รอยทางในป่าเขา…

รอยทางในป่าเขา…โดย ซิว รักษ์เขาใหญ่ปากช่อง  

     สวัสดีครับ พี่น้องและผองเพื่อน อันว่าชื่อที่เคยใช้และเป็นที่รู้จักอยู่ คืออโศก เป็นชื่อจริงครับ และโอชา ก็เป็นเหล่าเป็นกอของผมเองครับ  สำหรับชื่อเล่นบ้างก็เรียก อโศก หรือ โศก แต่คำหลังนั้นฟังดูไม่ค่อยจะรื่นโสตเท่าใด เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงเปลี่ยนเป็นศิวกร นามสกุลอัครเทวี ชื่อเล่น ซิว และมีฉายา  ทิดศรี(หาเหตุ)อยู่เรื่อย [๕๕๕๕+]  หรือไอ้เสือโหย ตามแต่เหตุการณ์ที่พี่น้องและผองเพื่อนจะประสบพบกันไป ปัจจุบันรับราชการทหาร อายุไม่มากไม่น้อย ๓๗ ปี ส่วนทรวดทรงองค์เอวก็มาวัดเอาเองครับ ผมเป็นคนปากช่องจังหวัดนครราชสีมา หรือโคราชนั่นเอง  ผมเกิดและ เติบโตอยู่บนแผ่นดินแห่งนี้ครับ
           เส้นทางแรกแห่งรอยทางในป่าเขา จะขอพูดถึงรอยทางอันเปรียบเสมือน ไออุ่นแห่งความปรานีที่โอบอุ้มปลอบโยน ในสัมผัสอันแย้มบานของดอกไม้ สายธาร ป่าเขา หนาว ร้อน ฝน สัมผัสเหล่านี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยครับ มันมีที่มา มันมีที่ให้ต้องไป และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมมันก็ต้องไปให้ถึงครับ ไปให้ถึง(บทแห่งความมุ่งมั่นในวัยเยาว์)สถานที่แห่งความฝันจรดความจริงที่ทายท้า ในหลากหลายทักษะ ประสบการณ์การดำรงชีพในป่าอันมีชื่อที่ยิ่งใหญ่สมญานามนั้นคือ เขาใหญ่ บนเทือกเขาพนมดงรัก  แม้เพียงเป็นความฝันอันน้อยนิดที่อาจเป็นไปไม่ได้ก็ตามเมื่อ ยี่สิบกว่าปีก่อน ครั้งยังวัยเยาว์  แน่ละ ผืนป่าแห่งนี้ใช่ว่าใครจะเข้าไปสัมผัสถึงหัวใจแห่งป่าเขาได้หมดทุกคน และก็แน่ละที่อาจมีหลายๆ คนเคยพูดและคุยกันไปต่างๆ นานาว่า เขาใหญ่น่ะไปมาหมดแล้ว เที่ยวมาหมดแล้ว ก็ขอคารวะในความสามารถครับ แต่โดยส่วนตัวผมแล้ว ยังไปฝากรอยเท้าบนพื้นที่ ๑ ล้าน ๓ แสนไร่ ไม่ทั่วเลย แต่ก็ไม่ได้พูดเพื่อมาอวดอะไรกันนะครับ ด้วยความเคารพเป็นที่สุด เพราะส่วนตัวแล้วผมรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ครับ
          ณ บ้านเลขที่  ๓๖ ถนนเทศบาล ๑๕ ตำบลปากช่อง ผมในวัย ๑๓ ปี ความจริงควรเล่นหัวซุกซนตามประสาเด็กๆ รุ่นเดียวกัน ในวันปิดภาคเรียนเหมือนเคย ซึ่งเด็กๆ หลายคนนั้นมีความสุขอยู่กับการเล่นเพลิดเพลินตามประสาเด็กในเมือง(ที่ยังมีกลิ่นอายวิถีชนบทอบอวลอยู่เป็นอันมาก)หรือที่เรียกกันว่า เด็กตลาด เช่น การเล่นเป่ายาง เล่นเชิญ เล่นไล่จับ เล่นลูกข่าง เล่นวิ่งแข่ง เล่นตี่ แบ่งข้างเตะบอลพลาสติก โยนห่วงยาง  เล่นกระต่ายขาเดียว เหล่านี้ ผมเองก็ชอบที่จะเล่นอย่างนั้นเหมือนกัน  แต่เมื่อกาลเวลาพาไปพบกับสิ่งใหม่ในไพรกว้าง ท้าทาย และได้พบสิ่งแปลกๆ แต่มีชีวิตบนผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่มีนามว่าเขาใหญ่ ผมยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่รู้ว่าปิดภาคเรียนครั้งนั้น จะได้ไปเที่ยวบนเขาใหญ่ หลังจากที่คุณแม่ยินยอมแล้ว ให้สามารถติดตามพี่หน่อง หรือที่รู้จักกันในนาม พี่แขก(นั่นแหละ!)ได้  ความรู้สึกแรกในการจัดเครื่องหลังนั้นใช้เวลาจัดมากกว่าหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่รู้ว่าจะเป็นดีใจ หรือตื่นเต้น หรืออะไรสักอย่าง  แต่ที่แน่ๆ ทั้งวันของวันนั้น งานบ้านงานเรือน แม่เอ๋ย! เอี่ยมอ่องเลยหละ เรียกว่าห้ามมีอะไรมาเป็นข้อติดขัด หรือขวางหูขวางตา อันจะทำให้การเดินทางครั้งนี้ต้องพลอยมาสะดุดลงได้
สิ่งสำคัญของการเดินทางที่ควรจะมี โดยการแนะนำจากพี่หน่อง อันเป็นปฐมบท เข็มทิศแห่งของการเที่ยวป่าก็เห็นจะเป็นการเตรียมอุปกรณ์การดำรงชีพในป่านั่นเอง ดูไม่มีอะไรมากนัก แต่ล้วนแล้วเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในป่ามากครับ  เริ่มจาก
๑. ไม้ขีด
๒. เทียนไข ๒-๓ เล่ม
๓. เชือกลูกเสือ ๑ เส้น
๔. เข็ม กับ ด้าย
๕. มีดขนาดเหมาะมือ (ขณะนั้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้ถือติดมือ เก็บไว้ในเป้หลังก่อนครับ-เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเอง และเพื่อนร่วมทาง)
๖. เบ็ดตกปลา พร้อมเอ็น เมื่อจำเป็นต้องใช้ หรือมีไว้ทดสอบตัวเอง อยู่เสมอๆ ครับ
๗. ไฟฉาย พร้อมถ่าน
๘. เกลือ ๑-๒ ถุง แถมขมิ้นด้วยครับ
๙. พริกป่น
๑๐. น้ำตาลทราย
๑๑. หัวหอม กระเทียม ข่า ขิง ตะไคร้ ใบมะกรูด มะขามเปียก (ถั่วเขียว ๕๕๕+ เรื่องที่ขำๆ ของเด็กๆ)
๑๒. หม้อหุงข้าวสนาม พร้อมข้าวสารบรรจุอยู่ในนั้นพร้อมด้วยไข่ไก่ ๒-๓ ฟอง
๑๓. น้ำมันพืช
๑๔. ช้อน ถ้วย ชาม แก้วน้ำร้อน(หรือรองในกระติกสนาม)
๑๕. ยาแก้ไข้ ยาหม่อง  พลาสเตอร์ยา
๑๖. เสื้อผ้า ก็เน้นใช้ได้สมประสงค์ครับ แต่ต้องมีเสื้อกันหนาวไว้ด้วยเพราะสมัยนั้นอากาศบนเขาใหญ่เรียกได้ว่าโคตรหนาวเลย บางปีก็ ๔ องศา
๑๗. ผ้าขาวม้า หรือผ้าพันคอ
๑๘. ย่ามสะพายประจำตัว
๑๙. อุปกรณ์ที่ยังไม่พูดถึง-ของใช้ส่วนตัวและเครื่องนอน
๒๐. สำหรับรองเท้านั้น ก็ไม่พ้นรองเท้าผ้าใบนักเรียนครับ
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็เป็นภาระของพวกพี่ๆ เตรียมเองเพราะเกินกว่ากำลังของเด็กจะแบกหามไปได้ นี่เองครับเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐาน เพื่อท่องไพรของผมที่ยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอด ด้วยถือเอาความไม่ประมาทเป็นที่ตั้งในทุกสถานการณ์ นี่เป็นกฎเหล็กของการเดินทางท่องไพร ที่พี่หน่องให้ไว้ด้วยคำพูดว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้” 
นี่ขนาดแค่เตรียมตัวที่จะท่องไพรนะครับ ผมต้องรอเกือบ ๓ ปี กว่าจะได้รับอนุญาตจากคุณแม่ และพี่ให้ติดตามไปด้วยได้

…และด้วยความเคารพ  สำหรับรอยทางในป่าเขาสายนี้ จะกลับมาในไม่ช้าไม่นานนี้ครับ สวัสดี

2 thoughts on “รอยทางในป่าเขา…

  1. อ้าวเฮ้ย! นึกว่าเข้าป่าแล้ว กำลังตั้งใจอ่านเชียว เขียนต่อเร็วๆ นะ