แก่งยาว ซ่า…….ทุกหยด

แก่งยาว ซ่า…….ทุกหยด   โดย... ‘Albatross’

IMG_4832           ความซ่าหยดสุดท้าย ของน้ำอัดลมสีดำกระป๋องแดงยี่ห้อยอดฮิตเพิ่งผ่านลำคอลงสู่ท้อง เพิ่มน้ำตาลสู่กระแสเลือดเพื่อเติมพลังงานที่เสียไปหลังจากทริปฉลองสงกรานต์ ณ แก่งยาว ตาดน้ำใหญ่ที่ซ่อนตัวในซอกหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ว่าใครจะขึ้นไปได้ง่ายๆ ถ้าคุณ “ไม่มีความกล้าพอ กล้าที่จะเหนื่อย กล้าที่จะเมื่อย กล้าที่จะประสบเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วจะมีเซเว่น อีเลฟเว่นมาช่วยคุณทัน” ฝนเย็นฉ่ำตกลงบนกระป๋องเปล่าดังแปะๆ เหมือนตบมือให้พวกเราที่บุกป่าฝ่าดงขึ้น-ลงแก่งยาวได้อย่างอยู่รอดปลอดภัยกันทุกคน แม้จะมีบางอย่างขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง (อะไรขาด อะไรเกินนั้นต้องติดตามอ่านกันต่อไปนะจ๊ะ) เมื่อความเหนื่อยเมื่อยล้าละลายไปพร้อมกับฝน ก็อดคิดถึงจุดเริ่มต้นของมันไม่ได้ อดีตมักหอมหวานเสมอ(แม้มันเพิ่งจะผ่านมาหมาดๆ เหมือนหมาดๆ จากน้ำฝนก็เถอะ)เขาว่ากันว่าอย่างนั้น

 

 

_MG_9954            ฉันตัดสินใจอย่างกะทันหันในบ่ายวันที่ ๑๓ เมษายน ว่าจะมาร่วมทริปเปลี่ยนที่นอนครั้งนี้ ก็เลยไม่ได้ช่วยพี่ๆ น้องๆ เตรียมอะไรเลย (ขอโทษก๊าบบบ….) ไปถึงปากช่องก็ค่ำแล้ว แถมวันนี้ยังได้ย้ายที่นอนสมใจ มานอน  บ้านพี่โจ (ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ) เพราะวังค้างคาวคึกคักไปด้วยผู้ร่วมทริปจากหลากหลายที่ ติ๋ว (ฉายาใหม่ เต่า หรือ เรืองแสง) หนุ่ย (ชบาแก้ว หนึ่งใน อุ๊‘s angels) ท่านประธานนกหวีด เก่ง อั้ม คิง และทีม จากเมืองปราจีนบุรี มีน ทีน แสน (อ้วน) จากมหาวิทยาลัยสารคาม และก็อต สิ หล้า จากมหาวิทยาลัยสารคามเช่นกัน แต่ดูท่าแล้วนางอยากไปเป็นเด็กปราจีนบุรีมากกว่า หนุ่มตัวแทนชาวปากช่องที่ส่งเข้าประกวดคนนี้ สักทอง นะพี่นะ (ของพี่มอร์ อิอิ) และที่ลืมไม่ได้เลยคือหนุ่มหน้ามนคนยะลา แบซอ หรือ แบขา (ฉายาที่ได้มาด้วยความบังเอิญจากทริปสมอปูน) คนที่ทุกคนระแวงว่าจะส่งพี่แสวง (เครื่อง) มาให้ถึงหน้าบ้านเวลาแซวแบซอแล้วเพิ่งนึกได้ว่าแบIMG_1276ซอสามารถพาพี่แสวง (เครื่อง)  มาเยี่ยมทุกคนได้ง่ายๆ แยกจากหนุ่มๆ ปราจีนที่ถูกขับไล่ไปสุมหัวบ้านพี่เก่ง พร้อมด้วย พี่หมีอุ๊ ที่ถ่อมาจากเมืองหมูยอ ฉันมาถึงบ้านพี่โจพร้อมสาวๆ จากปราจีนก็ได้ปะทะหน้ากับสหายเก่า “เจ้าแพนด้า”  โชว์รอยรักที่แพนด้าฝากไว้คราวกลับจากแก่งยาวเมื่อสามปีที่แล้วพอเป็นพิธีเพื่อให้รู้ว่าฉันได้ผ่านการผูกมิตรกับมันแล้ว แล้วเราก็แยกย้ายกันนอนฝันถึงทริปวันพรุ่งนี้
สายวันที่ ๑๔ เมษา ตะวันทำมุมเกิน ๔๕ องศาเป็นสัญญาณว่าสายแล้ว  คณะจากบ้านพี่เก่งและบ้านลุงแขกที่มี พี่จิม อาจารย์สอนการแสดงและ น้องอาจารย์เต่ย  สาวลาดกระบังจากเมืองกรุงมาสมทบตอนเช้าก็ทยอยกันมาพร้อมหน้าที่บ้านพี่โจ  เราปล่อยให้ตะวันเดินขึ้นฟ้าไปอีกหน่อย  ร้อนแดดและร้อนเหล้าพอเป็นกระสายขบวนเราจึงออกเดินทางกันได้ นอกจากขบวนของเราแล้วยังมีน้องเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาร่วมปวดหัวกับแก็งค์เราด้วย คือน้องมิ หนุ่มหน้าเข้ม และน้องต้น หนุ่มสไตล์เกาหลี สองแบบสองสไตล์ให้น้องอาจารย์เต่ยได้เลือกช้อปตามความพอใจ (กริ๊บ กริ๊ว) เมื่อพระอาทิตย์ทำมุม ๙๐ องศานิดๆ เราก็เริ่มสาวเท้าก้าวขึ้นแก่งยาว สาวๆ ได้รับเกียรติ_MG_0608ให้ออกเดินเป็นกลุ่มแรก จากนั้นตามด้วยกลุ่มผู้เฒ่าเมาเหล้าบ้างเมารักบ้าง นำทีมโดย ครูนพ (ส่วน ป้าแน็ท เธอไม่ยอมอยู่กลุ่มผู้เฒ่า เลยจัดไปอยู่ในกลุ่มสาวๆ แทน ทิ้งสามีสุดที่รักให้อยู่กลุ่มผู้เฒ่าไปคนเดียว)
แม้ว่าตะวัน จะแอบนอนหลับตอนบ่ายในบางช่วง แต่เท้าของเราก็สาวไปข้างหน้าไม่หยุด บางคนสาวเร็ว บางคนสองสามก้าวก็ขอนั่งดีกว่า ใจของหลายคนไปถึงน้ำตกแล้ว “หากบางคนใจยังอยู่กับเท้า ขบคิดว่าจะพามันไปยังไงให้ถึงจุดหมายได้หนา เพื่อนคนนั้นเขาก็เดินหายไปไกลแล้ว แต่เรายังก้าวไม่ถึงไหน” ลองไตร่ตรองดูก่อนดีไหมว่า การไปถึงจุดหมายเร็วนั้นอาจจะได้ชื่นชมความสวยงามของปลายทางก่อนคนอื่น แต่เขาอาจจะไม่ได้มีโอกาสชื่นชมธรรมชาติข้างทางหรือแม้แต่ดินที่พวกเขาIMG_6280เหยียบแม้แต่น้อย เขาพลาดอะไรไปมากมาย ไม่รู้สึกบ้างหรือว่าคุณปู่ก้อนหิน คุณลุงต้นไม้ พี่กอไผ่ เพื่อนนก ผีเสื้อ หรือลมก็อยากให้เราหยุดทักทายและชื่มชมพวกเขาบ้าง การอ่านนิยายเรายังต้องค่อยๆ ติดตามเรื่องราวไปเรื่อยจนถึงจุกหักเหของเรื่อง นิยายเรื่องนั้นถึงจะสนุก จริงหรือไม่ จะเดินช้า จะเดินเร็ว  สุดท้ายปลายทางของเราก็คือที่เดียวกัน พูดแบบนี้แล้วไม่รู้ว่าจะมีใครอยากเปลี่ยนใจมาเดินกับกลุ่มท่านผู้เฒ่าหรือเปล่า

 

 

 
      กว่าคณะของเราจะเดินถึงแก่งยาว พระอาทิตย์ก็เริ่มไต่ลงจากฟ้าจวนลับแล้ว เราจำเป็นต้องเร่งตั้งแค้มป์ หาฟืนให้เพียงพอสำหรับเวลาค่ำคืนอันปราศจากแสงไฟฟ้าและแสงจันทร์ในคืนเดือนมืดแบบนี้ “ความมืดไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไหร่สำหรับชีวิตในป่า หากแต่มีกองไฟสักกองเต้นระบำให้ดูแทนละครทีวียามดึก หรือแทนอินเตอร์ (ควายวาย) ก็คงอุ่นใจและอุ่นกายดีมิใช่น้อย” ตะวันกลับไปนอน แต่คนยังไม่นอน เสียงเพลงยามค่ำคืนเริ่มขึ้นจาก พี่หมีอุ๊ หมอยาหมาเมิน ที่มาพร้อมเสียงนุ่มIMG_1433ทุ้มกับเพลงกระชากใจวัยรุ่นและเพลงต้องใจท่านผู้เฒ่า ดึกอีกหน่อยเสียงเพลงก็ผลัดเปลี่ยน ลุงแขก นักร้องหน้าทุเรศ ราเมศ โอชา (ฉายาเขาอย่างนั้น ผู้อ่านอย่าได้ประหวั่นพรั่นพรึงไปว่ามันจะสร้างความไม่พอใจแก่เจ้าของชื่อ)  ที่ขนเพลงเพื่อชีวิต (ใครวะ) มาขับกล่อมโลกและสมาชิกที่หลับใหลใต้แสงดาวที่เพิ่งออกมาให้ยลความงาม

 

 

เช้าแล้ววันใหม่ วันสำหรับกิจกรรมตามใจฉัน สาวๆ รวมทั้งสาวไปนานแล้วอย่างป้าแน็ทตื่นก่อน ก็ช่วยกันหุงหาอาหารไว้สำหรับอาหารเช้าของบางคนและเป็นอาหารกลางวันสำหรับพวกนักร้องเฝ้ายามที่เพิ่งได้นอนเมื่อรุ่งสาง วันนี้ใครใคร่ทำอะไรทำ ใครใคร่จะไม่ทำอะไรก็ไม่มีใครว่ากัน  สาวๆ ปราจีนพร้อมด้วย ป้าแน็ทหัวหน้าของหัวหน้าวังค้างคาว เลือกไปเล่นน้ำตก

IMG_0174_MG_0152

IMG_0541เช่นเดียวกับหนุ่มๆ อั้ม สักทอง เก่ง คิงและหนุ่ม (ไหมหนอ) พี่จิม ที่หามุมมองแปลกๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานมาแบ่งปันหน้าเฟสบุ๊คและ อาจารย์ชุมพล ของเด็กๆ เทคนิคที่โชว์รูดเสาตั้งแต่ขึ้นมา งานนี้ขอชื่นชมว่าอาจารย์ฟิตมากขึ้น จริงๆนะ เสื้อฟิตน่ะ! อีกกลุ่มนำโดย พี่เก่ง พรานบุญ ตามด้วยพี่นิม พี่หมีอุ๊และแบซอ กลุ่มทำบาปกับปลา ตกมาก็เดือดร้อน เจ้าแสนกับมีน มาทำปลาให้ น้องคงแอบบ่นในใจว่าตกอยู่นั่นทั้งวัน ตกไม่เสร็จสักที

 

 

 

 

ส่วนทีน โชคดี (หรือเปล่า) ที่นอนป่วยอยู่ เลยรอดจากแรงงานแพปลานรกไป ลุงแขกและทีมต่างก็แยกย้ายไปล่ารูปผีเสื้อ ส่วนฉันตามไปดูเขาตกปลา เล่นน้ำกันที่น้ำตกที่อยู่ห่างจากที่พักเราออกไป ครูหอบผ้าไปปะเย็บ ส่วนฉันเหนื่อยจากล่ารูปผีเสื้อก็มานอนแช่น้ำ แล้วนอนฟังเสียงน้ำตกจนผล็อยหลับไป รู้ตัวอีกทีทีมตกปลาก็ทยอยกลับมากันแล้ว

 

_MG_0281    เย็นวันนี้ป้าแน็ทจัดเมนูเด็ดโรตีแกงกะหรี่ให้พวกเราได้ซี๊ด….อูยยยยยกันอีก งานนี้แม้จะลืมกระทะ แต่เราก็มีตะหลิวตั้งสองอัน (จำคำปลอบใจของแบซอมาพูดอีกที) อาหารยังออกมาอร่อยทุกจานจนได้ “ค่ำคืนนี้ยังคงดำเนินเช่นเดิม วงดนตรีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นแสดง กองไฟยังเต้นระบำ ฟ้าหม่นแสงดาวไปหน่อย แต่วงเหล้าก็ยังครื้นเครงเคล้าเสียงหัวเราะและเสียงกรนของคนที่ชิ่งนอนก่อน”
วันนี้ตามปฏิทินบอกว่าเป็นวันที่ ๑๖ สิ้นสุดวันสงกรานต์ไปตั้งแต่เมื่อวาน แต่เรายังคงปักหลักเล่นสงกรานต์บนแก่งยาวนี้ เนื่องด้วย ผบ.ทบ.บ้านพี่เก่งออกคำสั่งมาให้พี่เก่งกลับวันนี้ วงเหล้าจึงขาดขาไปสองคนคือ พี่เก่งและครูนพ ตอนเช้ามีเสียงหมีกินผึ้งบ่นๆ แต่เช้า เพราะงานนี้กาแฟไม่เพียงพอถึงกลางคืน ทีมงานเราที่เสพกาแฟแทนน้ำและคนอยู่เวรยามดึกคงแย่ ขาดกาแฟแต่เราก็มีกะหล่ำปลีตั้งสิบหัวเลยนะ น่าจะคิดแบบแบซอมั่ง (แม้เราจะเอากะหล่ำปลีมาแทะแก้ง่วงแทนกาแฟไม่ได้ก็ตาม หรือแบซอคิดว่ายังไงคะ) สำหรับฉันวันนี้เป็นจุดพีคของความซ่า เก่ง หนุ่ย อาจารย์เต่ย อั้มและฉัน ค้นพบความfoodสนุกแบบบ้านป่าโดยบังเอิญขณะที่เราล้างจาน เราเล่นเขวี้ยงจานแล้วปล่อยมันไหลมาตามน้ำ การเล่นเปลี่ยนเป็นการแข่งขัน สร้างความเอือมระอาให้กับครูนพก่อนครูออกเดินทางกลับ “เล่นไร้สาระทั้งปริญญาโท ปริญญาตรียันปริญญาตีน” ครูอวยพรไว้อย่างนั้น =/\= สาธุๆ พวกเราน้อมรับด้วยความยินดีแล้วเล่นต่อ ไม่สนใจเสียงทัดทานจากป้าแน็ทว่า “ถ้าทำถ้วยหายล่ะก็ จะให้กินข้าวในหลุมหินแทนจาน”  เราไล่แข่งกันไปเรื่อยจนถึงน้ำตก ผ่านพี่จิมและอาจารย์ชุมพลที่ยังคงละเลียดเล่นน้ำอยู่ใกล้ๆที่พัก ผ่านสาวๆ ปราจีนเล่นน้ำ ผ่านสาว ไม่สาว (อ้วนแสน) สารคามและไม่สารคาม (ไอ้สัก ไอ้ทีม) เล่นน้ำตก แบซอก็ตกปลาอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น ทีมแข่งถ้วย หรือ Bowl Racing Team ได้ประกบมือร่วมทางไปแอ่งน้ำด้านล่างน้ำตกกับพี่หมีอุ๊ พวกเรา_MG_0370_MG_0366

ได้เล่นน้ำกันกลางสายฝน ทิ้งความกังวลใจใดๆ ไว้ตีนเขา ทิ้งพี่ๆ น้องๆ ที่แค้มป์ให้หัวปั่นกันการเก็บข้าวของรับฝน เรามีแต่เสียงหัวเราะท่ามกลางสายฝน ฟ้ายังหัวเราะไปกับเราดังครืนๆ  ตอนที่อั้มและเก่งทำท่าบ้าๆ บอๆ ให้พี่ๆ ดู ฝนหยุดแล้วเราก็ยังเดินกลับไปเล่นน้ำใกล้ๆ ที่พักต่อ (ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม ฉันคิดอย่างนั้น)

IMG_6319     คืนนี้สมาชิกภาพดูอ่อนล้ากว่าเมื่อคืน อาจเพราะเล่นน้ำ เสพสมความซ่าหยดสุดท้ายก่อนกลับไปสู้ชีวิตกันต่อ หรือขาดหัวหน้าแก็งค์อย่างครูนพ และเสียงโหวกเหวกของพี่เก่งก็ไม่รู้ ฉันอยู่ฟังเสียงเพลงได้ไม่เท่าไหร่ก็พ่ายแพ้ต่อความง่วง หลับไปพร้อมกับความซ่าของวันนี้ที่ฉันเก็บไปซ่าต่อในฝัน

 

_MG_0368“เช้าวันสุดท้ายนี้แสนประหลาด ฉันตื่นมาพร้อมความเงียบ ไร้ความเคลื่อนไหว ทุกคนคงเพลียมากเมื่อคืนนี้ กิจกรรมตอนเช้าของเราดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่ละคนค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา หลายคนยังคงเก็บเกี่ยวความงามและความสุข หลายคนยังคงนอนเก็บแรงสำหรับการเดินทางกลับ เก็บแค้มป์เสร็จแล้วทุกคนก็พร้อมเดินลง ขาลงคงจะเป็นเรื่องที่สร้างความหวั่นใจไม่น้อยสำหรับน้องหนุ่ย (ชบาแก้ว) แต่เธอก็ใช้กำลังใจจากเพื่อนๆ ลงมาจนได้ ฉันคิดว่าก้นเธอคงได้ลงไปทักทายปู่ก้อนหิน ปู่ดินบ้างนะ ระหว่างทางกลับฝนตกลงมาฉลองให้กับทริปนี้ของเราตลอด เมื่อลงมาถึงข้างล่างครูนพ พี่โจ พี่เก่ง รวมทั้งเจ้ากระทิงอ้วน (ทองแดง) ก็มารอต้อนรับพวกเราแล้ว หลังกระบะบรรทุกเครื่องดื่มมาดับกระหายหลายแบบ หลายคนเลือกเบียร์ดับความเหนื่อยล้า ไม่ก็น้ำผลไม้ แต่ฉันเลือกน้ำอัดลม ซ่าๆ หวานๆ เหมือนกับทริปนี้ที่จะคงหวาน….ซ่า….อยู่ในความทรงจำฉันตลอดไป แม้ไม่ได้ชมไคร้ย้อยบานทั้งๆ ที่ฉันรอคอยมาตั้งแต่ปีที่แล้วก็ตาม T_T”

 

ปิดการแสดงความเห็น