สมอปูน…

ทริปประจำปีของกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ … เป็นแรงดึงดูดให้เราอยากขึ้นไปสัมผัส รุ่นพี่ที่เคยขึ้นไปคุยนักคุยหนาว่าสวยยังนั้น ดียังนี้ ทำให้อยากไปมากมาก แต่พอใกล้ถึงวันจริง  ตื่นเต้นมาก  นั่งรถผ่านในช่วงที่ขึ้นเขา บ่อย ๆ ว่าเราจะไปถึงหรอ จะเป็นภาระใครรึป่าว บอกตัวเองเสมอว่า … ถ้าขึ้นไปแล้วเดินไม่ถึง ไม่มีใครเขารอหรอกนะ ต่างคนต่างต้องเอาตัวรอด คิดอยู่นานว่าจะมาดีไหม สุดท้าย … คำตอบก็คือ “มา” มันเป็นความท้าทายที่ท้าทายตัวติ๋วเองมาก ๆ เลย ก่อนมาตื่นเต้นมาก ไม่รู้ว่าต้องเอาอะไรมาบ้าง ต้องเตรียมตัวยังไง เก็บของมาเยอะก็กลัวสะพายไม่ไหว  เอาออกก็กลัวไม่มีจะใช้  ขนาดยังไม่ได้ขึ้นก็แลดูจะวุ่นวายมาก ๆ เลยล่ะ

 

 

      ติ๋วเห็นว่ามันมีอุปสรรคก่อนที่เราจะขึ้นด้วยล่ะ แต่มันก็ผ่านไปแล้วนี่เนอะ เราเริ่มเดินประมาณ ๑๑ โมงได้มั้ง ติ๋วไม่ได้ขึ้นไปพบหัวหน้าอุทยานกับเพื่อน ๆ เลยได้แต่นั่งรอที่ด่านฝั่งเนินหอมกับพวกพี่ ๆ บางส่วน เดินขึ้นตอนแรกก็สนุกดีหรอก ตื่นเต้น ได้ซัก ๓๐ นาที หอบเลยทีเดียว ไม่ได้ออกกำลังกายไปก่อน ไม่ได้เดินไกล ๆ มาเนิ่นนาน รู้สึกตัวเองไม่ไหวแล้ว … อ้อ เรามีบัดดี้ด้วย มีพี่นกหวีด กะ หนุ่ย เป็นบัดดี้กัน ช่วยกันบ่นตลอดทางเลย ฮ่าฮ่าฮ่า ช่วงแรกเดินก็ยังเห็นพี่ ๆ เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ด้วย ซักพักเริ่มห่างกัน กลุ่มติ๋วที่เดินได้เดินกะเจ้าหน้าที่ จะว่าโชคดีไหม ก็ไม่นะ เดินเร็วมาก เหนื่อยจะแย่ ทางก็ไม่รู้จะชันไปไหน ต้องแวะเติมพลังข้าวเหนียวตั้ง ๒ ห่อแน่ะ บอกได้เลยว่ามันเหนื่อยมาก ๆ ติ๋วท้อมาก ๆ จนไปถึงที่เราพักกินกาแฟ พอพักเสร็จใช่ป่ะ เดินขึ้นเขาอย่างเดียวเลย เหนื่อยโฮกอ่ะ ยังไม่ถึงสันเขาซะที ไกล เหนื่อย บ่นตลอดเลย อ้อ ช่วงสันเขาที่เดิน บัดดี้เราพี่หวีดเป็นตะคริวด้วย ได้โอกาสก้อนั่งพักไปด้วยซะเลย ฝนก้อตก ของก้อหนัก ขาเริ่มเดินไม่ไหว จนมาถึงที่ที่รอพวกพี่ ๆ กลุ่มหลัง ที่มีแค่พี่หวาน พี่แจง พี่อ้อย พี่โก๊ะ น้องทิ๊ว แล้วก้อกลุ่มพวกติ๋วที่มารอเป็นกลุ่มที่สอง รู้สึกว่าถึงแล้ว ดีใจมาก แต่คำตอบคือเราต้องรอกลุ่มพี่ ๆ ก่อน นั่งรอตั้งแต่ประมาณ ๕ โมงเย็น พวกพี่กว่าจะมาถึงเกือบ ๒ ทุ่มแน่ะ (มั้ง) เราทำกับข้าวกินกัน นั่นคือ มาม่า เป็นมาม่าที่อร่อยมาก แล้วเราก็ออกเดินทางต่อกันอีกทีประมาณ ๒๓.๐๐ น. ได้มั้ง มืดมาก ติ๋วไม่ได้เอาแว่นไป ซวยเลยทีเดียวมองเห็นทางเลือนรางมาก ล้มไปก็ตั้งหลายครั้ง ก็เดินไปไกลเหมือนกันกว่าจะถึงที่พักของคืนแรก เหนื่อยมาก มีแอบพักด้วย เดินตามไม่ทันจริงๆนี่นา พักจนกลุ่มท้ายสุดมาถึงดีนะพี่ๆแวะพักด้วย พักนานเหมือนกันค่อยเดินตามหลังกลุ่มหน้าไปซึ่งเดินห่างกันพอควรเลยล่ะ กลุ่มที่เดินนำหน้าไปก็ไปที่พักอีกที่ พี่แขกเลยต้องไปเดินตามกลับมา ถึงที่พักจริงๆก็เกือบตี ๒ แน่ะ หรือ ตี ๒ กว่านะ ไม่แน่ใจ คืนนั้นก็ไม่ไหวจริง ๆ หลับได้รวดเร็วมากหลังจากที่มีที่หลับที่นอนอันแสนนุ่มแล้ว มาถึงวันที่ ๒ เช้ามาบรรยากาศดีมาก แดดออกร้อนมาก เพราะที่พักเป็นลานกว้าง ไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ซักเท่าไหร่ ทำให้เราต้องรีบตื่นมาทำภารกิจต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ทั้งส่วนตัว และส่วนรวม ทำอาหาร ทานอาหาร เก็บที่พัก เพื่อย้ายไปที่พักอีกที่หนึ่งซึ่งก็อยู่ไม่ห่างไกลที่เดิมซักเท่าไหร่ ไปถึงที่พักใหม่ก็เตรียมหาฟืน ก่อไฟ เตรียมอาหารมื้อกลางวัน เคลียของสด เพื่อไม่ให้เน่าเสีย เตรียมที่พัก แล้วก้อนั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ ทำอาหารเย็น แล้วพี่อ้อยก็พาพวกเราไปอาบน้ำที่ท้ายน้ำตกโน้น สายน้ำสายเล็ก ๆ ที่มีความเย็นฉ่ำ พอที่ชะล้างร่างกายอันเหนียวเหนอะหนะให้คลายไปได้บ้าง

    แล้วเราก็กลับมาที่พักเราก็ได้นั่งฟังอาจารย์นพเล่าถึงประสบการณ์ รวมถึงสอนในเรื่องต่าง ๆ ให้ข้อคิดกลับมาคิด ซึ่งติ๋วก็เบลอ ๆ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง อิอิ เสร็จพี่อ๋อก็พาออกไปทำกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติ ซึ่งน้อยครั้งนักที่ติ๋วจะได้ทำกิจกรรมแบบนี้ เพราะโดยส่วนมากแล้วไปค่ายแต่ละครั้งติ๋วก็จะอยู่ในครัวซะมากกว่า เลยรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็น ได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งกว่าทุกครั้ง ภาพท้องฟ้าสีสวยที่เราไม่ค่อยได้เฝ้ามองมันอย่างนั้น         ดวงจันทร์ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหงา หว่าเว้ (๑) ไม่รู้สิ อธิบายไม่ถูก ดอกไม้หลากสีสันที่สวยงาม ต้นเล็ก ๆ มากมายที่ได้ชื่นชม มันสวยมาก สวยมากจริง ๆ พอทำกิจกรรมเราก็กลับมาที่พัก มาทานอาหารเย็น ซึ่ง อาหารมื้อนี้เป็นอาหารที่อร่อยจังเลย มีกับข้าวหลายอย่าง ได้ทานข้าวกับหลาย ๆ คน ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและมีความสุขจัง ทานข้าวเสร็จ เราก็นั่งคุยกัน ช่วยกันกรอกน้ำบ้าง ล้างจานบ้าง แล้วก็มาคุยกันเรื่องเวรยามที่จะเฝ้ากองไฟ ติ๋วได้อยู่ผลัด ๒ ตี ๒ ถึง ตี ๔ ตื่นมาก็หิวเลยทีเดียวเชียว ก็เลยต้มข้าวต้ม โดยการสนับสนุนของพี่นิมกับพี่หวาน พี่หวานช่วยต้ม พี่นิมทำกับข้าวให้ อิอิ กินเสร็จก็นั่งคุยเล่นไปกับพวกพี่ ๆ เดินตรวจเวรยามบ้างเล็กน้อย ถึงเช้าวันสุดท้าย หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเราก็มาช่วยกันทำอาหาร ซึ่งก็ยังไม่พ้นพี่อ้อยอีกเหมือนเดิมที่เราจะฝากท้องไว้ด้วย ทำอาหารเสร็จเราก็เริ่มเก็บสัมภาระส่วนตัว ส่วนรวม เก็บขยะบริเวณโดยรอบที่พัก กระจายของที่เหลือแบ่งกันใส่กระเป๋า เตรียมเดินทางกลับ การเดินทางกลับเป็นอะไรที่ทั้งเหนื่อย ทั้งสนุกเลย เดินบนสัน เหนื่อย เพราะแดดร้อนมาก เดินลัดป่าโน่นป่านี่ หาหน้าผาเพื่อชมวิว นั่งพัก ซึ่งวิวมันสวยมาก คุ้มที่แหวกป่ามาสูดบรรยากาศกับวิวสวย ๆ แล้วเราก็เดินทางบนสันเขา เดินลงเป็นอะไรที่สนุกและฮามาก ชอบ แล้วก็สงสาร เอ้ย! เห็นใจก็แต่ไอ้อ้วนอ่ะ อ้วนกลัวเลยต้องมาช้า ๆ กระเป๋าอ้วนก็หนักเหลือเกินต้องช่วยกันเปลี่ยนกันถือกับโต๋บ้าง พี่หวีดบ้าง แอบโยนบ้าง อิอิ กว่าจะถึงที่พักทานข้าวกลางวันก็เล่นซะแอบเหนื่อยบ้างเบา ๆ เหมือนกัน ก็มานั่งพักทานข้าวกลางวันกันโดยเมนู มาม่าบ้าง ปลากระป๋องบ้าง ยิ่งปลากระป๋องราดพริกอร่อยมาก ๆ พอทานเสร็จก็ช่วยกันเคลียของอีกตามเคย เดินทางต่ออีกไม่ไกลก็คงถึงแล้ว แต่กว่าจะถึงถนนก็มืดอยู่เหมือนกัน ทั้งเหนื่อย ทั้งล้า แต่ก็มีความสุขคุ้มสุด ๆ เลยล่ะ              …น้อยคนนักนะที่จะโชคดีได้เดินทางแบบพวกเรา ติ๋วถือว่าตัวเองโชคดีมากมายที่ได้รู้จักกับกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ ติ๋วได้อะไรหลาย ๆ อย่างจากกลุ่มนี้ ทั้งประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย ได้เพื่อน ได้พี่ ได้น้อง ได้มีครอบครัวใหญ่ นี่ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ติ๋วได้รับโอกาสจากกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ให้ติ๋วได้ไปทำอะไรที่ท้าทายกับตัวเอง ซึ่งมันคุ้มค่ามาก ๆ มีความสุขกับสิ่งที่ได้ไปพบเจอ ธรรมชาติที่มันหาดูไม่ได้จากที่ไหน มิตรภาพอันงดงามที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง แม้หนทางยากลำบากแต่มันก็คุ้มแสนคุ้มกับสิ่งที่ได้ไปพบเจอ ดีใจและประทับใจมาก ๆ กับสิ่งที่พบเจอ ขอบคุณพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ทุกคนที่ดูแลกันอย่างดี และให้โอกาสติ๋วได้ไปเจอสิ่งสวยงามและอะไรอีกมากมายที่มันอธิบายออกมาไม่ถูก หวังว่า ติ๋วคงจะได้รับโอกาสดีๆแบบนี้อีกนะคะ ……..รัก(ษ์)เขาใหญ่
รื่นฤดี ชื่นบาน
ติ๋ว…รัก(ษ์)เขาใหญ่

ดูรูปทริปสมอปูน ๒๕๕๕ 

หมายเหตุ (๑)  หว่าเว้ – ศัพท์วัยรุ่น ความหมายเดียวกับ ว้าเหว่

3 thoughts on “สมอปูน…

  1. ท่าทางจะมีนักเขียนใหม่อีกคนแล้ว..ขอบคุณที่มีเรื่องมาเล่าสู่กันอ่าน

  2. พี่ๆหลอกให้น้องเขียนเพื่อจะได้เผยความลับออกมาในงานเขียนนี่เอง อิอิ

    • พี่ ๆ ไม่ได้หลอก นี่น่า … คนที่บอกให้เขียนไม่ใช่พี่ ๆ น่ะ แต่ …. ๕๕๕๕