เดินป่าแก่งยาว เรื่องราวดีๆ มีให้จดจำเสมอ

นับว่าเป็นบันทึกของตัวเองที่จดไว้ การเดินทางตลอดหลายวันที่ไปเจอ พูดคุย สัมผัส ทดลองทำ มานับว่าเป็นสิ่งวิเศษไม่น้อย สำหรับผู้ที่แสวงหาหรือคนทำงานอยากมาพักสมองด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องสี่เหลี่ยม วุ่นวาย

๒๔ เมษายน ๒๕๕๗  เส้นทาง มิตรสหาย..
IMG_7709ยามบ่ายแดดร้อนระอุ บางคนเลือกหลบร้อนอยู่ในบ้าน ห้างแอร์เย็นฉ่ำ บางคนกับขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจลัดเลาะไปตามเส้นต้นไม้สีเขียว ทางขึ้นเขาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กับน้องอาสาสมัคร “น้องใหม่”  ใจดี ขยัน แข็งแรง ตั้งใจทำงาน นั่งซ้อนท้าย หอบสัมภาระใบโต ข้ามเขาไปบ้านลุงแขก เพื่อนร่วมการเดินทางครั้งนี้กับเราเกือบสี่โมงเย็น นั่งกอง นอนเอนกาย อยู่ลานปูนเล็กๆ หน้าบ้านลุงแขก ระหว่างรอคนอื่นมาถึง เจ้ามะระ  หมาตัวโต เสียงใหญ่ ใจดี ขวัญใจของหลายคน ที่ใครแวะเวียนมาบ้านนี้ต้องมาเล่นด้วยหรือเจอความขี้อ้อนแบบแสนน่ารักและวุ่นวายของมัน  ยังรวบรวมกำลังคนไม่ครบเลย เย็นนี้ต้องออกไปตลาดสด เลือกซื้อหาข้าวของ เตรียมเสบียงเข้าป่า ช่วงค่ำบรรยากาศบ้านพี่แขกจึงดูวุ่นวายยังไงไม่รู้ ภารกิจเตรียมอาหารข้าวของเครื่องใช้จึงช่วยกันทำ บางคนเตรียมรวนเนื้อสด บางคนจัดเตรียมของแห้ง ข้าวสารใส่ถุง ปลากระป๋อง เป้ใครว่างบ้าง มาแบ่งของกัน ช่วงเวลาตกดึกวงเล็กๆ ของคนตัวโต เรื่องราวพูดคุยแลกเปลี่ยนจึงเป็นสิ่งที่พวกเรารุ่นเล็ก หรือน้องรุ่นใหม่มานั่งรับฟัง สอบถามเกี่ยวกันการปฏิบัติตัวการเดินทาง ดึกมาแล้วรีบพักผ่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นสายนะ..

๒๕ เมษายน ๒๕๕๗  ก้าวแรกของการเดินทาง “จากเมือง สู่ป่า” สังคมที่หลากหลาย..
DSC_4025โฮ้ง โฮ้ง.. เสียงเจ้ามะระเห่ากระแตจอมซนที่ปีนป่ายไปตามกิ่งมะม่วง ยอดไม้เล็กๆ กลับนำไปสร้างรังของตัวเองได้ เช้าอย่างนี้ยังโดนเจ้าส่งเสียงก่อกวนกันอีกนะ บอกเจ้ามะระ.. ลืมตามมาเห็นผืนผ้าเปลบางๆ ที่มองทะลุผ่านใบไม้สีเชียวสดใส เปลถุงนอนผูกกางใต้ร่มไม้ของบ้านลุงแขก เช้าอย่างนี้ยังมีคนตื่นเร็วกว่าเรามานั่งหยอกล้อเล่นกับเจ้ามะระ หมาดำตัวใหญ่ นิสัยดีของบ้านนี้ กับน้องใหม่ที่ตื่นแต่เช้าเป็นปกติ มานั่งรับอากาศยามเช้าหน้าบ้าน สัมภาระ คนพร้อมออกเดินทาง.. สิ่งของ พร้อมเครื่องครัวบางส่วนยังวางกองรวมอยู่ในกะละมังใบโต รอคนที่ยังไม่ได้จัดของเข้ากระเป๋ามาแบ่งเบากันไปคนละอย่างสองอย่าง  สัมภาระในเป้ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยของใช้ส่วนตัวครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นของกินของใช้ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์สำหรับทำที่พักแรมในป่า เป้าหมายการเดินทางของพวกเราครั้งนี้คือ “แก่งยาว”  แก่ง คือ ลำน้ำที่มีหินก้อน หรือลานหินขนาดใหญ่ เป็นช่วงระยะหนึ่งตามลักษณะของพื้นที่นั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว(เขตการดูแลของหน่วย ขญ.คลองปลากั้ง) ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง

โลก หรือ คนที่เปลี่ยนแปลงไป..
IMG_7754นั่งหลังรถกระบะ ลุงแขกพาเราลัดเลาะมาจากภาพความวุ่นวาย เมืองใหญ่รถเยอะ ค่อยๆ ลดน้อย เหลือเพียงภาพต้นไม้ หรือทุ่งหญ้า ไร่พืชผลเศรษฐกิจของชาวบ้านที่เห็นได้ประปรายสองข้างทาง ขยายออกไปกว้างสุดตา ปีนี้เรายังเห็นพื้นที่ตามเชิงเขาใกล้ๆ อุทยานฯ ยังกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างน้อยใหญ่สวยงาม มีผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย นี่คือสังคมที่ควรเป็นจริงๆ หรือโลก-สังคมภายนอกต้องการและอยากให้เป็น
IMG_7775๑๑.๓๐ น. มาถึงจุดลงจอด นั่งรอเจ้าหน้าที่นำทาง แต่ไหงนานแบบนี้ละครับ เวลาเดินเข้าไปเที่ยงแล้วเพิ่งเริ่มเดินเข้าป่ากัน สภาพทางช่วงแรกเป็นป่าใหม่ อากาศร้อนมาก พุ่มไม้จึงเป็นสิ่งเดียวที่เราอาศัยนั่งพักได้ เราใช้เวลาเดินประมาณชั่วโมง ทางขาขึ้น งเล็บนะว่าขาขึ้นอย่างเดียวเลย เหนื่อยมาก มีจุดพักสองสามจุดที่เรามาหยุดนั่งพักกัน แต่จุดที่แวะนานหน่อยคงเป็นช่วงตีนเขา ที่เติมน้ำดื่มเย็นๆ ตาน้ำเล็กๆ ที่ไหลจากช่องหิน พร้อมด้วยผลไม้ มะไฟป่ารสอร่อยจนตาแทบจะปิดเลย  ฮา ฮา..

เขาสูงชัน เส้นทางที่ยาวไกล..
DSC_4112แหงนหน้ามองตามทางขึ้นไปถึงยอดเขา เสียงในใจมันบ่นว่า  “ทำไมมันทั้งสูงแล้วก็ไกลขนาดนี้” แต่ละก้าวที่เดินออกไปนึกถึงตอนเราเดินจงกรมเลย ก้าวอย่างมีสติ แต่สติตอนนั้นบอกได้อย่างเดียวว่า ทั้งหนัก และเหนื่อยมาก บวกกับคนที่เสียเหงื่อเยอะ ตะคริวก็ขึ้นมาทั้งสองขาเลย ปวดมาก ตอนนี้เริ่มก้าวไม่ออกละ เราใช้เวลาเดินช้า ช้าอย่างมั่งคงสักครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงสันเขา เป็นที่ภาคภูมิใจมากว่าเป็นคนสุดท้ายเลย อ้าวๆ สูงแค่นี้เองเหรอ โห!… หลังจากนอนกลิ้งไปกลิ้งมา พักเอาแรง จิบกาแฟเติมพลังแล้วก็เตรียมเดินทางกันต่อ เรายังต้องเดินอีกสองชั่วโมงนะ ไม่อย่างนั้นไม่ทันมืดแน่   เส้นทางยาวไกล จากเดินเกาะกลุ่มกันตอนนี้ต้องแบ่งทีมเดินทางล่วงหน้าไปก่อน แบซอคนที่คุ้นทางเลยอาสานำหน้าเพื่อไปเตรียมที่พัก ระยะทางช่วงนี้ดูแสนไกล สำหรับคนที่เคยเดินชินแล้วยังรู้สึกหวั่นกับทางข้างหน้า มันไกลไปไหน เมื่อไรจะถึงสักที
รีบเร่งฝีเท้าด้วยเวลาชั่วโมงกว่าจนมาถึงจุดพัก ว่างเป้ใบโตที่แบกติดหลังเดินมาเนิ่นนาน หลังเบาจนตัวจะลอยได้ ฮา ฮา.. จากนี้ทุกคนรู้สิ่งที่ตัวเองต้องทำ ใครเตรียมที่พัก เตรียมหุงหาอาหารทำกับข้าวสำหรับค่ำนี้ น้องวัยรุ่นมือใหม่อย่างเจ้าไป๊ป์ ไปแบกฟืนท่อนโตมาตุนสำหรับคือนี้ โดยมีเพื่อน ทิ้วคอยดู

IMG_7810ค่ำคืนที่มืดมิด..
แสงอาทิตย์เริ่มลาลับขุนเขา ขอบฟ้า มีเพียงแสงอ่อนๆ ก่อนมืด เหลือเพียงแสงจากตะเกียงเข้ามาทดแทนมื้อค่ำนี้มี แกงเนื้อ ผัดผัก ไข่เจียว น่าอร่อยทั้งนั้นเลย วงอาหารกลางลานหิน มองเห็นแสงดาว หลังจากมื้อค่ำ คืนนี้มีวงดนตรีอันแสนไพเราะจากพี่นิม พี่หมออุ๊ และลุงแขก นอนพักผ่อนเก็บแรง ผืนเปลบางๆ มองเห็นดาวที่เคลื่อนผ่านไปช้าๆ หลับตานอนฝันดีครับ_MG_0234

๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ ยามเช้า เสียงร้องเรียก จากใคร..
นั่งมองนาฬิกาใกล้เช้าเสียงวี้ดวิ้ว เหมือนหนุ่มนั่งแซว สาว สาว เสียงร้องเจ้านกตบยุงกลับรัง ยังไม่ทันเห็นแสง เจ้านกกก ก็ส่งเสียงรับว่าใกล้เช้า เสียงโวยวายของเจ้านกกะรางหัวหงอกออกหากิน โบยบินตามชายป่า เรายังได้ยินมาแต่ไกล

เมนู อาหารเช้า วิถีคนป่า
IMG_7881ออกเดินทาง สำรวจพื้นที่ “ดินเดนเหนือลำน้ำ”  ลำน้ำของแก่งยาวที่ทอดตัวไหลผ่านลงมาจากเขาแหลม พาดผ่านผืนป่ายาวไกลทำให้แหล่งน้ำแห่งนี้ไม่เคยแห้งเหือดลง สร้างความชุ่มชื้นให้กับสองฝั่งของลำน้ำให้อุดมสมบูรณ์ ในน้ำเต็มไปด้วยปลาที่แหวกว่ายหากิน จุดแรกที่ผ่านคือ “หินพระ” ก้อนหินใหญ่ที่ทับซ้อนกัน ครั้งอดีตเคยเป็นที่พักของพระสงฆ์ที่เดินธุดงค์ผ่านมา เดินเลาะตามริมน้ำประมาณสามสิบนาทีก็เดินมาถึงลานหิน เป้าหมายแรกของเรา บริเวณนี้จากคำบอกเล่าของ น้าประยงค์ คนนำทางพวกเราครั้งก่อนบอกว่า พื้นที่ตรงนี้มีทั้งถ้ำใต้น้ำ ทุ่งหญ้าเล็กๆ ลานหินที่เรามานั่งเล่นพักผ่อนได้ ส่วนหนึ่งมองหาทำเลทองนั่งพักผ่อน ส่วนน้องออกเดินสำรวจบริเวณที่เป็นถ้ำ ทุ่งหญ้าและเดินตามทางขึ้นไปเหนือลำน้ำกันต่อ
เราเดินมาอีกประมาณสามสิบนาที ช่วงนี้เริ่มเดินยาก บวกกับเป็นเส้นทางที่ไม่เคยเดินมากัน ทางเก่าๆที่รก เศษกิ่งไม้หล่นทับ ต้นไม้เล็กขึ้นอยู่เต็มทาง บรรยากาศน่ากลัวแฮะ เดินมาไกลแล้วยังไม่เห็นลานหินอะไรเลย มองผ่านช่องพุ่มไม้รก มองเห็นเป็นแนวหินกลางลำน้ำ จะเดินต่อหรือว่าถอย ต้องถามคนข้างหลังอีกทีแล้วกัน DSC_4323หวาน “แบซอ จะเดินต่อมั้ย กว่าจะไปถึงลานหิน เราต้องเดินอีกไกลเลยนะ”
แบซอ “เดินไปถึงที่นั่นก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่ จะไปต่อหรือจะกลับ”

DSC_4410ทางที่รกโค้งอ้อมไปตามลำน้ำทำให้พวกเราต้องเดินไกลกว่าที่ตาเรามองเห็นมาก มาถึงแล้ว ภาพซุ้มต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ริมน้ำ รากน้อยใหญ่ที่พาดยาวลงไปในน้ำ สายน้ำที่ไหลผ่านรากไม้โดยไม่มีวันหวนกลับมองซ้ายมองขวาทิ้งตัวนั่งบนขอนไม้ริมน้ำความรู้สึกแบบหมดแรงนิด นิด .. มองไปรอบๆ ดูบรรยากาศกับจุดที่เรามาถึง พักผ่อนล้างหน้าล้างตาพอชื่นใจ บางคนกระโดดข้ามร่องน้ำไปที่ลานหิน บางคนนั่งพักเอนกาย หลังจากมีแรงก็พากันเดินเก็บผักหนาม ยอดไม้อ่อนๆ ที่เราพอรู้จัก หรือสามารถนำกลับไปทำเป็นอาหารมื้อเย็นได้

เรื่องเล่าจากพราน ตำนานขุมทรัพย์
IMG_8264หลายคนคงได้อ่านขุมทรัพย์เพชรพระอุมา นี่อาจเป็นตำนานหน้าหนึ่งสำหรับการเดินทาง สิ่งลี้ลับจากอดีตอีกตอนก็ว่าได้ แต่ก่อนบริเวณนี้มีถ้ำใต้น้ำอยู่หลายแห่ง เมื่อใดที่น้ำในลำห้วยแห้งจนลานหินโผล่พ้นน้ำรับแสงตะวัน ปากถ้ำแห่งนี้ก็จะเปิดทางให้เข้าไปได้ ช่วงหนึ่งเกิดสงครามขึ้นมา ผู้คนหนีตายหาที่หลบซ่อนตัว นำทรัพย์สมบัติที่นำมาด้วยซ้อนไว้ในถ้ำแห่งนี้ จนเวลาผ่านมาเนิ่นนาน พ้นจากช่วงสงครามไปแล้ว พื้นที่นี้ก็มิได้มีผู้ใดเข้ามาอีกเลย เหลือเพียงต้นไม้สูงใหญ่ หญ้าสูงปกคลุมพื้นดิน เรื่องเล่าจากอดีตนายพรานบอกเล่าให้เราฟัง

 

 

มื้อเย็น เฮฮา..
สถานการณ์ดูตึงเครียดเมื่อหนุ่มไป๊ป์ และทิ้ว ต้องเผชิญกับสภาวะกดดันจากพี่ๆ ด้วยการต้องหาฟืนก่อไฟบนลานหิน ต้มน้ำให้ร้อนให้ทันในเวลา ท่อนไม้ใหญ่โตที่หามาได้แบกลุยผ่านกระแสน้ำมาวางอยู่ตรงหน้า ควันไฟเล็กน้อยค่อยพวยพุ่งเป็นเปลวไฟได้ต้มน้ำร้อน ร้อน ดื่มกาแฟ ต้มมาม่าIMG_8346

ฉันอยากกินหอย..
เสียงร่ำร้องจากแบซอและเสียงจากพี่หลายคน จุดชนวนความวุ่นวายให้น้องสาวๆ ต้องออกปฏิบัติการหา แอ่งน้ำเล็กๆ ที่เรามองเห็นว่าสกปรกนี้ แถมการันตีความเหม็นด้วยกลิ่นที่โชยมา พวกเธอก็ยังมิวายพุ่งกระโจนลงไปงมหามัน(หอย) ดูท่าทีคงได้หอยตัวโตมาแกง ด้วยเสียงดีใจของเจ้ามอร์
* ไหนลองโชว์ตัว หอยที่แกจับมาดูสิ
**นี่ไง.. (ตัวเล็กกว่าเหรียญบากอีกแก)

วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๗
DSC_4273ตีสี่หน่อยๆ เวรสุดท้ายก่อนรุ่งเช้า ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวค่อยจางหาย แทนด้วยแสงของตะวันยามเช้า กิจวัตรยามเช้าแรกก็คงเก็บจานชาม หลักฐานจากการทำลายเสบียงของเวรดึกที่เหลือไว้ให้เราเห็น หุงข้าวสองถึงสามหม้อ ก่อนอาทิตย์สว่างเต็มที่จึงค่อยทยอยเลือกสรรเมนูอาหารได้ทำกัน ใครตื่นมาตอนเช้าก็คงต้องไปวุ่นวายหาของกิน ใครใคร่จะไปเล่นน้ำชมนกชมไม้ก็เล่นเที่ยวตามอัธยาศัย แต่สภาพของคนอยู่เวรเช้า สิ่งเดียวคือการนอนเก็บแรงเพื่อทำกิจกรรมต่อตอนสาย
_DSC2063๑๑ โมงกว่าตื่นมาด้วยอาการมึนๆ “จะไปเดินน้ำตกกับเขามั้ย” พี่ๆ เดินมาถามที่เปล ไปครับๆ (รับปากแบบมึนๆ)  เก็บของบางส่วนออกเดินทางตามพวกพี่-เพื่อน-น้องแบบรีบๆ ไม่ได้เตรียมอะไรไปมาก มีมีด ไฟแช็ค หม้อสนาม กาแฟหรือของแห้งอย่างเช่นมาม่าอีกนิดหน่อยเผื่อไปแวะนั่งพักกินระหว่างทาง เดินลัดเลาะไปตามน้ำตก “หินก้อนน้อยใหญ่  วางเรียงซ้อนไร้ทิศทาง มีเพียงสายน้ำที่ไหลไปตามกาล มิได้มีวันย้อนไหลหวนกลับคืน”  เสียงน้ำไหลแรง บรรยากาศใต้ร่มไม้เย็นสบาย ใครหลายคนละจากการเล่นน้ำ มาหามุมนอนหลับพักสายตากัน  จากลานหินสุดท้ายเดินกันมาถึง สายน้ำค่อยๆ ไหลผ่านหายไปตามซอกหิน โผล่พ้นอีกทีกลายเป็นลำห้วยเล็กๆ  ทอดตัวไหลยาวลงไปถึงแก่งหินเพิง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี   ใครอยากเดินไปเที่ยวไหนก็ตามสบาย
IMG_7847แสงแดดค่อยๆ เบาความร้อน ใกล้เย็นแล้วทยอยกลับไปเตรียมหุงหาอาหารก่อนจะมืด เย็นนี้มีปลาทอด แกงส้ม ผัดสะตอ ผัดผักหนามที่เก็บได้จากริมห้วย มากพอให้เราทำกินหลายวัน ค่ำคืนสุดท้ายใต้แสงตะเกียง

บันทึกโดย … หวาน 

2 thoughts on “เดินป่าแก่งยาว เรื่องราวดีๆ มีให้จดจำเสมอ

  1. อ่านเเล้ว ฝันอยากมีทริปอย่างนี้กับตัวเองสักครั้งครับ

    • ตอนเด็กๆบ้านผมอยู่หนองสาหร่าย ได้ยินเเม่พ่อพูดถึงวังหมี อีทาก ระเริงอยู่บ่อยๆ ครับ สมัยก่อนสัตว์ป่าชุกชุมมาก