…เพราะไร้สาระ โลกจึงเห็นสาระ…

 ๏ เพราะไร้สาระ โลกจึงเห็นสาระ
หากมุ่ง’เอา’กันแต่สาระ โลกนี้คงสุดจะทน
แง่งแง่ง แง่แง่…เครียดเคร่งจนหน้าขึ้นขน
คงจะบ้าบ่น–จนน้ำลายท่วมพรหม เอย ฯ

Don’t walk infront of me, I may not follow.
Don’t walk behind  me, I may not lead.
Walk beside me, And just be my friend.
                 อัลแบร์  กามูส์(Albert Camus 1913-1960)

 

 

..อ่านต่อ

สัมผัสธรรมชาติ ทัวร์ ข้าง ทาง (๓)

_________อาหารมื้อเย็นที่เขาใหญ่_________
      หลังจากพวกเราเดินทางกลับจากหอส่องสัตว์ก็เป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินไปเสียแล้ว ผืนป่าเขาใหญ่ดูมืดสนิท มีลมโชยระหว่างนั่งรถกลับ อากาศกำลังเย็นสบายแต่ก็อาจรู้สึกหนาวเหน็บของใครหลายๆคน ขณะนั้นอุณหภูมิประมาณ ๒๒.๕ องศาเซลเซียส ระหว่างทางกลับเราได้มีการสนทนากับพี่แขก “ในป่าแต่ละที่ เสือเป็นเหมือนดั่งศักดิ์ศรีของป่า ถ้าไม่มีเสือแล้ว ความอุดมสมบูรณ์ก็หาไม่ได้ เพราะเสือเป็นสัตว์ที่รักความสันโดษมาก”   พี่แขกก็เล่าเรื่องให้ฟังว่า “แต่ก่อนบ้านพักของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ติดกับชายป่า ในตอนกลางดึกมีเด็กทำการบ้านอยู่แล้วลงไปใต้ถุนบ้านเนื่องจากดินสอหล่นลงไป จึงโดนเสือกัดบริเวณกลางลำตัว แล้วเสือตัวนี้ก็วิ่งหายเข้าไปในป่า ซึ่งตัวเด็กเองไม่ได้เสียชีวิตทันที แต่ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว จากนั้นเหล่าเจ้าหน้าที่จึงวางแผนที่จะจัดการกับเสือตัวนี้เพราะนิสัยของเสือจะต้องกลับมากินเหยื่อ จึงได้เตรียมตัวยิงเสือโดยซุ่มอยู่บนบ้านที่สูงจากพื้นดินประมาณ ๒ เมตร แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคนที่ซุ่มโผล่หัวออกมา จึงโดนเสือใช้เคี้ยวเล็บตะปบหนังศีรษะหลุดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงทำให้เสือตัวนี้ฆ่าคนไปถึง ๒ ศพแล้ว จากนั้นจึงมีการวางแผนอย่างจริงจังและรัดกุมมากขึ้นจนสามารถฆ่าเสือตัวนี้ได้ เสือตัวนี้เป็นเสือแก่ที่ล่าสัตว์ไม่ค่อยได้แล้วจึงหันมากินมนุษย์แทน และซากเสือตัวนี้ก็ยังคงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเขาใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้ พวกเอ็งจะได้เห็นพรุ่งนี้แหละ”    เมื่อเล่าจบพวกเราก็มาถึงศูนย์อาหารพร้อมกับสั่งอาหารมามากมาย ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย จนหมดเกลี้ยงเลย อาจจะเพราะความหิวก็ว่าได้แล้วจึงกลับที่พักกัน.. ..อ่านต่อ

สัมผัสธรรมชาติ ทัวร์ ข้าง ทาง (๒)

_________เริ่มเดินป่า_________
    แค่ก้าวย่างแรกที่เดินเข้าสู่ผืนหญ้าอันเขียวชอุ่มของป่าบนเขาใหญ่ เหล่าน้องทากตัวเล็กสีดำก็ได้ย่างกรายไต่ขึ้นบนรองเท้าเลย ซึ่งคนแรกที่โดนเกาะ แน่นอนเลยต้องเป็นผู้หญิงนั่นเองพาร้องกรี๊ดกันใหญ่ โดนคู่ต่อสู้ตัวน้อยข่มขวัญโดยไม่ทันตั้งตัว (อยากหันหลังกลับที่พักจะแย่) พอตั้งหลักได้ พวกเราก็พร้อมลุยแต่คราวนี้ดูเหมือนผู้ที่จะมาทำการทดสอบตอนนี้ไม่พร้อมรับสถานการณ์ข้างหน้า เพราะส่วนใหญ่ (ผู้หญิง) ได้แต่ระแวงว่าจะมีน้องทากมาเกาะหรือเปล่า เป็นอันว่าสติแตกกระเจิงไปกันหมด แต่ก็มีพี่แขกกับพี่ทีมที่บอกว่า “พวกเอ็ง เริ่มทดสอบได้แล้ว” ทุกคนจึงเริ่มฉีดสเปรย์มะเขือขื่นกันทากที่ขาด้านขวา ส่วนขาด้านซ้ายไม่ฉีด เสร็จแล้วจึงเดินเข้าไปในป่า การเดินทางนั้นเจอน้องทากกันเยอะมาก ถึงแม้ไม่ใช่หน้าฝนแล้วก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นปลายฝนต้นหนาวแล้วกัน ซึ่งจะเริ่มมีทั้งเห็บและทากอยู่ปนๆ กันไปในป่า

..อ่านต่อ