ว่าด้วยเรื่อง ยอดเขาลึกลับ…

IMG_5953ยอดเขาลึกลับ   สำหรับผมแล้วการเดินทางสู่ที่นั่นเป็นครั้งแรกของผม ถึงแม้ว่าจะเคยเดินป่าเส้นอื่นๆ มาบ้างแต่การเดินป่าครั้งนี้ให้อะไรมากมาย ต้องบอกว่าคุ้มมาก และถูกใจมาก….
เริ่มต้นวันแรกของการเดินทาง ระหว่างที่ผมขับรถไปวัด ผมองเห็นภูเขาถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝน(แอบคิดในใจสมหวังแล้วเฝ้ารอน้ำฝนจากป่าแต่ก็ไม่กล้าออกตัวเพราะคงไม่มีใครอยากเปียกนั่งหนาวแบบผมแน่!!) พอถึงวัดพวกเราก็ได้รับพรจาก พระอาจารย์แดง ก่อนการเดินทาง ทุกคนขึ้นเป้ เริ่มเดินทางในใจผมดีใจและตื่นเต้นมากก้าวเดินเหมือนวิ่งไล่ตามใจที่นำหน้าไปแล้ว …
IMG_5913ณ จุดพักแรก เราได้มีการทำความรู้จักกัน มีการแนะนำตัวของสมาชิกใหม่ นั่นคือ พี่แจ๊ค และ ลูกผู้ชายหัวใจไม่แพ้ ๕๕๕ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของ พระเอกที่มีนามว่า “แจ๊ค” เมื่อพี่แขกให้ผมสลับเป้กับเขา “โห่ ขนบ้านมาเหรอวะเนี่ย”  พี่แจ๊คพูดออกมาพร้อมหันมองหน้าผม พี่แขกบอกว่าให้แบกไปถึง “เนินเสาไฟ” ก็ตามสภาพครับ ครั้งแรกก็แบกเป้หนักๆ  ดูอาการแย่อยู่ ส่วนผมนะหรือ เดินสบายมาก แต่ก็เกรงใจพี่แกเหมือนกัน พอถึงจุดพัก ผมก็เลยรีบเอาเป้ผมคืน ไม่ใช่ว่าอยากแบกหนักๆ หรอกครับ แต่เห็นใจพี่แก ไอ้ตัวผมยังแทบแย่เลย ตอนที่เดินสมอปูน ไม่ได้แบกเป้นาน เดี๋ยวจะไม่สนุกซะ เมื่อพักกินข้าวปลา เรียบร้อยทุกคนขึ้นเป้ออกเดินทางต่อ ครั้งนี้ผม ขอเดินตามพี่หวานอยู่ในกลุ่มที่เดินชุดหน้า พี่หวานก็แนะนำพืชสมุนไพรIMG_6006ให้รู้จักมากขึ้น แต่ไอ้ผมก็กระจอกเหมือนเดิม จำไม่ค่อยได้ การเดินทางก็ยังปกติไปแบบเรียนง่ายในสภาพที่คุ้นเคย และไม่เกิดปัญหาอะไรกับตัวผม แต่ ก็อต  เริ่มมีอาการรองเท้ากัด จูน ก็เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าจูนจะหนักกว่าเพราะเป็นทั้งสองข้าง จากที่ดูอาการ น่าจะเจ็บจนชา….
เดินย่ำ ย่ำเดิน ซ้ำๆ  เริ่มมีเสียงบ่น สีหน้าเริ่มเปลี่ยนกันรวมผมด้วย เพราะความเหนื่อยล้า ไอ้ผมก็ไม่ได้เตรียมร่างกายให้พร้อม แต่ยังพอไหว แสงอาทิตย์เริ่มหายไป ก็ยังไม่ถึงที่พักสักที หันไปมองสมาชิกผู้ร่วมทาง ดูเหมือน สาวๆ จะเริ่มไม่มีเสียงพูด ผมพยามถามเพื่อนๆ ว่า “ไหวไหม?”  แล้วก็ยิ้มให้ เติมกำลังใจให้กันไป ระหว่างทาง ก็เหมือนทุกครั้ง เวลาหยุดพัก จะมีเสียงที่ทำให้ทุกคนร้อง “โอยยย” ก็คือ เสียงที่ออกมาเป็นคำว่า…  “ไป ขึ้นเป้!!” ๕๕๕  ผมก็แอบโอย ด้วยคน จนมาถึงที่พัก ผมปลงเป้ลงพื้น พร้อมนั่งพัก เริ่มมีฝนรินลงมาหน่อยๆ
พวกเราก็ช่วยกัน จัดการพื้นที่ตัดหญ้า หาฟืน แล้วก็รอดไป เพราะฝนได้หายไป ทำให้คืนแรกภายในป่า ผ่านไปด้วยดี แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงเป็น คุณคิง ก็เล่นผูกเปลเสร็จ ก็หลับยาวข้าวปลาไม่กิน ยันเช้า ๕๕๕ พยายามไปเรียกมากินข้าวแล้วกลัวว่าจะหิวไม่ตื่น พี่นิม ก็บอกว่า “ปล่อยมัน” ส่วนผมก็ทำเปลคอนโด อยู่ชั้นบนของคิง คืนแรกนั้น หนาวมาก มีลมพัดมา ความรู้สึกเหมือน ลมหนาว ส่วนสภาพที่พักก็ สวยงาม มีน้ำตกข้างๆ มีน้ำไหลไม่มากนัก ความเย็นของน้ำก็กำลังดี เหมาะที่จะนั่งแช่จิบสุราในคืนที่มีจันทร์ส่องแสงนวลตา แฮ่ .

IMG_4676“ค่ำคืนฟ้าเดือนหงาย เห็นกระต่ายสีนวลวิ่งเลื่อนเคลื่อน ณ ฟ้าโค้ง”

อากาศตอนกลางคืน ในวันนั้น ลมที่พัดมาทำให้อดคิดถึงลมหนาวไม่ได้ จนมีบางคนเอ่ยจะไม่อาบน้ำ ส่วนผมทีแรกก็ว่าจะไม่อาบ ไม่ใช่ว่าหนาวนะ น้ำมันไม่ไหลกลัวว่าลงไปแล้วน้ำจะขุ่นแล้วมีพวกตะไคร่ติดตัวขึ้นมา ๕๕๕ คืนนั้นอยู่เกือบๆ ตี ๓ ก็ไปนอน(ถ้าจำไม่ผิด) และปลุกคุณคิงให้ตื่น แต่คิดว่าน่าจะไม่ตื่น เพราะจำได้ว่าเห็นคิงออกจากเปลตอนมีแสงแล้วแต่ด้วยความที่ง่วงและหนาวเลยนอนต่ออีกสักนิด หลังจากนอนพอผมก็ตื่นมาเตรียมตัวเก็บข้าวของกรอกน้ำดื่ม เมื่อพร้อมกันแล้วทุกคนจัดการตัวเองเรียบร้อยพร้อมเดินทาง พี่อุ๊ก็เรียกรวมและวางแผนในการเดินทางจัดตำแหน่งและหน้าที่ของแต่ละคน ….
IMG_4677ได้เวลาเริ่มเดินทางสู่เขาลึกลับ ลับ ลับ ลับบบ บรรยากาศในการเดินทางเป็นไปด้วยดี สภาพอากาศไม่ร้อนเดินไปเรื่อยๆโดยมี พี่แขก พี่นิม พี่อั๋น เป็นคนเปิดทางให้ และมีพี่หวาน เป็นผู้นำขบวนส่วนผมมีหน้าที่ตามพี่หวานและคอยเบรกคนที่ตามมาคู่กับก็อต แต่ต่อมาพี่ทีม อาสามาแทนก็อต และให้ก็อตไปคอยคุมขบวนแทน ก็เดินๆ ย่ำๆ ไป ต่อมาจนถึงจุดพักสภาพพื้นที่ตรงนั้น เป็นที่โล่งๆ มีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่หลายก้อนพอที่จะนั่งพักกันได้ทุกคน ระหว่างพักพี่หวานก็ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอบรรยากาศเก็บไว้ เมื่อพักกันจนหายเหนื่อยดูเวลาก็เหมาะที่จะเดินทางต่อ ทีมนำทางก็เดินออกหน้าไปก่อน จัดการทางไว้ให้พวกเราก็เดินตามกันไป
IMG_6212ผมกับพี่หวานก็ช่วยกัน มาร์คจุดไปเรื่อยๆ ตามทางคอยฟันกิ่งไม้ปิดทางที่อาจจะทำให้หลงได้ในขา กลับ ส่วนตัวเองก็ไม่เคยเดินที่นี่เลย ก็พยายามจำจุดสำคัญไว้  เดินไปเรื่อยๆ  เหนื่อยก็พัก แต่ที่พลาดคือ “น้ำ!!” หลายคนน้ำใกล้จะหมด… รวมทั้งผม ก็เลยแบ่งน้ำให้ลูกผู้ชายหัวใจไม่แพ้ไปเกือบครึ่งขวด แต่ทุกคนยังไหว เราเดินไปจนถึงจุดที่เราจะต้องเข้าป่าบอน ตรงจุดนี้ เราได้หยุดพักกัน เพราะพี่แขก
พี่อั๋น พี่นิมแยกทางกันเดินดูหาเส้นทางที่จะไปต่อ จุดพักป่าบอนผมได้มีเวลามองสำรวจพื้นที่รอบๆ ตัว จะเห็นได้ว่าตามต้นไม้มีพวกมอส ติดตามกิ่งเป็นจำนวนมากและพื้นดินแฉะไม่น้อย และอากาศที่นี่เริ่มแตกต่างอย่างสัมผัสได้มันมีลมพัดเย็นมาเรื่อยๆ เมื่อลองจับใบไม้ บนใบไม้มีหยดน้ำที่เย็นมาก ในใจเริ่มคิดที่นี่มันคงหนาวทั้งปีจริงๆ เหมือนที่เขาพูดกัน และเราก็เริ่มเดินต่อตามทางที่พี่แขกพี่นิมนำไป ไม่ไกลนักก็ถึงจุดที่เราจะพักกัน ทุกคนเตรียมจัดการพื้นที่ ปูพื้นเพื่อพักกินอาหารกัน และแน่นอนเราต้องก่อไฟ เพื่อต้มน้ำชงกาแฟกัน โดยมีพี่อุ๊ กับพี่นิม ก่อ และมีผมเข้าไปช่วยนิดๆ ………..ผ่านไปสักพัก ยังมีแต่ควันไฟไม่ติดพี่หวานเห็นก็เข้ามาช่วยอีกคน แต่ก็ยังไม่ติด ๕๕๕ พี่แขกก็ได้แต่นั่งมองแล้วยิ้ม …… กลายเป็นว่า ตอนนี้มี ๔ คนที่กำลังก่อไฟกัน แต่มันไม่ติด แย่ละสิแต่ละคนไม่ใช่น้องใหม่ซะด้วย  เลเวลสูงๆ ทั้งนั้น ยกเว้นผม แต่ความพยามอยู่ที่ไหนไฟก็อยู่ที่นั่น ๕๕๕  ถึงแม้ว่าข้างๆ พี่อั๋นจะเอาเตาแก๊สมาจุดต้มน้ำแทนแล้ว …แต่ทุกคนเชื่อมั่นในกองไฟ และไฟก็ติดโดยได้รับการช่วยเหลือจาก เดอะทิ้ว มาช่วยเป่าลมอีกคนถึงตัวจะไม่สบาย สรุป ภารกิจกองไฟ ผ่าน… และทุกคนก็เริ่มกินกันจนอิ่มท้อง พักกันได้ที่ถึงเวลาที่เราจะจะต้องไปต่อ IMG_6213……  เดินต่อไป ทางที่เดินในตอนนี้มันเป็นทางที่เดินง่ายๆ แล้ว มีขึ้นเนินนิดๆ แต่เมื่อพ้นช่วงนั้นมาทางที่เดินจะเป็นสันเขาเดินง่ายๆ และสิ่งที่สำคัญคือมันเป็นเหมือนช่องลม เพราะเมื่อเราก้าวมาจุดสันเขาสิ่งที่เราจะเจอคือ ลมเย็นพร้อมกับวิวเมฆหมอกและภูเขาที่เรียงรายกันอยู่ตรงหน้า ลมที่เย็นมาปะทะหน้าเราพร้อมกับวิวที่เห็นมันทำให้ลืมความเหนื่อยไปจนหมด และตลอดเส้นทางที่เดินก็เป็นแบบนี้ตลอด มันเหมือนกับว่าเราอยู่ในช่วงฤดูหนาวที่มีลมเย็น ผมเพลินกับการเดินมากไม่ว่ามองไปซ้ายหรือขวามันสวยจริงๆ เดินมาได้สักพักเราก็มีโอกาสได้เจอเจ้านกเงือก(นกกก) หลายตัวเลย และเมื่อเราไปถึง ณ ยอดเขาลึกลับ ……………….. บอกไม่ถูก มันคือความรู้สึกที่ต้องมาสัมผัสเอง เพราะเราอยู่สูง สูงมาก รอบๆ ตัวมีเมฆลอยเต็มไปหมดบางช่วงมองไม่เห็นวิวเลย ก็ถ่ายรูปเป็นที่ ระลึกกัน เมื่อเสร็จก็เริ่มเดินทางกลับเพราะถ้าช้ากว่านี้ มันจะไม่ดี ทุกคนเดินกลับด้วยรอยยิ้มที่ได้มาถึงจุดหมาย ในขากลับเราแวะพักที่ป่าบอนอีกครั้งเติมพลังกันนิดหน่อย ส่วนท้องฟ้าตอนนี้ได้มืดลง เราเริ่มเดินอีกครั้งโดยอาศัยแสงจากไฟฉาย แต่โชคดีที่มีแสงจันทร์คอยช่วยทำให้ทางที่เดินไม่มืดนัก เลยเดินกันง่ายๆ ไม่มีหลงออกนอกทางที่มาร์คไว้จนมาถึงที่พัก พวกเราก็จัดการข้างของ ก่อไฟกันจนเรียบร้อย บางส่วนก็นอนเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง ผมก็อยู่นั่งคุยเล่นกับฝ้าย,พี่แขกและพี่นิมกันอยู่สักพักจนมีคนตื่นมาพวกผมก็ไปนอนบ้าง เช้าขึ้นมาทุกคนเตรียมเก็บIMG_6059ข้าวของเพราะเราจะเดินไปพักที่ “ผาด่านช้าง” ในคืนวันนั้นและได้แบ่งกลุ่มกันเป็นสองชุด เพราะว่า พี่อุ๊ จะอยู่เคลียร์กองไฟกับขยะก่อน เมื่อพวกเราเดินกันไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงผาน้ำตกที่พวกเรา พักกันในตอนขามา และเท่าที่รู้เราจะเดินลงตามน้ำตกกัน เพราะถ้าย้อนไปทางซ้ายเหมือนขามามันจะไกลแต่เหมือนว่าจะมีฝนตกลงมา… พี่แขกพี่อุ๊ก็มาถึงที่พวกเราอยู่แล้ว ณ ตอนนั้นถ้าเราจะเดินตามน้ำตกอันตรายมากเพราะหินมันลื่นจะย้อนไปทางซ้ายก็เหมือนว่าจะไม่สะดวก พี่แขกเลยบอกว่าให้เราตัดเข้าป่าไปทางขวา…..สาวสวยที่มีนามว่า เปรี้ยว ก็ ได้กล่าวว่า “เอาละฝนก็เจอแล้ว กลางคืนก็เจอแล้ว เหลือหลงนะเนี่ย” คิดในใจ ถ้าได้ตามคำพูดนี่ ฮานะ อาจได้ค้างในป่ายาวๆ ในระหว่างเส้นทางมีช่วงนึงที่เราจะต้องเจอกับ ต่อโพรง เสียวมากครับแต่ก็ผ่านมาอย่างปลอดภัยไม่มีใครถูกต่อย ถือว่าโชคดี เราไม่กวนเขา เขาไม่ทำเรา…..แต่แล้ว คำพูดเปรี้ยวเหมือนจะเริ่มเป็นจริงเมื่อเราหาทางไปต่อไม่ถูก พี่แขกกับพี่อั๋น เลยเดินออกไปเพื่อหาทางใหม่ พวกเราก็นั่งรอกัน เวลาผ่านไปสักพักพี่แขกก็ยังไม่กลับมา เงียบหายไปเลย แสงของวันก็ลดลงไปเรื่อยๆ หายไปนาน พี่นิม เริ่มลอง เปิด Gps หาตำแหน่งที่อยู่เรา แต่มันหาตำแหน่งเราไม่เจอผมก็เลยเอาเครื่องผมมาเปิดบ้าง ….ผลคือไม่ต่างกัน แต่ว่าเฟสเข้าได้ ผมรีบปิดเครื่องเพราะแบตฯจะหมด

IMG_4777ผ่านไปเป็นชั่วโมง พี่แขกและพี่อั๋นยังไม่มีวี่แววว่าจะมา มีแต่เสียงนก พี่อุ๊ เลยตัดสินใจว่า พวกเราจะเดินกลับย้อนไปที่ลานหินตรงน้ำตกใหม่แล้วเดินย้อนไปที่ผาด่านช้างตามทางที่มา ถึงช้าหน่อยแต่ดีกว่า อยู่กลางป่าตรงนี้ พี่อุ๊ ได้ถามพี่เฟิร์นว่าเอาไง จะรอพ่ออยู่นี่ไหม พี่เฟิร์นเลยบอกว่าจะรออยู่ ผมคิดในใจ ..จะอยู่คนเดียวเหรอ ทันใดนั้น พระเอกคนนึงได้ตะโกนมาว่าเดี๋ยวผมอยู่ด้วย เสียงนั้นคือเสียงของ คุณคิง นี่เอง และผมก็มีความรู้สึกว่าอยากอยู่รอ เลยอาสาด้วย อย่างน้อยก็ยังอยู่กันเป็นกลุ่ม พี่สองก็บอกว่าจะอยู่ด้วยและยังมีพี่ตามอีกคน ตอนนั้นคนที่จะอยู่มีกันอยู่ ๕ คน หลายคนเหมือนจะเป็นห่วงการเป็นอยู่ของพวกเราไม่น้อย รีบเอาอาหารปลากระป๋องให้ไว้เต็มไปหมด และพวกเขาก็ทยอยเดินจากพวกเราไป….. โดยมีพี่อุ๊ ปิดท้าย พี่อุ๊ หันมาถามคำถามสุดท้าย ถ้าพวกเขาไม่ออกมาจะตามไปใช่ไหม แล้วตามถูกไหม คิงกับผมเลยตอบว่า “น่าจะถูกนะ..ไงพี่มาร์ค ทางไว้ให้ด้วย คิงบอก ขอเห็นชัดๆ นะพี่ ๕๕” เมื่อเขาเดินจากพวกเราในป่า ผมหยินเทียนปักเค้กที่เตรียมมาใช้ก่อไฟ มาก่อไฟพวกเราก่อไฟและสุมใบไม้ให้มีควัน ไล่ยุงและเผื่อว่า พี่แขกพี่อั๋นเขาจะได้เห็นพวกเราด้วย ณ ตอนนั้น มันมีแค่พวกเรา ความรู้สึกในใจผมยอมรับเลย หวั่นๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อยู่แบบนี้ พวกเราตกลงกันว่าถ้าหกโมงครึ่งทั้งสองยังไม่มาเราจะเดินตามพวกพี่อุ๊ไปและก็พูดกันต่อว่า น่าจะเป็นพวกเรานี่แหละที่จะหลง เพราะทางพี่แขกพี่อั๋น ไม่น่าจะมีปัญหาอย่างมากก็หายไปหลายวันพี่เฟิร์นบอก ทางอีกกลุ่มมี พี่หวาน พี่นิม พี่อุ๊ อยู่ ก็ไปกันหลายคน แต่พวกเรานี่สิ มีกันแค่นี้ ๕๕๕ น้ำดื่มผมก็จะหมดไปแล้วด้วย พี่เฟิร์นพูดขึ้นมาว่าถ้าพวกเราเจอช้างแบบที่พ่อเจอนี่ทำไงดี
เราก็คุยกันถึงเรื่องช้าง…….ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรพูดถึง ในใจผมก็คิดถ้าพวกเราเจอจริงยากมากที่จะเกาะกลุ่มกันแถมเป้ผมก็ไม่ใช่ว่าเบาหรือใบเล็กเลย ถ้าต้องวิ่งคงต้องทิ้งเป้ แต่ที่สำคัญถ้าทำแบบนั้นจะอยู่ ยังไง อาหาร เครื่องนอน ทุกอย่างอยู่ในนั้น ผมเห็นว่ามีเหล้าอยู่กับผมครึ่งแบน สิ่งที่ผมทำคือเอาวะ ยังไงมีเหล้าข้างกายแล้วกัน ผมแกะเชือกขวดน้ำออกมามัดขวดแบนแทนห้อยไว้กับตัว ฮ่าๆ
ยอมรับเลยว่า ในตอนนั้นอดกลัวไม่ได้ และถ้าต้องหลงหายไปจริงๆ มันก็คงไม่แปลก ผมคิดแค่ว่าอย่างน้อยมันก็คุ้มครั้งหนึ่งในชีวิตเรา เราจะเอาตัวรอดได้แค่ไหน เพราะเราเป็นคนตัดสินใจอยู่เอง อีกอย่างจริงๆ แล้วมันไม่ได้น่ากลัวอะไรมากมายเพียงแต่เราคุยกันแต่เรื่องแบบนี้ มันก็เลย อดคิดไม่ได้ IMG_6518ฮ่าๆๆ จะคุยทำไม แต่แล้วก็มีเสียงแว่วมา ผมบอกคิงหยุดคุยกันก่อน มีเสียงมาอีกครั้ง ชัดเจน เสียงกู่จากทางไหนไม่มั่นใจ แต่น่าจะเป็นพี่แขกกับพี่อั๋นเราเลย กู่ กลับเรียกเขา และพวกเราได้เจอกัน ในช่วงนี้……. พี่อั๋นเดินมาทำหน้าตาตื่น และมองไปรอบๆ ถามคิงว่า ขาไปไหนกันหมด แฟนกูอยู่ไหน” คิงบอกว่าเขาเดินย้อนออกไปเพราะพวกพี่หายไปนาน ฮ่าๆ ดูท่าทางพี่แกเซ็งๆ พี่แขกก็บอกว่าเจอทางแล้วเดี๋ยวจะพาไป แต่ทางนู้นนี่สิย้อนไปแล้วแล้วจะเจอกันไหมและในตอนนั้นมีเสียงดังมีคนคุยกันและที่ตามมาคือชุดที่เดินย้อนออกไปเขากลับมาหาพวกเรา “อ้าววว ไปไหนกันมาเดินเล่นกันมาเหรอ” ผมพูดหยอกล้อ ด้วยความตลก แต่ดูสีหน้าแต่ละคนคงไม่ค่อยตลก เพราะเหนื่อย ที่เดินออกไปแต่กลับย้อนมาที่เดิม……… และเมื่อทุกคนหายเหนื่อยพี่แขกเลยพาพวกเราไปยัง ที่ใหม่ที่แก บอกว่าจะทางและพอพักได้ แกตั้งชื่อว่า“น้ำตกสองฟุต” …ทุกคนเดินไปตามพี่แขกด้วยความหวัง จนมาถึงช่วงนึงผมเริ่มรู้สึกว่า เออพี่แขกแกหาที่ใหม่ดีนะ สภาพป่าดู โอเค คล้ายๆผาด่านช้างเลย มีไผ่หลอดมีน้ำ ไหลมันน่าจะเป็น พื้นที่ระดับเดียวกัน เพราะบรรยากาศมันไม่ต่างกันนัก ผ่าด่านช้างน่าจะอยู่ซ้ายมือเราออกไปห่างๆ ในความรู้สึกผม และเมื่อเดินมาเรื่อยๆ ตามน้ำผม เอ๊ะ!! มันคล้ายมาก ยิ่งเดินยิ่งเหมือน เห้ยมีต้นบอน มีต้นไม้ใหญ่ต้นไทรหรือเปล่าวะ เห้ยยยยยย!! ที่นี่มัน …พี่หวานรีบหันมา บอก เงียบๆ ก่อน ผมก็ แหม หลอกกันได้เนียนเชียวว่าแล้วคุ้นๆ สรุป น้ำตกสองฟุต ก็คือ ผาด่านช้างนี่แหละ อยากให้เห็นน้ำตกสองฟุตจริงๆ เล่นมันใช้มันมานานพึ่งรู้ชื่อ ปัดโธ่! และพี่หวานสั่งว่า พวกเราไปกางผ้าใบก่อนเลย จะได้เตรียมที่พัก ผมก็เลยเอาผ้าใบออกมากาง พี่หวานก็ผูกเชือกที่จะขึงหลังคากันฝนและช่วยกันหาฟืนไม่ทันไร ฝนก็โปรยมา แรกๆ มันก็เย็นดีตัวIMG_4794เปียกไปหมด แต่สักพักมันชักหนาวละสิ ที่นอนที่อยู่ก็น้อย เลยไปนั่งตากฝนเล่นกันลังกินข้าวเสร็จก็ยังคงอยู่ข้างนอกตากฝนกันเพราะตัวเปียก ก็หนาวแหละครับ แต่พยามบอกตัวเองว่าต้องอดทนเพราะก่อนหน้านี้ผม อยากจะเจอฝนอยู่แล้วเพราะคิดถึงป่าที่มีสายฝน และอีกอย่างผมหวังว่าอย่างน้อยถ้าผมผ่านไปได้ มันก็จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นและมีความสามารถพอที่จะดูแลคนอื่นได้มากขึ้น เพราะถ้าพูดถึงความสามารถผมที่พิเศษกว่าคนอื่นนั้น นึกไม่ออกเหมือนกัน ก็เลยอยากเริ่มต้นฝึกตัวเอง เพราะถ้ามีแต่ใจเข้าป่าเข้าเขา ต่อไปต้องเป็นรุ่นพี่ คงดูแลใครไม่ได้ ทุกวันนี้ยังกระจอกยิ่งนัก ๕๕๕ และโอกาสก็มาถึงเมื่อบางส่วนเริ่มนอนกันพอมีพื้นที่ ให้ไปนั่งใกล้ๆ กองไฟเอาไออุ่น ก็ไปนั่งรับไออุ่น แต่ว่า เผลอหลับไปตอนไหนยังไม่รู้ รู้แค่ว่าหัวทิ่มแล้วก็ ขำตัวเอง ติ๋วก็ขำ แล้วก็นั่งมองไฟต่อ มันจึงเกิดการหัวทิ่มรอบสองทีนี้ หัวทิ่มดินเลย ติ๋วเลยถามเป็นไรไหมไม่ไหวก็ไปนอน ก็ ตามนั้น เพราะไม่ไหวจริงๆ เลยไปนอน สรุปได้ว่า ยังไม่ชนะตัวเองในคืนนั้น เช้าขึ้นมาก็ตื่นมาตามปกติ หลังจากล้างหน้าก็แอบเดินไปหน้าผา20140714_072023เพราะหลายคนยังไม่ตื่นกันเลย ไปนั่งเสพบรรยากาศเงียบๆ สักพัก ก็เดินกลับมา เอากล้องไปถ่ายรูป ที่หน้าผาสักนิด แล้วพี่หวานกับพี่อุ๊ก็ว่า จะเดินไปดูต้นไม้สมุนไพรใกล้ๆ ก็เลยเดินตามไปด้วย เดินชมนู่นนี่ไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าย้อนไปไกล ตามน้ำตกย้อนไปทางซ้ายซึ่งถ้าเราตัดไปขวามือจะไป ที่ผามะนาวที่เราคุ้นกัน แต่เราไปทางที่เราลงมาจากเมื่อวาน เดินเล่นไปเจอก้อนหินที่มีไลเคนเต็มไปหมดหลากหลายชนิด และได้หยุดดูมัน มันมีลวดลายที่สวยมากซึ่งมันเล็กมากหากไม่จ้องมองก็จะไม่เห็น หลังจากดูมันจนพอใจ ก็เดินกันไปต่อย้อนไปตามน้ำเรื่อยๆ จนเลยจุดที่เราตัดออกมาจากป่า เราก็ยังเดินย้อนไปกันเรื่อยๆ ก็เจอน้ำตกที่ใหญ่ขึ้น เราก็ยิ่งเดินตามยิ่งเห็นความสวยของมัน ทำให้ตอนนั้น ทั้งสามคน มีผม พี่หวาน พี่อุ๊  เดินไปอย่างไร้จุดหมายรู้แค่ว่าอยากตามไปเรื่อยๆ ว่าน้ำตกจะสิ้นสุดตรงไหน ยิ่งไปยิ่งเจอความแปลกใหม่ผมตื้นเต้นและรู้สึกดีมาก ที่ประทับใจ สุดๆ มีอยู่ สองช่วงคือน้ำตกช่วงที่เป็นคล้ายกับหน้าผาไม่สูงนักสามเมตรได้ยาวสี่ถึงห้าเมตรแต่มันเต็มไปด้วยมอสและเฟิร์นเกาะอยู่ เป็นสีเขียวและมีน้ำไหลลงมา ส่วนอีกที่คือ น้ำตกที่เป็นลานหินเรียบๆ นั่งนอนได้เป็นชั้นๆ บอกเลยว่าต้องเห็นกับตัวเองมันสวยมาก
IMG_4816เราเดินไปจนคิดว่ามันน่าจะเปลี่ยนจากน้ำตกเป็นคลองหรือไม่ก็ เป็นทางแยกที่จะมีน้ำน้อยๆ ไหลมารวมกันจนเป็นน้ำตกใหญ่ แต่มันไม่ใช่เลยมันยังเป็นน้ำตกต่อไปเรื่อยๆ เป็นกิโล  แต่เราตัดสินใจว่าพอกันแค่นี้ก่อน เพราะเรามาไกลมากแล้ว ค่อยมาสำรวจต่อคราวหน้า เพราะเราออกมานานแถมวันนี้ต้องกลับออกจากป่า(แถมพี่อุ๊ บอกเราลืมกรอกน้ำกันมาด้วยตายละเกิดหิวน้ำขึ้นมาแย่แย่เลย) กลับมาก็กินข้าว เก็บข้าวของที่พัก พร้อมเดินทางกลับสู่เมือง ก่อนถึงวัดมี พี่อ๋อ และอาจารย์นพ เข้ามารับ ให้กำลังใจ และในที่สุดทุกคนก็ออกจากป่ากันมาอย่างปลอดภัย ถึงแม้จะมีอาการปวดเมื่อย รองเท้ากัด เจ็บกันบ้าง บางคนถูกถีบบ้าง บางคนล้มแล้วอีกก็มี(ติ๋วนี่เองใครช่างถีบติ๋วได้ลงคอ) จากการเดินป่าครั้งนี้คุ้มมากๆ เลย ได้เจออะไรหลายๆ อย่างสมหวังที่จะเจอฝนกลางป่าและได้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับมิตรสหายเก่าและใหม่

IMG_4873ต้องขอบคุณพี่นิมที่ จัดทริปนี้ขึ้นมา ทำให้เรียนรู้อะไรมากขึ้นเยอะ ได้เรียนรู้จากการผิดพลาดมากขึ้นและควรจัดการกับสิ่งต่างๆ อย่างไร ถึงจะมีเรื่องที่ต้องคิดหลังจากออกป่ามา แต่ก็ทำให้รู้ว่าเราควรปรับปรุงอะไร

ปล.ทริปนี้ ดีมากๆ ประทับใจและได้อะไรกลับมาเยอะอะไรที่ผมผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วย ยอมรับและจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นและยังไม่เบื่อไม่เข็ดกับการเดินป่า สนุกมากๆ
(แอบพิมพ์ในเวลางานเพราะกลับบ้านไปพอจะพิมพ์ก็หลับตลอด)

โดย …โต๋ 

 

 

ปิดการแสดงความเห็น