มออกเดินทางอีกครั้งด้วย IMG_4880ความอ่อนล้าและหิวโหย ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่ถึง เดินมาจนถึงลำธารนึกถึงคำพระอาจารย์แดงก่อนจะขึ้นเขาว่า “ถ้าหลงป่าให้เดินตามทางน้ำไปเรื่อยๆ แล้วจะเจอหมู่บ้าน” ในใจก็คิดว่า จะไปโผล่หมู่บ้านไหนเนี่ย เค้าคงตกใจเห็นเราเดินออกมาจากป่า แต่หมู่บ้านก็น่าจะมีเป็ปซี่เย็นๆ กิน คิดไปนู่นนนน ขาเดินไปลงน้ำรองเท้าเปียกแฉะ แล้วก็มาถึงลานหินกว้างๆ นี่แหละ น้ำตกสองฟุตของพี่แขก พร้อมกับสายฝนที่กำลังโปรยปราย มึนๆ งงๆ บางคนก็หัวเราะ รีบกางผ้าใบเก็บของ ได้ยินเสียงแว่วๆ นี่แหละ“ผาด่านช้าง” ก็ยังงงอยู่ เพราะไม่เคยมา ไม่เคยรู้ว่าผาด่านช้างนี่หน้าตาเป็นยังไง ก็เลยไปแอบถามคนที่เคยมาแล้ว“อ้อ นี่คือผาด่านช้างจริงๆ พี่แขกหลอกมา ฮาๆๆ” แล้วฝนก็เริ่มตกหนัก อากาศหนาวมากกว่าทุกคืน ร้อนนี่พอทนไหว แต่หนาวนี่ทนไม่ได้จริงๆ มือเริ่มซีดแล้วว ก็เลยมานั่งผิงไฟ ถ้าไม่มีไฟกองนี้  ตายแน่ๆ เลย สักพัก ก็ไปช่วยเพื่อนๆ เตรียมวัตถุดิบทำกับข้าว วันนี้พี่นิมเป็นคนลงมือทำผัดเอง(รอสาวๆ สงสัยคงไม่ได้กิน 555) กินข้าวเสร็จ ก็เริ่มง่วง มุดตัวลงในถุงนอนคืนนี้ไม่ได้อาบน้ำ นอนไปก็หลับๆ ตื่นๆ คืนนี้ที่นอนคับแคบ เบียดๆ กันนอน ลืมตามาก็ไม่รู้ใครมามุดอยู่ในถุงนอน นอนอยู่ข้างๆ นอนหลับไปกับเสียงฝนเปาะแปะIMG_4783วันที่ ๔ วันนี้วันสุดท้ายแล้ว ตื่นแต่เช้า(เช้ากว่าทุกวันเพราะเมื่อคืนนอนก่อนคนอื่นเลย) มาทำกับข้าว นั่งคั่วถั่วสนุกดี พอเริ่มร้อนก็เตรียมของอาบน้ำ ไปอาบน้ำตกกับจูนแล้วก็ป้าฝ้าย นำทีมไปโดยพี่มอร์ หอบเสื้อผ้า ถอดรองเท้า เดินไปตามหิน ตามน้ำ จนไปถึงลานหินกว้างๆ ถ้าเดินต่อไปอีกนิดก็จะเป็นหน้าผาแล้ว เอาตรงนี้หละ …ได้นอนแช่น้ำตก เย็นสบาย วิวก็สวย เห็นภูเขาอยู่ข้างหน้า มีเมฆลอยมา  ถ้ามีสารคดีสัตว์โลกมาถ่ายอยู่ในป่า  เค้าคงเจอพยูน  ๓  ตัวนอนเล่นน้ำอยู่แน่ๆ 20140714_071739ฮาๆๆ  ชอบที่ตรงนี้มาก นอนเล่นกันจนมือเหี่ยวเลยทีเดียว …แล้วก็ได้เวลากลับ ผลัดเปลี่ยนกันให้คนอื่นมาอาบบ้าง พอ กลับมา ก็จัดการกับรองเท้าที่เปียกฝนเมื่อคืน โอ้วว มันช่างเน่า โสโครกมากกกก ก็เลยเอาไปล้างน้ำ ตากแดดไว้ พูดถึงรองเท้าก็คิดว่า โชคดีมากที่มาเดินป่าครั้งนี้รองเท้าไม่กัด หันไปเห็นเท้าจูนแล้ว แผลนี่เต็มเลย ต้องนั่งทำแผล ห่อเท้าก่อนออกเดินทางทุกวัน   แต่จูนก็เก่งมาก รองเท้ากัดแต่ยังเดินมาไหว  แล้วก็มาเตรียมกินข้าว พอกินข้าวเสร็จ เตรียมเก็บข้าวของ เดินทางกลับ ก่อนจะกลับ ตรวจดูขยะชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยไม่ให้เหลือ เก็บไปเผาให้หมด แล้วก็ได้รับมอบหมายงานให้เขียนบันทึกเดินป่า เมื่อเสร็จเรียบร้อย ก็เดินทางกลับ กับรองเท้าอันเปียกชื้น ช่างไม่สบายเท้าเสียจริงๆ(ดีนะไม่เปียกตั้งแต่วันแรกที่มา) แต่พอเดินไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชิน เดินกลับนี่ไว กว่าตอนมาเยอะเลย แป๊ปเดียวถึงแล้ว ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่เกือบมาตายตอนใกล้ถึง ที่ต้องเดินขึ้นเนินถนนลูกรัง อันยาวไกล เหนื่อยโฮกกกก คิดถึงเป็ปซี่เย็นๆ มาก และแล้วก็เดินมาถึงจุดเริ่มต้นในวันแรก  สิ้นสุดการเดินป่า IMG_4864

ขอบคุณ พี่ๆ ที่จัดทริปนี้ขึ้นมา เดินนำทาง ให้ได้ขึ้นไปเห็นธรรมชาติที่สวยงาม
ขอบคุณ เพื่อนๆ น้องๆ ที่คอยช่วยเหลือกัน ให้เดินไปถึงจุดหมายปลายทาง

โดย … ส้มโอ

 

ปิดการแสดงความเห็น