เรื่องเล่า จากสมอปูน

 ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๕

      เขาสมอปูนเขาที่สูงอำดับ ๓ ของเขาในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากการที่ได้ฟังพี่ ๆ พูดกัน และพี่ ๆ ที่ได้มาว่าสมอปูนสวย แถมยังบอกอีกว่าขึ้นเขา เหนื่อยมาก ๆ ดิฉันก็อยากขึ้นไปดูอยากวัดใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าจะขึ้นไปถึงจุดหมายนั้นหรือไม่ ถามพี่ ๆ อยู่หลายครั้งว่าหนูจะขึ้นไปได้ไหมเห็นพี่บอกว่าทางมันชันมาก เพราะดูจากร่างกายตัวเองแล้วซึ่งเป็นคนที่อ้วนแล้วไม่ค่อยได้เดินป่าสักเท่าไหร่ คิดอยู่ว่าจะไหวรึป่าว พี่คนนึงบอกว่าใจสู้ซะอย่างยังไงก็ไหว ก็ขอให้มันเป็นอย่างนั้น

 

 

        ใกล้วันที่จะไปแล้ว ฉันเตรียมของไว้ล่วงหน้าแล้วบางอย่าง เสื้อผ้า หมวก ถุงมือ รองเท้า กระเป๋า พร้อม รู้สึกว่าจะเตรียมพร้อมกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ตื่นเต้นมาก ๆ อยากไปเห็นแล้ว เราเริ่มออกเดินทางตอนประมาณเกือบ ๆ ห้าโมงเช้า ระยะแรก ๆ ที่เดินไปทาง ยังถือว่าเดินไม่ลำบากเท่าไหร่ พอผ่านไปซักสองถึงสามกิโล ทางชันมากขึ้น คิดนะว่าจะขึ้นไหวไหม ข้าวของบนเป้ด้านหลังก็หนักแล้ว แล้วฉันจะขึ้นไปได้มั๊ย รู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว ขาสั่น ถ้าไม่พักคงตายแน่ ๆ เลย คิดคำที่แม่พูดเลยว่า จะไปทำไม อยุ่บ้านดี ๆ ไม่ชอบ ฮ่า ๆ นั่นสิฉันจะมาทำไมกัน แต่มาถึงจุดนี้คงไม่ทันแล้ว สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือเราต้องไปถึงจุดสูงสุดให้ได้ ระหว่างทางที่เดินยอมรับเลยว่าท้อและเหนื่อยมาก การเดินทางของเราเราไม่ได้เดินสองขานะ เราเดินสี่ขา เพราะภูเขาค่อนข้างชัน ขึ้นครั้งนี้เราใช้อวัยวะทุกส่วนเลย ปีนป่ายแบบอาทเรนเจอร์เลย มันสุด ๆ แถมลื่นอีกต่างหาก ขนาดพื้นแห้งอยู่นะยังลื่น ถ้าพื้นเปียกนี่ ไม่ต้องพูดถึงเลย

 

        ประมาณบ่ายสอง เราเดินทางมาถึงสันเขา ลมเย็นมาก ๆ ระหว่างทางที่เดินเราเริ่มเห็นดอกไม้นานาชนิด บางชนิดก็รู้ บางชนิดก็ไม่รู้ และมีสมุนไพรด้วย เราได้กลิ่นของมันแต่ไม่รู้ว่าคือต้นอะไรบ้าง มันหลายกลิ่นไปหมด เรามาถึงจุดลานหิน หินเป็นรูปต่าง ๆ แล้วแต่จินตนาการของแต่ล่ะคน เรานั่งรอเพื่อน ๆ ที่เดินมาตามหลัง เพราะว่าเราเดินนำมาก่อน ตรงที่เรานั่งลมเย็น เป็นพื้นที่โล่ง ๆ มองเห็นท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ พื้นเป็นหินและทุ่งหญ้าสลับกันไปมีดอกไม้ต่าง ๆ แซมอยู่ด้วย สวยม๊ากมาก เรานั่งรอ นอนรอเพื่อนอีกกลุ่มนึงจนค่ำ เราเลยนอนดูดาวเพื่อขั้นเวลา ดาวเต็มไปหมด ส่องระยิบระยับ ไม่เคยเห็นดาวชัดแบบนี้มานานแล้ว กว่าเพื่อนอีกกลุ่มนึงมาถึงก็เป็นเวลาพอสมควร เราจึงทำกับข้าวกินตรงนั้นแล้วค่อยเดินทางต่อไปยังที่พัก กว่าเราจะทานข้าวเสร็จก็ปาไปตีสอง เรารีบเดินทางไปยังที่พักกันเพราะรู้สึกว่าต่างคนต่างเหนื่อยกันแล้ว แต่เดินป่าตอนกลางคืนมันเย็นสบายดีนะ แดดก็ไม่มี แต่มันอาจจะลำบากหน่อยเพราะมันมืด เราเดินทางมาถึงที่พักพวกเราก็จัดแจงกางเต๊นท์ ก่อกองไฟ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าฉันง่วงมากเพราะตอนนี้เป็นเวลาตีสามแล้ว พอฉันได้ที่พักเสร็จสรรพ ฉันก็นอนทันทีเลย

๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๕

     ตื่นเช้ามา ฉันเพิ่งเห็นรอบ ๆ ที่เราพักว่ามันมีดอกไม้เต็มเลย สวยด้วย เพราะเมื่อคืนที่เรามามันมืดเลยไม่เห็นอะไร พี่ ๆ หลายคนต่างนำกล้องของตัวเองมาถ่ายรูปดอกไม้ในมุมต่าง ๆ เหมือนดอกไม้เป็นนางเอก พระเอกอย่างไงอย่างนั้น มันก็น่าจะใช่นะเพราะมันสวยเหมือนพระเอกนางเอกเลย เราทำกับข้าวตอนเช้าด้วยของที่เราเตรียมขึ้นมา พี่บอกว่าเราจะย้ายไปพักอีกที่หนึ่งเราจึงรีบเร่งทำกับข้าวและกินข้าวเพราะไม่งั้นแดดมันจะร้อนกว่านี้ ที่ ๆ เราจะไปพักอีกที่หนึ่งนั้นห่างจากที่เราพักตอนแรกไม่ไกลมากนัก ที่นั้นจะมีน้ำพร้อมกว่าที่นี้เราจะได้อาบน้ำกันด้วย เพราะเมื่อคืนเราไม่ได้อาบน้ำกัน พอย้ายมาถึงที่พักใหม่ เราก็เดินสำรวจรอบ ๆ เป็นป่าไผ่ แต่ยังมีที่โล่ง ๆ ให้เรายังนอนพักได้ เราก็พักผ่อนตามอัธยาศัยสูดกลิ่นธรรมชาติให้เต็มปอด ตอนเย็นพี่พาไปอาบน้ำในส่วนของผู้หญิงลับเฉพาะ เราเดินทางไปพอสมควร แต่ก็ได้อาบน้ำที่เย็นสดชื่นเป็นลำธารน้ำใส ๆ ขอบอกว่าน้ำเย็นสดชื่นมากอาบที่ นี่ตื่นเลย! อาบน้ำสร็จเราก็เดินกลับมายังที่พัก พี่อ๋อบอกจะมีกิจกรรมธรรมชาติให้เล่นกับเพื่อน ๆ ที่มาจากมหาสารคาม พี่อ๋อพาเดินออกมาจากที่พักมาลานหิน ซึ่งเป็นเวลาพลบค่ำ วันนั้นท้องฟ้าสีสวย มีสีส้ม ชมพู ฟ้า เรียงกันอย่างสวยงาม พี่อ๋อให้นอนดูท้องฟ้าและอยู่กับตัวเอง ปล่อยตัวปล่อยจินตนาการออกไป เรารู้สึกว่าเราโล่ง เราสบายใจ ความกว้างของท้องฟ้ามันทำให้เรารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนปลดปล่อยสิ่งที่เครียด ๆ ออกไปหมด

     ตอนเย็นเราก็ทานอาหารด้วยกันได้ชิมอาหารที่พี่ ๆ ทำ เป็นอาหารที่เอาเครื่องแกงมาใส่ด้วย อร่อย เผ็ดร้อนดี กินข้าวเสร็จเราก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ คืนนี้มีการจัดเวรเฝ้าแคมตอนกลางคืนด้วย ฉันได้อยู่ตอนตีสองถึงตีสี่ งั้นก็ขอนอนก่อนละกันนะ ตีสองตื่นมาพี่ ๆ ยังนั่งคุยกันอยู่เลย ฉันก็มานั่งร่วมวงกับพี่ ๆ เค้า พี่เขาก็นั่งคุยอะไรไปเรื่อยนั่งกินนู้นกินนี้ไป มีอะไรที่กินได้เราก็เอามากิน มองดูท้องฟ้าดาวสวยมากและเยอะด้วย เราเฝ้าเวรเราก็ดูแลรอบ ๆ บริเวณที่เราอยู่ พอเราเฝ้าเวรเสร็จเราก็นั่งอยู่อีกสักพัก เราก็ไปนอนต่อ ง่วง ๆ

                           ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

ตื่นมาตอนเช้าเราก็มาทำอาหารกินกันตอนเช้า และเตรียมตัวกันออกเดินทางกลับ เร็วมากเลยเราจะกลับกันแล้วเหรอนี่ รู้สึกมันเร็วอยู่นะ ก่อนพวกเราจะเดินทางกลับลงไปข้างล่างพี่ ๆ พาเดินไปดูจุดชมวิว ถึงจุดชมวิวสวยมาก ๆ เห็นข้างล่างที่เป็นก่อนที่เราจะเดินขึ้นมา รู้เลยว่าที่เราขึ้นมาถึงนี่ คุ้มจริง ๆ เราขึ้นมาถึงที่นี่จนได้นะ ข้างบนลมก็เย็นมาก ๆ ๆ ด้วย อยากอยู่ที่นี่นาน ๆ จัง แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก เราต้องเดินทางกลับในเส้นทางเดิม ย้ำนะ ในเส้นทางเดิม ตอนเราขึ้นมาเส้นทางมันชันมาก ตอนลงเราจะไม่กลิ้งลงเลยหรือนี้ เป็นไปตามคาด เราไม่ได้กลิ้งหรอกนะแต่เราสไลด์ลง ต้องขอบคุณ เพื่อนติ๋ว เพื่อนโต๋ พี่หวีด และพี่ ๆ ทุกคนที่ช่วยเหลือกัน ถ้าไม่งั้นฉันต้องตายแน่ ๆ เลย การเดินทางของเรามาถึงจุดที่จะจบแล้วเราเดินมาจนค่ำ ท้องฟ้าปิดสนิท การเดินทางของเราลำบากขึ้น และเรารู้สึกเหนื่อยขึ้นด้วย ขาเริ่มหมดแรง ตอนไหนจะถึงนะ ถามพี่ที่นำทางตลอดว่าตอนไหนจะถึง พี่บอกอีกนานกว่าถึง แต่เราได้ยินเสียงรถแล้วนะ เหมือนมันอยู่ใกล้ ๆ แต่เดินเท่าไหร่มันก็ยังไม่ถึงซะที่ พี่นำทางบอกอีกสองร้อยเมตร ๆ แต่พอเราเดินไปอีกนิดเดียวก็ถึงถนนแล้ว เดินออกมาดูท้องฟ้ามันสวย สดใสมาก พอเราถึงเราถึงกลับนั่งลงข้างถนนเลย
ขอขอบคุณประสบการณ์ในครั้งนี้มาก ๆ ขอบคุณพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ ในวันที่ลำบากและคำพูดดี ๆ ที่ให้เราก้าวไปถึงจุดหมายนั้น ถ้าเราคิดจะทำอะไรสักอย่างแล้ว ถึงมันจะหนักหนาแค่ไหน สู้ซะอย่างเราก็ทำมันได้ และก็ขอบคุณธรรมชาติสวย ๆ ที่อยู่กับเราและดูแลเรา และเราก็จะดูแลคุณด้วย   ^____^

โดย น้องหนุ่ย ปรารถนา

เรื่องเล่าจากเขาสมอปูน
สมอปูน …
กลางดง พงป่าเขาสมอปูน
การเดินทาง “สมอปูน” 
ครั้งหนึ่ง ณ สมอปูน 

 

 

 

ปิดการแสดงความเห็น