แหลม หลง ฝน

เขาแหลม?
เขื่อนเขาแหลมเหรอ?
เขาแหลมหญ้าเหรอ? เขาแหลมสิงห์เหรอ?

IMG_6325ก่อนไปข้าพเจ้าแอบเม้าท์กับเพื่อนว่าจะไปเที่ยว  “เขาแหลม”  นะวันหยุดยาวเข้าพรรษานี้ เพื่อนๆ ต่างก็เดากันไปต่างๆ นานา แหม…หลากหลายชื่อ หลากหลายที่ แต่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลยกับที่ที่เรากำลังจะไป หากลองถามคุณครู Wiki ว่า “เขาแหลม อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่”  นี่อยู่ส่วนไหนของโลก เราก็จะได้ข้อมูลกว้างๆ ว่า “เนื่องจากเป็นเขาที่มียอดแหลมจึงได้ชื่อว่าเขาแหลม เขาแหลมมีความสูงรองจากเขาร่ม การเดินทางต้องเดินเท้าเข้าไปเช่นกันโดยเส้นทางยากลำบากมาก ใช้เวลาเดินไม่ต่ำกว่า ๗ ชั่วโมง และก่อนถึงยอดเขาจะต้องโหนเชือกขึ้นไปเพื่อไปยังยอดเขา ด้วยเส้นทางที่ยากลำบากนี้ สโมสรโรตารีเคยตั้งรางวัลให้กับสตรีที่พิชิตยอดเขาแหลมเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท โดยผู้ได้รับรางวัลคือ นางแคทเธอรีน บ.บุรี ได้พิชิตยอดเขาแหลมในปี ๒๕๑๕

ความสำคัญของเส้นทางไปเขาแหลมคือ “เส้นทางที่ใช้เดินทางจะผ่านทางเดินของสัตว์หลายชนิด จึงพบรอยเท้าสัตว์ได้มากมาย อีกทั้งยังมีโอกาสพบสัตว์ป่าต่างๆ ได้อีกด้วย”  ตามที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่าข้อมูลใน Wikipedia นั้นเป็นข้อมูลที่ใครจะมานั่งเทียนเขียนก็ได้ ไอ้ที่เขาว่าลำบากนักหนา ถึงขั้นมีแข่งขันขึ้นยอดเขาอาจจะเป็นเรื่องโม้ก็ได้ ทริปนี้ข้าพเจ้าจึงอยากไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง สู้โว้ย!!!

IMG_5806ระฆังวัดข้างบ้านลุงแขก ส่งสัญญาณให้ญาติโยมมาทำบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชา แต่มันกลายเป็นเสียงระฆังที่ปลุกพวกเราให้เตรียมตัวเดินทางไปฉลองอาสาฬหบูชาและกินเหล้าเข้าพรรษาในทริปเขาแหลมนี้ สมาชิกภาพในทริปนี้มีทั้งหมด ๒๖ นายและนาง…..สาว ใครเป็นใครบ้างจะค่อยๆ เม้าท์มอยให้ฟังกัน ตามธรรมเนียมแล้วเราจะต้องไป กราบพระอาจารย์แดงก่อน ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังได้ช่วยแพ็คของนำไปให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมอีกด้วย  เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบุญกุศลในครั้งนี้จะไม่ทำให้เราเจอฝน หลงป่า(หุ หุ) ก่อนออกเดินทางพระอาจารย์แดงได้มาให้ศีลให้พรให้ข้อคิด ท่านกล่าวกับพวกเราว่า “ถ้าจะมาเดินป่าหาความสบายก็ไม่ต้องมา มาป่าต้องลำบาก”(ท่านพูดถูก แต่หนูไม่คิดว่าจะลำบากขนาดนี้นะคะท่าน T_T )
IMG_5871ก่อนเราจะเดินทางสู่มอมะกอก ลุงแขกให้สมาชิกใหม่ออกมารายงานตัวทำบัตรสมาชิกโดยการแนะนำตัว น้องๆผู้ชายก็โดนรับน้องไป ทั้งน้องท่อเล็ก(ทิ้ว) และน้องท่อใหญ่(ไปป์) ที่พาพวกพี่ๆ หัวเราะครื้นเครงด้วยคำถามที่ถามกลับหลังรายงานตัวด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “พอได้มั้ยค้าบบบบบ”  ทำเอาพี่ๆ หงายเงิบ จากนั้นเป็นแก็งค์ข้าวมันไก่ที่มี ตาม สอง และแจ็คกี้ ตามกับสองเหมือนรู้งาน แพ็คกระเป๋ามาอย่างมืออาชีพ ส่วนแจ็คกี้ ไม่รู้ว่าโดนรุ่นพี่ในแก็งค์หลอก หรือความหวังดีของแม่ กระเป๋าแจ็คกี้เลยใบเล็กน่ารักซะจนพี่ๆ หมันไส้ จัดการแลกกระเป๋ากับนายโต๋(แจ๊คกี้คงคิดในใจว่า แค่เริ่มเดินไอ้พวกพี่นี่ก็แกล้งกรูซะขนาดนี้ แล้วกว่าจะจบทริปจะกลับออกไปสภาพไหน) เมื่อหนุ่มๆ แนะนำตัวผ่านไปแล้วก็ถึงทีของสาวๆ แพทย์แผนไทย น้องฝ้าย น้องจูน และน้องส้ม(ที่โดนทีมหลอกมา) ที่โดนไอ้พี่อั๋นแซวซะช้ำเลย แต่พอถึงที พี่ตุ๊กตา(สาวที่ตามคำให้การกล่าวอ้างว่าเป็นน้องสาวพี่อั๋น) พี่อั๋นก็กลายเป็นแมวเชื่องแซวไม่ออกทีเดียว เห็นได้ชัดเจนทีเดียวว่า… สองมาตรฐานชัดๆ ==” งานนี้ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ลุงแขกหอบเอาคนหน้าตาเหมือนกันมาด้วย นายเฟิร์น ตามคำให้การ(อีกแล้ว) บอกว่าเป็นน้องชายของลุงแขก(งานนี้พ่อลูกตกลงกันยังไงเดี้ยนมิรู้นะเคอะ..!)
IMG_5957เมื่อเราเดินมาถึงมอมะกอก ก็ได้ยินเสียงแจ๊คกี้พูดว่า“เพิ่งได้ยินเสียงหัวใจตัวเองก็วันนี้เอง”  ฟังเหมือนอินเลิฟ แต่จริงๆ แล้วมันโคตรเหนื่อย เราพักกินข้าวกลางวันที่มอมะกอกสักพักก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังที่พักในวันแรก ระหว่างทางข้าพเจ้าได้ยินเสียงฝีเท้า ทั้งรีบเร่ง ทั้งอ่อนล้า ได้ยินเสียงหัวเราะครื้นเครงและเสียงหอบ สำหรับคนที่เดินป่าไม่บ่อยนักคงจะเหนื่อยมากกว่าเพื่อนเพราะทั้งไม่เคยชินเส้นทางและทั้งหอบของหนักอึ้งไว้บนหลังอีก แต่สำหรับรุ่นใหญ่อย่าง ลุงแขก พี่อั๋นไจรัญ ลูกพี่หมีอุ๊ พี่หวานๆ พี่จิม พี่นิม รวมทั้งน้องๆ รักษ์เขาใหญ่รุ่นเก๋า อย่าง น้องโต๋ ก็อต คิงควายน้อย น้องตุ๊ยหนุ่ย น้องตะหลิวติ๋ว น้องจอมโจรอ้วนผอม ยัยปลวกเปี้ยวและน้องใหม่ขาโหด เส้นทางนี้เป็นแค่ทางเดินเล่นสำหรับพวกเขา ดังนั้นจึงห้ามบ่น ว่าหนัก ว่าเหนื่อย(ข้าพเจ้าบ่นได้คนเดียว อิอิ) IMG_6008ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ในวันแรกที่เรามาถึงที่พักก่อนค่ำ(ปกติไม่เห็นพระจันทร์ก็ไม่ถึงสักที) และไม่เจอฝน(โดนเจ้าป่าเจ้าเขาแกล้งให้ตายใจ) รอบกองไฟในคืนนี้มีแต่ เสียงกรนแทนเสียงเพลง เพราะดูเหมือนว่าทุกคนจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดิน อีกทั้งบางคนก็แอบเอามือเอาเท้าไปจุ๊บกับหนามให้เจ็บๆ คันๆ เล่น บางคนก็โดนรองเท้างับซะฝ่าเท้าเยินแบบน้องจูน  ส่วนข้าพเจ้าน่ะเหรอ ก็มันง่วงอ่ะ ห้าววววววว….คร่อก

IMG_6076เช้าวันที่สอง  ข้าพเจ้างัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมกับได้ยิน เสียงหมีบ่นงึมงำๆ มีเสียงสาวๆ หัวเราะคิกๆ คักๆ พี่หวานใจดีลุกขึ้นมาหุงข้าวแต่เช้าเลย ส่วนลูกพี่หมีอุ๊ก็ตื่นมาหาน้ำผึ้ง เอ้ย ขนมปังกิน พร้อมมีสาวๆหยอกเอินเป็นเพื่อน(พี่หวานหล่อกว่าเห็นๆ ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าข้างเพื่อนรักหวานๆ แต่อย่างใด ไม่เล้ยยยยย !! )  หลังจากเติมพลังแล้ว เราต่างก็พยายามทำตัวให้เบาเพื่อให้ง่ายสำหรับปีนเขาที่เขาว่ายากนักยากหนา แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมีเสบียงเป็นข้าวกลางวัน น้ำและอาหารสำเร็จรูปที่แกะกินได้ทันที เนื่องจากพื้นที่ที่เราไปค่อนข้างชื้นแฉะ ไม่มีแหล่งน้ำ และการเดินทางในวันนี้ก็คงจะยาวไกล ไม่มืดไม่กลับแน่นอน
IMG_6108อาหารพร้อม เป้พร้อม สมาชิกพร้อมออกเดินทาง วันนี้เราแบ่งกันเป็น ๓ กลุ่ม แต่อันที่จริงก็เดินตามกันไปติดๆ นั่นแหละ หน่วยแรกเป็นหน่วยทะลวงฟัน เป็นหน้าที่ของชายฉกรรจ์ได้แก่ ลุงแขก พี่อั๋น ไจรัญ พี่นิม นายโต๋ พี่หวาน  ส่วนหน่วยที่สองเป็นหน่วยปั่นเท้า หมายถึง ต้องปั่นเท้าให้ทันหน่วยทะลวงฟันที่เดินจ้ำอ้าวชนิดไม่เหนื่อยกันเลย หน่วยปั่นเท้าของเราจึงส่งเสียงโอดครวญเป็นระยะๆ แต่หน่วยทะลวงฟันก็หาสนใจไม่ ชิ หน่วยสุดท้ายคือหน่วยชะชะช่า มีหัวหน้าคือลูกพี่หมีอุ๊ที่มาใน ชุดอะโลฮ่า(จุดนี้ขอภาพมาเป็นประจักษ์หลักฐานด้วยฮะ) มีลูกน้องคือ คิงควายน้อย เดินหน่วงท้ายกันอยู่สองคน หน้าที่ก็ไม่มีอะไรมาก….. แค่ผูกเชือกสีแดงเป็นโบว์น้อยไว้ตามต้นไม้กันหลง-ขากลับ
หลังจากเริ่มเดินได้สักพัก อยู่ดีๆ ลุงแขกก็เดินมาจากด้านหลังแถวเฉยเลย อ้าวไหนว่าอยู่หน่วยทะลวงฟันไง เรื่องมาเฉลยว่า….(อิอิ แอบขำก่อน) ตอนที่เราออกเดิน ลุงแขกแอบไปทำธุระหนัก และตรงที่่ปฎิบัติภาระกิจก็คือทางที่เราเดินผ่านพอดี แกนั่งผ่อนคลายไป มองเราเดินผ่านไปแบบลุ้นๆ (ไม่รู้ว่าภาระกิจสุดอ๊ะเปล่า ฮา ฮา ฮา) ในหน่วยปั่นเท้านี่ต้องปรบมือให้ น้องจูน ที่ไปงับกับรองเท้ามาเมื่อวาน วันนี้นางก็แพ็คเท้ามาอย่างดีใช้ผ้าอนามัยไปถึง ๖ แผ่น วันมามากของน้องจูนจริงๆ นะจ๊ะ อีกคนที่ต้องซูฮกให้คือ พี่จิม ที่มาเป็นครั้งที่ ๒ แล้ว ก็บอกแล้วไงว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข เขาใช้หัวใจเดินกันน่ะ-รุ่นนี้
_MG_4066IMG_6364หลังพักกินข้าวกลางวันกลางดงบอน อาหารแห้งที่เราเตรียมมาก็ออกมาให้เราจัดการซะเกือบเกลี้ยง เมื่อท้องอิ่มกระเป๋าเบาหวิว ขบวนก็เริ่มเคลื่อนไปต่อ ทางที่เราเดินไปก็ดูเหมือนจะขึ้นสูงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ขอบคุณฟ้าฝน เจ้าป่าเจ้าเขา เทวดาอารักษ์ ที่ไม่เผื่อแผ่ฝนมาให้เราในวันนี้ ไม่งั้นอาจมีการใช้ทางลัดลงเขาโดยไม่เจตนาแน่ๆ เพียงเดินพ้นแนวต้นไม้สูงเราเริ่มสัมผัสได้ถึง อากาศเย็นๆ น้องบีโกเนียโอโรสจิ้มลิ้มและน้องดอกเทียนสีชมพู ออกมาทำหน้าแป้นแล้นต้อนรับเราตามซอกหิน และน้องว่านไก่แดงเกาะคาคบไม้ที่ยื่นออกไปตรงหน้าผายิ้มแฉ่งแดงแจ๊ดทักทายต้อนรับเรา หญ้าขึ้นฟูเป็นพรมเขียวราวกับมีคนมาปูไว้รอเรามานั่งพักเหนื่อยก่อนเดินไปให้ถึงยอดสูงสุด ซอกหินสุดท้ายเว้นช่องเหมือนที่สแกนคนเข้าออกในห้องสมุด เมื่อได้รับการสแกนแล้ว พวกเราจึงจะผ่านไปถึงยอดสูงสุดของเขาแหลมได้
IMG_6373

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ ทิวเขาไกลสุดลูกหูลูกตา เบื้องล่างเขียวชอุ่มจนยากจะจินตนาการได้ว่า ที่เราเห็นยอดไม้ด้านล่างเขียวๆ เนี่ยมันอยู่สูงจากพื้นอีกสักเท่าไหร่ เมื่อมองไปด้านหลัง เราจะเห็นฝั่งปากช่อง เจย์ดีสีขาวองค์นั้นเป็นจุดเริ่มเดินของเราตั้งแต่เมื่อวาน แต่วันนี้…ตอนนี้…เราอยู่บนยอดที่เมื่อมองจากด้านล่างแล้วคงไม่ค่อยมีใครจะคิดได้ว่าตัวเองจะเดินมาถึง ข้าพเจ้ามาถึงก็นอนซุกในดงดอกหญ้าสีม่วงพาสเทล ภาคภูมิใจที่มาถึงจนได้ IMG_6304หลายคนถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก เช่นคู่ พี่อั๋นกับพี่ตุ๊กตา ไอ้ทีมกับน้องส้ม เอิ่ม…ยังไม่ใช่ฮันนี่มูนนะเค๊อะ(ทำเสียงฟึ๊ดฟั๊ดปนความอิจฉา) บ้างก็ไปนั่งทอดอารมณ์ร่ำสุราอย่างลูกพี่หมีอุ๊ พี่นิมและคิงควายน้อย บ้างก็ไปรำลึกความหลังอย่างลุงแขกและนายเฟิร์น (หากแบกรูปข้างฝาบ้านมาได้ เราจะเห็นภาพซ้อนกันของนายเฟิร์นตอนเด็กกับตอนหนุ่ม ณ จุดๆ เดียวกัน อยากจะรู้เหมือนกันว่านายเฟิร์นคิดยังไงที่ได้มาที่ที่เคยมาตอนเด็ก ความรู้สึกตอนนั้น กับตอนนี้จะเหมือนกันหรือไม่นะ หากก้อนหินหรือต้นไม้แถวนั้นพูดได้เขาคงดีใจที่นายเฟิร์นกลับมาเยี่ยมเขานะ เพราะไม่ว่านายเฟิร์นจะเติบโต ได้อยู่ในโลกที่เจริญ กระแสที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วของโลกาภิวัติ แต่ต้นไม้ทุกค้น ก้อนหินทุกก้อนบนนี้ก็ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เหมือนเดิม เราเท่านั้นที่เปลี่ยนไป)
IMG_4696อากาศเริ่มเย็นลง เรานั่งอยู่บนพรมเขียวลายดอกหญ้าสีม่วงพาสเทลที่ปูต้อนรับ เมฆน้อยลอยเข้ามาแค่เอื้อมมือไปเราก็จับเมฆได้แล้ว หากตัดเสียงของมนุษย์ออกไป เราคงได้ยินเพียงเสียงลมหวีดหวิวและคงได้ฟังเสียงหัวใจของเราได้ชัดขึ้น“ดีใจจังมาถึงจนได้ เราชนะความสูงของธรรมชาติด้วยความพยายามหรือนี่”
ขาลงเราก็ต้องเดินผ่านช่องสแกนกันอีกครั้ง ดีที่ว่าเครื่องสแกนซอกเขาไม่ร้องดังแต่ปล่อยเราทุกคนให้กลับลงมาได้อย่างปลอดภัย อ้อ ต้องขอบคุณหน่วยชะ ชะ ช่า ที่นึกว่าจะเอาดีทางฮาอย่างเดียว พวกเขาเหล่านี้ได้ผูกเชือกเป็นโบว์สวยงามทำให้เรากลับลงมาโดยไม่ต้องมุ่นในป่ายามค่ำคืน (จริงๆก็เกือบไป เพราะตอนไปออกหลังแคมป์ ขากลับมาทางหน้าแคมป์) มื้อค่ำคืนนี้เกือบจะได้กินมาม่าต้มกันแล้วเนื่องจากแม่ครัวเหนื่อยจัด แต่หนุ่มๆ เรียกร้องจะกินข้าว แม่ครัวเลยต้องฮึดมาทำให้กิน คืนนี้แก็งค์ข้าวมันไก่นำโดยน้องแจ๊คกี้และพี่อั๋นทำต้มโคล้งปลาแห้ง ให้เราได้แซ่บก่อนนอนด้วย คืนนี้คิงควายน้อยจะขอแก้ตัวนั่งเฝ้าแค้มป์ เพราะเมื่อคืนชิงหลับก่อนชาวบ้านเขาเลย แต่ท้ายที่สุดแล้วก็เหลือแต่ ผู้เฒ่าอย่างลุงแขก ลูกพี่หมีอุ๊ พี่อั๋นไจรัญ ส่วนคิงควายน้อยน่ะเหรอ เข้าคอกก่อนใครเลย ภาระกิจแก้ตัวล้มเหลว
IMG_6073เช้าวันที่สาม ยังคงมีเสียงหมีบ่นงึมงำๆเรื่องหุงข้าว ก่อฟืน กับข้าว พี่หวานก็คอยทำโน่นทำนี่ให้หมีพึงพอใจ มิฉะนั้นอาจเจอหมีอาละวาด(น่ากลัวมาก นี่เตือนเลย) วันนี้เราค่อนข้างตื่นสายกัน เพราะรู้อยู่แล้วว่าเราจะย้ายแค้มป์ไปที่ผาด่านช้างซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่เพียง ๑ ชั่วโมงกว่าๆ ย้ำ ๑ ชั่วโมงกว่าๆ เอง เมื่อทุกคนตื่นมาเติมพลังกันเต็มถัง เราก็ค่อยๆ เก็บแค้มป์ ฝนโปรยปรอยๆ มาเตือนว่า “ฉันจะตกแล้วนะวันนี้ ให้โอกาสมาสองวันละ ถ้าอั้นอีกหน่อยมีหวังกระเพาะอักเสบแน่เลย”
IMG_4781ทีมแรกเป็นทีมสาวๆ ที่นำโดยพี่อั๋น เราเดินกันมาสบายๆ เรื่อยๆ หลายคนเตรียมชุดเล่นน้ำใส่ทับมาเต็มที่ กะว่าถึงผาด่านช้างจะเล่นน้ำ สระผมกันให้สะใจ หลังหลับหูหลับตาอาบน้ำขุ่นๆ มาสองวัน เมื่อมาถึงน้ำตกน้อยๆ ที่นัดหมายกับกลุ่มผู้เฒ่านำโดยลุงแขก ฝนก็เทกระหน่ำมาสุดฤทธิ์สุดเดช  พี่หวานกับพี่อั๋นต่างหาทางแก้ปัญหากันสุดฤทธิ์ เนื่องจากหากเดินลงน้ำตกไปอีกหน่อย เลาะไปเรื่อยๆ อีกสักครึ่งชั่วโมงเราก็น่าจะถึงที่หมาย แต่ในเมื่อฝนตกแบบนี้น้ำตกคงลื่นและอันตรายเกินไปสำหรับเรา ระหว่างพี่หวานและพี่อั๋นตัดสินใจอยู่นั้น ฮีโร่ของเราก็ออกโรงมา แท่น แทน แท๊น ชายหนุ่มผมยาวหนวดงามก็ออกมาพร้อมสั่งทุกคนเดินขึ้นเขา เราเดินไป เดินไป  โดยมีลุงแขก พี่อั๋น นำไปล่วงหน้า พี่หวานคุมกลุ่มสาวๆ ที่ตามมา เราหยุดเดิน เนื่องจากเดินมาไกลเกินจนรู้สึกได้ว่าเราน่าจะเดินเลยที่หมายแล้วนะ แล้วเราก็รอพี่อั๋นเดินมาบอกว่าเราเดินเลยทางตัดลงน้ำตกแล้ว พวกเรา(โดยเฉพาะผู้หญิง) ก็แป่วไปตามๆ กัน เราเดินย้อนกลับมา เดินตัดลงไปอยู่ในหุบเขา ลุงแขกกับพี่อั๋นอาสาๆ สำรวจเส้นทางให้ บรรยากาศหลังฝนตกมันช่างอึมครึม ป่าเหมือนจะบีบเข้าหาเรา เราเริ่มเอาเสบียงที่เหลือออกมาจัดการ หนุ่มๆ เริ่มคิดหาเส้นทางโดยเปิดใช้ประโยชน์จากสมาร์ทโฟนกันใหญ่ สมาร์ทโฟนกลางหุบเขาคงจะสมาร์ทแค่แจ้งผลบอลโลกอย่างเดียว เพราะหลังจากเรารู้ผลบอลโลก เราก็ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองอีกเลยเพราะสัญญาณมันหายไปแล้ว  T_T  ณ ขณะนี้ สมาร์ทโฟนเอาไปทำฟืนยังไม่ได้เลยง่ะ
IMG_4769ในเวลาวิกฤติเยี่ยงนี้หนุ่มๆ จึงแน่ะทางออกโดยให้กลุ่มสาวๆ ตามพี่หวานกลับไปจุดเดิมที่น้ำตกน้อย จุดนัดพบตอนแรก ส่วนชายหนุ่มผู้กล้าหาญ ตาม สอง คิงควายน้อย ก็อต โต๋ อยู่รอการกลับมาของลุงแขกและพี่อั๋น พวกเราต่างทิ้งเสบียงเอย ไฟฉายเอย มีดเอย ไว้ให้ เผื่อกว่าจะเจอกันจะค่ำ เราออกมาได้สักพัก เสียงคิงควายน้อยก็ก้องไปทั้งป่า เรางง มองหน้ากัน ตะโกนกลับไปก็รู้ว่าคิงและลุงแขกได้เจอกันแล้ว และพี่อั๋นกับลุงแขกก็หาทางเจอแล้ว แล้วเราก็เดินหลับลงไปในหุบตามเดิม(อ้าว แล้วที่เราเดินมานี่เพื่อ?? !!!) เมื่อเจอกันแจ๊คกี้ก็โดนเพื่อนๆ ต่อว่าว่าทิ้งเพื่อน นายแจ๊คกี้ก็แก้ตัวเป็นพัลวัน ทั้งยังไปเอาพี่ตุ๊กตามาเอี่ยว หาว่าทิ้งพี่อั๋น(มันช่างเก่งทำครอบครัวเขาแตกร้าว) เมื่อได้ทางเราก็เดินตามพี่อั๋นไป หลังจากข้ามขอนไม้ที่มีกอหญ้าหนวดแมว พี่อั๋นก็โดนแมวหลอก ทางที่ทำเครื่องหมายไว้หายไปหมดเลย ต้องมานั่งคิดทางใหม่อีกครั้ง หนุ่มๆ หาทางยังใหญ่ ท้ายสุดแล้วเราก็เดินลงไปหาน้ำตกจนได้ น้ำตกที่ลุงแขกอ้างว่าได้ค้นพบใหม่ แกอยากให้พวกเราไปเห็นผลงานการค้นพบของแกมาก แม้ว่าพี่หมีอุ๊จะแย้งว่าเราน่าจะไปดูพรุ่งนี้เพราะไปวันนี้อาจจะไม่ทัน ลุงแขกก็ยังยืนยันให้เราไป และให้พักที่นั่น เราต่างขนานนามน้ำตกใหม่ของลุงแขกว่า IMG_2966“น้ำตกราเมศ” ฟังแล้วเก๋มิใช่น้อย แต่ลุงแขกขอเรียกมันว่า “น้ำตกสองฟุต” เราเดินเลาะน้ำตกมาเจอน้ำตกสองฟุตที่มีน้ำกระจึ๋งหนึ่ง คิดในใจว่า นี่ที่เราฝันไว้จะไปเริงร่าที่ผาด่านช้างก็อดน่ะสิ ทันใดนั้นก็มีเสียงพี่หมีอุ๊โพล่งออกมาว่า “ต้นไทรคู่ก็มี ต้นตะแบกก็อยู่นี่ ครบ เหมือนก๊อปปี้แค้มป์ที่ผาด่านช้างมาเลย” ใช่แล้ว น้ำตกสองฟุตก็คือ แค้มป์ผาด่านช้าง นั่นเอง โดนลุงแขกกับพี่อั๋นต้มซะเละ นี่เรามาถึงจริงๆ แล้วหรือนี่ จากชั่วโมงกว่าๆ กลายเป็น ๔-๕ ชั่วโมง เฮือกกกกกกกกกกก…..
IMG_4782ยังไม่ทันจะก่อไฟตั้งแค้มป์เสร็จ ฟ้าฝนก็เล่นตลกกับเราอีกแล้ว นี่ตอนกลางวันตกจนเราเปลี่ยนเส้นทางจนหลงนี่ยังไม่พอใช่มั๊ย เราตั้งแค้มป์กันอย่างทุลักทุเลกระเป๋าถูกห่อในผ้าใบ หนุ่มๆก่อไฟ ผูกฟลายชีทกันฝน ฝนมาพร้อมความหนาวสะท้าน เนื่องจากเสื้อผ้าที่ตากฝนเมื่อกลางวันก็ยังไม่แห้ง นี่ยังตกลงมาซ้ำเติมอีก น้ำก็อดเล่น เราเวียนกันมานั่งข้างกองไฟ แบ่งปันไออุ่นให้กัน รู้สึกเหมือนเด็กดอยก็ตอนนี้เอง บ้างก็ผลัดกันกระทุ้งน้ำออกจากฟลายชีท บ้างก็เอาฟืนเติมกองไฟ ฝนซาลงหน่อยเราก็เปิดครัวกัน ครัวของเราค่อนข้างขลุกขลักกันพอควรเลย ในที่สุดเราก็ได้กินข้าวเย็นท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสายทำให้อาหารร้อนๆ ยิ่งอร่อย กินเสร็จเราก็มาผลัดกันยืนผลัดกันนั่งหน้ากองไฟเหมือนเดิม หลายคนก็เริ่มหาที่เอน ที่นอนจำเป็นจึงเกิดขึ้น กระเป๋าทั้งหมดถูกนำไปกองไว้ที่หัวนอน เคลียร์ที่ให้สมาชิกผลัดกันไปตอน เราเข้าใจปลาซาดีนที่อัดอยู่ในกระป๋องก็คราวนี้อีกแล้ว ข้าพเจ้าเองก็พยายามหาที่ซุกหัว ซุกตัว ซุกขา ซึ่งดูเหมือนจะไปคนละทิศทาง ขอแค่มีที่นอนให้ผ่านคืนนี้ไปก็พอ กองไฟคืนนี้ครึกครื้นเพราะมีกลุ่มที่ยังไม่ได้จับจองพื้นที่นอนหรือยังไม่ได้แตะมือเปลี่ยนที่นอนกับใครและพวกเมาโต้รุ่ง กองไฟไม่หลับ คนก็ไม่หลับ คืนนี้อีกยาวไกลIMG_483720140714_071837เช้านี้ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาพบศพตายเกลื่อนรอบแค้มป์ ดีที่ตื่นมาเจอน้องฝ้าย เลยช่วยกันตระเตรียมเครื่องครัว อาหาร รอแม่ครัวตัวจริงมาทำให้ หากมิฉะนั้นแล้ว คนทั้งแค้มป์อาจท้องเสียเพราะข้าพเจ้าเป็นต้นเหตุได้ เมื่องานครัวเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้เวลาออกไปดื่มด่ำธรรมชาติยามเช้า ได้อาบน้ำแล้ว ได้สระผมแล้ว เสียดายที่น้ำเย็นไปหน่อย ไม่งั้นจะแช่ให้สะใจกว่านี้ พอกลับมาหลายคนก็ทยอยตื่น ข้าพเจ้าได้พาสาวๆ ลงไปเล่นน้ำตกผาด่านช้างด้านล่าง กะจะพาไปเอวาซอง แต่สาวๆ พลัดผ้ากันซะก่อน เลยไม่อยากพาลงไปทั้งผ้าถุง ภาพยามเช้าสวยจริงเชียว ภูเขาเบื้องหน้าเขียวอิ่มฝนเมื่อคืน หมอกลอยคลอเคลียเรี่ยยอดไม้ ฟ้าเริ่มสว่างสดใสมากขึ้น ข้าพเจ้านอนเอาแก้มแนบหิน ดูเมฆลอยเชื่องช้า ฟังเสียงน้ำตก แค่นี้เอง ขอแค่นี้เอง เมื่อกลับไปที่แค้มป์ก็เห็นสมาชิกภาพของเราค่อยๆ แงะตัวเองออกจากที่นอน ทยอยกันไปดื่มด่ำกับน้ำตก แม้ว่าเมื่อวานเราจะเอาเวลาเล่นน้ำตกไปหลงป่าซะหลายชั่วโมง ในวันนี้ทุกคนต่างก็ตักตวงความสุขจากการเล่นน้ำตกอย่างเต็มที่ทำให้กว่าเราจะกลับออกไปได้ก็บ่ายแล้วIMG_4974
IMG_6748เมื่อกลับลงไปถึงวัดพระอาจารย์แดง เราก็เห็นทั้ง ครูนพ พี่อ๋อ พี่เก่ง พี่น้องที่มาพร้อมกับน้องกันต์และน้องตุล และพี่เซ็งที่ขับรถมาจากปราจีนบุรี รอรับอย่างยิ้มแย้ม ขอบคุณผู้ว่าการรถไฟกันต์ด้วยนะคะที่เดินเหงื่อซ่กมารับพี่ๆ เราส่งท้ายทริปนี้ด้วยหมูกระทะเซ็ทโตด้วยความอนุเคราะห์จากครูนพ(ขอกราบงามๆ เลยค่ะ) ก่อนจะแยกย้ายไปเรียน ทำงาน รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองเพื่อจะได้พบกันใหม่ในทริปต่อไป ทริปหน้าจะไปหลงที่ไหนกันอีกดีน้า……..ลุงแขกว่าไงคะ

โดย .. มอร์ 
๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๗

 

ปิดการแสดงความเห็น