ณ แก่งยาวแห่งป่าใหญ่ ปี ๒๕๕๗

DSC_4075วันที่ ๒๒ เมษายน เพื่อนทิ้วได้ชวนไปเดินป่าที่เข้าใหญ่ โดยบอกว่าไป วันที่ ๒๔ เมษา ไปบ้านลุงแขกก่อน แล้วค่อยออกเดินทางวันที่ ๒๕ เมษา พอวันที่ ๒๔ เมษา ผมก็ได้ถาม เพื่อนทิ้ว เรื่องอุปกรณ์ที่จะไปเดินป่าว่ามีอะไรบ้าง แล้วทิ้วก็บอกมา ผมจึงจัดเตรียมของเตรียมเสบียงเพื่อรอเดินทาง ในวันที่ ๒๔ เมษา หลังจากจัดของเตรียมของเสร็จก็ได้เดินทางไปบ้านลุงแขก ลุงของเพื่อนทิ้ว
วันที่ ๒๕ เมษา ก็เริ่มทำภารกิจส่วนตัว อาบน้ำ แต่งตัว แพ็คกระเป๋า แพ็คของ แพ็คเสบียง แต่เสบียงเพื่อนทิ้วแพ็คให้ครับผมไม่ได้แพ็ค หลังจากนั้นก็รอรถ อาจารย์นพรัตน์ และ รถของพี่เก่งหลังจากนั้นจัดของเรียงของขึ้นรถก็ออกเดินทางกันตอน ประมาณ ๙.๐๐ น. ไปถึงประมาณ ๑๐.๓๐ น. แล้วเตรียมการเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการขออนุญาตผู้รับผิดชอบ แต่ก็นะ รู้กันในกลุ่ม
DSC_4126แล้วก็ได้อกเดินทางกัน ระหว่างทางได้มีการแบ่งสำภาระมาที่ผม เพราะกระเป๋าผมเบา “วิ้ว” แล้วผมก็ได้ ชื่อใหม่ตามมา หลังจากนั้นก็เดินทางไปจนถึง จุดที่ต้องกรอกน้ำ แล้วก็ได้มีการรวมขวดเพื่อไปกรอกน้ำ คนที่ไปกรอกมี ผม เพื่อนทิ้ว แล้วก็ พี่หวาน เราไปกรอกน้ำตรงซอกหิน่ ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอก ผมคิดว่า “แถวนี่มันมี ลำธารหรือ?” จนพี่หวานพาไปกรอกน้ำตรงซอกหินใส่ขวดเพื่อเอาไปให้ทุกคน แล้วผมก็ได้ลองกินน้ำตามธรรมชาติ ครั้งDSC_4239แรกมันรู้สึกฝาดๆ หลังจากนั้นก็มีบ้างกลุ่ม ขึ้นไปรอบน “มอชุมพล” เพื่อไปก่อไฟรอเพื่อจะได้ ต้มกาแฟ หลังจากพักได้ซักระยะ ผมก็เดินขึ้นไปบน มอชมพล กับเพื่อนทิ้ว ๒ คน เพื่อไปพักอีกรอบ แล้วคนที่เหลือ ก็ตามมาบนมอชุมพล พักบนมอชุมพล ได้ซักระยะนึงก็เดินทางต่อ จนไปถึงที่ตั้งแค้มป์ ประมาณหกโมง แล้วก็ได้เตรียมของและหาฟืนมาก่อไฟ ก่อนที่จะค่ำมืด แล้วก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ หลังจากนั้น ก็มานั่งล้อมวงกินข้าวกับบรรยากาศใต้แสงไฟแล้วพอกินข้าวกันเสร็จก็ได้รวมเก็บจานไปล้าง ล้างจานเสร็จก็จัดเวรยามเฝ้ากองไฟ ส่วนคนที่ยังไม่ได้อาบน้ำก็ไปอาบน้ำ ส่วนผมล้างจานเสร็จก็ไปนอน ไม่ได้อยู่เวรเฝ้ากองไฟ IMG_7849DSC_4287วันที่ ๒๖ เมษา หลังจากที่หมออุ๊ โยนขี้ช้างใส่เพื่อปลุกผมตอนเช้า ผมก็ตื่นมานั่งอึนไปซักพักแล้วก็ไปแปรงฟัน ล้างหน้า แล้วผมก็มานั่งเพื่อรอกินข้าว แล้วหมออุ๊ ก็บอกผมว่าเตรียมซ่อมด้วย ผมก็นั่งเงียบไปซักพักแล้วก็ได้เวลาทานข้าว หลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้วก็ไปล้างจาน พี่ซอ บอกเดียวไปดูถ้ำจระเข้ แล้วผมกับคนอื่นๆ ก็ไปเตรียมตัวกันก่อนจะไปดูถ้ำจระเข้ แล้วก็ได้ไปกัน ขณะเดินไปถ้ำจระเข้ พี่ซอ พี่หวาน พี่เก่ง หมออุ๊ พี่นิม ก็ได้สอนเกี่ยวDSC_4249กับประโยชน์ของต้นไม้และสรรพคุณ ของต้นไม้ นี่ๆ นั่นๆ แล้วเราก็ได้ไปจนถึงถ้ำจระเข้ แต่น้ำท่วมปิดทางเข้าถ้ำเลยไม่เห็นทางเข้าถ้ำ หลังจากนั้นเราก็เดินไปกันต่อ และไปเก็บ ผักหนาม เอามาทำเป็นอาหาร แล้วพี่เก่งก็ใช้ให้ผมไปเก็บ ผมก็ไปเก็บแต่ผมเป็นคนเข้าใจยาก พี่เค้าสั่งให้ทำแบบหนึ่งผมก็ทำไปอีกแบบ พวกพี่เค้าก็เลยปวดหัวกับผมอยู่บ้าง หลังจากนั้นก็ไปหาที่พัก ก่อไฟต้มน้ำ ต้มมาม่า , กาแฟ แล้ว พี่เก่ง พี่ซอ ก็ให้ผมกับทิ้ว ไปDSC_4522ก่อไฟ พี่เค้าบอกให้หาวิธีทำไงก็ได้ให้ไฟติด หลังจากที่ไฟติดแล้ว ก็ได้ ต้มน้ำ ให้ตามคำสั่งพี่เค้า หลังจากที่พักกินมาม่า ได้ซักระยะก็กลับที่พัก แต่ผมกับเพื่อนทิ้ว หนักอึ้งเพราะต้องช่วยกันแบกไม้มาที่แค้มป์ แล้วพอเราแบกมาถึงที่แค้มป์ ผมกับทิ้ว ก็ได้ไปอาบน้ำและไปหาไม้มาตัดเพื่อเตรียมไว้เป็นฟืนสำรอง ในตอนกลางคืน แล้วผมก็รอทานข้าว จนได้เวลากินข้าว ผมกินจนอิ่มท้อง แล้วก็นอนดูดาวเพื่อรอเก็บจานไปล้าง หลังจากที่ทุกคนDSC_4689ทานข้าวกันอิ่ม ผมก็ได้เก็บจานไปล้าง พอล้างจานเสร็จก็กลับมานอนดูดาวต่อและดูลุงแขกถ่ายรูปดาว ถ่ายรูปกันจนเสร็จแล้วก็ได้กลับไปที่แค้มป์ แล้วก็จัดเวรยามเฝ้ากองไฟช่วงประมาณ ๔-๕ ทุ่มแต่ผมยังไม่นอนผมยังนั่งฟังพวก พี่นิม พี่เก่ง หมออุ๊ ลุงแขก เล่นกีต้าร์ ร้องเพลงอยู่จนตาผมจะหลับแล้วผมก็ไปนอน ผมตื่นขึ้นมาอีกที่ช่วง ตี ๓ – ตี ๔

 

DSC_4382วันที่ ๒๗ เมษา ช่วงประมาณ ตี๓ – ตี๔ ผมตื่นมาเฝ้ายามกองไฟเพราะ แมลงวันหรือผึ้ง ไม่รู้แน่มันมาตอมหูผมทำให้ผมตื่น ในใจก็เลยพูดว่า (มาตอมหู…ทำไม) ผมตื่นขึ้นมาก็เจอ ลุงแขกและเพื่อนทิ้ว เฝ้าเวรยามอยู่แต่ หมออุ๊ ผมไม่รู้ว่าตื่นตั้งแต่ตอนไหนหลังจากที่ผมมานั่งเฝ้ายามกองไฟแล้วลุงแขกกับเพื่อนทิ้ว ก็เข้าไปนอนผมไม่รู้จะทำอะไรเลยเอากีต้าร์มาดีดคอร์ดไม่ให้แป็ก ยังดีที่ พี่นิมสอน ผมก็นั่งดีดไปจินตนาการว่าดูเองดีดกีต้าร์เป็นนั่งร้องเพลงไปเรื่อยๆ และทยอยเอาฟืนใส่กองไฟ ใส่กองไฟไปเรื่อยๆ จน ๖ โมงเช้าแล้วผมก็ไปนอนต่อ ตื่นมาอีกทีพวกพี่เค้ากินข้าวเช้ากันหมดแล้วแต่ก็ยังมีเหลือแบ่งไว้ให้มั่ง แล้วผมก็มีผม ลุงแขกและเพื่อนทิ้ว ลุกมากินข้าวและผมก็ไปกินโดยที่ไม่รอกินพร้อม ลุงแขกและเพื่อนทิ้ว ซักพักผมก็โดน ลุงแขกและพี่เก่งดุ เพราะกินข้าวไม่รอกินพร้อมกันและพี่เก่ง ก็ถามผมที่บ้านไม่รอกินข้าวพร้อมๆ กันเหรอ ผมก็เลยตอบแกไป แต่ไม่มี คำว่า “ครับ”  ซักคำ ลุงแขกได้ยินเข้าเลย เขกหัวผมเพราะผมพูดไม่มี “ครับ” จนลุงแขกพูดว่าถ้าพูดไม่มี “ครับ”อีกเดียว จะโดนตัดหู ผมก็เลยต้องพูด “ครับ” ให้ชินปากแต่ก็ไม่ชินซักที หลังจากนั้นก็ได้ไปสำรวจแก่งน้ำกัน จนเกือบๆ เย็นหลังจากนั้นก็กลับที่พักกันแล้วผมก็ได้ไปอาบน้ำและหาฟืนหลังจากนั้นก็รอกินข้าวและล้างจาน และจัดเวรยามเหมือนเดิมแต่รอบนี้ผมอยู่เวรจนถึง ตี ๒ พอเปลี่ยนเวรก็เข้าไปนอน
DSC_4579วันที่ ๒๘ เมษา ผมก็ตื่นขึ้นมานั่งอึนนิดๆ แล้วก็ลุกไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน รอกินข้าวแต่ปวดท้องห้องน้ำขึ้นมากะทันหันเลยบอกให้พวกพี่เค้ากินข้าวกันไปก่อนและผมก็กับมาและได้กินข้าวเป็นคนสุดท้ายหลังจากนั้นก็รวมจานไปล้าง ล้างเสร็จก็เก็บจาน เตรียมแพ็คของแพ็คกระเป๋าจัดเป้ แล้วก็ได้ทำพิธีอำลากองไฟ โดยมีผมเข้าร่วมกับพี่นัน เสร็จพิธีก็ได้ถ่ายรูปร่วมกันเป็นภารกิจสุดท้าย แล้วก็เดินทางกลับกันตอนประมาณเที่ยงกว่าๆ ก่อน_DSC2283ที่จะไปถึง มอชุมพล เราก็ได้กรอกน้ำที่รำธารเล็กๆ กัน กรอกไปได้ซักพักก็เจอ กุ้งบกซึ้งมันแอบอยู่ในซอกไม้ ก็ได้พากันตกในและหัวเราะกันไปตามๆ กัน ก็นะรู้กัน เฉพาะในกลุ่ม แล้วเราก็เดินทางต่อไปจนถึง มอชุมพล ก็ได้พักกินข้าว ต้มน้ำร้อน ต้มมาม่า ต้มกาแฟ กินกันเสร็จเก็บของพอได้สักพัก ฝนก็ตกลงมาเอาซะเปียกชุ่มฉ่ำกันไปเลย ตกได้ไม่นานก็หยุดแล้วเราก็ได้เดินกันมาถึงปลายทาง ก็ตอนประมาณ ๕ โมงเย็น อาจารย์นพรัตน์กับพี่โจ มารับพอดีก็ได้กินน้ำเย็นๆ จนชื่นใจ ที่อาจารย์นพรัตน์ เตรียมมาให้แล้วก็นั่งรถกลับผมคิดว่าเวลาผ่านไปไวจริงๆ เพราะตอนผมไปอยู่ในป่าผมคิดว่าเวลาช้ามาก มันทำให้อยากรู้ไปเดินต่ออีกครั้ง
ในการเดินทางครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของผมเป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก ได้ทำกิจกรรมร่วมกับ พี่ๆ กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ ได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติเป็นสิ่งที่สวยงามแต่ก็เจอน้ำมิดหัวเล่น แต่ก็เล่นจนขาผมตะคริวกินจนต้องฝืนว่ายต่อไปเพื่อหาที่ตื้นๆ ถ้ามี_DSC2288โอกาสผมก็อยากไปเดินอีกครั้ง แต่ก็ต้องขอบคุณเพื่อนทิ้ว ที่ชวนมาและขอบคุณ อาจารย์นพรัตน์ ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินป่า ทริปแก่งยาว(ครั้งแรก) ครับและผู้ร่วมทริปทุกคน “ลุงแขก พี่แน็ต พี่ซอ พี่เก่ง พี่อุ๊ พี่นิม พี่หวาน พี่มอร์ พี่นัน พี่ใหม่ เพื่อนทิ้ว ขอขอบคุณครับ” ถ้ามีโอกาสก็ขอให้ได้ไปเดินป่ากับ กลุ่มพี่ๆ อีกนะครับ สิ่งไหนที่ผมล่วงเกิน อาจจะทำผิดไปบ้างก็อย่าถือโทษโกรธ เลยนะครับ และขอขอบคุณพี่ๆ กลุ่มรักษ์เขาใหญ่มากเลยครับ

ปิดการแสดงความเห็น