บทสรุปเรื่องเล่าจากเขาแหลม ๒๕๕๗

IMG_5941ครั้งหนึ่งผมได้ไปเดินป่ากับกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ ซึ่งเป็นการเดินป่าเป็นเวลานานๆ ในครั้งแรกของผม แน่นอนครับ ความรู้สึก ณ ตอนนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายมากเลยหละครับ  เพราะตอนช่วงมัธยมที่ผมเรียนอยู่โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา ได้มีการจัดชมรม “นักเดินป่า” ผมได้เป็นสมาชิกชมรมนี้ด้วยครับ ช่วงนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม ได้พาไปเข้าพักแรมในป่าที่ “เขานมนาง” แต่ในครั้งนี้นั้นผมรู้สึกแตกต่างจากการเดินป่าที่ผมเคยไปเดินมากเลยครับ เพราะสัมภาระที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบนั้น ทั้งหนัก ทั้งใหญ่ แล้วก็เยอะ แถมเดินไกลและบรรยากาศระหว่างทางเดินก็แสนจะน่ากลัวซะเหลือเกิน และยังมีฝนตกปรอยๆ อีกด้วยครับ ครั้งนั้นผมจำติดใจเลยว่ามันเป็นความประทับใจมากเมื่อได้เผชิญและผ่านช่วงนั้นมาได้ และในรอบนี้ก็เช่นกัน
IMG_5875ผมได้มีโอกาสไป ณ ที่แห่งนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง โดยพี่นิม เป็นคนชวนครับและฝากชวนเพื่อนไปป์ไปด้วย ผมรีบตอบตกลงทันทีเลยครับด้วยความตื่นเต้น แต่พอใกล้ถึงวันจริง ผมดันติดไข้เพื่อนร่วมห้องซะได้ ซึ่งตอนนั้น ไม่ว่าอย่างไรผมคิดว่าจะต้องหายไข้ให้ได้ เพราะถ้าถึงวันเดินแล้วยังไม่หายไข้หละก็ผมคงแย่แน่ครับ ก่อนถึงวันเดินทางหนึ่งวัน ก็ไปรวมตัวที่บ้านลุงแขก เพื่อจัดเตรียมเสบียงอาหารกับข้าว แพ็คของใส่เป้ในบางส่วน เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปนอนที่บ้านพี่เก่งครับ
IMG_5893เช้าวันแรกเมื่อทำภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ก็ไปบ้านลุงแขกเพื่อแพ็คเป้และออกเดินทางในตอนสายๆ ระหว่างทางนั่งรถไป ก็คิดว่าไข้ผมจะหายไหมน้อ พอถึงวัดก็ได้ไปช่วยพี่ๆ เค้ายกของแพ็คของ ตอนแรกก็โอเคครับ แต่พอนั่งฟังพระอาจารย์เทศน์ให้ฟัง ณ ตอนนั้นตัวร้อนมากครับหายใจร้อนวูบซะแล้ว หลังจากนั้นก็ออกเดินทาง ซึ่งในช่วงแรกยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พอจะขึ้นมอมะกอก เท่านั้นแหละครับ รู้สึกทรมานอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ได้ความช่วยเหลือจาก พี่แจ็ค เลยโอเคขึ้นมาหน่อย พอไปถึงมอมะกอกก็ตัวร้อนวูบอีกตามเคยครับ ก็นอนพักกินข้าวกินยา สักพักใหญ่ๆ พออาการเริ่มดีขึ้น ก็ออกเดินทางต่อ ผมต้องขอบคุณพี่แจ็คมากๆ เลยครับ ที่ช่วยแบกเป้ให้ผม บุญคุณนี้ไม่มีลืมครับพี่ แล้วอาการไข้ของผมก็ค่อยๆ เบาลง เพราะได้IMG_4654พักผ่อนกินข้าวกินยามาบ้างสักพัก ได้ฟิชเชอร์แมนจากเพื่อนไปป์ยื่นให้ตลอดทาง ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกหิวน้ำ พอเดินมาถึงที่พักก็รู้สึกโลงๆ ยังไงไม่รู้ครับ พอได้เอาเท้าจุ่มน้ำ น้ำก็เย็นสุดๆ (เฮ้อ…รู้สึกคิดถึงบรรยากาศแบบนี้จัง) แล้วก็ก่อกองไฟเพื่อหุงข้าวทำกับข้าว สักพักฝนก็ตกพอได้ชุ่มฉ่ำ ด้วยความที่ผมปวดหัวเลยขออนุญาตนอนสักพัก แล้วพี่เค้าก็ปลุกมากินข้าวกินยา แล้วก็นอน ผมต้องขอขอบคุณพี่อ้วนๆ มากๆ เลยครับที่เช็ดตัวให้ผม ขอบคุณมากจริงๆ ครับ บรรยากาศให้ยามราตรีสำหรับค่ำคืนแรกนั้นหนาวมากๆ เลยทำให้ผมนอนไม่ค่อยหลับ
IMG_4702เช้าวันที่สอง เมื่อตื่นมาก็รู้สึกมึนๆ หัวนิดๆ ครับ แล้วก็ไปอาบน้ำ พออาบน้ำเสร็จก็รู้สึกว่า อาการไข้น่าจะโอเคแล้วครับ แล้วก็กินข้าวกินยา แต่รู้สึกเหมือนไม่ค่อยอยากกินข้าวยังไงไม่รู้ครับ กินน้อยลงจากปกติ แล้วก็เตรียมของขึ้นยอดเขาแหลม ละฝนก็ตกแค่พอชุ่มฉ่ำ แล้วก็ออกเดินทางในตอนสายๆ ระหว่างทางผมก็พยายามจดจำเส้นทางที่เดิน จำจุดมาร์คตามต้นไม้(แต่ตอนเดินกลับเค้าจะกลับทางเดิมรึปล่าวน้า) พอเดินมาจนเกือบจะถึงยอดเขาแหลมก็นึกย้อนกลับไปครั้งที่เราเคยมาว่า ณ ที่ตรงนี้ในปีนั้นกว่าจะขึ้นมาถึงได้นั้น แหม่…มันช่างแสนจะยากลำบากเสียเหลือเกิน ลื่นเพราะฝนตกใหม่ๆ รองเท้าก็ไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ แล้วก็มาถึงจุดถ่ายรูปแล้ว แหม่..มันช่างน่าสดชื่นดีแท้ๆ ลมเย็นๆ พร้อมเมฆพักผ่านตัวเราไป ก็เดินขึ้นไปอีกผ่านอุโมงค์ต้นไผ่ ก็มองได้ไกลกว่าเดิม เป็นภาพบรรยากาศที่มองเห็นภูเขาหลายๆ ลูกต่อกัน แล้วก็มีเมฆลอยต่ำรอบๆ ทั่วบริเวณ โอ้โฮ…อยากจะล่องลอยไปในอากาศเลยทีเดียว แต่ก็ต้องชะงักด้วยอาการไข้ ที่ยังไม่หายขาด แล้วก็เดินขึ้นต่อไปอีก แค่ช่วงที่ยังไม่ได้ขึ้นถึงบนยอดเขาก็ยังสวยงามขนาดนี้ แล้วถ้าขึ้นไปข้างบนจะสวยงามขนาดไหน สำหรับคนรักอิสระ ผมว่า ณ จุดนี้ผมประทับใจมาก พอขึ้นมาถึงยอดเขาแหลมก็IMG_6492บอกกับตัวเองว่า “ทำได้แล้ว,มาถึงแล้ว” และสิ่งที่หวังมาตลอดทางว่าจะได้มายืน ณ จุดนั้นอีกก็มาถึงแล้ว บนโขดหิน ตอนนั้นเมฆมันยังไม่หนายังสามารถมองเห็นวิวเบื้องหน้าได้ แต่พอเมฆมาเท่านั้นแหละครับ มองแทบไม่เห็นอะไรเลย พอมองกลับไปข้างหลัง ซึ่งเห็นเป็นหมู่บ้านคนบ้างหละ รีสอร์ทบ้างหละ ภูเขาหัวโล้นบ้างหละ ก็ทำให้คิดได้หลายอย่างนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าความต้องการของมนุษย์มีเพิ่มมากขึ้นละมั้งครับ หรือ จะคิดเล่นๆ ก็เพราะว่าธรรมชาติป่าไม้ไม่ใช่กฎหมายนี่นา ที่จะมีหลักเกณฑ์ข้อบังคับ ห้ามไม่ให้ทำโน่นบ้างหละห้ามไม่ให้ทำนี่บ้างหละ มนุษย์ก็เลยไม่เกรงกลัวที่จะทำอะไรก็ได้ แต่สำหรับผมนั้นแน่นอนครับผมรักษ์ป่า ภูเขา ต้นน้ำ ลำธาร แต่ผมจะทำอะไรได้นอกจากแสดงความคิดเห็นให้คนรุ่นหลังได้ดูว่าสิ่งเบื้องหน้าที่ผมเห็นอยู่นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะ สำหรับคนรักษ์ธรรมชาติตัวเล็กๆ ที่ได้แต่มองดูแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วก็ถ่ายรูปรวมบนยอดเขาแหลม แต่พอจะกลับ ก็คิดว่า ณ ที่นี้จุดนี้ที่เรายืนอยู่เราจะได้มีโอกาสมาอีกตอนไหน แล้วเรากำลังจะกลับแล้วเหรอนี่ ทำไมมันช่างแสนสั้นเสียเหลือเกิน มีเวลาซึมซับบรรยากาศIMG_6455ที่แสนจะสดชื่นแค่นี้เองแห๊! แล้วก็ลงมา จากยอดเขาแหลมเพื่อกลับที่พัก ได้ไม้ไผ่เพื่อเป่าไฟมา สองอันครับ พักกินข้าวแป๊บนึงก็เดินกลับที่พัก ฟ้ามืดตึ้บ เดินไปสักพักก็รู้สึกมึนๆ หัว แต่ก็ประคองตัวไปจนถึงธารน้ำก็งงนิดๆ ครับเอ๊..นี่เราเดินมาถึงไวจังแห๊! เมื่อถึงที่พักผมเลยหลับไปสักพัก พี่เค้าก็ปลุก เพื่อให้ไปกินข้าวกินยา แล้วก็ไปผูกเปลนอนครับ ว่าจะลุกมานั่งฟังเสียงกีต้าร์สักพักแต่ดันหลับยาวซะได้
IMG_6523เช้าวันที่สามครับกับเช้านี้ที่สบายๆ เบาๆ เหมือนอาการไข้จะดีขึ้นแล้วครับ อาบน้ำ(น้ำเย็นมากๆ ) กินข้าวกินยา แล้วก็เก็บของใส่เป้ เคลียร์ที่พัก เสร็จเรียบร้อย แล้วก็ออกเดินทางไปน้ำตกผามะนาว หรือ เอวาซอน นั่นเอง ระหว่างทางก็เดินด้วยความมั่นใจมากครับว่ายังไงคงไม่หลงหรอก เพราะระยะทางไม่น่าจะไกลสักเท่าไหร่ แต่ที่ไหนได้(เดินวนกันเองซะได้ ฮะฮ่า ) แล้วก็ถึงที่พักน้ำตกสองเมตรโดยลุงแขก แล้วก็ช่วยกันผูกเชือกสร้างที่พัก ตอนกำลังจะก่อไฟฝนดันตกซะได้ เอาว่าเปียกชุ่มกันเลยทีเดียว ฝนตกนานมากครับ แต่ก็ทำกับข้าวได้อร่อยเหมือนเดิมเลยครับ กินข้าวไปฟังเสียงฝนตกไป เหอะๆ .. แล้วลุงแขกก็จัดพื้นที่วางเป้ใหม่เพื่อให้มีที่นอน นั่งผิงไฟสักพักรู้สักว่าคืนนี้นอนหลับยาวแน่เรา เพราะเมื่อยมากครับแล้วก็นอนหลับยาวจริงๆ ด้วยแห๊!
IMG_4799เช้าวันที่สี่  ตื่นมาก็อยากไปเล่นน้ำตอนเช้าๆ แต่กลุ่มพี่ๆ ผู้หญิงเค้าไปก่อนแล้ว จัดของในเป้สักพัก พอพี่ๆ เค้ามา ก็ไปเล่นน้ำแล้ว แต่รู้สึกว่ามารอบนี้ น้ำเยอะขึ้นมากเลยครับ แล้วก็นอนแช่น้ำสบายสุดๆ แดดอุ่นๆ น้ำเย็นๆ แถมยังสามารถมองเห็นธรรมชาติในมุมมองกว้างๆ โอ้โฮ..เป็นความประทับใจอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจากบนยอดเขาแหลมที่มาเมื่อไหร่ก็ไม่ลืมเด็ดขาด อาบเสร็จแล้วก็นั่งชมบรรยากาศสักพักก็กลับที่พัก ก็พอดีพี่ๆ เค้าทำกับข้าวเสร็จพอดี ก็กินข้าวกินยา แล้วก็เตรียมเก็บของใส่เป้ เก็บที่พัก ขุดหลุมฝังเศษอาหาร ขุดไปก็คิดไป เฮ้อ..นี่เรากำลังจะกลับบ้านแล้วเหรอเนี่ย! ความรู้สึกเหมือนพึ่งมาเองง่ะ ต้องกลับซะแล้ว กลบเศษอาหาร เสร็จแล้วก็เก็บของใส่เป้แล้วเดินทางกลับ ได้ไปถ่ายรูปรวมกันตรง วิวน้ำตก ระหว่างทางIMG_4840กลับเจอรอยเท้าช้างลื่นด้วยครับ ใหญ่พอตัวเลยแห๊! รอยกำลังใหม่ๆ ด้วยสิ เดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้หวังอะไรละครับพยายามไม่คิดแล้ว-กลัวเดินวนอีก จนมาถึงมอมะกอก ไวจังก็งงๆ นิดๆ ครับตอนเดินขึ้นไปทำไม มันช่างนานเหลือเกิน แต่พอเดินกลับมันไวจัง พักที่มอมะกอก สักพักใหญ่ๆ แล้วก็เดินลง พอพ้นมอมะกอก เท่านั้นหละครับ เริ่มปวดหัวอีกแล้ว มึนๆ หัว เหมือนหน้าจะมืดเลยหละครับ            ( เอ้!..เราก็กินยา มาสามวันแล้วนี่นาทำไมยังไม่หายขาดกันอีกนะ ) ก็ค่อยๆ ประคองตัวเดินตามพี่ๆ เค้าไป ตอนนั้นหูอื้อด้วยมั้งครับ พอถึงโค้งสุดท้ายแล้วจะขึ้นมอนั้น ก็เหมือนจะมองเห็นพี่เก่ง กับ อาจารย์นพ ก็ให้กำลังใจตัวเองว่า อีกนิดเดียวก็จะทำได้แล้ว เราต้องเดินให้จบทริปนี้ให้ได้ อีกนิดเดียวจะทำได้แล้ว ก็เดินไปอย่างไม่ได้คิดอะไร พอเดินถึงรถก็โล่งเลยครับ เราพิชิตได้แล้ว ยอดเขาแหลม ถึงแม้ร่างกายเราไม่ไหวแต่ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะเดินเราก็ทำได้ครับ แล้วก็แยกกันเลยครับ กลับปราจีนบุรี กับ ปากช่อง
IMG_4974ในการเดินป่าครั้งนี้ก็ทำให้ผมมีความสุข มากๆ เลยครับ ที่ได้สัมผัสกับบรรยากาศบนยอดเขาแหลม ร่วมกับพี่ๆ ทุกคน  ผมขอขอบคุณพี่นิมที่ชวนผมมาเดินป่าใน  ทริปนี้ครับ ขอบคุณพี่แจ็ค ที่สะพายเป้ให้ผมตอนขึ้นมอมะกอก ขอขอบคุณพี่อ้วนที่เช็ดตัวให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณพี่อุ๊ที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องยาครับ ขอบคุณพี่หวานครับที่คอยหุงข้าวให้ผมกินทุกมื้อเลยครับ ขอบคุณพี่ๆ ผู้หญิงที่คอยทำกับข้าวให้กินด้วยนะครับ ขอบคุณพี่อั๋นในประโยคที่พี่บอกผมว่า “โห! ทริปนี้เอ็งไม่เต็มร้อยเลยว่ะ” ทำให้ผมคิดว่าไม่ได้แล้ว ถ้าได้มีโอกาสมาเดินป่ากับพวกพี่ๆ ในครั้งต่อไปอีก ผมต้องดูแลตัวเองหน่อยและ เพราะครั้งนี้ช่างทรมานเหลือเกินเมื่อตัวร้อน ก็เกือบจะหน้ามืด และขอบคุณพี่ๆ ทุกคนเลยนะครับ ที่มาร่วมทริปนี้ด้วยกันนะครับ และสุดท้ายนี้ผมต้องกล่าวขอโทษครับในสิ่งที่ผมได้ตั้งใจทำหรือไม่ตั้งใจทำก็ตาม หรือ ที่ได้ล่วงเกินหรือไม่ได้ล่วงเกินก็ตาม หรือไม่ถูกกาลเทศะหรือ ไม่เหมาะสม,ไม่สมควรบ้างก็ตาม ก็ต้องขอประทานอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ…“รักษ์เขาใหญ่”

จาก น้องทิ้ว วิทยาลัยเทคนิคสระบุรี

ปิดการแสดงความเห็น