เรื่องเล่าจากสมอปูน …

01สวัสดีครับ…ผมชื่อ  นายกัมปนาท สีพิมพ์ขัด   นิสิตจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งแต่มัธยมต้น ผมคิดมาเสมอว่าสักครั้งในชีวิต อยากมีโอกาสได้ไปเดินป่าแบบจริงๆ จังๆ สักครั้งในชีวิต เพราะผมเองเป็นคนที่ชอบในธรรมชาติ นั่นอาจเป็นเพราะผมอาจจะอยู่กับการปลูกฝังหรือ อยู่กับสิ่งนี้มานานจนเคยชินและชอบไปเองเป็นแน่ และครั้งนี้ผม ก็ได้โอกาสที่ผมเคยใฝ่ฝัน

 


02โดยพี่แสน   พี่ที่คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่ผมกำลังศึกษาอยู่นั่นเอง พี่แสนทาบทามผมและเพื่อนไปร่วมการเดินป่าในครั้งนี้ ช่วงแรกผมก็กลัว กลัวที่จะไม่ได้ไปเดินป่าในครั้งนี้ เนื่องจากผมเองต้องทำกิจกรรมที่คณะ เป็นงานที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้เอง แต่แล้วผมก็ได้มา เพราะรุ่นพี่ยังอนุโลมให้เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมและใกล้เปิดเทอมจึงทำให้ดูวุ่นวายนิดหน่อย การเดินป่าสมอปูนครั้งนี้ผมเป็นคณะของทางจังหวัดมหาสารคาม 04มีสมาชิกทั้งหมด ๗ คน โดยพี่แสนเป็นคนแจกแจงแล้วกระจายสิ่งของใส่กระเป๋าของแต่ละคนตามความเหมาะสมของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี และพักผ่อนก่อนเดินทาง …. เมื่อถึงวันเดินทางก็ได้สมทบกับกลุ่มอื่นๆ  โดยมีผู้คนมากหน้าหลายตาที่เราไม่เคยรู้จักแต่รู้สึกว่าสามารถไว้ใจกับคนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี ได้สมทบกับกลุ่มของลุงแดงและป้าหมอ  ที่มีประสบการณ์เดินป่ามาแล้วหลายครั้ง และเป็นคนที่ให้ข้อมูลต่างๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนได้เป็นอย่างดี และมีชาวต่างชาติมา03ด้วย ซึ่งผมก็แปลกใจว่าชาวต่างชาติคนนี้พูดและเข้าใจภาษาได้หลายภาษาจึงทำให้การเดินทางนี้ดูน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น… เมื่อถึงจุดเดินป่าแล้ว  มีเจ้าหน้าที่มารอเพื่อนำทางสู่ป่าสมอปูน แต่ก่อนขึ้นนั้นก็ได้มีการกระจายสิ่งของเพื่อขึ้นสู่ป่าสมออีกครั้งตามความเหมาะสมของแต่ละคนและเดินทางไปสู่จุดหมายของการเดินทางในครั้งนี้ โดยมีจุดนัดพบก่อนถึงที่หมายคือ “คลองต้มกาแฟ” ซึ่งมีผู้ร่วมเดินทางที่มาถึงก่อนแล้วรออยู่ที่นั่น เมื่อถึงคลองต้มกาแฟก็เป็นเวลาที่พักรับประทานอาหารก่อนออกเดินทางไปยังจุดหมายในครั้งนี้

 

 

05

หลังจากที่พักเติมพลังกันเรียบร้อยแล้ว  เหล่าผู้เดินทางที่มีจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกันนี้ก็ได้เริ่มเดินทางต่อไปโดยเส้นทางที่ขึ้นไปนั้นยากและลำบากมากขึ้นเพราะก่อนวันที่จะมีการเดินทางนี้ ได้มีฝนตกหนักและได้ทิ้งความชุ่มชื่นลื่นสไลด์ไว้ให้ได้เดินทางกันได้ยากขึ้นมา  แต่ก็ไม่มีปัญหาที่ทำให้ท้อแท้ และเดินทางกันต่อไปได้ …. เส้นทางยิ่งยากลำบากยิ่งทำให้ได้รู้ถึงความสำคัญของการเดินทางในครั้งนี้ เพราะการเดินทางนี้ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นภาพที่ผมประทับใจมาก เพราะว่าต่างคนต่างที่มา ต่างช่วยเหลือกันและกัน เพื่อให้พ้นจากจุดอันตรายต่างๆ นั้นได้และไปกันต่อ …

 

_MG_8411ทางยากๆ ก็ผ่านกันได้ และในบางทีก็ต้องพักเพื่อพักเก็บแรงเดินต่อ ในเวลาพักก็ได้เป็นการพบปะพูดคุยกับบุคคลต่างๆ ไปในตัว แต่จริงๆ แล้วผมก็ยังไม่รู้จักใครมากเลยในเวลานั้น  อาจจะได้แต่ฟังและหัวเราะอยู่ไม่น้อยก่อนได้ออกเดินทางต่อ ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะหาทางง่ายกว่านี้ ไปถึงสันเขาที่เป็นทางเดินที่ง่ายกว่าทางชัน…เมื่อถึงสันเขาแล้วผมก็เริ่มมีแรงใจฮึดสู้ขึ้นมาอีก เพราะยอมรับเลยว่ากว่าจะขึ้นมาถึงนี่ได้มีท้อบ้าง อาจจะเป็นเพราะน้ำหนักของกระเป๋าที่หนักซะเหลือเกิน แต่จะทิ้งก็ไม่ได้เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องใช้และจำเป็นเพื่อให้ดำรงและอยู่รอดจนกว่าวันจะลงเขา เมื่อถึงสันเขาแล้วพี่เจ้าหน้าที่ก็บอกทางที่จะต้องไปต่อโดยพี่เจ้าหน้าที่ได้มารอที่ จุดชมวิว เป็นจุดที่ผมเห็นแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที เพราะจุดนี้เป็นจุดมองเห็นภูมิทัศน์ด้านล่างเป็นฝั่งของทางจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งสวยมากและแสงสีมากมายระยิบระยับส่องแสงอยู่เนื่องจากเป็นเวลาเย็นมากแล้ว นอกจากจะเห็นภูมิทัศน์เมืองปราจีนบุรีแล้ว ยังมองเห็นหมอกสีขาวขุ่นมองดูหนาตาลอยต่ำกว่าจุดที่ผมดูอยู่ เป็นสิ่งที่ทำให้ผมลืมเหนื่อยไปชั่วขณะและขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วยDSC00284

 

 

_MG_8428หลังจากได้ชมวิวเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางต่อเพื่อไปยังที่หมายซึ่งใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว แต่ก่อนจะถึงก็ได้ผ่านสถานที่หนึ่งที่ทำผมได้ประทับใจอีกคือ  จุดพักที่เป็นลานหินกว้างๆ ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ แต่ตั้งชื่อเองว่า“ลานชมจันทร์” เพราะวันนั้นเป็นวันออกพรรษา พระจันทร์คืนนั้นกลมนวล สวยมาก จากที่เดินเหนื่อยแล้วก็มาได้พัก ผมก็มองพระจันทร์แล้วก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนเดินทางไปยังที่พักและรับประทานอาหารสุดท้ายก่อนถึงที่หมายคือแถวหน้าผา ถ้าผู้รู้ไม่บอกบางทีผู้ที่มาเดินทางใหม่อาจจะตกหน้าผาก็เป็นได้เพราะมันมืด มีแต่แสงจันทร์สลัวๆ เท่านั้นเอง หลังจากพักเติมพลังกันแล้วทุกคนก็เดินทางต่อ ซึ่งทางก็ไม่ได้ชันมากนักอาจจะมีพื้นที่ต่างระดับและซับซ้อนสักหน่อย ทุกคนก็ถึงที่หมายกันอย่างปลอดภัยทุกคนและได้ทำการเคลียร์พื้นที่เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนก่อนแยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อทำกิจกรรมในวันต่อไปกัน……..

_MG_8462เช้าวันรุ่งขึ้น รุ่นพี่ก็ได้ให้ทุกคนได้จัดแจงหน้าที่ของแต่ละคนอย่างมีระบบ โดยมีหลากหลายหน้าที่เช่น ยามเฝ้าไฟ(ซึ่งตลอดเวลาที่พัก’ไฟ’สำคัญที่สุดอย่าให้ไฟดับเพราะไฟสามารถป้องกันสัตว์ป่าเข้ามาได้) คนทำอาหาร คนล้างจาน เป็นต้น หลังจากที่ได้หน้าที่กันแล้วผมก็เริ่มการสำรวจบริเวณโดยรอบ ซึ่งความซุกซนของผมเองก็ทำให้ตัวเองได้แผล ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุลื่นล้มตะไคร่น้ำนั่นเอง หลังจากได้แผลจากความซนของตัวเองผมก็ได้มานั่งฟังเรื่องราวต่างๆ จากอาจารย์นพรัตน์ ซึ่งผมก็ได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ที่เคยรู้บ้างไม่เคยรู้บ้าง เรื่องราวแต่เก่าก่อน ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่ได้มาทำกิจกรรมในครั้งนี้

 

 

DSC_3851

…ตกบ่ายแก่ๆ รุ่นพี่ก็ได้แนะนำมาว่า มี แอ่งน้ำที่น่าเล่นอยู่ที่หนึ่ง ผมจึงติดตามไปด้วยเพื่อสำรวจบริเวณนั้นโดยไม่ต้องสงสัย และเมื่อตกเย็นก่อนมืดค่ำวันนั้นก็ได้มีการทำกิจกรรมแก่นักเดินทางหน้าใหม่  โดยการซุ่มคู่บัดดี้  เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีแก่นักเดินทางหน้าใหม่เพื่อให้ได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน  โดยได้จัดกิจกรรมใกล้ทุ่งดอกไม้ คือทุ่งดุสิตา ที่กำลังแข่งกันบานอย่างสวยงาม โดยกิจกรรมที่ได้ทำคือการเลือกสถานที่ สถานที่หนึ่งที่เรามีความชื่นชอบและมีความหมายที่เราอยากให้บัดดี้ของเราได้รับรู้ ซึ่งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้ก็เพื่อให้นักเดินทางหน้าใหม่ได้รู้ความความคิดเห็นที่หลากหลาย แตกต่างกันออกไปของแต่ละคนซึ่งสามารถมองได้หลายๆ ด้าน ถือได้ว่าเป็นการเปิดมุมมอง และเป็นกิจกรรมที่ดีมากกิจกรรมหนึ่งก่อนเดินทางกลับที่พักเพื่อพักผ่อนก่อนไปทำกิจกรรมในวันต่อไป _MG_8471

 

_MG_8691เช้าวันรุ่งขึ้น  ทุกคนก็เริ่มทำกิจวัตรของแต่ละคน  แต่วันนี้อาจจะเป็นวันที่พิเศษเพราะวันนี้เหล่านักเดินทางจะได้สัมผัสกับน้ำตกคลองฟันปลา  จึงทำให้เช้านี้ดูครึกครื้นอยู่พอตัว เมื่อเสร็จจากธุระส่วนตัวของแต่ละบุคคลแล้วก็ได้เวลาเดินทางกันอีกครั้ง สำหรับเหล่านักเดินทางที่มีเป้าหมายในการไปพักผ่อนที่คลองฟันปลา ก็ได้ออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่เที่ยงเพื่อไปถึงสถานที่นั้น เมื่อถึงที่นั่นแล้ว นักเดินทางหน้าใหม่ไม่รอช้า ต่างคนก็ต่างตื่นเต้น กับสายน้ำที่ใส ไหลแรง จนจะยกกล้องส่วนตัวออกมาถ่ายรูปเก็บไว้แทบไม่ทันและลงเล่นน้ำกันอย่างไม่รอช้า และนักเดินป่าผู้มีประสบการณ์ก็เป็นผู้ทำสถานที่ประกอบอาหารให้ได้ทานกันทั่วหน้า ซึ่งผมและเพื่อนก็เล่นน้ำกันแทบจะไม่สบายกันไปเลยทีเดียว เพราะน้ำที่นี่นอกจากจะใส ไหลแรงแล้วยังเย็นสดชื่นกันอีกด้วย…DSC06671

เสร็จกิจกรรมจากคลองฟันปลาแล้วก็ ได้เวลากลับมายังที่พักเพื่อพักผ่อนเพื่อเก็บแรงในการเดินทางกลับยังภูมิลำเนาของตนซึ่งก็ผ่านไปได้ด้วยดี… เช้าวันรุ่งขึ้น  ทุกคนก็เก็บสัมภาระของแต่ละคนอย่างรวดเร็วเพื่อทำเวลาทุกคนก็ได้ฟังข้อคิดจากอาจารย์นพรัตน์ก่อนกลับและได้ทำพิธีอำลาไฟ ซึ่งได้รับการอวยชัยจากรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์เดินป่ากันทั่วหน้าเลยทีเดียว……._MG_9207

_MG_9254หลังจากทุกกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ได้ออกเดินทางเก่าที่เคยเดินมายังค่ายนั้น และได้มาแวะที่ ที่พักหน้าผา โดยมีเวลาให้มีเวลาถ่ายรูปเก็บเป็นภาพความทรงจำที่ครั้งหนึ่งสามารถมาถึงที่นี่ได้อย่างปลอดภัย และหลังจากนั้นก็พากันเดินทางลงเขาไปพักรับประทานอาหารที่คลองต้มกาแฟ และพูดคุยพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ๔ วัน ๓ คืนนี้ ก่อนจะแยกย้ายกลับภูมิลำเนาของตัวเองในที่สุด….. 

06ทั้งนี้ทั้งนั้นกิจกรรมทั้งหมดนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มี คณะเจ้าหน้าที่ ที่เป็นผู้นำทาง และระวังภัยให้แก่คณะนักเดินป่า และรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์เดินป่า และวิทยากรที่ให้ความรู้ต่างๆ นานา   มีข้อมูลเก่าบ้าง ข้อมูลใหม่บ้างมาให้ผมได้รับรู้ รับทราบ ถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากยิ่งขึ้น และผมขอขอบคุณพี่แสน ที่หยิบยื่นโอกาส ที่เป็นความฝัน ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ผมอยากจะทำ…. ขอบคุณครับสำหรับกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ผมอยากให้มีอีกต่อๆ ไปครับ

นายกัมปนาท สีพิมพ์ขัด
นิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

ปิดการแสดงความเห็น